เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 894 - กลับมา, ศัตรูคู่อาฆาต

บทที่ 894 - กลับมา, ศัตรูคู่อาฆาต

บทที่ 894 - กลับมา, ศัตรูคู่อาฆาต


บทที่ 894 - กลับมา, ศัตรูคู่อาฆาต

"ไม่เป็นไร!"

หลิวมั่วหลินถือจานค่ายกลสีดำไว้ในมือ สายตาไม่อาจละไปจากมันได้เลย เขากล่าวว่า "ตาเฒ่าอย่างข้าก็ชอบอะไรแบบนี้แหละ!"

"อีกอย่าง ท่านก็ช่วยข้าไว้มาก ไม่เพียงแต่ช่วยต่ออายุขัยให้ข้าตั้งพันปี ซ้ำยังมอบข้าวสาลีขนนกแดงให้ข้าทะลวงคอขวด แล้วยังมอบโอสถสร้างวาสนาอันยิ่งใหญ่ให้ข้าก้าวเข้าสู่ระดับมหาจักรพรรดิขั้นต้าเฉิงอีก!"

"บุญคุณอันยิ่งใหญ่ปานนี้ กะอีแค่ค่ายกลสองชุด จะนับเป็นอะไรได้ล่ะ?"

"วันข้างหน้า หากสหายนักพรตเฮ่อมีอะไรให้รับใช้ ก็บอกมาได้เลย ตาเฒ่าอย่างข้าไม่ไปไหนแล้วล่ะ อยู่ที่ร้านหลอมโอสถของท่านนี่แหละ ดีที่สุดแล้ว!"

เฮ่อผิงเซิงพยักหน้ารับ "งั้น... จานค่ายกลนี้ หากจะเขียนผังค่ายกลให้สมบูรณ์ ต้องใช้เวลาสักเท่าไหร่หรือ?"

"ยี่สิบปี!" หลิวมั่วหลินตอบ "อันนี้ยากกว่าอันนั้นอีกนะ... อ๊ะ ไม่สิ... สี่ปีก็พอแล้ว!"

"สี่ปีงั้นหรือ?" เฮ่อผิงเซิงมีสีหน้างุนงง

ในที่สุด สายตาของหลิวมั่วหลินก็ละจากจานค่ายกลนั้นได้ เขาชี้ไปที่ค่ายกลข้างๆ พลางหัวเราะร่วน "ความเร็วของเวลาในค่ายกลนี้ เร็วกว่าภายนอกถึงห้าเท่า ข้าใช้ค่ายกลกาลเวลานี้ แค่สี่ปีก็เสร็จแล้วล่ะ!"

"อ้อ เป็นเช่นนี้นี่เอง!" เฮ่อผิงเซิงกล่าว "แต่ว่า ค่ายกลนี้ก็เผาผลาญอายุขัยเหมือนกัน วันข้างหน้าท่านก็ใช้น้อยๆ หน่อยเถอะ!"

"อืม... ข้ายังมีหินวิญญาณคุณภาพสุดยอดอยู่อีกไม่น้อย ท่านเอาไปทั้งหมดนี้เถอะ เอาไว้เป็นพลังงานให้ค่ายกล!"

เฮ่อผิงเซิงโยนหินวิญญาณคุณภาพสุดยอดไปหลายร้อยก้อน จากนั้นก็เดินออกมาจากโลกมิติเซียนขนาดย่อม

เขาไม่ได้เดินไปยังหน้าร้าน แต่กลับสะบัดมือเบาๆ

แคว่ก... ฉีกกระชากความว่างเปล่าออกโดยตรง!

ภายในห้องพักขนาดเล็ก ปรากฏน้ำวนสีดำทะมึนขึ้น

เฮ่อผิงเซิงก้าวเท้าเข้าไปในนั้น

วินาทีต่อมา มิติและกาลเวลาก็แปรเปลี่ยน แสงสว่างวูบวาบเพียงชั่วครู่ เมื่อเฮ่อผิงเซิงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาก็มาถึงอีกโลกหนึ่งแล้ว

มหาทวีปเพลิงสวรรค์!

ไม่ได้กลับมานานมากแล้ว

หลังจากกะทิศทางได้แล้ว เฮ่อผิงเซิงก็กลายร่างเป็นลำแสง หลอมรวมเข้ากับความว่างเปล่า พุ่งทะยานผ่านห้วงอากาศอันสูงส่งไป

ผ่านไปราวๆ ครึ่งชั่วยาม เขาก็ร่อนลงจอดที่บริเวณไหล่เขาของภูเขาลูกเล็กๆ แห่งหนึ่ง

ที่นี่ มีทุ่งหญ้าเขียวขจี พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล แต่กลับมีผู้คนเบาบาง

ทว่า ที่ริมแม่น้ำอันห่างไกล กลับมีตำหนักขนาดใหญ่ตั้งเรียงรายอยู่

ดูราวกับเป็นสำนักแห่งหนึ่ง

เฮ่อผิงเซิงไม่ได้เอ่ยปากอันใด เขาเพียงแค่ยืนรออยู่บนเนินเขาลูกเล็กนี้เพียงไม่กี่อึดใจ ก็มีแสงสีแดงสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากสำนักแห่งนั้น แล้วร่อนลงมายืนอยู่เบื้องหน้าของเฮ่อผิงเซิง

ผู้มาเยือนคือหญิงสาวในชุดสีแดง มีระดับการฝึกตนอยู่ขั้นเลี่ยนซวีระดับแปด

"คารวะร่างต้น!"

หญิงสาวทำความเคารพเฮ่อผิงเซิง

เฮ่อผิงเซิงพยักหน้ารับ "เจ้ากับข้าเดิมทีก็เป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ต้องเกรงใจไป!"

หญิงสาวผู้นี้ ก็คือหนึ่งในห้าร่างจำแลงที่เฮ่อผิงเซิงหลอมขึ้นมาในตอนนั้นนั่นเอง

นางคือร่างจำแลงธาตุน้ำ

"เป็นอย่างไรบ้าง?" เฮ่อผิงเซิงเอ่ยถาม "คนผู้นั้นยังอยู่ที่เดิมหรือไม่?"

ในตอนที่เฮ่อผิงเซิงปล่อยร่างจำแลงทั้งหมดให้แยกย้ายกันไป เขาได้มอบหมายภารกิจพิเศษอย่างหนึ่งให้กับร่างจำแลงธาตุน้ำผู้นี้

ภารกิจที่ว่านี้ ก็คือการจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวของเถียนจินเผิง จักรพรรดิเทพเพลิงสวรรค์แห่งอาณาจักรเทพเพลิงสวรรค์

หากเถียนจินเผิงหลบซ่อนตัวไป ก็ต้องจำสถานที่หลบซ่อนของเขาเอาไว้ให้ดี

"ไม่อยู่แล้วเจ้าค่ะ!" ร่างจำแลงธาตุน้ำส่ายหน้า พลางตอบว่า "หลังจากงานชุมนุมแท่นศิลาในตอนนั้น เถียนจินเผิงอาจจะไม่ได้รับการอภัยจากนายท่าน เขาจึงย้ายออกจากอาณาจักรเทพเพลิงสวรรค์ไป!"

"เขาพาลูกสาวไปหลบซ่อนตัวอยู่ในเขตแดนจักรพรรดิอันห่างไกลแห่งหนึ่งเจ้าค่ะ!"

เฮ่อผิงเซิงเอ่ยถาม "รู้หรือไม่ว่าอยู่ที่ใด?"

"รู้เจ้าค่ะ!" ร่างจำแลงธาตุน้ำพยักหน้ารับ

จากนั้น นางก็หยิบหยกบันทึกแผ่นหนึ่งออกมา แล้วฉายภาพแผนที่ในหยกบันทึกนั้นให้ปรากฏขึ้น "อยู่ที่นี่เจ้าค่ะ... ที่นี่คือเขตแดนจักรพรรดิอู๋ฉยง!"

"พวกเขาหลบซ่อนตัวอยู่ในสำนักเล็กๆ แห่งหนึ่งในเขตแดนจักรพรรดิอู๋ฉยงเจ้าค่ะ!"

"ข้าได้ส่งลูกศิษย์เข้าไปในสำนักนั้นแล้ว เพื่อคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา!"

"ร่างต้นจะเดินทางไปเลยหรือไม่เจ้าคะ?"

"อืม!" เฮ่อผิงเซิงพยักหน้ารับ "ภารกิจของเจ้าสิ้นสุดลงแล้ว ตอนนี้ตามข้าไปจัดการสองพ่อลูกเถียนจินเผิงให้สิ้นเรื่อง หลังจากนั้น เจ้าก็จงตั้งใจบำเพ็ญเพียร พยายามหลอมรวมมรรคาวิถีกับข้าให้ได้โดยเร็ว เพื่อก้าวเข้าสู่ขั้นเหอตี่ให้จงได้!"

พูดจบ เฮ่อผิงเซิงก็ยกมือขึ้นอีกครั้ง ฉีกกระชากความว่างเปล่าออกดังแคว่ก

ทั้งสองพุ่งเข้าไปในน้ำวนพร้อมกัน เพียงหนึ่งอึดใจ ก็ร่อนลงสู่เขตแดนจักรพรรดิอู๋ฉยงแห่งนั้น

"ดูเหมือนว่า... จะยังห่างอยู่อีกนิดนะ!"

เฮ่อผิงเซิงหยิบธงทองคำออกมาแผ่นหนึ่ง "นี่คือธงทองคำมิติเวลา พอไปถึงสำนักเล็กๆ แห่งนั้นแล้ว เจ้าจงกางมันออกทันที ปิดกั้นความว่างเปล่าในรัศมีหมื่นลี้รอบด้านให้มิดชิด ห้ามผู้ใดหลบหนีไปได้เป็นอันขาด!"

"เจ้าค่ะ!" ร่างจำแลงธาตุน้ำรับธงทองคำมิติเวลามาถือไว้

ทั้งสองบินต่อไปอีกระยะหนึ่ง ก่อนจะร่อนลงจอดบนภูเขาลูกเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสำนักเล็กๆ แห่งนั้นนัก

......

สำนักซีหลิน!

ตั้งอยู่ในมุมอันห่างไกลมุมหนึ่งของเขตแดนจักรพรรดิอู๋ฉยง

ภายในสำนัก ผู้ที่มีระดับการฝึกตนสูงสุด ก็เป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นฮว่าเสินระดับสามเท่านั้น

เมื่อร้อยปีก่อน จู่ๆ สำนักซีหลินแห่งนี้ ก็มีปรมาจารย์ขั้นหยวนอิงสองคนเดินทางมาเยือน

ทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน แซ่เถียนทั้งคู่

ตั้งแต่นั้นมา ทั้งสองก็ตั้งรกรากอยู่ที่สำนักแห่งนี้ ไม่มีใครล่วงรู้ชื่อเสียงเรียงนามที่แท้จริงของพวกเขาเลย

แต่ทั้งสองก็คอยสั่งสอนลูกศิษย์อยู่ที่นี่ วางตัวอ่อนน้อมถ่อมตนและเป็นมิตรกับทุกคนในสำนัก แทบจะไม่มีเรื่องบาดหมางกับผู้ใดเลย

ในยามปกติ พวกเขาก็ไม่ค่อยออกไปไหน ต่างคนต่างเฝ้าอยู่แต่ในลานฝึกของตนเอง ปลูกดอกไม้ เพาะปลูกสมุนไพรวิญญาณไปตามเรื่องตามราว

มองเผินๆ แล้ว ก็ดูเหมือนว่าพวกเขามาใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขอยู่ที่นี่

วันนี้ เป็นวันที่อากาศสดใสในฤดูใบไม้ผลิ

ตาเฒ่าเถียนกำลังยืนยิ้มแย้มอยู่ที่หน้าประตูหลานฝึกของตน เพื่อสั่งสอนเหล่าศิษย์ขั้นสร้างรากฐานและขั้นรวบรวมลมปราณอย่างอารมณ์ดี

"วันนี้เราจะมาเรียนเรื่องสัมผัสเทวะกัน!" ตาเฒ่าเถียนกล่าว "สำหรับผู้ฝึกตนอย่างพวกเรา สัมผัสเทวะนั้นมีความสำคัญยิ่งนัก!"

"ในระดับพลังที่ต่ำกว่าขั้นหยวนอิงลงไป อย่างขั้นจินตัน ขั้นสร้างรากฐาน และขั้นรวบรวมลมปราณ สัมผัสเทวะอาจดูเหมือนจะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ขั้นหยวนอิงแล้ว สัมผัสเทวะก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!"

"ทำลายจินตันแปรสภาพ ทำลายจินตันเพื่อก่อกำเนิดหยวนอิง!"

"เมื่อสัมผัสเทวะภายในร่างกายเชื่อมต่อกับรากวิญญาณ ก็จะก่อกำเนิดรากมรรคาวิถีขึ้นมา!"

"รากมรรคาวิถีนี้ มีไว้เพื่อทำความเข้าใจในหลักสัจธรรมอันยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดิน ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการทะลวงระดับพลัง!"

"ดังนั้น ผู้ฝึกตนทุกคนที่สามารถก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งมรรคาวิถีได้ไกล ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีสัมผัสเทวะอันแข็งแกร่งทั้งสิ้น!"

ตาเฒ่าเถียนยืนบรรยายอยู่ด้านบนอย่างใจเย็น ใบหน้าเปื้อนยิ้ม เหล่าลูกศิษย์ที่อยู่เบื้องล่างต่างก็ตั้งใจฟังอย่างเคลิบเคลิ้ม

ทว่า ในจังหวะนี้เอง ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างกะทันหัน

บนยอดเขาเตี้ยๆ ลูกหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามสำนักซีหลิน ธงเทวะสีทองแผ่นหนึ่งก็ถูกกางออกดังพรึ่บ

อำนาจจักรพรรดิแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วรัศมีหมื่นลี้

ธงทองคำนั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ดึงดูดสายตาผู้คนจนจิตใจสั่นคลอน

ศิษย์ระดับล่างนับไม่ถ้วนต่างพากันหมอบกราบลงกับพื้น บางคนถึงกับทนแรงกดดันจากอำนาจจักรพรรดิไม่ไหว จนสลบเหมือดไปเลยก็มี

ใบหน้าของตาเฒ่าเถียนซีดเผือดลงทันที

จากนั้น เขาก็มองเห็นลูกสาวที่ใช้ชื่อปลอมว่าเถียนเสี่ยวเสี่ยว วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา

"ท่านพ่อ... ท่านพ่อ..." น้ำเสียงของหญิงสาวสั่นเครือ "เป็นเขา... เป็นเขา..."

"เขา... ตามมาเจอแล้ว!"

ตาเฒ่าเถียนค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วถอนหายใจยาว "ใช่แล้ว... สิ่งที่ควรจะเกิด ในที่สุดมันก็มาถึงเสียที!"

รอบด้าน ไม่มีเงาร่างของเฮ่อผิงเซิงปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย

มีเพียงอำนาจจักรพรรดิที่แผ่ซ่านออกมาจากธงทองคำมิติเวลานั้น กระจายตัวออกไปรอบทิศทางเป็นระลอกๆ

ลำแสงสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามา

ปรมาจารย์ขั้นฮว่าเสินระดับสาม ร่อนลงมาสู่บริเวณนี้

"ตาเฒ่าเถียน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?" ชายชราผมขาวมองไปที่ตาเฒ่าเถียน

ตาเฒ่าเถียนตอบว่า "ต้องขออภัยด้วย... ศัตรูคู่อาฆาตของข้าตามมาเจอแล้ว!"

"อาจจะทำให้สำนักต้องเดือดร้อนไปด้วย!"

"ศัตรูคู่อาฆาตหรือ?" ผู้อาวุโสสูงสุดหัวเราะร่วน พลางกล่าวว่า "ไม่ต้องกลัว... ในอดีตเจ้าเคยช่วยชีวิตข้าไว้ วันนี้ศัตรูของเจ้าบุกมา ตาเฒ่าอย่างข้าจะช่วยขวางไว้ให้เอง!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 894 - กลับมา, ศัตรูคู่อาฆาต

คัดลอกลิงก์แล้ว