- หน้าแรก
- ปลูกพืช เลี้ยงปีศาจ ฝึกวิชาเซียน สู่เส้นทางแห่งอมตะ
- บทที่ 1136 ดำดิ่งสู่รอยแยก
บทที่ 1136 ดำดิ่งสู่รอยแยก
บทที่ 1136 ดำดิ่งสู่รอยแยก
"อย่างน้อยตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าท่านพ่อของข้าจะล้มเหลวแล้วล่ะ"
กงเอ๋อฮานแสดงสีหน้าเรียบเฉยราวกับว่าได้เตรียมใจไว้กับเรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว
ขณะเดียวกันเฉินโม่ก็แอบหัวเราะเยาะในใจทว่าอีกฝ่ายกลับพูดเสริมขึ้นมาอีกว่า
"บางทีนี่อาจเป็นการย้อนกลับของเส้นทางแห่งชะตาฟ้าก็ได้นะ...เขาถูกลิขิตให้ไม่มีทางประสบความสำเร็จ..."
คำพูดนี้ทำให้เฉินโม่สงบลงในทันที
พวกเขาดูเหมือนจะยอมรับในคำว่า"ชะตากรรม"แล้วจริงๆ
"ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ถึงเวลาที่พวกเจ้าควรพบกันแล้ว"
เพียงเห็นกงเอ๋อฮานเผยรอยยิ้มแฝงเสน่ห์เอ่ยว่า
"ผู้หญิงที่ไหนจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนกันล่ะ? ถ้าจะเย็นชากันก่อนมันก็เขานั่นแหละ คนที่ต้องมาขอโทษจะเป็นข้าได้อย่างไร?"
"ฮ่าๆ ก็จริงของเจ้า"
หลังจากสนทนากับกงเอ๋อฮาน เฉินโม่ก็พอเข้าใจถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทของตระกูลกงเอ๋อแล้ว
เส้นทางแห่งชะตาฟ้าแม้จะนำพาพวกเขาขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่ก็กลับกลืนกินพวกเขาไปด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดีหากมองภาพรวมผู้ที่สถาปนาแคว้นอู๋ฉือขึ้นมาและสลักตราประจำแผ่นดินไว้ในน้ำเต้าทองคำหยกตั้งแต่รุ่นแรกนั้นนับว่าเป็นอัจฉริยะหาที่เปรียบได้ยากจริงๆ
เขาเชิญหยุนหยามาพบ
กษัตริย์แห่งแคว้นอู๋ฉือในปัจจุบันได้พูดคุยกับกงเอ๋อฮานอย่างลึกซึ้งในที่สุดก็สามารถปลดเปลื้องความคับข้องใจในใจออกไปได้
ไม่ว่าในอดีตกงเอ๋อหงอวี่จะมีเจตนาเช่นไร แต่เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องยึดติดกับอดีตอีก เขาเพียงแค่ต้องทำหน้าที่ของตนในฐานะกษัตริย์ในปัจจุบันให้ดีที่สุด รีบยกระดับพลังของตัวเองและหากเป็นไปได้ก็ควรมีทายาทของตนเสียที
เมื่อใจโล่งขึ้นหยุนหยาก็รู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัว
เขาจัดงานเลี้ยงเพื่อเฉินโม่โดยเฉพาะ
หากเป็นบุคคลอื่นการได้รับเชิญจากกษัตริย์คงถือเป็นเกียรติยศยิ่งใหญ่ ทว่าหยุนหยากลับเข้าใจดีว่านี่ก็แค่การร่วมโต๊ะรับประทานอาหารธรรมดาครั้งหนึ่งเท่านั้น
ทั้งสองยกจอกสุรานั่งดื่มประสาคนรู้ใจ
"ท่านเฉิน! คราวนี้ข้าต้องขอบคุณมากจริงๆ!"
เฉินโม่โบกมือพลางกล่าวว่า
"ข้าทำอะไรไปกัน? ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ"
"ไม่เลย ท่านช่วยข้าไว้มาก! ต่อไปหากท่านต้องการอะไรก็เอ่ยมาได้เลย!"
เฉินโม่ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนส่ายหัวตอบว่า
"ตอนนี้ยังไม่มีอะไร แต่ถ้าจำเป็นเมื่อไรข้าจะมาบอกท่านแน่นอน"
"ดี! อย่าเกรงใจล่ะ"
แท้จริงแล้วเฉินโม่ไม่ได้ไร้สิ่งที่ต้องการเพียงแต่ในตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาเท่านั้น
หากดูตามความคืบหน้าในตอนนี้ด้วยการสนับสนุนของยาตอนนี้ เขาน่าจะสามารถฝึกจนถึงขั้นหลอมรวมระดับเก้า หรือจุดสูงสุดได้ภายในระยะเวลาราวห้าถึงสิบปี
เมื่อถึงเวลานั้นปัญหาก็จะปรากฏอย่างชัดเจน
ตอนนี้แม้เขาจะมีดินแดนลับมีสมุนไพรหายากมีพืชวิญญาณพร้อม แต่สิ่งหนึ่งที่ยังขาดอยู่ก็คือพื้นที่เพาะปลูกพืชวิญญาณ!
แม้จะค้นหาทั่วทั้งแคว้นอู๋ฉือแล้วแต่ไร่พืชวิญญาณระดับหกมีเพียงประมาณ 7,000 ถึง 10,000ไร่ ส่วนระดับเจ็ดนั้นมีไม่ถึง 100 ไร่
ในจำนวนนี้มีสิบไร่ที่ถูกดัดแปลงให้เป็นระดับเจ็ดโดยใช้คุณสมบัติของน้ำเต้าทองคำหยก ส่วนที่เหลืออีกหลายสิบไร่นั้นล้วนตั้งอยู่ในดินแดนต้องห้ามของจงโจว
ด้วยไร่พืชวิญญาณเพียงเท่านี้แม้จะมีเมล็ดพันธุ์วิญญาณก็ยังผลิตพืชวิญญาณได้ไม่พอสำหรับการใช้ของเขาเพียงคนเดียว จะไปเหลือพอให้กับผู้ฝึกตนในสำนักมั่วไถ หรือแม้แต่สัตว์อสูรทั้งหมดของเขาอีกหรือ?
เพราะเช่นนั้นแผนการบุกเบิกรอยแยกจึงยังคงต้องดำเนินต่อไป
ในฐานะที่เป็นสนามรบระหว่างเซียนและมาร แม้รอยแยกจะอันตรายและไร้แม้แต่ต้นหญ้าแต่บางทีอาจมีทรัพยากรมากกว่าที่คิดไว้!
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจากการขุดค้นอย่างต่อเนื่องและการที่ผู้ฝึกตนหลั่งไหลเข้าไปเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าความคิดของเขาจะไม่ผิด
เพียงแค่บริเวณรอบๆของแต่ละแคว้น ในปัจจุบันก็สามารถขุดพบไร่พืชวิญญาณระดับห้าได้มากกว่าพันไร่ และระดับหกอีกที่รวมกันเกือบร้อยไร่ ทั้งที่ยังไม่ได้ลึกเข้าไปในรอยแยกอย่างแท้จริงเลยด้วยซ้ำ
เมื่อมีการตั้งรางวัลเป็นยาวิเศษและโอสถล้ำค่า ผู้ฝึกตนระดับปฐมภูมิและเปลี่ยนจิตจำนวนมากก็ได้บุกเบิกเข้าสู่รอยแยกที่เคยเล่าขานต่อกันมาในหมู่ผู้ฝึกตน
พวกเขาออกค้นหาทรัพยากรทุกชนิดที่อาจนำมาใช้ได้ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยสายฟ้าฟาดและพายุคำราม
ในอดีตเช่นสองผู้ฝึกตนขั้นเปลี่ยนจิตจากสำนักเทียนกง หรือแม้แต่หลิวชิวเฉิงแห่งม้อเค่อจวี้ก็สามารถข้ามรอยแยกได้โดยไม่เป็นอะไร คนอื่นย่อมต้องคิดว่าตนเองก็ทำได้เช่นกัน
ดูเหมือนว่า...ภายในรอยแยกนั้นอาจไม่ได้อันตรายอย่างที่เคยคิดไว้ก็ได้
.....
เจียงไห่จี้ในฐานะหนึ่งในผู้อาวุโสใหญ่แห่งหุบเขาลึกลับได้แบกรับหน้าที่ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสำนักและตนเอง เขาจึงได้ออกเดินทางสำรวจรอยแยก
สำหรับเขาแล้วซึ่งเป็นผู้ฝึกตนระดับเปลี่ยนจิตที่มีอายุเกือบพันปี หากยังอยู่ในสำนักก็คงไม่มีทางก้าวหน้าขึ้นไปอีกได้
หากเป็นเช่นนั้นแล้วจะมัวมานั่งใช้ทรัพยากรของสำนักไปเปล่าๆทำไม? สู้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ให้กับสำนักจะไม่ดีกว่าหรือ?
แน่นอนว่าเจ้าสำนักหุบเขาลึกลับไม่ได้ต้องการให้เขาไป ท้ายที่สุดไม่มีใครรู้ว่าในรอยแยกนั้นซ่อนอันตรายอะไรไว้บ้าง
แต่เจียงไห่จี้กลับยืนยันจะไปให้ได้
ดังนั้นเขาจึงออกเดินทางสู่รอยแยกพร้อมความหวัง
ภายในระยะเวลาเพียงครึ่งปีเขาค้นพบเส้นพลังวิญญาณระดับห้าจำนวนสามแห่ง และเส้นพลังวิญญาณระดับหก อีกหนึ่งแห่งเพียงแค่บุกเบิกก็สามารถสร้างไร่พืชวิญญาณขึ้นมาได้จำนวนมาก
ผลงานเช่นนี้ทำให้เขาและสำนักเบื้องหลังได้รับรางวัลเป็นยาหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณสามเม็ด และยาบำรุงจิตฟ้าอีกยี่สิบเม็ด
โอสถเหล่านี้หากเป็นในอดีตแม้แต่ทั้งสำนักหุบเขาลึกลับก็ยังหาออกมาไม่ได้เลยสักเม็ด!
เมื่อโอสถเหล่านี้ถูกส่งมายังสำนัก บรรดาศิษย์ทั้งหลายต่างก็ปลาบปลื้มตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งพวกเขาต่างยอมรับการกระทำของเจียงไห่จี้อย่างไม่มีข้อกังขา
ภายใต้รางวัลล้ำค่าเช่นนี้หุบเขาลึกลับจึงส่งผู้ฝึกตนขั้นเปลี่ยนจิตที่เหลืออยู่อีกสามคนเข้าไปในรอยแยก
และครั้งนี้พวกเขายังพาผู้ฝึกตนขั้นปฐมภูมิไปอีกถึงเจ็ดคน หวังเพียงว่าจะสามารถค้นพบเส้นพลังวิญญาณที่ยังไม่มีใครค้นพบเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรโอสถจำนวนมากกับหอสมบัติมังกรฟ้า
ดูเหมือนทุกอย่างจะดำเนินไปด้วยดี
เจียงไห่จี้ที่เคยเดินลำพังบัดนี้ก็มีศิษย์ขั้นปฐมภูมิอีกสามคนร่วมทาง
เมื่อค่อยๆดำดิ่งลึกเข้าไปในรอยแยก พวกเขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความเกรี้ยวกราดของสายฟ้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นและผืนดินเบื้องล่างก็เริ่มสั่นสะเทือน
ด้านหลังของเขาบางคนในหมู่ผู้ฝึกตนขั้นปฐมภูมิเริ่มรู้สึกหวาดหวั่น
สายฟ้าเช่นนี้หากฟาดลงมาเกรงว่าจะไม่ตายก็เจียนตาย
"ท่าน...ท่านผู้อาวุโสเจียง เราจะยังเข้าไปอีกหรือ?"ศิษย์คนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
แต่ในตอนนั้นเจียงไห่จี้ไม่ตอบคำถาม เขากลับเร่งฝีเท้าพุ่งเข้าสู่พายุสายฟ้าอันบ้าคลั่งวิ่งไปจนกระทั่งถึงที่ห่างไปราวหลายสิบลี้จึงหยุดลง
สายฟ้ายังคงฟาดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
ส่วนศิษย์ที่ตามมาได้แต่หยุดนิ่งอยู่ด้านหลัง
"ศิษย์พี่ซุน...ตรงนั้น...ไปได้จริงหรือ?"
"ข้างในรอยแยกดูเหมือนจะ...อันตรายกว่าที่เราคิดไว้เสียอีก..."
"ผู้อาวุโสอยู่ด้านหน้า...ด้านหน้านั่น..."
เวลานั้นภายในใจของเจียงไห่จี้ปั่นป่วนเป็นอย่างยิ่ง เขาจ้องมองพื้นดินเบื้องล่างและสัมผัสได้ถึงพลังอันเข้มข้นที่ปะปนไปด้วยกลิ่นอายของปีศาจและภูตผีราวกับว่ากำลังแผ่ออกมาจากใต้ดิน
แม้ที่นี่จะไม่ได้เป็นเส้นพลังวิญญาณอย่างสมบูรณ์ แต่เขาผู้เคยอยู่ในรอยแยกมาเกือบหนึ่งปีและค้นพบไร่พืชวิญญาณมากมายแถมยังแลกกับโอสถล้ำค่ามาแล้วย่อมไม่มีทางดูผิดแน่นอน!
ใต้เท้าเขาในขณะนี้คือเส้นพลังวิญญาณระดับหกอย่างแท้จริง!
ขอเพียงทำการดัดแปลงพื้นดินแล้วบุกเบิกให้เป็นไร่พืชวิญญาณก็จะได้พื้นที่ระดับหกอีกหนึ่ง!
ไม่ผิดแน่!
นี่คือเส้นพลังวิญญาณระดับหกสายหนึ่ง!
แถมยังทอดยาวไปเป็นระยะทางหลายสิบลี้หากเทียบกับพื้นที่แล้วอย่างน้อยตรงนี้ก็มีพื้นที่สำหรับไร่พืชวิญญาณระดับหกราวๆหนึ่งพันไร่เลยทีเดียว!
หนึ่งพันไร่...เข้าใจความหมายของตัวเลขนี้หรือไม่?
รวมทั้งแคว้นอู๋ฉือเข้าด้วยกันยังอาจไม่มีแปลงพืชวิญญาณระดับหกมากถึงเพียงนี้เลย!
เวลานี้เจียงไห่จี้ถึงกับตื่นเต้นจนตัวสั่นแล้ว!
(จบบท)