- หน้าแรก
- วิชาประสานสุขพลิกชะตาเซียน
- บทที่ 304 รู้ว่าเป็นเจ้านายแล้วยังกล้าแยกเขี้ยวใส่อีก
บทที่ 304 รู้ว่าเป็นเจ้านายแล้วยังกล้าแยกเขี้ยวใส่อีก
บทที่ 304 รู้ว่าเป็นเจ้านายแล้วยังกล้าแยกเขี้ยวใส่อีก
"คะ...คุณต้องการอะไร?" ซูหลีนึกถึงคำพูดที่ตัวเองเคยบอกฉินเกอที่สะพานไม้ริมทะเล ใบหน้าก็พลันแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง
ตอนนั้นเธอแค่เข้าตาจนจนต้องคว้าที่พึ่งมั่วซั่วไปหมด ฉินเกอคงไม่เอาจริงหรอกมั้ง?
ฉินเกอยิ้มร้าย "คุณซูคงไม่ขี้ลืมขนาดนั้นมั้งครับ เพิ่งพูดไปไม่นานก็ลืมซะแล้ว?"
"อย่างอื่นผมไม่ต้องการอะไรเลย ขอแค่สาวงามก็พอ!"
"เอ๊ะ?" ซูหลีใจเต้นตึกตัก เธอไม่ได้โกรธ เพียงแค่มองไปทางเซี่ยปิงหนิงโดยสัญชาตญาณ "แต่ว่า...แต่คุณรังเกียจฉันมากไม่ใช่เหรอคะ?"
เซี่ยปิงหนิงมีสีหน้าแปลกประหลาด ไอ้สารเลวคนนี้ปากบอกว่าไม่ต้องการอะไร ที่จริงแล้วก็อยากได้ทั้งคนทั้งทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลซูเลยต่างหาก!
ในเมื่อฉินเกอยื่นมือเข้ามาสอดแล้ว ถ้าซูสือเยว่ พ่อของซูหลีไม่ได้มือสะอาดจริงๆ ก็หนีไม่พ้นที่จะถูกตบจนตาย แล้วแบบนี้ทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลซูสุดท้ายจะไม่ตกเป็นของซูหลีหมดหรือไง?
"คนเราก็มีมองพลาดกันได้บ้างแหละน่า"
"ถ้าคุณแต่งตัวแบบนี้ตั้งแต่แรก ผมก็ไม่รังเกียจแล้วล่ะ!"
"ถ้าไม่เต็มใจก็ช่างเถอะ ข้างกายผมก็มีคนแซ่ซูอยู่แล้วคนหนึ่ง ไม่ได้จำเป็นจะต้องมีคุณเพิ่มมาอีกคนสักหน่อย"
ซูหลีฟังคำพูดของฉินเกอแล้วสมองก็เหมือนขาดออกซิเจนไปชั่วขณะ มีอยู่แล้วคนหนึ่งงั้นเหรอ?
แล้วถ้าเธอรับปากเขา จะนับเป็นตัวอะไรล่ะ?
แล้วเซี่ยปิงหนิงล่ะนับเป็นตัวอะไร?
......
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฉินเกอพาซูหลีขับรถมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลซู
"ฉันรู้ว่าคุณเก่งมาก แต่ที่บ้านฉันคนเยอะนะ แถมยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้อีก พวกเรากลับไปกันแค่สองคนแบบนี้จะดีจริงๆ เหรอ?"
"คนของเจียงอิ้งหรงตามหาฉันมาตลอด รอบๆ บ้านฉันหล่อนก็ต้องจัดเตรียมคนเอาไว้แน่ๆ หล่อนไม่มีทางยอมให้ฉันกลับบ้านง่ายๆ หรอก!"
ซูหลีนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ สองมือกำเข็มขัดนิรภัยแน่น แอบมองฉินเกอเป็นระยะ
"คนเยอะแล้วมันวิเศษนักหรือไง?"
ฉินเกอพูดติดตลก "อย่าว่าแต่กลับบ้านเลย ขอแค่ผมต้องการ คุณอยากจะไปมุมไหนของโลกก็ได้ทั้งนั้น!"
"ต่อให้เป็นขึ้นไปบนฟ้าก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร"
"ขึ้นไปบนฟ้าเหรอ?" ซูหลีมองออกไปบนท้องฟ้านอกหน้าต่างรถโดยสัญชาตญาณ "หมายความว่ายังไงคะ?"
"เรื่องนี้พูดยาก ไว้คราวหน้าผมจะทำให้คุณรู้เอง"
กว่าครึ่งชั่วโมงต่อมา รถก็แล่นมาถึงบริเวณใกล้เคียงกับบ้านตระกูลซู
เป็นไปตามที่ซูหลีคาดไว้ เงาร่างหลายสายพุ่งพรวดออกมาจากรอบทิศทางอย่างรวดเร็ว ขวางทางรถเอาไว้
"เยี่ยมไปเลย มีความกล้าก็อย่าหลบแล้วกัน!"
ฉินเกอไม่เพียงไม่ลดความเร็ว แต่ยังเหยียบคันเร่งจนมิด แทบอยากจะกระทืบให้ทะลุเข้าไปในถังน้ำมัน
เสียงเครื่องยนต์คำรามลั่นทำเอาคนเหล่านั้นที่ขวางอยู่หน้ารถถึงกับหนังหัวชาหนึบ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ต่างพากันแตกตื่นหลบไปด้านข้างสุดชีวิต
มีสองคนที่ตอบสนองช้าจึงถูกชนกระเด็นขึ้นไปบนฟ้าทันที
รถจอดสนิทที่หน้าประตูใหญ่บ้านตระกูลซู ชั่วพริบตาก็ถูกคนนับสิบคนล้อมเอาไว้
"รอผมแป๊บนะ"
ฉินเกอลงจากรถอย่างเชื่องช้า ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ยกมือขึ้นตบหน้าอย่างเรียบง่ายไร้กระบวนท่าใดๆ เพียงไม่กี่อึดใจก็ตบคนนับสิบจนหน้ามืดตาลาย กลิ้งเกลือกไปมาอยู่บนพื้น
หลังจากจัดการพวกลิ่วล้อที่เข้ามาขวางเสร็จแล้ว ฉินเกอก็พาซูหลีเดินกร่างเข้าไปในประตูบ้าน
บ้านตระกูลซูมีขนาดใหญ่มาก จัดสวนสไตล์เจียงหนานแบบคลาสสิก ฉินเกอเด็ดกิ่งไผ่ขนาดเท่านิ้วมือมาถือเล่นในมืออย่างลวกๆ
"หยุดนะ!"
"พวกแกเป็นใคร กล้าดีบุกรุกเคหสถานส่วนบุคคลงั้นเหรอ?!"
ชายชราคนหนึ่งพาคนนับสิบเร่งรีบเดินเข้ามา ขวางทางพวกของฉินเกอเอาไว้
"พ่อบ้านหวัง ฉันเอง!"
ซูหลีเอ่ยปากด้วยใบหน้าเย็นชา "นี่คุณจำแม้กระทั่งฉันไม่ได้แล้วเหรอ?"
"คุณหนู..." พ่อบ้านหวังพูดได้ครึ่งเดียวก็พลันหยุดชะงัก เขาคล้ายกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้เอ่ยปากต่อ "คุณหนู ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้ครับ?"
"ฉันก็นึกว่าคุณจำฉันไม่ได้ซะแล้ว!" ซูหลีพยายามทำตัวให้ดูดุร้ายขึ้นมาหน่อย ซึ่งก็ดูดุร้ายขึ้นมาจริงๆ แต่เป็นความดุร้ายแบบเด็กๆ ที่ดูน่ารักเสียมากกว่า
"หลีกทางไป ฉันจะไปพบพ่อ!"
เธอจับมือฉินเกอแล้วเดินลากไปทันที
"เดี๋ยวก่อนครับ!" พ่อบ้านหวังขวางทางซูหลีกับฉินเกอไว้ "คุณหนู ตอนนี้นายท่านไม่ค่อยสะดวกครับ"
"นายหญิงสั่งไว้ว่า ถ้าคุณกลับมาให้พาไปพบเธอก่อน!"
"เจียงอิ้งหรงน่ะเหรอ?" ซูหลีโมโห "หล่อนเป็นตัวอะไร ถึงได้คู่ควรให้ฉันไปพบ?"
"ไสหัวไปให้พ้น!"
"ฉันจะไปพบพ่อของฉันเดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลย!"
พ่อบ้านหวังไม่มีท่าทีว่าจะหลีกทางให้แม้แต่น้อย "คุณหนู นายหญิงสั่งการมาแล้ว โปรดอย่าทำให้ผมต้องลำบากใจเลยครับ"
เขาส่งสัญญาณมือ คนที่อยู่ด้านหลังก็ก้าวเข้ามาล้อมซูหลีกับฉินเกอเอาไว้ทันที "คุณหนู ถ้าคุณไม่ยอมตามผมไปพบนายหญิง ก็อย่าหาว่าพวกล่วงเกินเลยนะครับ"
"เพียะ——"
กิ่งไผ่ในมือของฉินเกอฟาดลงบนร่างของพ่อบ้านหวัง เสียงแหวกอากาศดังสนั่น เสื้อผ้าและผิวหนังปริแตกออกพร้อมกัน
"แก——!" พ่อบ้านหวังโกรธจัดคิดจะตอบโต้ แต่ปลายกิ่งไผ่กลับจี้เข้าที่คอหอยของเขาไปก่อนแล้ว
"เพียะ——"
ฉินเกอตวัดมือฟาดกิ่งไผ่ใส่หน้าพ่อบ้านหวังอีกครั้ง "แกอะไรของแก?"
"ผมถามแกหน่อย แกมีฐานะอะไรในบ้านตระกูลซู?"
"เพียะ——"
เมื่อเห็นพ่อบ้านหวังไม่ตอบสนอง เขาก็ยกมือฟาดลงไปอีกครั้ง "พูดมาสิ!"
"พะ...พ่อบ้าน..."
"แล้วเธอคนนี้ล่ะเป็นใคร?"
"คุณหนูซู"
"แล้วที่นี่บ้านของเธอหรือบ้านของแก?"
"บ้านตระกูลซู"
"รู้ว่าเป็นเจ้านายแล้วยังกล้าแยกเขี้ยวใส่อีก!"
ฉินเกอใช้กิ่งไผ่แทงทะลุลำคอของพ่อบ้านหวังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
คนอื่นๆ ที่ฟังทั้งสองคนถามตอบกันก็อกสั่นขวัญแขวนอยู่แล้ว พอมาเห็นภาพนี้ยิ่งตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
พ่อบ้านหวังมีตำแหน่งเป็นพ่อบ้านของตระกูลซูก็จริง แต่ใครบ้างจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาคือยอดฝีมือระดับตี้ที่ตระกูลซูจ้างมาด้วยเงินก้อนโต มีหน้าที่คอยคุ้มกันความปลอดภัยให้คนในตระกูลซูโดยเฉพาะ
แต่ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งจนพวกตนได้แต่แหงนมอง กลับถูกฆ่าตายอย่างง่ายดายแบบนี้เนี่ยนะ!
ชายหนุ่มคนนี้เป็นใครมาจากไหนกันแน่?
ซูหลีก็เบิกตาค้าง ลำคอกลืนน้ำลายอึกใหญ่
"ยังไม่หลีกไปอีก หรือว่าพวกแกก็อยากตายเหมือนกัน?"
ทุกคนได้ยินคำพูดของฉินเกอก็พากันตัวสั่นสะท้าน ขาอ่อนระทวยไปหมด พอพวกเขาคิดจะถอยหลบไปด้านข้างก็สายไปเสียแล้ว
กิ่งไผ่ในมือของฉินเกอราวกับแยกออกเป็นหลายสิบกิ่ง ฟาดลงบนร่างของพวกเขาอย่างแม่นยำ
เห็นชัดๆ ว่าเป็นเพียงภาพติดตา แต่ตอนที่ฟาดลงมาบนร่างกลับเป็นของจริงแท้แน่นอนจนผิวหนังปริแตกเลือดสาด
คนนับสิบถูกฟาดเข้าที่ก้น ต้นขา เอว แผ่นหลัง และตามจุดต่างๆ บนร่างกายจนเลือดไหลซิบ กระโดดเหยงๆ ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดราวกับลิงกัง
"ยังจะยืนบื้ออยู่อีกทำไม นำทางไปสิ!"
"อย่ามัวแต่เสียเวลา วันนี้ผมยังต้องไปที่เกาะหลิวกวงอีกนะ!"
ฉินเกอฟาดคนนับสิบจนลงไปนอนหมอบลุกไม่ขึ้นถึงได้ยอมหยุดมือ
ซูหลีรีบเดินตามไป "คะ...คุณเก่งจังเลย!"
ตอนนี้เธอยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพ่อบ้านหวังจะตายไปแบบนั้นจริงๆ แต่เธอก็เชื่อแล้วว่าฉินเกอไม่ได้พูดโม้ ทำให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเต็มเปี่ยม
"มีเรื่องนึงผมต้องยืนยันกับคุณล่วงหน้าก่อน พ่อของคุณคนนั้นยังจะเอาอยู่ไหม?"
"เอ๊ะ? นั่นพ่อฉันนะ..."
"ถ้าเจียงหลิงอวี้เป็นลูกสาวเขาจริงๆ แล้วการตายของแม่คุณก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาด้วยล่ะ?"
"ฉัน..."
"ลังเลแบบนี้ ผมว่าช่างมันเถอะ เรื่องนี้ผมคงช่วยคุณไม่ได้แล้วล่ะ ไปละ!"
"เดี๋ยวก่อน! ฉัน...ฉันจะแก้แค้นให้แม่ ขอร้องให้คุณช่วยฉันด้วย! แต่ขอให้ฉันถามเรื่องราวให้กระจ่างก่อนได้ไหมคะ?"
"ถามไปเถอะ ขอแค่อย่าร้องไห้ก็พอ ไม่แน่ว่าเรื่องที่คุณถูกแม่ลูกเจียงอิ้งหรงวางแผนจัดการ เขาก็อาจจะรู้เห็นเป็นใจด้วย หรือบางทีอาจจะเป็นความตั้งใจของเขามาตั้งแต่แรกแล้วก็ได้!"
"เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง? ยังไงฉันก็เป็นลูกสาวเขานะ..."
"คุณดูสีหน้าท่าทางของพ่อบ้านหวังคนนั้นสิ เขาเห็นคุณกลับมาจากข้างนอก มีท่าทีตกใจมากหรือเปล่าล่ะ?"
"คุณกำลังจะบอกว่าพ่อบ้านหวังก็รู้เรื่องทุกอย่างมาตั้งแต่แรกแล้วงั้นเหรอ?"