- หน้าแรก
- ปลูกพืช เลี้ยงปีศาจ ฝึกวิชาเซียน สู่เส้นทางแห่งอมตะ
- บทที่ 1118 การแจกจ่ายยาเม็ด
บทที่ 1118 การแจกจ่ายยาเม็ด
บทที่ 1118 การแจกจ่ายยาเม็ด
“ฟ่านเทียนหมิงใช้เวลาหลายพันปีกว่าจะฝึกจากขั้นหลอมรวมระดับหนึ่งมาถึงหลอมรวมระดับเจ็ดในตอนนี้” เฉินโม่มองดูยาเม็ดตรงหน้าทีละเม็ดก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
“แต่พวกเรากลับใช้เวลาเพียงแค่ยี่สิบปี หรือแม้แต่สิบปีก็สามารถบรรลุหลอมรวมระดับเจ็ดหรือแปดได้แล้ว”
เถียนซูฉินก็เสริมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ใช่แล้ว โลกนี้ไม่ใช่โลกที่ตัดสินด้วยพรสวรรค์ แต่เป็นโลกที่แข่งกันด้วยทรัพยากร!”
“แน่นอน แต่พรสวรรค์ก็ยังสำคัญอยู่ดี” อีกฝ่ายราวกับได้เตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าพลันพูดต่อทันที “ถ้าไม่มีพรสวรรค์หนงเทียนจ้งก็คงไม่มีทางเพาะปลูกข้าวหยวนกู่ได้หรอก”
เฉินโม่พยักหน้าเบาๆ
“ตอนนี้ความกดดันก็อยู่ที่พวกเราแล้วล่ะ ว่าจะสามารถเพาะปลูกข้าววิญญาณระดับหกที่ไม่ต้องใช้กลิ่นอายเซียนได้หรือไม่ นั่นแหละคือกุญแจสำคัญจริงๆ”
เถียนซูฉินยิ้มบางๆ
“นั่นไม่ใช่เรื่องที่ข้าจะใส่ใจแล้ว”
ขณะพูดเฉินโม่ก็หยิบยาเม็ดจำนวนสิบเม็ดจากทั้งหมดเก้าสิบแปดเม็ดส่งให้นาง
“รับไปเถอะ เจ้าบรรลุระดับสูงขึ้นเท่าใดอัตราความสำเร็จในการปรุงยาก็จะสูงขึ้นตาม อีกหน่อยอาจต้องให้เจ้าคิดค้นยาเม็ดใหม่อีกก็ได้”
“พูดแล้วนะ ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่เกรงใจล่ะ”
“ส่วนที่เหลือข้ายังมีเรื่องอื่นต้องใช้” เฉินโม่กล่าวเสริม
“ถ้าดูจากความคืบหน้านี้ประมาณครึ่งปีข้างหน้าจะมีวัตถุดิบชุดที่สองส่งมาถึง พวกเจ้าควรเร่งฝึกตนให้มากขึ้นในช่วงนี้”
“จะมีเวลาไหนให้ฝึกตนกันล่ะ? ศิษย์หอปรุงยาทุกคนตาแทบถลนออกมาเป็นเลือดอยู่แล้ว!”
“ลำบากกันมาก”
“พูดแค่ลำบากมันจะพออะไร...”
เถียนซูฉินยังพูดไม่จบ เงาร่างของเจ้าสำนักที่อยู่ตรงหน้าก็หายไปโดยไม่ทันให้ตั้งตัว
นางมองไปยังลานกว้างว่างเปล่าไม่เพียงไม่โกรธ แต่กลับยิ้มออกมาด้วยความเข้าใจ
ขณะที่นางกำลังจะหันหลังกลับเด็กหนุ่มในชุดคลุมยาวสีทองคนหนึ่งก็พูดขึ้นว่า
“ท่านเจ้าหออุตส่าห์ปรุงยาเกือบร้อยเม็ด แต่เจ้าสำนักกลับให้ท่านแค่สิบเม็ดเองหรือ!”
ยังไม่ทันที่เถียนซูฉินจะได้ตอบ ชายวัยกลางคนข้างกายก็ตีหน้าขรึมเอ่ยเสียงหนักว่า
“เจ้ารู้ไหมว่าในสำนักเซียนมีคนอยู่กี่คน? แล้วในหอปรุงยามีอยู่กี่คนกัน?”
“แต่ยาเม็ดนี่ท่านเจ้าหอเป็นคนปรุงนะ!” เด็กหนุ่มยังคงไม่พอใจ
ในความคิดของเขาอย่างน้อยก็ควรให้สามส่วนหรือไม่ก็ครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ!
“เสี่ยวฟาน เจ้าเข้าใจผิดแล้ว” เถียนซูฉินเดินเข้ามาหาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าถามเจ้า ตอนนี้ในแคว้นอู๋ฉือมีใครนอกจากพวกเราที่สามารถปรุงยาหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณได้อีกบ้าง?”
หยางเสี่ยวฟานตอบโดยไม่ลังเล
“แน่นอนว่าไม่มีใครอีกแล้ว!”
“ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ?”
“ก็ไม่มีใครมีฝีมือเท่าท่านเจ้าหอนี่นา!”
“เจ้าคิดผิดแล้ว” เถียนซูฉินส่ายหน้า
“พรสวรรค์ด้านการปรุงยาของข้า ถ้านับเฉพาะในแคว้นอู๋ฉือก็แค่พอใช้ได้เท่านั้น สูงกว่าค่าเฉลี่ยขึ้นมานิดหน่อย อย่างมากก็แค่ติดอันดับต้นๆ แต่ยังห่างจากระดับสุดยอดอยู่มาก และจริงๆแล้วพรสวรรค์ของพวกเจ้าในหอนี้ส่วนใหญ่ยังสูงกว่าข้าเสียอีก”
“เป็นไปไม่ได้!”
“เหตุผลที่เจ้ารู้สึกว่าข้ามีฝีมือสูงมากมันง่ายนิดเดียว”
หยางเสี่ยวฟานตั้งใจฟังอย่างเต็มที่
“เพราะข้ามีข้อได้เปรียบที่คนอื่นไม่มี”
“ข้อได้เปรียบ? ข้อได้เปรียบอะไร?”
“จิตใจ”
“หา?”
“ข้าไม่เคยต้องกังวลว่าจะล้มเหลวในการปรุงยา ข้าเพียงแค่ตั้งใจและลงมือปรุงอย่างไม่หยุดหย่อน เพิ่มพูนความชำนาญซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต่างจากพวกปรุงยาคนอื่นที่ต้องระวังแทบทุกขั้นตอนกลัวว่าจะล้มเหลวแม้แต่ครั้งเดียว” เถียนซูฉินยิ้ม
“และเจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงมีข้อได้เปรียบเช่นนี้?”
หยางเสี่ยวฟานไม่ตอบ
แต่เขารู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้ว
“ข้าถามเจ้าต่อ หากไม่ใช่เพราะเจ้าสำนักเสี่ยงชีวิตกำจัดภัยพิบัติของสำนักเสินหนง เจ้าคิดว่าเราจะมีโอกาสได้สัมผัสกับข้าวหยวนกู่หรือยาหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณหรือไม่?”
หยางเสี่ยวฟานยังคงเงียบ
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่ารากฐานของสำนักมั่วไถทั้งมวลอยู่ที่เจ้าสำนักและผู้ปลูกวิญญาณ!
“ไปฝึกตนต่อเถอะ ยาหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเจ้าบรรลุหลอมรวมแล้วเท่านั้น”
“ขอรับ ท่านเจ้าหอ!”
.....
เฉินโม่ไม่รู้เลยว่าในหอปรุงยากำลังเกิดเรื่องวุ่นวายเล็กน้อยขึ้น
เวลานี้เขาพกยาหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณระดับหกจำนวน 86 เม็ดตรงไปยังที่พำนักของซ่งหยุนซี
แม้ว่าเขาจะมีคนมากมายที่สามารถมอบยาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นปีศาจงู, โตว, อี้ถิงเซิง, หรือเนี่ยหยวนจือ ท้ายที่สุดแล้วเขากลับเลือกมาหาพี่ใหญ่คนนี้ก่อนเป็นคนแรก
นับตั้งแต่ชื่อของเฉิงหนานปรากฏขึ้นซ่งหยุนซีก็มีท่าทางหม่นหมองอยู่ตลอด
แทบทุกช่วงเวลาของเขาหมดไปกับการทำความเข้าใจกับคัมภีร์《วิชาสลายร่างเทพมาร》ที่อยู่ในมือของอี้ถิงเซิง ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินโม่ร้องขอไว้เขาคงออกเดินทางไปหาเฉิงหนานตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
เมื่อได้พบเฉินโม่อีกครั้งซ่งหยุนซีถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เป็นอะไรไป?”
“ไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจเลยจริงๆ”
“ในเมื่อเฉิงหนานเคยพูดถึงคำว่า ‘บรรลุขั้นกลมกลืน’ ก็แสดงว่ายังมีความเป็นไปได้ ดังนั้นยังไม่ต้องรีบร้อนนักหรอก”
“เฮ้อ” เขาส่ายศีรษะเบือนไปจากคำปลอบโยนของอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด
“รับไว้เถอะ”
เฉินโม่ยื่นขวดเซรามิกหลายขวดไปให้อีกฝ่ายรับไว้โดยไม่ลังเล
“นี่คืออะไร?”
“ลองเปิดดูสิ”
ซ่งหยุนซีเปิดฝาขวดทันที กลิ่นหอมของยาก็ลอยออกมาทันใด
เขาเทยาออกมาหนึ่งเม็ดแล้วพินิจพิจารณา แต่ดูเท่าไหร่ก็ไม่คุ้นตา
“นี่คือยาอะไร?”
“คือสิ่งที่ข้าเคยสัญญาไว้กับพี่ใหญ่”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น คิ้วของซ่งหยุนซีขมวดเข้าหากัน เขาเงยหน้าขึ้นมองเฉินโม่ด้วยความตกใจ
“ยาเม็ดขั้นหก?”
เมื่อเห็นเฉินโม่พยักหน้าเขาจึงพูดต่อ
“เจ้าปรุงมันสำเร็จแล้วจริงหรือ?”
“เถียนซูฉินถึงกับขอยืมคัมภีร์ตะวันมหาดาวไปจากพี่ใหญ่ พี่ใหญ่คิดว่าอย่างไรล่ะ?”
อีกฝ่ายสูดลมหายใจเข้าลึก
ก่อนจะเดินถือยาเม็ดหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณวนไปในห้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงหยุดลงตรงหน้าเฉินโม่
“สมแล้วที่เป็นเจ้า!”
“ข้ารู้ว่าพี่ใหญ่เริ่มทนไม่ไหวแล้ว ยาเม็ดสิบเม็ดนี้น่าจะเพียงพอให้พี่ใหญ่ฝึกไปถึงขั้นหลอมรวมระดับสาม การกลืนกินทั้งหมดน่าจะใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งปี เมื่อมีมันก็จะถือว่าพี่ใหญ่มีความสามารถในการป้องกันตัวเพิ่มขึ้นอีกขั้น”
“น้องเฉิน!” ซ่งหยุนซีเข้าใจดีว่ายานี้มีค่ามากเพียงใด
“ตอนนี้สำนักมั่วไถกำลังรวบรวมพลัง เจ้าน่าจะเก็บยาไว้ให้คนอื่นดีกว่า ข้ายังไม่จำเป็น”
แต่เฉินโม่กลับเพียงยิ้มเบาๆ
“พี่ใหญ่คิดว่าข้ายังจะขาดยาอีกหรือ?”
อีกฝ่ายชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะอย่างขมขื่น
“งั้นก็ได้ ข้าจะรับไว้ก็แล้วกัน”
“คิดจะออกเดินทางเมื่อไหร่?”
“เมื่อไหร่ก็ได้ ข้าสามารถไปมาได้ตลอดอยู่แล้ว”
“ดี ถ้าอย่างนั้นหากมีโอกาสช่วยสอดส่องเรื่อง ‘รอยแยก’ ให้ข้าด้วย”
“รอยแยกหรือ?” ซ่งหยุนซีขมวดคิ้วสงสัย
“ก่อนหน้านี้หยุนหยาเคยมาหาข้า ตั้งแต่ที่พวกเขาส่งคนไปยึดรอยแยกก็เกิดความวุ่นวายขึ้นหลายครั้ง ดูท่าที่นั่นจะไม่สงบเรียบร้อยนัก” เฉินโม่อธิบาย
“อีกอย่าง ผู้อาวุโสฉีเฉินก็ยังอยู่ระหว่างการหาทางไปยังแผ่นดินใต้ ยังไม่รู้เลยว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ ดังนั้นหากพี่ใหญ่ได้ข้อมูลจากลำน้ำสายอื่นๆก็บอกข้าบ้าง”
อีกฝ่ายพยักหน้ารับ
“ตกลง”
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะไม่ไปส่งแล้ว”
“ไม่ต้องหรอก” ซ่งหยุนซีส่ายหัวเบาๆ
“ขอบใจมากนะ น้องชาย!”
พูดจบร่างของเขาก็ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกดำหนาทึบ แล้วพลันหายตัวไปต่อหน้าต่อตาเฉินโม่ในพริบตา
พลังลึกลับและแข็งแกร่งแห่ง《วิชาสลายร่างเทพมาร》!
(จบบท)