เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1094 คาดเดาซึ่งกันและกัน

บทที่ 1094 คาดเดาซึ่งกันและกัน

บทที่ 1094 คาดเดาซึ่งกันและกัน 


หากจะกล่าวว่าครึ่งประโยคแรกทำให้ หนงซิ่วหยวนรู้สึกทั้งขุ่นเคืองและโกรธเกรี้ยว ครึ่งหลังของประโยคนั้นก็ทำให้เขาตกตะลึงจนถึงที่สุด!

“เจ้าไม่ได้ฟังผิดหรอก เขาสามารถเรียกสายฟ้าด่านเคราะห์ได้ทุกที่ทุกเวลา!” หลัวจิ่วจงย้ำประโยคเดิมอีกครั้ง

“เพราะงั้นเราต้องหาทางจับเขาให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม หากปล่อยให้เขาเติบโตต่อไปพวกเราทุกคนจะต้องตายแน่นอน”

“เจ้าอยากให้เขาเป็นฝ่ายลงมือก่อนหรือ?”

หนงซิ่วหยวนแม้ในใจจะปั่นป่วนรุนแรง แต่ก็ยังพยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ได้เล็กน้อย

กลับเป็นหลัวซาซาที่อยู่ข้างๆเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเสียดสี

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ? บอกเรื่องนี้กับเจ้ามีประโยชน์ตรงไหน?”

น้ำเสียงและสีหน้าของนางคล้ายกับหนงซิ่วหยวนอย่างประหลาด

ดูเหมือนว่าทุกร่างแยกที่รู้ตัวว่าตนเป็นร่างแยกจะเผยอารมณ์แบบนี้ออกมาทั้งสิ้น

หนงซิ่วหยวนไม่ได้ตอบตกลงทันที หากแต่เงียบคิดอยู่พักหนึ่งจึงย้ำถามอีกครั้งว่า

“แน่ใจหรือว่ากงเอ๋อหงอวี่ตายแล้วจริงๆ?”

หลัวซาซาหัวเราะเบาๆแล้วกล่าว

“ไม่งั้นจะเป็นอะไรล่ะ? ไม่นึกเลยว่าหวงอวี้จะมีความสัมพันธ์กับเฉินโม่แน่นแฟ้นขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะถูกควบคุมและแย่งชิงร่างผ่านวิชาฝึกคู่จะรู้เรื่องพวกนั้นได้อย่างไร?”

นางใช้เวลาราวหนึ่งชั่วยามเล่าเรื่องราวที่อยู่ในความทรงจำของหวงอวี้ออกมาตามลำดับเวลา

หนงซิ่วหยวนก็ไม่ได้เร่งรัดแต่อย่างใด

เมื่อเทียบกับการจับเป็นเฉินโม่แล้วเรื่องที่ว่ากงเอ๋อหงอวี่ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่สำคัญยิ่งกว่า

หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจากหลัวซาซา ผู้นำแห่งสำนักเสินหนงคนปัจจุบันก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ไม่นึกเลยว่าเนี่ยหยวนจือจะเป็นคนมีฝีมือถึงเพียงนี้! แค่เศษเสี้ยวเบาะแสก็คิดแผนหลอกคนทั้งแคว้นอู๋ฉือได้!”

“ขอร้องให้ท่านหนงช่วยออกมือเถอะ” หลัวจิ่วจงกล่าวขึ้น

“ตอนนี้เฉินโม่อยู่ที่ไหน?” หนงซิ่วหยวนถาม

หลัวซาซายิ้มเย้ายวนกล่าวอย่างมั่นใจ

“เขาคิดว่าใช้วิชาหลบหนีแล้วจะหนีไปได้หรือ? แค่เขาตัดสินใจพาหวงอวี้ไปด้วยข้าก็จับทิศทางของพวกเขาได้หมดแล้ว”

“ที่ไหน?”

“แน่นอนว่าคือเมืองหยินเย่วแห่งผิงตูโจว”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องรีบร้อนอะไร เราส่งคนไปแล้ว สองคนที่ไปน่าจะถึงแล้วตอนนี้” หนงซิ่วหยวนกล่าวต่อ

“ไม่ได้! ถ้าให้คนอื่นลงมืออาจพลั้งมือฆ่าเขาได้! ตอนนี้สิ่งที่เราต้องการคือเฉินโม่ที่ยังมีชีวิตอยู่!”

หลัวจิ่วจงไม่ต้องการให้เขาตาย

เพราะแค่ความสามารถในการเรียกสายฟ้า์ด่านเคราะห์ได้ตามใจก็เพียงพอจะเปลี่ยนแปลงสมดุลของทวีปฝึกตนนี้โดยสิ้นเชิงแล้ว

หนงซิ่วหยวนลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบว่า

“ก็ได้!”

อารมณ์นั้น ความไม่พอใจแบบนั้น ราวกับถอดแบบมาจากหลัวซาซาไม่มีผิด!

ผิงตูโจว

เมืองหยินเย่ว

เฉินโม่พาฮวางฝู่หยวน หวงอวี้ และคนอื่นๆรีบเดินทางกลับสู่ศูนย์กลางของสำนัก

ในขณะเดียวกันเขาก็ใช้คำสั่งค่ายกลส่งตัวฉุกเฉินในฐานะเจ้าสำนักส่งศิษย์ระดับกลางขึ้นไปทั้งหมดไปยังแคว้นไห่ผิงโจว

ขณะนั้นเองเนี่ยหยวนจือที่ประจำอยู่ที่ศูนย์กลางของสำนัก ได้กลิ่นไอของภัยคุกคาม แต่เขาก็ไม่ได้รีบร้อนจะจากไป กลับทำตามคำสั่งของเฉินโม่อย่างเคร่งครัดจัดการย้ายกำลังคนให้เสร็จภายในเวลาสั้นที่สุดพลางรอคอยการเปิดเผยความจริง

ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม

เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสสำคัญของสำนักมั่วไถก็ย้ายออกไปได้หมดแล้ว

แต่เฉินโม่ยังไม่ได้รู้สึกโล่งใจแต่อย่างใด หน้าผากยังคงขมวดแน่น

“ท่านเจ้าสำนัก เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เนี่ยหยวนจือถามด้วยความเป็นห่วง

“เขาอาจถูกควบคุมอยู่” เฉินโม่มองไปที่หวงอวี้ที่ยังสลบไสลแล้วกล่าวต่อ

“หลัวจิ่วจงน่าจะใช้วิธีบางอย่างครอบครองความทรงจำของเขา นั่นจึงเป็นเหตุให้เขาลงมือกับข้าทันทีโดยไม่มีสัญญาณเตือน ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินหู่และอีกสองคนพึ่งพาพลังของเจ้าเต่าเพื่อยับยั้งเขาไว้ข้าคงหนีออกมาไม่ได้”

“ว่าแล้วเชียว! หลัวจิ่วจงนี่มันคนเจ้าเล่ห์โดยแท้” เนี่ยหยวนจือสบถในใจอย่างไม่พอใจ

ความเป็นไปได้นี้เขาเคยคาดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

สิ่งเดียวที่คาดไม่ถึงก็คือฝ่ายนั้นถึงขั้นใช้ลูกสาวของตัวเองในการควบคุมเป้าหมาย

“ถ้าเป็นแบบนี้พวกมันก็คงรู้อะไรเกี่ยวกับ ‘ยันต์สะสมสายฟ้าแห่งการเกิด’ ด้วยใช่หรือไม่?” เนี่ยหยวนจือนึกขึ้นได้กะทันหัน

เฉินโม่พยักหน้าเล็กน้อย

“ถ้าเป็นแค่ยันต์สะสมสายฟ้าข้ายังพอรับมือไหว ด้วยพลังของพวกเราในตอนนี้ต่อให้หลัวจิ่วจงลงมือเองก็ไม่มีทางได้ประโยชน์ใดๆจากเรา แต่สิ่งที่ข้ากังวลมากกว่าคือหนงเทียนจ้งที่กงเอ๋อหงอวี่เคยพูดถึงต่างหาก”

“เขาหรือ? แล้วเขาจะมายุ่งทำไม?” เนี่ยหยวนจือแสดงความงุนงง

ใช่แล้ว!

ทำไมสำนักเสินหนงถึงต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย?

นี่ก็เป็นสิ่งที่เฉินโม่ครุ่นคิดมาตลอดระหว่างการหลบหนี

แม้ดูผิวเผินแล้วหนงซิ่วหยวนและหลัวจิ่วจงจะดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน แต่จากข้อมูลที่ได้จากหวงอวี้ เฉินโม่ก็รู้ว่าแม้หลัวจิ่วจงจะไม่ต้องการขอความช่วยเหลือจากสำนักเสินหนง หนงซิ่วหยวนก็ยังปรากฏตัวขึ้นอยู่ดี เรื่องนี้แสดงว่าทั้งสองอาจไม่ได้เป็นคนแปลกหน้ากันอย่างที่แสดงออก

“ถ้าหลัวจิ่วจงคือเจ้าคนเจ้าเล่ห์ที่เจ้าพูดถึง เจ้าคิดว่าเขาจะทำอะไร?” เฉินโม่ถามย้อนกลับอย่างไม่คาดฝัน

เนี่ยหยวนจือขมวดคิ้ว

สมองเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว

ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมา เขาก็เงยหน้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน ราวกับคิดถึงสิ่งที่เหลือเชื่อได้ข้อหนึ่ง

“ใช่! ถ้าหลัวจิ่วจงมันเจ้าเล่ห์ขนาดนั้น มันไม่มีทางที่ทุกอย่างจะเรียบง่ายอย่างที่แสดงออกมา ในฐานะผู้ฝึกตนขั้นหลอมรวมอันดับหนึ่ง แทนที่จะออกหน้าบีบสำนักเสินหนงโดยตรง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าสำนักมีพืชวิญญาณระดับหกที่ช่วยผู้ฝึกตนขั้นหลอมรวมได้ เขากลับไม่เคยใช้อำนาจของตัวเองกดดันเลยสักครั้ง…”

เฉินโม่สูดลมหายใจลึก

“แสดงว่าเขารู้เรื่องภายในของสำนักเสินหนงตั้งแต่ต้นแล้ว”

“ถูกต้อง! ข้าถึงกับนึกถึงความเป็นไปได้หนึ่งที่ทั้งบ้าคลั่งและเหลือเชื่อ!”

“หืม?”

“หลัวซาซาอาจจะไม่ใช่ลูกสาวของเขาเลยก็ได้!”

คำพูดนี้ทำให้เฉินโม่ถึงกับสะดุ้งหนาว

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกขนลุก

แม้จะดูเหมือนเพ้อเจ้อ แต่หากวิเคราะห์ให้ถี่ถ้วนแล้วก็มีความเป็นไปได้สูง!

ในเมื่อหลัวจิ่วจงต้องการแย่งชิงร่างของหวงอวี้อย่างแท้จริง วิธีที่ดีที่สุดก็คือการใช้ “วิชาฝึกคู่” ในการควบคุมร่าง

ประกอบกับเขารู้เรื่องภายในของสำนักเสินหนงอย่างละเอียด

แน่นอนว่าย่อมรู้เรื่องเกี่ยวกับ “ไม้แปลงร่างโบราณ” และการได้มาของ “ผลแปลงร่าง” ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

เฉินโม่คิดถึงจุดนี้ก็พลันเหงื่อเย็นไหลทั่วตัวรีบกล่าวอย่างเคร่งเครียด

“อยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้ว! เราต้องรีบไป!”

พูดจบก็ไม่สนใจว่าเนี่ยหยวนจือจะกำลังครุ่นคิดอยู่หรือไม่ เขาอุ้มร่างที่หมดสติของหวงอวี้แล้วพุ่งเข้าไปในค่ายกลส่งตัวทันที

เพียงชั่วครู่แสงสีขาวสว่างวาบแล้วจางหายไป

เมื่อพวกเขามาถึงเกาะแห่งหนึ่งในแคว้นไห่ผิงโจวเนี่ยหยวนจือจึงถามขึ้นว่า

“ท่านเจ้าสำนัก เกิดอะไรขึ้น?”

“ถ้าหลัวจิ่วจงรู้ความลับของข้าก็เท่ากับว่าความทรงจำของหวงอวี้อาจถูกตรวจสอบไปแล้ว และก่อนหน้านี้เขาเคยพูดว่า ‘เรื่องที่กงเอ๋อหงอวี่ยังมีชีวิตอยู่อาจหลอกคนอื่นได้ แต่เพราะเขาอยู่ในสำนักมั่วไถมานานแถมยังคุ้นเคยกับเจ้าจึงเดาว่าเป็นแผนที่เจ้าคิดขึ้น’”

เนี่ยหยวนจือขมวดคิ้วแน่นเหงื่อเย็นผุดออกมา

“ถ้าพวกมันรู้ว่ากงเอ๋อหงอวี่ไม่มีตัวตนจริงๆ...นั่นก็แปลว่า แผนของเราถูกเปิดโปงแล้ว? สำนักเสินหนงจะลงมือกับพวกเราแล้วงั้นหรือ?”

(จบบท)

**ขออภัยทุกท่านที่หายไปนาย พอดีภรรยาคลอดลูกคนแรกจึงไม่มีเวลาแจ้งต้องโฟกัสไปที่ลูกและภรรยาก่อน ตอนนี้ทุกอย่างโอเคแล้วและจะกลับมาลงแปลปกติ**

**สวัสดีปีใหม่ไทยทุกท่าน**

จบบทที่ บทที่ 1094 คาดเดาซึ่งกันและกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว