- หน้าแรก
- ปลูกพืช เลี้ยงปีศาจ ฝึกวิชาเซียน สู่เส้นทางแห่งอมตะ
- บทที่ 1094 คาดเดาซึ่งกันและกัน
บทที่ 1094 คาดเดาซึ่งกันและกัน
บทที่ 1094 คาดเดาซึ่งกันและกัน
หากจะกล่าวว่าครึ่งประโยคแรกทำให้ หนงซิ่วหยวนรู้สึกทั้งขุ่นเคืองและโกรธเกรี้ยว ครึ่งหลังของประโยคนั้นก็ทำให้เขาตกตะลึงจนถึงที่สุด!
“เจ้าไม่ได้ฟังผิดหรอก เขาสามารถเรียกสายฟ้าด่านเคราะห์ได้ทุกที่ทุกเวลา!” หลัวจิ่วจงย้ำประโยคเดิมอีกครั้ง
“เพราะงั้นเราต้องหาทางจับเขาให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม หากปล่อยให้เขาเติบโตต่อไปพวกเราทุกคนจะต้องตายแน่นอน”
“เจ้าอยากให้เขาเป็นฝ่ายลงมือก่อนหรือ?”
หนงซิ่วหยวนแม้ในใจจะปั่นป่วนรุนแรง แต่ก็ยังพยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ได้เล็กน้อย
กลับเป็นหลัวซาซาที่อยู่ข้างๆเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเสียดสี
“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ? บอกเรื่องนี้กับเจ้ามีประโยชน์ตรงไหน?”
น้ำเสียงและสีหน้าของนางคล้ายกับหนงซิ่วหยวนอย่างประหลาด
ดูเหมือนว่าทุกร่างแยกที่รู้ตัวว่าตนเป็นร่างแยกจะเผยอารมณ์แบบนี้ออกมาทั้งสิ้น
หนงซิ่วหยวนไม่ได้ตอบตกลงทันที หากแต่เงียบคิดอยู่พักหนึ่งจึงย้ำถามอีกครั้งว่า
“แน่ใจหรือว่ากงเอ๋อหงอวี่ตายแล้วจริงๆ?”
หลัวซาซาหัวเราะเบาๆแล้วกล่าว
“ไม่งั้นจะเป็นอะไรล่ะ? ไม่นึกเลยว่าหวงอวี้จะมีความสัมพันธ์กับเฉินโม่แน่นแฟ้นขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะถูกควบคุมและแย่งชิงร่างผ่านวิชาฝึกคู่จะรู้เรื่องพวกนั้นได้อย่างไร?”
นางใช้เวลาราวหนึ่งชั่วยามเล่าเรื่องราวที่อยู่ในความทรงจำของหวงอวี้ออกมาตามลำดับเวลา
หนงซิ่วหยวนก็ไม่ได้เร่งรัดแต่อย่างใด
เมื่อเทียบกับการจับเป็นเฉินโม่แล้วเรื่องที่ว่ากงเอ๋อหงอวี่ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่สำคัญยิ่งกว่า
หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจากหลัวซาซา ผู้นำแห่งสำนักเสินหนงคนปัจจุบันก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ไม่นึกเลยว่าเนี่ยหยวนจือจะเป็นคนมีฝีมือถึงเพียงนี้! แค่เศษเสี้ยวเบาะแสก็คิดแผนหลอกคนทั้งแคว้นอู๋ฉือได้!”
“ขอร้องให้ท่านหนงช่วยออกมือเถอะ” หลัวจิ่วจงกล่าวขึ้น
“ตอนนี้เฉินโม่อยู่ที่ไหน?” หนงซิ่วหยวนถาม
หลัวซาซายิ้มเย้ายวนกล่าวอย่างมั่นใจ
“เขาคิดว่าใช้วิชาหลบหนีแล้วจะหนีไปได้หรือ? แค่เขาตัดสินใจพาหวงอวี้ไปด้วยข้าก็จับทิศทางของพวกเขาได้หมดแล้ว”
“ที่ไหน?”
“แน่นอนว่าคือเมืองหยินเย่วแห่งผิงตูโจว”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องรีบร้อนอะไร เราส่งคนไปแล้ว สองคนที่ไปน่าจะถึงแล้วตอนนี้” หนงซิ่วหยวนกล่าวต่อ
“ไม่ได้! ถ้าให้คนอื่นลงมืออาจพลั้งมือฆ่าเขาได้! ตอนนี้สิ่งที่เราต้องการคือเฉินโม่ที่ยังมีชีวิตอยู่!”
หลัวจิ่วจงไม่ต้องการให้เขาตาย
เพราะแค่ความสามารถในการเรียกสายฟ้า์ด่านเคราะห์ได้ตามใจก็เพียงพอจะเปลี่ยนแปลงสมดุลของทวีปฝึกตนนี้โดยสิ้นเชิงแล้ว
หนงซิ่วหยวนลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบว่า
“ก็ได้!”
อารมณ์นั้น ความไม่พอใจแบบนั้น ราวกับถอดแบบมาจากหลัวซาซาไม่มีผิด!
…
ผิงตูโจว
เมืองหยินเย่ว
เฉินโม่พาฮวางฝู่หยวน หวงอวี้ และคนอื่นๆรีบเดินทางกลับสู่ศูนย์กลางของสำนัก
ในขณะเดียวกันเขาก็ใช้คำสั่งค่ายกลส่งตัวฉุกเฉินในฐานะเจ้าสำนักส่งศิษย์ระดับกลางขึ้นไปทั้งหมดไปยังแคว้นไห่ผิงโจว
ขณะนั้นเองเนี่ยหยวนจือที่ประจำอยู่ที่ศูนย์กลางของสำนัก ได้กลิ่นไอของภัยคุกคาม แต่เขาก็ไม่ได้รีบร้อนจะจากไป กลับทำตามคำสั่งของเฉินโม่อย่างเคร่งครัดจัดการย้ายกำลังคนให้เสร็จภายในเวลาสั้นที่สุดพลางรอคอยการเปิดเผยความจริง
ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม
เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสสำคัญของสำนักมั่วไถก็ย้ายออกไปได้หมดแล้ว
แต่เฉินโม่ยังไม่ได้รู้สึกโล่งใจแต่อย่างใด หน้าผากยังคงขมวดแน่น
“ท่านเจ้าสำนัก เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เนี่ยหยวนจือถามด้วยความเป็นห่วง
“เขาอาจถูกควบคุมอยู่” เฉินโม่มองไปที่หวงอวี้ที่ยังสลบไสลแล้วกล่าวต่อ
“หลัวจิ่วจงน่าจะใช้วิธีบางอย่างครอบครองความทรงจำของเขา นั่นจึงเป็นเหตุให้เขาลงมือกับข้าทันทีโดยไม่มีสัญญาณเตือน ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินหู่และอีกสองคนพึ่งพาพลังของเจ้าเต่าเพื่อยับยั้งเขาไว้ข้าคงหนีออกมาไม่ได้”
“ว่าแล้วเชียว! หลัวจิ่วจงนี่มันคนเจ้าเล่ห์โดยแท้” เนี่ยหยวนจือสบถในใจอย่างไม่พอใจ
ความเป็นไปได้นี้เขาเคยคาดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
สิ่งเดียวที่คาดไม่ถึงก็คือฝ่ายนั้นถึงขั้นใช้ลูกสาวของตัวเองในการควบคุมเป้าหมาย
“ถ้าเป็นแบบนี้พวกมันก็คงรู้อะไรเกี่ยวกับ ‘ยันต์สะสมสายฟ้าแห่งการเกิด’ ด้วยใช่หรือไม่?” เนี่ยหยวนจือนึกขึ้นได้กะทันหัน
เฉินโม่พยักหน้าเล็กน้อย
“ถ้าเป็นแค่ยันต์สะสมสายฟ้าข้ายังพอรับมือไหว ด้วยพลังของพวกเราในตอนนี้ต่อให้หลัวจิ่วจงลงมือเองก็ไม่มีทางได้ประโยชน์ใดๆจากเรา แต่สิ่งที่ข้ากังวลมากกว่าคือหนงเทียนจ้งที่กงเอ๋อหงอวี่เคยพูดถึงต่างหาก”
“เขาหรือ? แล้วเขาจะมายุ่งทำไม?” เนี่ยหยวนจือแสดงความงุนงง
ใช่แล้ว!
ทำไมสำนักเสินหนงถึงต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย?
นี่ก็เป็นสิ่งที่เฉินโม่ครุ่นคิดมาตลอดระหว่างการหลบหนี
แม้ดูผิวเผินแล้วหนงซิ่วหยวนและหลัวจิ่วจงจะดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน แต่จากข้อมูลที่ได้จากหวงอวี้ เฉินโม่ก็รู้ว่าแม้หลัวจิ่วจงจะไม่ต้องการขอความช่วยเหลือจากสำนักเสินหนง หนงซิ่วหยวนก็ยังปรากฏตัวขึ้นอยู่ดี เรื่องนี้แสดงว่าทั้งสองอาจไม่ได้เป็นคนแปลกหน้ากันอย่างที่แสดงออก
“ถ้าหลัวจิ่วจงคือเจ้าคนเจ้าเล่ห์ที่เจ้าพูดถึง เจ้าคิดว่าเขาจะทำอะไร?” เฉินโม่ถามย้อนกลับอย่างไม่คาดฝัน
เนี่ยหยวนจือขมวดคิ้ว
สมองเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว
ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมา เขาก็เงยหน้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน ราวกับคิดถึงสิ่งที่เหลือเชื่อได้ข้อหนึ่ง
“ใช่! ถ้าหลัวจิ่วจงมันเจ้าเล่ห์ขนาดนั้น มันไม่มีทางที่ทุกอย่างจะเรียบง่ายอย่างที่แสดงออกมา ในฐานะผู้ฝึกตนขั้นหลอมรวมอันดับหนึ่ง แทนที่จะออกหน้าบีบสำนักเสินหนงโดยตรง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าสำนักมีพืชวิญญาณระดับหกที่ช่วยผู้ฝึกตนขั้นหลอมรวมได้ เขากลับไม่เคยใช้อำนาจของตัวเองกดดันเลยสักครั้ง…”
เฉินโม่สูดลมหายใจลึก
“แสดงว่าเขารู้เรื่องภายในของสำนักเสินหนงตั้งแต่ต้นแล้ว”
“ถูกต้อง! ข้าถึงกับนึกถึงความเป็นไปได้หนึ่งที่ทั้งบ้าคลั่งและเหลือเชื่อ!”
“หืม?”
“หลัวซาซาอาจจะไม่ใช่ลูกสาวของเขาเลยก็ได้!”
คำพูดนี้ทำให้เฉินโม่ถึงกับสะดุ้งหนาว
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกขนลุก
แม้จะดูเหมือนเพ้อเจ้อ แต่หากวิเคราะห์ให้ถี่ถ้วนแล้วก็มีความเป็นไปได้สูง!
ในเมื่อหลัวจิ่วจงต้องการแย่งชิงร่างของหวงอวี้อย่างแท้จริง วิธีที่ดีที่สุดก็คือการใช้ “วิชาฝึกคู่” ในการควบคุมร่าง
ประกอบกับเขารู้เรื่องภายในของสำนักเสินหนงอย่างละเอียด
แน่นอนว่าย่อมรู้เรื่องเกี่ยวกับ “ไม้แปลงร่างโบราณ” และการได้มาของ “ผลแปลงร่าง” ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
เฉินโม่คิดถึงจุดนี้ก็พลันเหงื่อเย็นไหลทั่วตัวรีบกล่าวอย่างเคร่งเครียด
“อยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้ว! เราต้องรีบไป!”
พูดจบก็ไม่สนใจว่าเนี่ยหยวนจือจะกำลังครุ่นคิดอยู่หรือไม่ เขาอุ้มร่างที่หมดสติของหวงอวี้แล้วพุ่งเข้าไปในค่ายกลส่งตัวทันที
เพียงชั่วครู่แสงสีขาวสว่างวาบแล้วจางหายไป
เมื่อพวกเขามาถึงเกาะแห่งหนึ่งในแคว้นไห่ผิงโจวเนี่ยหยวนจือจึงถามขึ้นว่า
“ท่านเจ้าสำนัก เกิดอะไรขึ้น?”
“ถ้าหลัวจิ่วจงรู้ความลับของข้าก็เท่ากับว่าความทรงจำของหวงอวี้อาจถูกตรวจสอบไปแล้ว และก่อนหน้านี้เขาเคยพูดว่า ‘เรื่องที่กงเอ๋อหงอวี่ยังมีชีวิตอยู่อาจหลอกคนอื่นได้ แต่เพราะเขาอยู่ในสำนักมั่วไถมานานแถมยังคุ้นเคยกับเจ้าจึงเดาว่าเป็นแผนที่เจ้าคิดขึ้น’”
เนี่ยหยวนจือขมวดคิ้วแน่นเหงื่อเย็นผุดออกมา
“ถ้าพวกมันรู้ว่ากงเอ๋อหงอวี่ไม่มีตัวตนจริงๆ...นั่นก็แปลว่า แผนของเราถูกเปิดโปงแล้ว? สำนักเสินหนงจะลงมือกับพวกเราแล้วงั้นหรือ?”
(จบบท)
**ขออภัยทุกท่านที่หายไปนาย พอดีภรรยาคลอดลูกคนแรกจึงไม่มีเวลาแจ้งต้องโฟกัสไปที่ลูกและภรรยาก่อน ตอนนี้ทุกอย่างโอเคแล้วและจะกลับมาลงแปลปกติ**
**สวัสดีปีใหม่ไทยทุกท่าน**