เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1082 ความวุ่นวายภายใน

บทที่ 1082 ความวุ่นวายภายใน

บทที่ 1082 ความวุ่นวายภายใน 


แทบจะเป็นเพียงชั่วข้ามคืน ผู้ฝึกตนจำนวนมากถูกบังคับให้เดินทางไปยังรอยแยก

และในจำนวนนั้นผู้ฝึกตนจากจงโจวมีจำนวนมากที่สุด

ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยอยู่ในจงโจวซึ่งถือว่าเป็นถ้ำสวรรค์ในการฝึกตน แต่ตอนนี้กลับต้องเข้าไปยังรอยแยกที่แทบไม่มีพลังวิญญาณและเต็มไปด้วยอันตราย เปรียบเสมือนฟ้ากับดิน

ในช่วงแรกการเคลื่อนที่ของเหล่าผู้ฝึกตนเร่ร่อนไม่ได้ช้า

เพียงไม่กี่วันพวกเขาก็สามารถเคลื่อนที่จากขอบเขตของรอยแยกไปยังส่วนลึกได้

ในระหว่างนี้ก็มีบางคนที่สามารถสร้างผลงานสำเร็จ โดยค้นพบจุดที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนเป็นไร่วิญญาณและได้รับรางวัลตอบแทน แต่ในช่วงหลายหมื่นปีที่ผ่านมา บริเวณรอบๆรอยแยกถูกสำรวจมานับไม่ถ้วนแล้ว จุดที่ยังสามารถพบเจอได้จึงมีเพียงน้อยนิด

แต่เมื่อเดินทางลึกเข้าไปอันตรายก็เริ่มคืบคลานเข้ามา

ซากศพแห้งที่ฟื้นคืนชีพ รวมถึงดวงวิญญาณล่องลอยบนท้องฟ้า ต่างกลายเป็นศัตรูที่คร่าชีวิตผู้ฝึกตน

แม้ว่าผู้ฝึกตนในขั้นทองและขั้นปฐมภูมิจะสามารถต่อกรกับศัตรูได้ถึงสามหรือมากกว่านั้น แต่ก็ไม่อาจต้านทานการโจมตีอันมหาศาลได้ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียอย่างหนัก

อย่างไรก็ตามการเปิดรอยแยกในครั้งนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ฝึกตนเหล่านี้ต้องสละชีวิต

ดังนั้นเฉินโม่จึงอาศัยความร่วมมือจากตระกูลตานไถแห่งซีโจว นำเสนอยันต์เปลี่ยนสายฟ้าและวิธีการวาดยันต์ที่พัฒนาโดยโอวหยางตงชิง

ด้วยยันต์นี้ทำให้ผู้ฝึกตนมีวิธีต่อกรกับซากศพแห้งและดวงวิญญาณล่องลอยได้อย่างแท้จริง

ในระยะเวลาเพียงสิบกว่าวันบริเวณนอยแยกรอบๆจงโจวเกือบทั้งหมดสามารถกำจัดสิ่งมีชีวิตอันตรายออกไปได้ และยังพบจุดที่สามารถเปลี่ยนเป็นไร่วิญญาณได้อีกหลายจุด

หลังจากผ่านการดัดแปลงด้วยค่ายกลของสำนักเทียนกงได้เปิดพื้นที่ไร่วิญญาณเกือบพันไร่ จากโลกมืดมิดไร้แสงกลายเป็นไร่วิญญาณที่มีพื้นที่สูงถึงเกือบร้อยไร่

นอกจากนี้เหล่าผู้ฝึกตนเร่รอนยังได้ค้นพบพืชบางชนิดที่เติบโตอยู่ในรอยแยก

แม้จะไม่ใช่พืชวิญญาณ เพราะไม่สามารถปลูกในพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ และไม่ถือว่าเป็นสมบัติสวรรค์เนื่องจากเป็นพืชที่มีพิษหรือให้ผลลบ

เช่น ดอกกล้วยไม้กัดกระดูก

มันเป็นพืชระดับสามทั้งต้นรวมถึงรากมีสีชมพูอมแดงทั้งหมด

ดอกของมันมีลักษณะสวยงามแปลกตา แต่กลีบดอกสามารถขับน้ำยากัดกร่อนออกมาเมื่อสัมผัสจะทำให้เนื้อเยื่อเน่าเปื่อย

แม้แต่ผู้ฝึกตนในขั้นปฐมภูมิก็ไม่อาจต้านทานได้

ดอกกล้วยไม้กัดกระดูกที่ถูกส่งมาถึงเมืองหลวงนั้นอยู่ในสภาพใกล้ตาย แม้กระนั้นเมื่อยามที่องครักษ์เผลอสัมผัสก็ทำให้แขนข้างหนึ่งเน่าเปื่อยทั้งหมด

หลังจากที่สำนักมั่วไถได้มารับไปก็สามารถปลูกได้สำเร็จในเวลาไม่นาน

ผู้ฝึกตนเร่ร่อนที่นำดอกไม้พิษนี้มาได้รับยาเม็ดบำรุงจิตเป็นรางวัล

ด้วยเหตุนี้ผู้ฝึกตนจำนวนมากขึ้นจึงเข้าร่วมในการเปิดรอยแยก แม้แต่เหล่าศิษย์จากสำนักเซียนขนาดเล็กและกลาง เนื่องจากทรัพยากรที่จำกัดพวกเขาก็หวังจะมีโอกาสได้รับรางวัลจากกษัตริย์เช่นกัน!

ในช่วงหลายสิบวันที่ผ่านมาจงโจวก็ไม่ได้หยุดนิ่ง

หยุนหยาได้ใช้อำนาจของตนกดดันสำนักเสินหนงอยู่ตลอด แต่หนงซิ่วหยวนซึ่งแทบจะไม่สนใจโลกภายนอกกลับไม่สนใจเสียงเรียกร้อง ไม่ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรพวกเขาก็มอบให้ ยกเว้นเพียงพืชวิญญาณระดับหกขึ้นไปเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ภายในสำนักเซียนก็เริ่มเกิดความวุ่นวาย

แม้แต่ผู้อาวุโสในขั้นเปลี่ยนจิตหลายคนก็เริ่มแสดงความไม่พอใจ

"วันนี้ต้องสละสามเมือง พรุ่งนี้ก็อีกสามเมือง สำนักเสินหนงของเรายิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ทำไมต้องยอมก้มหัวให้คนอื่น!"

"หยุนหยาเหยียบย่ำพวกเรามากเกินไปแล้ว! ทำไมต้องเล็งเป้ามาที่สำนักเสินหนงของเรา!"

ทันใดนั้นความโกรธเคืองก็ปะทุขึ้นทั่วทั้งสำนักเซียน

ครั้งหนึ่งสำนักเซียนอันดับหนึ่งที่มีศิษย์นับแสนคน ภายในระยะเวลาเพียงสองปีกลับกลายเป็นเป้าหมายที่ถูกโจมตี ศิษย์จำนวนมากถูกขับไล่ออกไป บางคนถึงขั้นต้องเดินทางไปบนเส้นทางอันตรายเพื่อเอาชีวิตรอด

ทรัพยากรจำนวนมากถูกยอมสละซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งภายในสำนักเซียนเองก็เริ่มบ่นไม่หยุด

หากไม่ใช่เพราะไม่มีพลังเพียงพอจะต่อต้าน เหล่าผู้ฝึกตนคงพุ่งเข้าไปในวังบีบบังคับให้หยุนหยาถอนคำสั่งไปแล้ว

"ทุกท่าน ใจเย็นก่อน" ภายในสำนักเสินหนงก็ยังมีคนที่มีเหตุผลอยู่

"ถ้ามีสิ่งผิดปกติ ต้องมีปีศาจซ่อนอยู่ พวกท่านว่าข่าวลือภายนอกเป็นความจริงหรือไม่?"

ในสำนักเสินหนงมีผู้ฝึกตนในขั้นเปลี่ยนจิตจำนวนมาก ซึ่งแต่ละคนก็มีวงสังคมของตัวเอง

"ผู้อาวุโสข่งกล่าวถึงเขตต้องห้ามใช่หรือไม่?"

"ใช่แล้ว! เราฝึกตนในสำนักเซียนนี้มาหลายร้อยปีก็รู้ดีว่ามีเขตต้องห้ามอยู่ แต่ตลอดมาหลายปีกลับไม่มีโอกาสได้เห็นเลยสักครั้ง"

"ทุกท่าน เจ้าสำนักเพียงบอกเราว่าที่นั่นคือสถานที่สักการะบรรพชน แต่ไม่เคยให้เราเข้าไปเลย"

"พูดแบบนี้มันก็อาจจะเป็นไปได้นะ!"

ทันใดนั้นหัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนไปยังเขตต้องห้ามอย่างเป็นธรรมชาติ

เพราะหากพืชวิญญาณระดับหกมีอยู่จริง ไม่เพียงแต่ผู้ฝึกตนภายนอกจะจ้องหาโอกาส แม้แต่พวกเขาเองก็ยังอยากได้!

ใครบ้างจะไม่อยากพัฒนาตนเองขึ้นไปอีก?

ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะอยู่เพียงขั้นเปลี่ยนจิตยังไม่สามารถเข้าถึงขั้นหลอมรวมได้ แต่ในมุมมองของพวกเขาเมื่อมีพืชวิญญาณระดับหกแล้ววิธีการบรรลุขั้นหลอมรวมย่อมมีอยู่อย่างแน่นอน!

"งั้นเราควรจะลองไปสำรว..."

"ชู่!"

"ตอนนี้อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย!"

"ของที่สำนักเซียนปกปิดมานับพันปีจะให้เปิดเผยง่ายๆได้หรือ? หากเป็นเช่นนั้นเรื่องนี้คงไม่กลายเป็นข่าวลือไปทั่วภายนอกแล้ว!"

บางคนก็ถอนหายใจ

มีทั้งคนที่กล่าวโทษเจ้าสำนักว่าปกปิดแม้แต่คนในสำนักเอง

บางคนก็กล่าวตำหนิหยุนหยาว่าพูดจาเพ้อฝัน ของจากสำนักเสินหนงทำไมต้องเอาไปให้คนอื่น?

บทสนทนาทำนองนี้แทบจะเต็มไปทั่วทั้งสำนักเสินหนงแทบทุกคนกำลังลอบพูดคุยเกี่ยวกับเขตต้องห้าม

พวกเขาต่างอยากรู้ว่าภายในนั้นมีอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าบุกเข้าไป

.....

หนงซิ่วหยวนยังคงมีท่าทีขี้เกียจและไม่สนใจโลกภายนอก

ตั้งแต่รู้ความจริงเขาก็หยุดฝึกตนไปเลย วันๆเอาแต่ดื่มชา ชมดอกไม้ ไม่สนใจเรื่องราวของสำนักเลย

ความกระตือรือร้นเดิมของเขาเลือนหายไปโดยสิ้นเชิง

เมื่อรู้ว่าตนเองเป็นเพียง "หุ่นเชิด" เท่านั้น ยังจะพยายามไปทำไมอีก?

"ท่านเจ้าสำนัก... ภายในสำนัก... วุ่นวายแล้วขอรับ"

ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหวเข้ามารายงาน

หนงซิ่วหยวนค่อยๆลืมตาขึ้นเลิกคิ้วมองคนรายงาน

"วุ่นวาย? วุ่นวายยังไง? ฆ่ากันหรือ?"

ผู้รายงานนิ่งไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ส่ายหัว

"ไม่...ไม่ใช่ขอรับ""

"งั้นก็ยังไม่วุ่นวาย"

"แต่..."

"ไปซะ"

หนงซิ่วหยวนโบกมือไล่คนรายงาน แล้วหลับตาลงอีกครั้งดื่มด่ำกับความรู้สึกของแสงแดดที่ส่องลงมาบนร่าง

เขาพูดกับตัวเองเบาๆ

"มีพวกคนแก่พวกนั้นอยู่แล้ว ข้าเป็นแค่หุ่นเชิดจะไปกังวลทำไม?"

อย่างไรก็ตามหลังจากพูดจบไม่นานก็มีเสียงที่น่ารำคาญดังขึ้นข้างหูเขา

"รีบมาที่เขตต้องห้าม มีเรื่องด่วนต้องปรึกษา"

หนงซิ่วหยวนขมวดคิ้วใบหน้าบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน

แต่สุดท้ายเขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้นอน แล้วเดินไปยังเขตต้องห้ามพลางพึมพำกับตัวเอง

"ทำไมพวกเจ้าไม่ทำกันเองให้จบ?"

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 1082 ความวุ่นวายภายใน

คัดลอกลิงก์แล้ว