- หน้าแรก
- สามีกำมะลอของบอสสาวลุยเดี่ยวสยบอิทธิพลมืด
- บทที่ 77 - ข่าวรายงานมาแล้ว
บทที่ 77 - ข่าวรายงานมาแล้ว
บทที่ 77 - ข่าวรายงานมาแล้ว
บทที่ 77 - ข่าวรายงานมาแล้ว
เฉินเหว่ยหมินแค่นหัวเราะ "สหายหลี่ตง ดูเหมือนคุณจะมั่นใจมากเลยสินะว่าจะได้ย้ายออกจากตำบลหมินจิ้นน่ะ?"
หลี่ตงตอกกลับไปว่า "ผมจะได้ย้ายออกไปหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่ผมเชื่อว่า การที่หลี่ตงอย่างผมทำเพื่อประชาชน พรรคและรัฐบาลจะต้องมองเห็นแน่นอน!"
"อ้อ แล้วก็ท่านนายกเทศมนตรีเฉินก็ไม่ต้องเอาเรื่องคำประเมินในประวัติมาขู่ผมหรอก"
"ขนาดอิทธิพลมืดผมยังไม่กลัว แล้วจะไปกลัวคำขู่ของท่านได้ยังไง?"
"คำประเมินน่ะอยากเขียนอะไรก็เขียนไปเถอะ หลี่ตงอย่างผมไม่ละอายแก่ใจ ถ้ากลัวคำขู่ ผมคงไม่สวมเครื่องแบบตำรวจชุดนี้หรอก!"
"ขอเตือนท่านนายกเทศมนตรีเฉินเป็นครั้งสุดท้ายนะ ตำแหน่งหน้าที่การงานมันก็ดีอยู่หรอก แต่ระวังอย่าให้มันมาบดบังจิตใจที่ดีงามก็แล้วกัน!"
"ถ้าไม่มีคำสั่งอะไรแล้ว ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ!"
พูดจบ หลี่ตงก็ปิดประตูเดินออกไปทันที!
เฉินเหว่ยหมินนั่งอยู่กับที่ หน้าเขียวปัดด้วยความโกรธ "ไม่ยอมทำตามแนวทางขององค์กร แล้วยังมีหน้ามาพูดเรื่องทำเพื่อประชาชนกับฉันอีกเหรอ?"
"เถียงผู้บังคับบัญชา ไม่ทำตามคำสั่ง แค่สองข้อนี้ หลี่ตงอย่างแกก็มีค่าแค่ทำงานในระดับรากหญ้าไปตลอดชีวิตนั่นแหละ!"
"แกยังอยากจะได้ผุดได้เกิดอีกเหรอ? ชาติหน้าเถอะ ไอ้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!"
นอกหน้าต่าง เหลียงคังเหนียนหันหลังเดินจากไป
บทสนทนาในห้องทำงาน ลอยเข้าหูเขาครบทุกตัวอักษร
ในแววตาของเขาปรากฏความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด และมีความเจ็บปวดใจกับสถานการณ์บางอย่างในระดับรากหญ้าปะปนอยู่ด้วย!
ในรถ เสี่ยวจางกำลังจะปรับท่านั่งเพื่องีบหลับสักหน่อย
พอเห็นเหลียงคังเหนียนเดินกลับมา เขาก็รีบลงจากรถ "หัวหน้าเหลียง ทำไมเร็วจังเลยครับ? ไม่ได้เจอคนเหรอครับ?"
เหลียงคังเหนียนพูดอย่างมีความนัยว่า "ไม่จำเป็นต้องเจอหรอก บางครั้งสิบตาเห็นก็ไม่เท่าหูฟังเอง"
"สิ่งที่ควรจะรู้ ก็ได้รู้กระจ่างหมดแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาแล้ว ไปเถอะ กลับเข้าเมืองกันก่อน!"
ในห้องทำงาน ทุกคนต่างชี้ไม้ชี้มือซุบซิบกัน
หลี่ตงขี้เกียจจะสนใจ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่า คงจะเป็นเรื่องของเขากับจางถิงนั่นแหละ
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ไม่เบา แต่ยังไม่ทันลือมาถึงตำบลหมินจิ้น
จะสืบหาก็ไม่ใช่เรื่องยาก คนถ่อยอย่างหลิวหงอวี่ ไม่มีทางพลาดโอกาสซ้ำเติมคนล้มอยู่แล้ว
แล้วก็เป็นไปตามคาด พอเห็นหลี่ตงเดินออกมา หลิวหงอวี่ก็ถามอย่างสะใจบนความทุกข์คนอื่น "หลี่ตง ได้ข่าวว่าแฟนนายสวยไม่เบาเลยนี่ เมื่อไหร่จะพามาให้ทุกคนดูหน้าดูตาบ้างล่ะ?"
หลี่ตงมองด้วยสายตาเหยียดหยาม "หลิวหงอวี่ น้ำยานายก็มีแค่นี้แหละ"
"อยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นลูกผู้ชายใช่ไหมล่ะ เอางี้ไหม เราออกไปดวลกันข้างนอกสักตั้ง?"
"ใครแพ้ ก็ถอดเครื่องแบบตำรวจชุดนี้ทิ้งไปซะ!"
หลิวหงอวี่จะไปกล้ารับคำท้าได้ยังไง เขาทำเป็นปากเก่ง "หลี่ตง นายเห็นเครื่องแบบตำรวจเป็นของเล่นหรือไง? ถึงเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่นได้?"
หลี่ตงเดินเข้าไป จิ้มนิ้วไปที่หน้าอกของเขา "ไม่มีความกล้า ก็อย่ามาทำปากดีต่อหน้าฉัน!"
"ขืนพูดพล่อยๆ อีกคำเดียว ฉันจะอัดนายให้ขี้แตกต่อหน้าติงจิ่นเถียนเลย นายเชื่อไหม?"
หลิวหงอวี่ตกใจจนถอยกรูด ยืนไม่มั่นคงจนสะดุดล้มลงไปกองกับพื้น
ไม่เพียงติงจิ่นเถียนที่ทำหน้าเหยียดหยาม คนรอบข้างก็ยังพากันหัวเราะเยาะอีกด้วย
หลิวหงอวี่รีบลุกขึ้นยืน หน้าแดงก่ำ "หลี่ตง นายจะอวดเก่งไปทำไม?"
"คิดว่าได้ลงข่าวระดับมณฑลครั้งเดียว แล้วทุกคนจะต้องเทิดทูนนายหรือไง?"
"ดูหนังสือพิมพ์ของวันนี้ซะก่อนเถอะ นึกว่าตัวเองเป็นพระเอกอยู่คนเดียวหรือไง?"
หลี่ตงไม่สนใจ เดินตรงกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง
บนโต๊ะมีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นวางอยู่ พาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง ตัวอักษรสีดำหนาเตอะขนาดใหญ่ — "รหัสประจำตัว 9003 โปรดกลับเข้าหน่วยโดยด่วน ประชาชนชาวเทียนโจวต้องการคุณ!"
เนื้อหาด้านล่างระบุว่า เมื่อคืนมีกลุ่มคนไปเดินเล่นริมแม่น้ำเพื่อสร่างเมา
บังเอิญไปเจอคนตกน้ำเข้า พอดีมีชายหนุ่มสองคนกระโดดลงไปช่วยอย่างไม่ลังเล
แม้สุดท้ายคนที่ตกน้ำจะได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย แต่ชายหนุ่มพลเมืองดีทั้งสองคนกลับหายตัวไปหนึ่งคน
ภายหลังจากการตรวจสอบ จึงได้ยืนยันตัวตนของฮีโร่ทั้งสองคน
คนหนึ่งชื่อถังเฉิน เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทท้องถิ่นแห่งหนึ่ง
อีกคนหนึ่ง เป็นเจ้าหน้าที่ของกองกำกับการตรวจสอบประจำกองบังคับการสาขาเจียงเป่ย ชื่อเจียงไห่เฉา ปีนี้เพิ่งจะเรียนจบจากโรงเรียนตำรวจ
ด้านล่างของข่าว ยังมีรูปถ่ายประกอบด้วย
สถานที่เป็นริมทะเลสาบในสวนสาธารณะ บนพื้นมีเสื้อผ้าของเจียงไห่เฉาวางอยู่ บนเสื้อผ้ามีบัตรประจำตัวตำรวจวางทับไว้อีกที เห็นได้ชัดว่าเป็นการจัดฉากถ่ายรูป
ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังระดมกำลังค้นหาอย่างเต็มที่ ส่วนหนังสือพิมพ์และสถานีโทรทัศน์ก็กำลังติดตามรายงานข่าวอย่างใกล้ชิด
หลี่ตงแค่นหัวเราะ มิน่าล่ะเรื่องของเขาถึงไม่ได้ลงข่าว ที่แท้ก็โดนข่าวนี้กลบมิดนี่เอง!
คนที่ได้รับการช่วยเหลือร้องไห้โฮอยู่ริมทะเลสาบ พร่ำร้องเรียกแต่ชื่อคุณตำรวจเจียง
สอดคล้องกับกระแสสังคม สดใหม่ แม่นยำ และสอดคล้องกับภาพลักษณ์เชิงบวกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หน่วยงานข่าวต่างก็ให้ความสำคัญกับการนำเสนอข่าวนี้ เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ไม่มีใครหาข้อติได้เลย!
ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้น โทรศัพท์ข้างมือของหลี่ตงก็ดังขึ้น
ซ่งฉือโทรมา ถามตรงประเด็น "เห็นหนังสือพิมพ์หรือยัง?"
หลี่ตงพยักหน้า "เพิ่งดูจบ!"
ซ่งฉือวิเคราะห์อย่างเยือกเย็น "ถ้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็นผลพวงมาจากเรื่องของเจี่ยงหลานเมื่อคืนนี้แหละ"
"ฉันนอนคิดมาทั้งคืน ยังไงอีกฝ่ายก็เป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งระบบตำรวจ จะใช้วิธีไหนมากดผลงานของนายเอาไว้?"
"คิดไม่ถึงเลย ว่าพวกเขาจะใช้ไม้นี้ เอาของปลอมมาปนกับของจริง ปิดบังความผิด!"
"ช่วยคนตกน้ำอย่างกล้าหาญ สร้างภาพลักษณ์คนดีขึ้นมาบังหน้า ขืนไปรังแกเจี่ยงหลานเสร็จ แล้วจะวิ่งไปช่วยคนต่อได้ยังไงล่ะ?"
"ด้วยวิธีนี้ ต่อให้เจี่ยงหลานจะเอาเรื่อง พวกเขาก็สามารถหาข้ออ้างมาลบล้างได้สบายๆ!"
"แถมการยกย่องให้เจียงไห่เฉาเป็นแบบอย่างคนดี ก็สามารถกลบข่าวของนายได้ด้วย"
"หลี่ตงอย่างนายได้ลงข่าวระดับมณฑลแล้วยังไงล่ะ แต่นายยังมีชีวิตอยู่นี่นา!"
"ตราบใดที่ยังหาตัวเจียงไห่เฉาไม่พบ ข่าวของนายก็จะไม่มีวันได้ตีพิมพ์!"
"เพราะทางโน้นมีตำรวจที่พร้อมจะสละชีพได้ทุกเมื่อ แต่ทางนี้กลับมาป่าวประกาศสรรเสริญนายเนี่ยนะ? มันฟังไม่ขึ้นหรอก!"
"รอให้กระแสเรื่องนี้ซาลง จะมีใครจำหลี่ตงอย่างนายได้อีกล่ะ?"
"เป็นไงล่ะ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แถมยังมาแบบเปิดเผย เล่นเอาฉันยังออกตัวช่วยนายไม่ได้เลย"
"ดูท่าทางเบื้องหลังของคุณชายถัง จะมีคนเก่งคอยวางแผนให้อยู่นะ!"
หลี่ตงแค่นหัวเราะ "ไม่งั้นล่ะ เธอคิดว่าพวกลูกคุณหนูทุกคนจะเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อหมดเลยหรือไง?"
ซ่งฉือถามขึ้น "แล้วนายจะทำยังไงต่อไปล่ะ?"
หลี่ตงย้อนถาม "จะทำยังไงได้ล่ะ? วีรกรรมของเจียงไห่เฉามันประจักษ์อยู่ตรงหน้า ถ้าฉันไปโวยวาย ไม่เท่ากับสร้างความลำบากใจให้องค์กรหรอกเหรอ?"
ซ่งฉือยิ้มแล้วถาม "นายคิดว่าเรื่องช่วยคนมันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าล่ะ?"
หลี่ตงตอบกลับ "ฉันไม่ขอออกความเห็น ฉันเป็นตำรวจ จะไม่ปรักปรำใครล่วงหน้าเด็ดขาด!"
"แต่ฉันหวังว่ามันจะเป็นเรื่องจริงนะ คนหลงผิดกลับใจมีค่าดั่งทองคำ"
"ถ้ามันช่วยให้ระบบตำรวจลดพวกเหลือบไรลงไปได้คนหนึ่ง แล้วเพิ่มตำรวจน้ำดีที่ทำเพื่อประชาชนขึ้นมาได้อีกคน ฉันยอมทิ้งผลงานของตัวเองเลย!"
ซ่งฉือยักไหล่ "อุดมการณ์ของนายขนาดนี้ ให้มาทำงานระดับรากหญ้ามันน่าเสียดายแย่ น่าจะให้นายไปเป็นผู้ฝึกสอนอุดมการณ์นู่น!"
หลี่ตงก็ไม่ได้ถ่อมตัว "ผู้กองซ่งจะช่วยดึงฉันขึ้นไปหน่อยไหมล่ะ?"
ซ่งฉือยิ้มบางๆ "ฉันจะไปมีความสามารถขนาดนั้นได้ยังไงกัน?"
"ว่าแต่ วันแรกของการทำงาน เป็นยังไงบ้าง?"
หลี่ตงแค่นหัวเราะ "ก็ไม่เป็นยังไงหรอก คำร้องขอโยกย้ายของฉันถูกตีกลับมาแล้ว"
"ขับรถเบนซ์ไปทำงาน ก็โดนผู้บังคับบัญชาด่าเละเลย!"
ซ่งฉือทำน้ำเสียงใสซื่อแกมสะใจ "แล้วจะมาโทษฉันเหรอ?"
หลี่ตงพูดอย่างอารมณ์เสีย "ไม่กล้าหรอกครับ เป็นเพราะบารมีของผู้กองซ่งแท้ๆ เดี๋ยวผมยังต้องลงพื้นที่ไปประจำการที่หมู่บ้านอีกนะ!"
ไปประจำหมู่บ้านงั้นเหรอ?
ซ่งฉือขมวดคิ้ว แววตาปรากฏเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวอย่างไม่ปิดบัง!
ยังไงก็เป็นถึงบุคคลที่เครือข่ายตำรวจมณฑลฮั่นตงลงข่าวเชิงบวกให้ พวกหน่วยงานท้องถิ่นอย่างพวกนายเพิ่งจะกดผลงานเขาเอาไว้ยังไม่พอ ยังจะกล้าสั่งย้ายให้ลงไปประจำการที่หมู่บ้านอีกเหรอ?
เห็นผู้กองอย่างฉันเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง?
เสือไม่ยอมคำราม คิดว่าฉันเป็นแค่แมวป่วยงั้นสิ!
(จบแล้ว)