- หน้าแรก
- สามีกำมะลอของบอสสาวลุยเดี่ยวสยบอิทธิพลมืด
- บทที่ 19 - โอกาสก้าวหน้า
บทที่ 19 - โอกาสก้าวหน้า
บทที่ 19 - โอกาสก้าวหน้า
บทที่ 19 - โอกาสก้าวหน้า
ผู้อำนวยการจางรีบพูดขึ้นทันที "มุ่งหน้าไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ ไม่มีวันถอยหลัง ดีมาก!"
"ตอนนี้ฉันบอกเธอได้แล้วล่ะ เรื่องการบรรจุแต่งตั้งของเธอ ทางโรงเรียนตำรวจเคยทำเรื่องเสนอมา เดิมทีตั้งใจจะส่งเธอไปอยู่กองสืบสวนคดีอาญาของกองบังคับการเมือง แต่ฉันเป็นคนปฏิเสธไปเอง"
"ฉันประทับใจในตัวเธอมากนะ คิดว่าเธอมีแววจะปั้นได้ เลยไม่อยากให้เธอถูกตีกรอบเร็วเกินไป ถ้าให้จุดเริ่มต้นที่สูงเกินไป นั่นไม่ใช่การช่วยเธอหรอก แต่มันจะทำร้ายเธอ และยังจำกัดอนาคตของเธอด้วย!"
"ตอนนั้นฉันเป็นคนระบุชื่อเอง ขอให้ส่งเธอไปอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรตำบลหมินจิ้น เพื่อให้เธอได้ฝังรากลึกในที่ที่ลำบากที่สุด!"
"ฉันอยากจะดูสิว่า อีกหนึ่งปีให้หลัง หลี่ตงอย่างเธอจะเติบโตไปได้ถึงขั้นไหน จะสามารถส่งกระดาษคำตอบที่น่าพอใจมาให้ฉันได้หรือเปล่า!"
"ดีที่เธอไม่ทำให้ฉันผิดหวัง ฉันดีใจมากเลยนะ!"
หลี่ตงแอบถอนหายใจในใจ ผู้อำนวยการจางคนนี้ เล่นละครเก่งจริงๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะเจียงไห่เฉาหลุดปากมาก่อน เขาคงเชื่อไปแล้ว!
หรือว่านี่คือแวดวงราชการ?
หลี่ตงไม่เคยสัมผัสมาก่อน ภาพที่เห็นในสถานีตำรวจภูธร ก็เทียบไม่ได้กับภาพตรงหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลูกไม้แพรวพราวของผู้อำนวยการจาง หลี่ตงรู้สึกกดดันราวกับถูกภูเขาทับ!
นี่โชคดีนะที่มีซ่งฉือคอยหนุนหลังอยู่ ไม่อย่างนั้น ด้วยฐานะและเบื้องหลังของเขา จะเอาความมั่นใจจากไหนมาต่อกรกับคนใหญ่คนโตพวกนี้?
สมแล้วที่บอกว่าอำนาจคือความกล้าของลูกผู้ชาย!
ถ้าไม่มีอำนาจคอยหนุนหลัง เขาคงไม่มีแม้แต่โอกาสจะมายืนแสดงจุดยืนตรงนี้ อย่าหวังว่าจะได้ทำประโยชน์ให้ชาวเมืองเทียนโจวเลย
หลี่ตงรู้ดีว่าซ่งฉือหยิบยื่นโอกาสมาให้แล้ว
ส่วนเขาจะคว้ามันไว้ได้หรือเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับวันนี้แหละ!
กวนซินชางเองก็นับถือใจ ทั้งที่เป็นความผิดพลาดและความสะเพร่าในการรับสมัครและบรรจุแต่งตั้งแท้ๆ แต่พอออกจากปากผู้อำนวยการจาง กลับกลายเป็นการจัดฉากของเขาไปซะงั้น!
ถ้าปล่อยให้ผู้อำนวยการจางเล่นละครต่อไป การจะฮุบผลงานของหลี่ตง ก็คงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลไปเลย!
โชคดีที่เลขาจิ่งพูดขึ้นมาได้จังหวะ "เหล่าจาง ดูเหมือนว่าแนวคิดในการใช้คนของนายจะแปลกแหวกแนวไม่เหมือนใครเลยนะ"
"การส่งบุคลากรชั้นยอดลงไปฝึกฝนในระดับล่างสุด เป็นการฉีกกรอบเดิมๆ จริงๆ"
"แน่นอนว่า ต้องขอบคุณสหายหลี่ตงของเราด้วย ที่สามารถต้านทานความกดดันไว้ได้โดยที่ไม่รู้ตัว"
"ไม่อย่างนั้น กองกำลังตำรวจเทียนโจวของเรา คงพลาดคนเก่งๆ ไปแล้วจริงๆ!"
คำว่า "โดยที่ไม่รู้ตัว" และ "ต้านทานความกดดัน" เพียงสองคำนี้ ก็ดันผลงานกลับไปให้หลี่ตงอีกครั้ง
เลขาจิ่งไม่ยอมเปิดโอกาสให้ผู้อำนวยการจางได้พูดแทรก เขาถามต่อว่า "สหายหลี่ตง ฉันมีคำถามนึง ไม่รู้ว่าควรถามหรือเปล่า?"
หลี่ตงหันไป "เลขาจิ่ง คุณถามมาได้เลยครับ นักเรียนคนนี้จะตอบทุกอย่างที่รู้ และจะไม่ปิดบังอะไรเลยครับ!"
เลขาจิ่งยิ่งพอใจ หลี่ตงคนนี้ รู้จักวางตัวและกะจังหวะได้ดีมาก
ตอนอยู่ต่อหน้าผู้อำนวยการจาง เมื่อกี้เรียกตัวเองว่านักเรียน ก็เพื่อล่อให้ผู้อำนวยการจางติดกับ
ตอนนี้อยู่ต่อหน้าเขา ก็ยังเรียกตัวเองว่านักเรียนเหมือนกัน แสดงตัวเป็นผู้น้อย ลดทอนความเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนตำรวจ เพื่อตีตัวออกห่างจากผู้อำนวยการจาง!
หลี่ตงคนนี้ เพิ่งจบจากโรงเรียนตำรวจจริงๆ เหรอ?
ลูกไม้อาจจะยังดูเด็กไปบ้าง แต่ถ้าได้รับการขัดเกลาอีกสักหน่อย อนาคตต้องรับผิดชอบงานใหญ่ได้แน่!
ถ้าตอนแรกที่พยายามดึงตัวหลี่ตงเป็นเพราะเรื่องจุดยืน ตอนนี้เขาเริ่มเสียดายคนเก่งคนนี้จริงๆ แล้วล่ะ!
เลขาจิ่งพูดอย่างลึกซึ้งว่า "ฉันรู้จักตำบลหมินจิ้นนะ เป็นตำบลที่ยากจนติดอันดับของเมืองเราเลย"
"สภาพสังคมซับซ้อน สภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านยิ่งซับซ้อนกว่า ระดับการศึกษาก็ต่ำ การเผยแพร่ความรู้ด้านกฎหมายก็มีข้อจำกัด"
"แถมยังอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง น่าจะเป็นสถานีตำรวจภูธรที่อยู่ไกลที่สุดในเทียนโจว ต้องนั่งรถโดยสารอย่างน้อยสองชั่วโมง แถมยังเป็นทางลูกรังขรุขระอีก"
"สภาพแวดล้อมในการทำงานแบบนี้ สำหรับตำรวจเก่าๆ ก็ยังถือว่าลำบากเลย ไม่ต้องพูดถึงนายเลย"
"ในฐานะนักเรียนดีเด่นของโรงเรียนตำรวจเทียนโจว เป็นลูกรักของสวรรค์ แถมเพิ่งเริ่มทำงาน อายุยังน้อย ต้องเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความกระตือรือร้นแน่นอน"
"ดังนั้นที่คุณบอกเมื่อกี้ว่า ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ รู้สึกท้อแท้ไปช่วงหนึ่ง ถึงขั้นปล่อยปละละเลยตัวเอง ฉันเข้าใจได้ดีเลยล่ะ"
"งั้นฉันก็อยากรู้ว่า เกิดเรื่องอะไรขึ้น ที่ทำให้คุณเปลี่ยนความคิด เลิกใช้ชีวิตไปวันๆ แล้วกลับมามีกำลังใจ และแน่วแน่ในอุดมการณ์อีกครั้ง?"
สำหรับคำบอกใบ้ของเลขาจิ่ง หลี่ตงทำเป็นไม่เข้าใจ เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า "เป็นเพราะท่านนายกเกาครับ!"
คำตอบนี้ ทำเอาเลขาจิ่งถึงกับอึ้งไปเลย แม้แต่ท่านนายกเกาก็ยังตั้งตัวไม่ทัน
ท่านนายกเกาหัวเราะร่วนแล้วถามว่า "อ้าว ทำไมถึงมาเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?"
หลี่ตงตอบอย่างจริงจังว่า "ตอนที่ทำงานอยู่ที่สถานีตำรวจภูธร งานลาดตระเวนและเข้าเวรไม่ได้หนักมาก ทำให้ผมมีเวลาว่างมาศึกษาเอกสารการประชุมต่างๆ ครับ"
"แล้วบังเอิญผมได้อ่านรายงานพิเศษของท่านนายกเกา ในนั้นมีพูดถึงประสบการณ์การเป็นตำรวจของท่านด้วย"
"ตอนนั้นผมถึงได้รู้ว่า ท่านนายกเกาก็เคยเริ่มต้นจากระดับรากหญ้าเหมือนกัน"
"โดยเฉพาะประโยคที่ท่านนายกเกาบอกว่า 'ที่ไหนวุ่นวายที่สุด ฉันจะไปที่นั่น ที่ไหนต้องการฉันที่สุด ฉันจะไปที่นั่น' มันเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอย่างมากเลยครับ!"
"ตอนนั้นผมก็คิดว่า ขนาดท่านนายกเกายังลงไปคลุกคลีกับชาวบ้านในระดับรากหญ้าได้ ทำไมผมจะทำไม่ได้ล่ะ?"
"ถ้าทุกคนมัวแต่ห่วงอนาคตและความก้าวหน้าส่วนตัว แล้วใครจะมารับหน้าที่อันทรงเกียรติในการสร้างชาติและฟื้นฟูประเทศชาติล่ะครับ?"
"ในเมื่อชาติและประชาชนให้วิชาความรู้ผมมา ผมก็ควรจะใช้มันสร้างเกราะป้องกันด่านแรกให้เข้มแข็ง และเป็นคนเฝ้ายามรักษาความปลอดภัยให้กับหมู่บ้าน..."
จังหวะจะโคนพอดี คำตอบไร้ที่ติ!
ฟังหลี่ตงพูดอย่างฉะฉาน เลขาจิ่งก็พยักหน้าอย่างพอใจ นึกไม่ถึงเลยว่าหลี่ตงจะสามารถทนรับแรงกดดันได้จริงๆ
และที่สำคัญที่สุด ระหว่างเขากับผู้อำนวยการจาง ไอ้หนุ่มนี่กลับไม่เลือกใครเลย แต่กลับไปเลือกท่านนายกเกา
ตอนนี้ท่านนายกเกากำลังจะเกษียณอายุราชการแล้ว การที่หลี่ตงแสดงท่าทีแบบนี้ ไม่เพียงแต่จะรอดพ้นจากข้อหาประจบสอพลอ แต่กลับยิ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของเขามากขึ้นไปอีก
หลี่ตงคนนี้ เป็นบุคลากรชั้นยอดจริงๆ!
ที่สำคัญกว่านั้นคือ โอกาสก้าวหน้าอยู่ตรงหน้าแท้ๆ สำหรับคนหนุ่มสาวทั่วไป โอกาสนี้เปลี่ยนชีวิตได้เลย แต่หลี่ตงกลับปฏิเสธซะงั้น!
แต่เลขาจิ่งก็ยังไม่เข้าใจว่า หลี่ตงคนนี้ตั้งใจจะถ่อมตัว หรือไม่อยากเลือกข้างกันแน่?
แล้วหลี่ตงต้องการอะไร จิตใจแน่วแน่ดั่งเหล็กกล้า ยอมสละชีพเพื่อประชาชนงั้นเหรอ?
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เขาก็ประเมินหลี่ตงต่ำไปแล้วล่ะ!
คนที่แปลกใจที่สุดคงหนีไม่พ้น หยางเฉวียน รองหัวหน้าสำนักงาน เขาคิดไม่ถึงเลยว่าหลี่ตงจะใช้วิธีนี้ในการรับมือ
ส่วนบทความที่หลี่ตงพูดถึงนั่น มันมีอยู่จริง
แถมเขายังเป็นคนเขียนเองกับมือด้วยซ้ำ หัวข้อคือ 'สร้างเกราะป้องกันด่านแรกให้เข้มแข็ง และเป็นคนเฝ้ายามรักษาความปลอดภัยให้กับหมู่บ้าน'
ท่านนายกเกาพอใจกับบทความนี้มาก และยังเคยชมเขาต่อหน้าด้วยซ้ำ
คิดไม่ถึงเลยว่า หลี่ตงจะคัดเอาแต่เนื้อเน้นๆ แล้วท่องจำได้จนขึ้นใจ!
เลขาจิ่งไม่อยากพลาดโอกาสนี้ รีบชิงพูดขึ้นว่า "ท่านนายกเกา งานตำรวจในชนบทสามารถหยั่งรากลึกลงไปในระดับรากหญ้าได้จริงๆ และยังเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ด้วย เรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับแนวคิดของสหายจางหางครับ"
"แต่ผมคิดว่า สำหรับคนหนุ่มสาว ก็ควรจะให้เวทีที่กว้างขวางกว่านี้แก่เขานะครับ"
"อย่างที่ท่านเพิ่งบอกไป ว่าเราไม่ควรตีกรอบการปั้นคนเก่ง ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ"
"เมื่อวันก่อนทางกองจเรตำรวจเพิ่งรายงานมาว่า ช่วงนี้เพื่อประสานงานกับการบังคับใช้ระเบียบข้อบังคับกิจการภายในของตำรวจ เราต้องการสหายหนุ่มสาวไฟแรงไปเป็นแนวหน้าครับ"
"อีกอย่าง ทีมแนะนำจากกรมตำรวจมณฑลก็จะลงมาตรวจสอบการทำงานในเร็วๆ นี้ด้วย เวลาจำกัด ภารกิจเร่งด่วนครับ"
"แม้สหายหลี่ตงจะยังเด็ก แต่ก็ทำงานอย่างกระตือรือร้น กล้าคิดกล้าทำ ผมว่าน่าจะลองให้เขามาฝึกฝนที่นี่ดูนะครับ!"
(จบแล้ว)