- หน้าแรก
- พรานป่ามหาภัย ล่า ท้า รวย ในปี 1997
- บทที่ 90 - จิตสังหาร!? การวิวาทที่สับสนวุ่นวาย!
บทที่ 90 - จิตสังหาร!? การวิวาทที่สับสนวุ่นวาย!
บทที่ 90 - จิตสังหาร!? การวิวาทที่สับสนวุ่นวาย!
บทที่ 90 - จิตสังหาร!? การวิวาทที่สับสนวุ่นวาย!
เนี่ยชางยังไม่สนใจพวกหวงต้าเหนียนที่ถูกชาวโอโรชนคุมตัวอยู่ข้างนอกลานบ้าน
เขาทำแผลลวกๆ จากนั้นก็ดึงมือของลู่เสวี่ยหานมาจับไว้ พอมองเห็นรอยฝ่ามือบนหน้าเธอก็อดปวดใจไม่ได้
เขาปรานีกับพวกหวงสี่เฟินมากเกินไปจริงๆ ครั้งนี้ถ้าไม่สั่งสอนให้หลาบจำเรื่องนี้ไม่มีทางจบง่ายๆ แน่
ฆ่างั้นเหรอ ตอนที่เนี่ยชางรับมือกับพวกโจรป่าเทือกเขาเยี่ยนต้างเขาไม่ลังเลเลยสักนิด ท่าทางตอนที่เขายิงปืนกราดใส่พวกมันทำเอาชาวโอโรชนถึงกับขนลุกซู่
แต่ตอนนี้เป็นยุคสงบสุข ถ้าจะฆ่าใครสักคนก็ไม่ควรจะมาทำในสถานการณ์แบบนี้ ตัวเขาเองก็ไม่อยากกลายเป็นนักโทษหนีคดีด้วย
ในฐานะครูฝึกหน่วยรักษาสันติภาพในชาติก่อน เนี่ยชางเคยเจอผู้ก่อการร้ายที่โหดเหี้ยมอำมหิตมานักต่อนักแล้ว
การจะจัดการกับคนพวกนี้มักจะต้องใช้วิธีการที่โหดร้ายยิ่งกว่าถึงจะกำราบความเหิมเกริมของพวกมันได้
เนี่ยชางสั่งให้คนพาเนี่ยหรูซานกับจ้าวฉางหลินและคนอื่นๆ ไปให้หมอทำแผล จากนั้นก็ก้าวเท้าเดินออกจากบ้านไป
ในลานบ้านมีเสียงร้องไห้ดังระงม ไม่มีใครกล้าส่งเสียงพูดแต่ก็กลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ไม่อยู่
หวงสี่เฟินกับเนี่ยหรูไห่ในฐานะตัวการของเรื่องนี้คุกเข่าอยู่ข้างๆ หวงต้าเหนียน
"พี่เนี่ยชาง พี่จะเอายังไงดี" ฮูเหลิ่งสีหน้าเคร่งเครียดเอ่ยปากถามขึ้น
ถ้าเป็นไปตามความคิดของฮูเหลิ่ง วันนี้ถ้าไม่หักแขนหักขาคนพวกนี้สักสามสี่ท่อนเรื่องนี้ไม่มีทางจบแน่
แต่พวกนี้ก็เคยเป็นครอบครัวของเนี่ยชางมาก่อน เขาจะคิดยังไงฮูเหลิ่งเองก็เดาใจไม่ถูกเหมือนกัน
เหลียนถูเมื่อก่อนค่อนข้างเย่อหยิ่ง เป็นหัวรุนแรงที่สุดในหมู่ชาวโอโรชน แต่ตั้งแต่ได้เห็นฝีมือของเนี่ยชางเขาก็ยอมศิโรราบให้กับชายหนุ่มคนนี้อย่างหมดหัวใจ
"ฉันว่าฆ่าทิ้งให้หมดเลยดีกว่า" แววตาของเหลียนถูเต็มไปด้วยจิตสังหาร คำพูดนี้ไม่ได้พูดแค่ขู่แน่นอน
"พวกเราชาวโอโรชนติดค้างพี่มากเกินไป... ชาตินี้ก็คงชดใช้ไม่หมด..."
"ไอ้พวกสวะนี่มันตาบอด กล้ามาลองดีกับพี่ได้ยังไง" เหลียนถูพูดพลางยกเท้าเตะเข้าที่หัวของหวงต้าเหนียน
"ขอแค่พี่พูดมาคำเดียวเรื่องนี้ฉันจะจัดการให้เอง พี่วางใจได้ ถ้าทางชุมชนเขตมาเอาเรื่องพวกเรามีคนพร้อมรับผิดแทน พี่ไม่มีทางเดือดร้อนแน่นอน" เหลียนถูตบหน้าอกรับรอง
เนี่ยชางคิดว่าเหลียนถูแค่พูดติดตลกจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
ต่อให้เขาอยากจะฆ่าใครก็ไม่ต้องยืมมือชาวโอโรชนหรอก ตัวเขาเองก็สามารถจัดการเงียบๆ ได้สบายมาก
แต่หวงสี่เฟินที่คุกเข่าอยู่ข้างๆ รวมถึงเนี่ยหรูไห่ หวงต้าเหนียนและคนอื่นๆ กลับกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว
"เสี่ยวชาง... น้าผิดไปแล้ว... หลานยกโทษให้น้าเถอะนะ น้ามันผีจุกปาก น้าผิดไปแล้วจริงๆ ขอร้องล่ะ... อย่าฆ่าน้าเลย"
หวงสี่เฟินที่เป็นคนใจแคบและกลัวตาย พอได้ยินแผนการของเหลียนถู เธอกลัวจนฉี่ราดกางเกง หันกลับมาโขกหัวให้เนี่ยชางไม่หยุด
เนี่ยหรูไห่กับหวงต้าเหนียนและคนอื่นๆ คอแข็ง มั่นใจว่าเนี่ยชางไม่มีทางกล้าทำแบบนั้นแน่ ในยุคสงบสุขการฆ่าคนกลางถนนยังไงก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต
ต่อให้เนี่ยชางไม่ได้เป็นคนลงมือ แต่ถ้าสืบสาวราวเรื่องขึ้นมาความผิดของเนี่ยชางก็คงไม่ใช่น้อยๆ เหมือนกัน
พวกหวงต้าเหนียนกับเนี่ยหรูไห่ถึงจะกลัวแต่ก็ไม่ได้โขกหัวขอร้องเหมือนหวงสี่เฟิน
"ลากตัวไป" เนี่ยชางส่งสายตาให้เหลียนถู อีกฝ่ายก็เข้าใจความหมายทันที
เขาพาคนสองคนมาดึงผมหวงสี่เฟินแล้วลากตัวเธอออกไป หวงสี่เฟินร้องห่มร้องไห้เสียงดังลั่น เหลียนถูจึงใช้ด้ามมีดทุบจนเธอสลบไปแล้วลากออกไปทันที
"ฆ่าหนึ่งคนก็คือฆ่า ฆ่าสามคนก็คือฆ่า ลากสองคนนี้ไปจัดการด้วยเลย" เนี่ยชางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
พวกเนี่ยหรูไห่กับหวงต้าเหนียนเห็นท่าทีแบบนั้นถึงได้รู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติ เนี่ยชางไอ้คนบ้านี่มันกะจะหาคนมาฆ่าพวกเขาจริงๆ เหรอ
"ชางเอ๋อร์ ฉันเป็นพ่อแกนะ เรื่องเมื่อก่อนพ่อผิดไปแล้ว พ่อโดนผีจุกปากไปเชื่อคำพูดเหลวไหลของนังหวงสี่เฟินเข้า"
"พ่อผิดไปแล้ว พ่อผิดไปแล้ว..." กำแพงในใจของเนี่ยหรูไห่พังทลายลงทันที
ตอนนี้เขาถึงเพิ่งจะสำนึกผิดและนึกถึงเรื่องเลวร้ายที่ตัวเองเคยทำเอาไว้
แต่มันสายไปแล้ว เนี่ยชางไม่มีความอดทนมานั่งฟังเขาพูดต่อ สั่งให้เหลียนถูทุบให้สลบแล้วลากตัวออกไปทันที
พอลากไปสองคนแล้ว ตัวการสำคัญของเรื่องนี้ก็เหลือแค่หวงต้าเหนียนคนเดียว
"พี่เนี่ยชาง ผมเป็นรองหัวหน้าขบวนหาโสม พวกเราต่างก็เป็นคนหากินในป่าเหมือนกัน"
"ไว้หน้าผมสักครั้งเถอะ ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรให้ช่วยพี่บอกมาได้เลย เรื่องนี้พี่ชายอย่างผมทำผิดไปแล้ว..." วิธีการขอร้องของหวงต้าเหนียนแตกต่างจากสองผัวเมียนั่นนิดหน่อย
ยังไงเสียเขาก็เป็นคนผ่านโลกมามาก เขารู้ดีว่าเนี่ยชางไม่มีทางฆ่าพวกเขาทิ้งจริงๆ แน่ ในใจจึงไม่ได้หวาดกลัวขนาดนั้น
แต่ตกอยู่ในกำมือของอีกฝ่าย โทษตายละเว้นโทษเป็นหลีกเลี่ยงยาก หวงต้าเหนียนย่อมไม่อยากเจ็บตัวจึงรีบเสนอเงื่อนไขทั้งหมดที่มีให้เนี่ยชางฟัง
"ปึก" เนี่ยชางยังไม่ทันได้พูดอะไร เหลียนถูกก็ยกเท้าขึ้นถีบเข้าที่หัวของหวงต้าเหนียนอีกครั้ง
หวงต้าเหนียนหลบไม่ทัน หัวไปกระแทกกับกำแพงด้านหน้าจนเลือดอาบ หน้ามืดตาลายและเกือบจะสลบไปในทันที
"แกรู้ตัวว่าผิดแล้วงั้นเหรอ หรือรู้ตัวว่ากำลังจะตายกันแน่" เหลียนถูตะคอกใส่ ไม่รอให้เนี่ยชางพูดอะไรก็สั่งให้คนลากตัวหวงต้าเหนียนออกไปทันที
ตัวการหลักสามคนถูกลากออกไปแล้ว คนที่หวงต้าเหนียนพามาที่เหลือก็พากันร้องห่มร้องไห้โอดโอย
ฮูเหลิ่งกับเหลียนถูพาคนรุมกระทืบพวกมันอีกชุดใหญ่ คนไหนที่เนื้อตัวไม่เปื้อนเลือดก็แสดงว่าโดนกระทืบน้อยไป
"เดี๋ยวฉันคุมตัวไปส่งที่ชุมชนเขตเอง ฉันจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ท่านเลขาธิการฟัง" จ้าวฉางหลินที่โดนตีจนสะบักสะบอมกลับมาที่ลานบ้านของเนี่ยชางหลังจากทำแผลเสร็จ
จ้าวฉางหลินเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านร่มไม้มาสิบกว่าปี ไม่เคยต้องมาเจอเรื่องเจ็บใจขนาดนี้มาก่อน
วันนี้โชคดีที่พวกชาวโอโรชนบังเอิญเอาของขวัญมาตอบแทนเนี่ยชางพอดีถึงได้ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้
ถ้าให้จ้าวฉางหลินเป็นคนลงมือเอง วันนี้ถ้าไม่มีคนตายสักสองสามคนเรื่องนี้ไม่มีทางจบแน่
ในยุคเจ็ดศูนย์ถึงแปดศูนย์ที่กฎหมายเอาผิดคนหมู่มากไม่ได้ การยกพวกตีกันของคนทั้งหมู่บ้านเป็นเรื่องที่เห็นได้ทั่วไป ต่อให้ตีกันจนตายทางการก็มักจะเอาผิดใครไม่ได้
ถ้าปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆ หมู่บ้านอื่นก็จะหาว่าหมู่บ้านร่มไม้รังแกง่าย ต่อไปถ้าต้องแย่งชิงอาณาเขต แย่งชิงป่าไม้ แย่งชิงแหล่งน้ำ จะมีใครเกรงใจพวกเขาอีกล่ะ
เมื่อเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านร่มไม้ที่จ้าวฉางหลินรวบรวมมา เนี่ยชางก็วางใจปล่อยให้จ้าวฉางหลินจัดการคนพวกนี้
หลังจากโดนพวกเหลียนถูจัดการไปรอบหนึ่งแล้วมาตกอยู่ในมือจ้าวฉางหลิน ถ้าเขาไม่ได้ระบายแค้นก็คงแปลกแล้ว
ส่วนเรื่องที่พวกหวงสี่เฟินถูกชาวโอโรชนลากไปไหนนั้น จ้าวฉางหลินฉลาดพอที่จะไม่ถามอะไรมาก เรื่องนี้เขาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจะดีที่สุด
หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จ ลู่เสวี่ยหานที่อยู่ข้างๆ ก็ช่วยดูบาดแผลให้เนี่ยชางแล้วประคองเขาเข้าไปพักผ่อนบนเตียงในบ้าน
จากนั้นก็ให้คนไปตามหมอจากโรงพยาบาลในตำบลมาทำแผลและเย็บแผลให้เนี่ยชางใหม่ ในใจเธอถึงได้สงบลงบ้าง
ชาวโอโรชนครั้งนี้แทบจะยกมากันถึงหนึ่งในสี่ของเผ่า พวกเขาช่วยเนี่ยชางทำความสะอาดลานบ้านและในบ้านจนสะอาดเอี่ยมอ่อง จากนั้นก็ขนของขวัญที่เตรียมมาเข้ามาในลานบ้าน
เมื่อฝุ่นตลบจางลง ต่งชิวจวนก็พาพี่น้องตระกูลเนี่ยทั้งสามคนรีบวิ่งเข้ามาในบ้าน
ทันทีที่ก้าวพ้นประตู เนี่ยโหรววัยเตาะแตะก็น้ำตาร่วงเผาะราวกับสายป่านขาด "พี่ใหญ่... ฮือๆ... พี่เป็นอะไรไป..."
[จบแล้ว]