เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1020 ซ่งหยุนซีที่แท้จริง

บทที่ 1020 ซ่งหยุนซีที่แท้จริง

บทที่ 1020 ซ่งหยุนซีที่แท้จริง 


ครึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

สองวันก่อนที่หวงอวี้จะฟื้นตัวกลับสู่สภาพสมบูรณ์เต็มที่ หลัวซาซาก็มาหาเขาอีกครั้ง บอกว่ายังคงหาไม่พบ และบิดาของนางเริ่มกังวลเกี่ยวกับศิษย์ที่เขาถ่ายทอดวิชาโดยตรงจึงอยากขอให้เฉินโม่ช่วยค้นหาอีกครั้ง

แม้นางจะพูดเพียงไม่กี่ประโยคแล้วจากไป แต่ความหมายที่ซ่อนอยู่ก็ชัดเจนยิ่งนัก

อีกฝ่ายกำลังบอกเขาว่า หากยังไม่ปรากฏตัวอีกบิดาของนางจะมาเอง

พวกเขายิ่งแสดงความเป็นห่วงและให้ความสำคัญมากเพียงใดเฉินโม่ก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำมากเท่านั้น

แน่นอนว่าครั้งนี้เขาไม่ได้บอกหวงอวี้

ในที่สุดวันเดินทางก็มาถึง

ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่สนทนาเล็กน้อย เพราะอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้นไม่มีใครล่วงรู้ได้

หวงอวี้เองก็มีศักดิ์ศรีของตน ยิ่งได้รับความช่วยเหลือจากสำนักมั่วไถมากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดมากขึ้นเท่านั้น และย่อมไม่ต้องการให้พวกเขาต้องตกอยู่ในอันตรายเพราะเรื่องของเขา

หลังจากดื่มสุราส่งท้าย เขาก็ก้าวออกเดินทางสู่จงโจว

ปัจจุบันการเดินทางจากผิงตูโจวไปยังจงโจวกลับง่ายดายกว่าการเดินทางไปยังรอยแยกมิติ หลังจากผ่านการเดินทางด้วยค่ายกลส่งตัวหลายครั้ง หวงอวี้ก็มาถึงถ้ำสวรรค์หลิงเซียว

การปรากฏตัวของเขาทำให้หลัวจิ่วจงตกตะลึงทันที

ยอดผู้ฝึกตนแห่งแคว้นอู๋ฉือซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ฝึกตนระดับหลอมรวมที่ทรงอิทธิพลที่สุดได้ออกมาต้อนรับเขาด้วยตนเอง

บนใบหน้าของหลัวจิ่วจงเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม ขณะกวาดตามองสำรวจหวงอวี้จากบนลงล่าง

หากเป็นเมื่อก่อนหวงอวี้อาจจะรู้สึกซาบซึ้งกับความจริงใจของอีกฝ่าย แต่เมื่อเมล็ดพันธุ์แห่งความระแวงถูกหว่านลงไปแล้ว เขาก็ไม่อาจมองความกระตือรือร้นของอีกฝ่ายด้วยสายตาเดิมได้อีกต่อไป

“เจ้าทะลวงผ่านแล้วงั้นรึ?!” หลัวจิ่วจงเอ่ยด้วยความตื่นเต้น

“ขอรับอาจารย์ วันนั้นข้าถูกอู๋เมิ่งโจมตีจนบาดเจ็บสาหัส แต่โชคยังเข้าข้าง ข้าได้รับโอกาสเข้าใจสัจธรรมแห่งสวรรค์จึงเลือกปลีกวิเวกฝึกตนเพื่อทะลวงผ่าน ช่วงเวลาที่ผ่านมาข้าไม่ได้กลับมาต้องขออภัยอาจารย์ด้วย” หวงอวี้ตอบ

“ไม่เป็นไร กลับมาก็ดีแล้วๆ”

หลัวจิ่วจงจ้องมองเขาอย่างไม่ละสายตา ยิ่งมองก็ยิ่งพึงพอใจ

ขณะนั้นเองหลัวซาซาก็เดินออกมาจากถ้ำสวรรค์ นางพุ่งเข้ามาหาหวงอวี้กอดแขนของเขาไว้แน่นและเขย่าเบาๆ

ในดวงตาของนางยังคงเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา

อารมณ์แห่งการสูญเสียและได้คืนกลับมาทำให้แม้แต่หวงอวี้ยังรู้สึกสะเทือนใจ

“ดีจัง...เจ้ารอดมาได้...”

“ช่วงเวลาที่ผ่านมาซาซาต้องลำบากมาก เอาเป็นว่ากลับมาได้ก็ดีแล้ว” หลัวจิ่วจงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เข้าไปข้างในกันเถอะ”

ทั้งสามคนเดินเข้าไปในถ้ำสวรรค์หลิงเซียว

หวงอวี้กลับไปยังที่พักเดิมของเขา

ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมราวกับว่าเขาไม่เคยจากไป

ในช่วงวันเวลาต่อจากนั้นหลัวซาซาก็ยังคงติดตามหวงอวี้แทบทุกขณะเหมือนเมื่อก่อน ส่วนหลัวจิ่วจงหลังจากชื่นชมอยู่ไม่กี่วันก็กลับเข้าสู่บทบาทอาจารย์ผู้เคร่งครัด

นอกจากชี้แนะเรื่องการฝึกตนเป็นบางครั้งแล้ว เขาก็ไม่ได้แสดงอาการผิดปกติใดๆอีกเลย

ทำให้หวงอวี้ไม่อาจตัดสินได้แน่ชัด

ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมองเขาเป็นครอบครัวจริงๆ

.....

เฉินโม่ยังคงได้รับข่าวสารจากหวงอวี้เป็นระยะ

ตลอดช่วงเกือบครึ่งเดือนที่ผ่านมาไม่มีสิ่งใดผิดปกติ

เขาถึงกับออกเดินทางไปท่องเที่ยวไกลถึงต่างแดน

สิ่งนี้ทำให้เฉินโม่เริ่มเกิดความสงสัยขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงไปพบกับซ่งหยุนซี

ซ่งหยุนซีอาศัยอยู่ในเมืองหยินเยว่

ต่างจากเรือนแบบดั้งเดิมของเหล่าผู้อาวุโสแห่งสำนักมั่วไถ บ้านของซ่งหยุนซีกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายแบบเป่ยโจว

ดูเรียบง่ายและเป็นระเบียบ

ขณะนี้เขาดูไม่ค่อยสงบใจนัก ส่วนจูเสี่ยวฟางก็ไม่ได้ดูมีความสุขเช่นกัน

ราวกับทั้งสองเพิ่งทะเลาะกัน

“น้องเฉิน เจ้ามาหาข้าหรือ?” ซ่งหยุนซีเหลือบมองเฉินโม่อย่างหมดแรงและถามขึ้น

“พวกเจ้าทั้งสอง...นี่มัน?”

“ไม่มีอะไร”

จูเสี่ยวฟางที่อยู่ข้างๆก็พูดขึ้นว่า

“พวกเจ้าคุยกันก่อนเถอะ”

นางเลือกที่จะหลีกเลี่ยง

“พวกเจ้าเป็นอะไรกัน?” เฉินโม่ถามด้วยความสงสัย

แค่เพียงไม่กี่เดือนที่ไม่ได้พบกันดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะมีปัญหา

“ไม่มีอะไร” ซ่งหยุนซีส่ายหัว

“เจ้ามีเรื่องอะไร?”

ในเมื่ออีกฝ่ายไม่พูด เฉินโม่ก็ไม่ถามต่อ เข้าสู่ประเด็นทันที

“เรื่องของหลัวจิ่วจง เจ้าบอกข้าให้ละเอียดกว่านี้ได้หรือไม่? ข้ารู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนที่เจ้าพูด”

ซ่งหยุนซีที่เดิมทีดูหนักใจและพยายามควบคุมอารมณ์อยู่แล้ว ทันทีที่ได้ยินคำถามนี้อารมณ์ของเขาก็พลันเปลี่ยนไป

เพียงพริบตาเดียวเขาถึงกับแสดงท่าทางเหมือนจะเสียสติ!

“อย่าถามอีก อย่าถามอีกเลย ข้าไม่ใช่คนของโลกนี้อีกต่อไปแล้ว หากเจ้าถามต่อ ข้าคงต้องไปแล้ว...”

ท่าทางของเขาทำให้เฉินโม่ขมวดคิ้ว

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเพียงไม่กี่วันก่อนยังดูปกติอยู่ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเช่นนี้

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ซ่งหยุนซีเงยหน้าขึ้น ในนัยน์ตาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง

“เดิมทีข้าคิดว่าเมื่อคนสองคนอยู่ด้วยกันนานพอก็จะเข้าใจกันมากขึ้น...แต่...”

เขาถอนหายใจยาวก่อนกล่าวต่อ

“ข้าไม่ใช่ซ่งหยุนซีในความทรงจำของนาง และนางก็ไม่ใช่จูเสี่ยวฟางในความทรงจำของข้า พวกเรามีเรื่องราวที่เคยประสบมาร่วมกัน แต่มันเต็มไปด้วยความแตกต่างมากมาย...”

“นางบอกว่า...ข้าเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่มีหน้าตาเหมือนกันเท่านั้น...”

เฉินโม่ขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม

เขาสัมผัสได้ถึงรอยร้าวระหว่างพวกเขา

“พวกเจ้าทะเลาะกัน? หรือมันอาจเป็นแค่คำพูดที่พูดออกไปตอนอารมณ์เสียเท่านั้น?”

“ไม่...ไม่ใช่แค่คำพูด” ซ่งหยุนซีส่ายหัว

มีเพียงเขาและจูเสี่ยวฟางที่เข้าใจเรื่องนี้ดีที่สุด

เหตุการณ์ที่พวกเขาเคยประสบร่วมกันกลับมีความแตกต่างกันมากเกินไป มากจนถึงขนาดส่งผลกระทบต่อบุคลิกของพวกเขาเอง

และเมื่อเวลาผ่านไปดูเหมือนว่านางจะเชื่อมั่นว่า ซ่งหยุนซีที่นำพานางมายังห้วงแม่น้ำแห่งกาลเวลาแห่งนี้คือซ่งหยุนซีตัวจริง

ส่วนเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ดูคุ้นเคยเท่านั้น...

“การเดินทางผ่านแม่น้ำแห่งกาลเวลาอาจเป็นเพียงคำสาป…” ซ่งหยุนซีพึมพำ

การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ได้ส่งผลต่อจิตใจของเขา

“พวกเราไม่เพียงแต่ถูกกักขังอยู่ในห้วงเวลาร้อยกว่าปีนี้ ยังต้องไปยังสถานที่ที่ไม่ใช่ของตัวเอง...ครั้งแล้วครั้งเล่า...”

ทันใดนั้นซ่งหยุนซีก็เงยหน้าขึ้นมองเฉินโม่ด้วยสายตาเศร้าหมอง

“น้องเฉิน เจ้าช่วยข้าได้ไหม?”

“ว่ามาเถอะ”

“เหตุผลที่ข้ายังไม่จากไปก็เพราะอยากยืมพลังของเจ้าเพื่อทะลวงสู่ระดับหลอมรวม”

สำหรับเขาแล้ว แท้จริงเขาไม่ได้ต้องการจะออกจากแม่น้ำกาลเวลาแห่งนี้ เพราะนี่คือโลกที่แตกต่างที่สุด น่าสนใจที่สุดเท่าที่เขาเคยพบจากการเดินทางข้ามไปหลายสิบครั้ง

โลกอื่นล้วนมีเส้นทางที่คล้ายกัน บ้างก็เหมือนกันแทบทุกประการ

แต่ที่นี่...แตกต่างโดยสิ้นเชิง!

น้องรองอี้ถิงเซิงยังคงเป็นน้องรองที่ถูกโชคชะตาเมตตา

แต่ "น้องสาม" ตรงหน้าเขากลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

เฉินโม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกัดฟันถามว่า

“เจ้าจะจากไปทันทีหลังจากทะลวงผ่านงั้นหรือ?”

“ใช่ เดิมทีข้าคิดว่านี่อาจเป็นความหวังของข้าในการหลุดพ้น แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าข้าคิดผิด” ซ่งหยุนซีส่ายหัว

“ข้าไม่ควรยื้ออยู่ในโลกที่ไม่ใช่ของข้า”

“เจ้าจะเรียกว่าการยื้ออยู่ได้อย่างไร?”

“ไม่! นับว่าใช่”

“ในหนึ่งโลกมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเป็นผู้ฝึกตน วิชาสลายร่างเทพมาร อย่างแท้จริง”

“ตราบใดที่ข้ายังอยู่ที่นี่ ซ่งหยุนซีตัวจริง...จะไม่มีวันกลับมา...”

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 1020 ซ่งหยุนซีที่แท้จริง

คัดลอกลิงก์แล้ว