- หน้าแรก
- บัญชาเจ็ดสังหาร ตำนานเซียนซ่างชิงไร้เทียมทาน
- บทที่ 72 - การปะทะ 2
บทที่ 72 - การปะทะ 2
บทที่ 72 - การปะทะ 2
บทที่ 72 - การปะทะ 2
ย่วนถาวตกใจจนสะดุ้งกับหูซิวอู๋ที่จู่ๆ ก็โผล่พรวดขึ้นมา นึกว่าตัวเองติดกับดักเข้าเสียแล้ว
หูซิวอู๋กระโดดขึ้นมาจากใต้ดิน ร่วงหล่นลงมาทับลงบนม่านพลังชือเหวิ่นของย่วนถาว ในขณะเดียวกันก็เดินพลังคำสั่งวายุอัคคี ปล่อยไฟโตวซ่วยสายหนึ่งออกจากปลายนิ้ว
ไฟโตวซ่วยเป็นเส้นตรงดั่งด้ายทองคำ แทรกซึมผ่านรอยแยกที่ชายะ ซื่อเหรินเพิ่งฟันเอาไว้เมื่อครู่ เข้าไปเกาะติดตัวย่วนถาวที่อยู่ภายในม่านพลังชือเหวิ่น
ไฟโตวซ่วยใช้ความโกรธแค้นและความกังวลของย่วนถาวเป็นเชื้อเพลิง ลุกโชนจนย่วนถาวกลายเป็นคบเพลิงมนุษย์ ความโกรธบนใบหน้าของย่วนถาวมลายหายไปจนสิ้น ปราศจากซึ่งความปรารถนาทางโลก ถูกคำสั่งวายุอัคคีบังคับให้เยือกเย็นลงในพริบตา
ก่อนที่จะขึ้นมาจากใต้ดิน หูซิวอู๋จงใจเก็บซองเข็มที่เอวกลับเข้าไปในสุสานผีสิงก่อน วิชาเปลี่ยนลูกปัดเป็นสัตว์ร้ายของลูกปัดหยาจื้อของย่วนถาว ตอนที่หูซิวอู๋แอบดูอยู่ข้างๆ เมื่อครู่ เขารู้สึกว่ามันคุ้นตามาก มันช่างคล้ายคลึงกับวิชาแปรอาวุธเป็นงูของเกาสามเสียเหลือเกิน
เกาสามเป็นเพียงผู้ควบคุมวัตถุ ไม่มีพลังพอที่จะผนึกวิญญาณงูเอาไว้ในเข็มสามศพได้ นี่เป็นวิชาเฉพาะของปรมาจารย์สร้างอาวุธเวทเท่านั้น ดูจากตอนนี้แล้ว น่าจะเป็นย่วนถาที่ช่วยจัดการให้เขา
เข็มสามศพที่เป็นผลงานของย่วนถาว ย่อมมีโอกาสสูงที่เขาจะจดจำมันได้
ผลกระทบจากศึกที่ภูเขาปาเซียนเพิ่งจะถูกบริษัทหน่าตูตงกดทับลงไป ในเมื่อเจ้าฟางซวี่ล่วงรู้ความจริง หูซิวอู๋ก็ไม่อาจเสี่ยงเดิมพันได้ว่าย่วนถาวจะรู้เป้าหมายการไปภูเขาปาเซียนของพรรคพวกเกาสามหรือไม่
หากความลับนี้รั่วไหลออกไป เกรงว่าเขาคงต้องกล่าวคำอำลากับชีวิตอันสงบสุขเสียแล้ว ทั้งสมาคมชิวเจินและสำนักเฉวียนซิ่งคงจะดาหน้ามาหาเขาเพื่อสืบหาความจริง และเจ้าฟางซวี่ก็คงไม่ปล่อยเขาไว้เช่นกัน
หูซิวอู๋มองดูย่วนถาวที่ไร้ความรู้สึก ชี้แจงเหตุผลและวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียให้เขาฟังอย่างตรงไปตรงมา
"ผู้อาวุโสย่วนถาว ครั้งนี้พวกเราไม่มีเจตนาจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับท่าน หวังว่าท่านจะล่าถอยไปก่อนในตอนนี้"
"ไฟทุกชนิดล้วนต้องมีเชื้อเพลิง ขอเพียงท่านหาสถานที่สงบๆ ทำสมาธิ สงบสติอารมณ์ ละทิ้งความกิเลส ไฟโตวซ่วยเมื่อไร้เชื้อเพลิงก็จะดับลงไปเอง"
"แต่หากไม่ทำเช่นนั้น ไฟโตวซ่วยก็จะลุกไหม้อยู่ในห้วงจิตของท่านไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายท่านจะกลายเป็นก้อนหินที่ไร้อารมณ์ความรู้สึกใดๆ หากท่านคิดว่าตัวเองยังฝึกฝนจิตใจมาไม่มากพอ ผมขอแนะนำให้ท่านท่อง 'คัมภีร์วิสุทธิ' สักสองสามจบน่าจะช่วยได้นะครับ"
หูซิวอู๋พูดจาตรงไปตรงมาและไม่เกรงใจแม้แต่น้อย ทำเอาย่วนถาวโกรธจัดขึ้นมาอีกรอบ แต่ไม่ทันไร ไฟโตวซ่วยก็โหมแรงขึ้น เผาผลาญความโกรธของเขาจนหมดเกลี้ยง
ทำให้เขาสามารถกลับมาคิดทบทวนคำพูดของหูซิวอู๋ได้อย่างใจเย็น ลองชั่งน้ำหนักดูว่าขืนดึงดันพัวพันต่อไปมันจะคุ้มค่าหรือไม่ และจะทำให้ตัวเองต้องติดร่างแหไปด้วยหรือเปล่า
หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ย่วนถาวก็พูดด้วยน้ำเสียง 'เยือกเย็น' ว่า "ฉันจะไป แต่ถ้าฉันฟื้นตัวเมื่อไหร่ ฉันไม่มีทางกลืนก้อนความแค้นนี้ลงคอแน่ ฉันรู้จักนิสัยตัวเองดี ฉันต้องกลับมาคิดบัญชีกับแกแน่นอน"
พูดจบ เขาก็ไม่ชายตามองดูสถานการณ์ทางฝั่งชายะ ซื่อเหรินอีกต่อไป เก็บลูกปัดเก้ามังกรที่เหลือกลับมา หันหลังเดินจากไปทันที
เมื่อ 'เชิญ' ย่วนถาวออกไปได้แล้ว หูซิวอู๋กับเติ้งโหย่วไฉก็เข้ามาล้อมกรอบชายะ ซื่อเหรินไว้
เติ้งโหย่วไฉเชิญหวงเซียงมาประทับร่างแล้ว ตอนนี้รอบตัวเขาถูกห่อหุ้มด้วยพลังปราณปีศาจที่เย็นยะเยือก ดวงตากลายเป็นดวงตาของปีศาจ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็แหลมเล็กผิดปกติ
ปู่รองฮุยกับหูปาอียังไม่ปรากฏตัว ยังคงแหวกว่ายอยู่ใต้ดินเพื่อรอจังหวะสนับสนุน
ทั้งสี่คนตั้งท่าเผชิญหน้ากัน
ชายะ ซื่อเหรินกำด้ามดาบแน่น เมื่อครู่เขาได้เห็นวิธีการเปิดตัวของหูซิวอู๋แล้ว จึงถึงบางอ้อ
"อย่างนี้นี่เอง วิชาเซียนท่องปฐพีนี่เอง มิน่าล่ะ ตลอดทางฉันถึงรู้สึกเหมือนมีคนตามหลังอยู่ตลอด แต่กลับไม่พบอะไรเลย"
"สามารถใช้วิชาเซียนท่องปฐพีตามฉันมาได้ทั้งวัน ดูท่าคงจะเป็นคนของตระกูลฮุยในบรรดาเซียนสินะ ไม่นึกเลยว่ายุคนี้สมัยนี้ตระกูลฮุยจะยังมีชีวิตรอดอยู่อีก"
หูซิวอู๋พ่นลมหายใจออกยาว เดินพลังคำสั่งเจ็ดสังหารเทพภูต พราณสามศพสีแดงฉานลุกโชนขึ้นรอบตัว แถบยันต์ค่อยๆ ยืดยาวออกมาจากแผ่นหลังและท่อนแขน
ใครจะไปคิดว่า พอชายะ ซื่อเหรินเห็นรูปลักษณ์ของหูซิวอู๋ เขากลับสามารถบอกที่มาที่ไปของหูซิวอู๋ได้อย่างถูกต้องทะลุปรุโปร่ง
"คำสั่งเจ็ดสังหารเทพภูต? ปราณสามศพ? แกเป็นศิษย์สำนักซ่างชิงงั้นรึ?"
คำพูดนี้ทำเอาหูซิวอู๋ถึงกับตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนสามารถจดจำวิชาที่เขาฝึกฝนได้ตั้งแต่แรกเห็น
สำนักซ่างชิงไม่มีใครฝึกคำสั่งเจ็ดสังหารเทพภูตสำเร็จมาเกือบห้าสิบปีแล้ว ก่อนที่หูซิวอู๋จะฝึกสำเร็จ แม้แต่ศิษย์ภายในสำนักซ่างชิงเอง ก็ยังทำได้เพียงสัมผัสกลิ่นอายของคำสั่งเจ็ดสังหารเทพภูตผ่านตัวอักษรในตำราเท่านั้น
ขนาดปู่รองฮุยที่เจอหูซิวอู๋ครั้งแรก ก็ยังจำปราณสามศพไม่ได้ ต้องให้โดนเข้าไปเต็มๆ ก่อน ถึงจะรู้ว่าหูซิวอู๋ฝึกวิชาอะไรอยู่
แต่ชายะ ซื่อเหรินกลับสามารถจดจำปราณสามศพได้เพียงแค่มองแวบเดียว นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้เพียงแค่อ่านเจอในตำราอย่างแน่นอน
ต้องเคยเห็นปราณสามศพด้วยตาตัวเอง หรือถึงขั้นเคยประมือด้วยมาก่อนเท่านั้น ถึงจะมีความทรงจำที่ฝังลึกขนาดนี้
หูซิวอู๋ตวาดเสียงแข็ง "แกเป็นใครกันแน่?"
ชายะ ซื่อเหรินที่รู้ตัวว่าเผลอหลุดปากไปเมื่อครู่ คราวนี้กลับปิดปากเงียบสนิท ไม่สนใจคำถามของหูซิวอู๋
"เจ้าหนู ไม่ต้องถามหรอก รอจับตัวมันได้เมื่อไหร่ เดี๋ยวทุกอย่างก็กระจ่างเองแหละ"
เติ้งโหย่วไฉในร่างหวงเซียงหัวเราะเหี้ยม
"ไอ้หนุ่ม เป็นแกใช่มั้ยที่ทำร้ายพี่สาวของตระกูลหู (จิ้งจอก) จนบาดเจ็บ? ไหนขอดูหน่อยสิว่าแกมีดีอะไรนักหนา"
น้ำเสียงของหวงเซียงเต็มไปด้วยความโกรธแค้นต่อเรื่องนี้ เติ้งโหย่วไฉและหวงเซียงพุ่งทะยานเข้าใส่โดยใช้แขนขาทั้งสี่ข้างราวกับสัตว์ป่า ปลายนิ้วควบแน่นพลังปราณจนกลายเป็นกรงเล็บแหลมคม ชายะ ซื่อเหรินกวัดแกว่งดาบมารหมายจะสกัดกั้นเติ้งโหย่วไฉและหวงเซียงเอาไว้
แต่ทว่าเมื่อคมดาบตวัดผ่านไป ร่างของเติ้งโหย่วไฉกลับแตกสลายราวกับฟองสบู่ นี่เป็นเพียงร่างเงาจากวิชาภาพลวงตาเท่านั้น
เซียนของตระกูลหวงนั้นเชี่ยวชาญด้านภาพลวงตาเป็นเลิศ เพียงแค่พังพอนที่มีอายุยืนยาวสักหน่อย ก็สามารถใช้สารคัดหลั่งของตัวเองหลอกล่อมนุษย์ได้แล้ว แม้แต่พังพอนธรรมดาทั่วไป ก็ยังรู้จัก 'เต้นระบำ' เพื่อทำให้กระต่ายสับสน ก่อนจะฉวยโอกาสเข้าตะครุบเหยื่อ
แต่ร่างจริงของหวงเซียงกลับมาปรากฏตัวอยู่ที่ด้านข้างของชายะ ซื่อเหริน กรงเล็บแหลมคมพกพาสายลมกรด พุ่งตรงเข้าทะลวงไตขวาของเขา
เมื่อพบตัวหวงเซียง ชายะ ซื่อเหรินก็ตวัดคมดาบกลับมา ห่อหุ้มตัวดาบด้วยปราณดาบอันแหลมคม ฟาดฟันเข้าใส่หวงเซียง
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะฟันโดนหวงเซียง หูซิวอู๋ก็บังคับแถบยันต์เข้ารัดแขนข้างที่ถือดาบของเขาไว้แน่น ในขณะเดียวกันก็สกัดกั้นเส้นลมปราณที่แขนขวาของเขา ทำให้พลังปราณในแขนขวาของเขาไม่สามารถไหลเวียนได้
ปู่รองฮุยก็ฉวยโอกาสนี้ยื่นมือขึ้นมาจากใต้ดิน คว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าของชายะ ซื่อเหริน
เพียงชั่วพริบตาเดียว ชายะ ซื่อเหรินก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายถึงชีวิต
แต่เขากลับไม่ตื่นตระหนก ชายะ ซื่อเหรินปล่อยมือขวาออก เปลี่ยนมาถือดาบมารด้วยมือซ้ายแทน ปราณดาบควบแน่นจนกลายเป็นเส้นด้าย เส้นด้ายดาบพริ้วไหวราวกับสายพิณสีเงิน กรีดร้องแหวกอากาศผลักดันหวงเซียงให้ถอยร่นไป จากนั้นก็ตวัดดาบฟาดลงบนพื้นอย่างต่อเนื่อง ปราณดาบแปรเปลี่ยนเป็นตะขอหยกสลักรอยลึกฝากไว้บนพื้นดินอย่างโหดเหี้ยม
ปราณดาบอันดุดันนั้นช่างเยือกเย็นและไร้ปรานี ดั่งแสงจันทร์จากพระราชวังบนดวงจันทร์ บีบบังคับให้ปู่รองฮุยต้องหดมือกลับและถอยร่นลงไปใต้ดิน
เพียงเสี้ยววินาที ชายะ ซื่อเหรินก็พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส สลายการรุมโจมตีของสองเซียนได้อย่างหมดจด
จากนั้น ชายะ ซื่อเหรินก็ควงดาบเป็นวงกลม ตวัดฟันใส่แถบยันต์ของหูซิวอู๋ หวังจะตัดแถบยันต์ให้ขาดสะบั้น
แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายของเขาก็คือ ปราณดาบของเขาที่ฟาดลงบนแถบยันต์ กลับไม่ได้ตัดแถบยันต์ให้ขาดกระจุยอย่างที่เขาคิดไว้
'ปราณสามศพของเด็กนี่ ทำไมมันถึงได้แข็งขนาดนี้เนี่ย ไม่เหมือนฟันโดนปราณสามศพเลย เหมือนฟันโดนม่านพลังชือเหวิ่นของย่วนถาวมากกว่า'
หูซิวอู๋ยืดแถบยันต์ออกมาอีกสี่เส้น นำมาพันเกลียวเข้าด้วยกันเป็นเกลียวเชือกยันต์ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแถบยันต์ ในขณะเดียวกันก็แอบปล่อยไฟโตวซ่วยออกมา อาศัยแถบยันต์เป็นที่กำบัง แอบเอาไปติดไว้ที่มือของชายะ ซื่อเหริน
แต่ต่างจากตอนที่ติดไฟบนตัวย่วนถาว ไฟโตวซ่วยบนตัวชายะ ซื่อเหรินกลับไม่ได้ลุกโชนรุนแรงนัก กลับเหมือนไฟอ่อนๆ ของเตาแก๊ส ที่ลุกไหม้อย่างสม่ำเสมอแต่แผ่วเบา
นี่แสดงให้เห็นว่า ในใจของเขาตอนนี้ไม่ได้มีความผันผวนของอารมณ์มากนัก ความนิ่งสงบระดับนี้ แม้แต่ผู้อาวุโสของสำนักเฉวียนซิ่งอย่างย่วนถาวก็ยังเทียบไม่ติด
เมื่อเห็นไฟลุกขึ้นบนตัว ชายะ ซื่อเหรินกลับไม่ตกใจเลยแม้แต่น้อย กลับมองไปที่หูซิวอู๋ที่กำลังดึงแถบยันต์อยู่เงียบๆ
'ขนาดไฟโตวซ่วยก็ยังเรียนรู้มาได้แล้ว สำนักซ่างชิงมีศิษย์ที่พรสวรรค์สูงส่งขนาดนี้โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย?'
ปัง!
เมื่อดาบแรกตัดแถบยันต์ไม่ขาด ดาบที่สองของชายะ ซื่อเหรินจึงเพิ่มแรงฟันมากขึ้น รวบรวมปราณดาบของตัวเองไว้ที่ดาบมาร วาดคมดาบในอากาศเป็นรูปจันทร์เสี้ยว
คมดาบปราณรูปจันทร์เสี้ยวตัดแถบยันต์ของหูซิวอู๋ขาดสะบั้นในทันที
จุดประสงค์ดั้งเดิมในการสร้างยันต์สกัดปราณแบบยาว ไม่ได้มีไว้เพื่อใช้ต่อสู้ แม้ว่าวัสดุที่ใช้จะพิเศษแค่ไหน แต่ท้ายที่สุดก็ยากที่จะต้านทานกระบวนท่าของยอดฝีมือได้
เมื่อแถบยันต์ถูกตัดขาด หูซิวอู๋ก็เสียหลักเซล้มไปข้างหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว
เขายังไม่มีเวลามานั่งเสียดายแถบยันต์ รีบตั้งหลักทรงตัวให้มั่น ถอยห่างจากชายะ ซื่อเหรินเพื่อระวังปราณดาบของเขา พลางคาดเดาอยู่ในใจ
วิชาดาบล้ำเลิศ แถมยังรู้จักคำสั่งเจ็ดสังหารเทพภูตอีก เจ้านี่มันเป็นใครมาจากไหนกันแน่?
(จบแล้ว)