- หน้าแรก
- ได้ระบบมาทั้งที ทำไมทางเลือกแต่ละทีถึงมีแต่เรื่องกาวๆ
- บทที่ 11 - มีชื่อขึ้นบอร์ดเกียรติยศ
บทที่ 11 - มีชื่อขึ้นบอร์ดเกียรติยศ
บทที่ 11 - มีชื่อขึ้นบอร์ดเกียรติยศ
บทที่ 11 - มีชื่อขึ้นบอร์ดเกียรติยศ
เมื่อมองดูข้อมูลบนหน้าจอเสมือนจริงตรงหน้า ป๋ายฮวงก็ถอนหายใจออกมา
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีทางเลือกที่จะทำตามทางเลือกที่ 2 ได้เลย ตอนนี้ส่วนสูงของเขาก็กำลังดีอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มอีกสิบเซนติเมตรหรอก
ส่วนอวัยวะส่วนอื่นๆ ก็ดูเหมือนจะไม่มีตรงไหนที่ต้องการเพิ่มอีกสิบเซนติเมตรเหมือนกัน...
ทำไงได้ มีแค่ทางเลือกที่ 1 เท่านั้นแหละที่พอจะเป็นไปได้
ป๋ายฮวงประสานมือไว้ตรงหน้า หลับตาลงแล้วเริ่มคิดหาบทกวีในใจ ทำยังไงถึงจะคว้ารางวัลที่หนึ่งมาได้นะ เพราะในห้องนี้ก็มีหัวกะทิอยู่ไม่น้อยเลย
ในขณะที่ทุกคนกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เวลาสิบนาทีก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
"เอาล่ะ หมดเวลาแล้ว ทีนี้มาเริ่มโชว์ผลงานกันเลย เริ่มจากแถวแรกคนแรกก่อนเลย นักเรียนหมายเลขหนึ่ง เชิญเลยจ้ะ" สวีเชี่ยนที่ยืนอยู่หน้าชั้นเรียนเอ่ยขึ้น
เมื่อถูกเรียกชื่อ นักเรียนหมายเลขหนึ่งก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วท่องออกมาว่า "มือไขว่คว้าตะวันจันทราเด็ดดารา ในใต้หล้าไร้ผู้ใดเปรียบปาน"
บทกวีนี้เรียกเสียงชื่นชมจากครูสวีเชี่ยนและเพื่อนร่วมชั้นได้ทันที เป็นบทกวีที่ยอดเยี่ยมมาก
"คนต่อไป นักเรียนหมายเลขสอง ลองบอกบทกวีที่คิดไว้มาสิ" สวีเชี่ยนตั้งตารอคอย
"สามสิบปีฝั่งตะวันออก สามสิบปีฝั่งตะวันตก อย่าดูถูกเด็กหนุ่มว่ายากไร้" นักเรียนหมายเลขสองยืนตัวตรง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เช่นเดียวกับคนแรก บทกวีของนักเรียนหมายเลขสองก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากทุกคน ถึงแม้จะดูเบียวไปหน่อย แต่ก็แฝงไปด้วยความห้าวหาญ
"คนต่อไป นักเรียนหมายเลขสาม ผลงานของเธอคืออะไร" สวีเชี่ยนถามต่อ
"รอจนหยินหยางพลิกผัน จะใช้เลือดมารย้อมฟ้าให้แดงฉาน" นักเรียนหมายเลขสามยืดอกอย่างภาคภูมิใจ แววตาเปล่งประกายความเยือกเย็น
"อืม ไม่เลวเลย สื่ออารมณ์ได้ดีมาก เอาล่ะ คนต่อไป นักเรียนหมายเลขสี่" สวีเชี่ยนเอ่ยปากชม
"ร่มหนึ่งคัน รอยยิ้มหนึ่งหน สายลมอุ่นพัดผ่าน ใบไม้ร่วงหล่นเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงโดยไม่รู้ตัวว่าเหน็บหนาว เกียรติยศ ไม่เคยเป็นเกมของคนเพียงคนเดียว ในวินาทีนี้ ฉันขอโชว์ท่ามังกรผงาด" นักเรียนหมายเลขสี่ทำหน้าตาขึงขัง แววตาดูมีความลึกลับ
"อืม อันนี้ก็ใช้ได้ คนต่อไป นักเรียนหมายเลขห้า" สวีเชี่ยนเรียกต่อ
เมื่อได้ยินดังนั้น นักเรียนหมายเลขห้าก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แววตาแฝงความเศร้าสร้อยเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นว่า "พวกเราล้วนเป็นสัตว์ประหลาดตัวน้อย สักวันหนึ่งก็ต้องถูกอุลตร้าแมนผู้พิทักษ์ความยุติธรรมกำจัดทิ้ง"
สิ้นคำพูดของนักเรียนหมายเลขห้า ทุกคนในห้องต่างก็ชะงักงัน โดยเฉพาะพวกผู้หญิงที่ฟังแล้วรู้สึกอินเป็นพิเศษ
ใช่แล้ว พวกเราล้วนเป็นสัตว์ประหลาดตัวน้อย สักวันหนึ่งก็ต้องถูกอุลตร้าแมนผู้พิทักษ์ความยุติธรรมกำจัดทิ้ง...
ครูสวีเชี่ยนก็อึ้งไปเหมือนกัน นี่เป็นบทกวีที่เธอชอบที่สุดตั้งแต่ฟังมาเลย
สมกับเป็นนักเรียนอุเอสึงิ ฮารุอิ ช่างเป็นคนที่มีศิลปะในหัวใจจริงๆ
"เอาล่ะ คนต่อไป หยวนฟาง ผลงานของเธอคืออะไรจ๊ะ" สวีเชี่ยนถาม
จากนั้น หยวนฟางก็ลุกขึ้นยืนแล้วตอบว่า "หนุนสายลม หลับไหลกลางหิมะมาเนิ่นนาน ฉันร่วมมื้อเช้ากับพยัคฆ์ รอยยิ้มของเธอเหมือนสุนัขดุร้าย ชนเข้ากับหัวใจฉันจนปั่นป่วน..."
"อะแฮ่ม พอแล้วๆ เธอนั่งลงก่อนเถอะ" สวีเชี่ยนรีบสั่งเบรกด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ทนฟังต่อไปไม่ไหวจริงๆ ตอนแรกๆ ก็ดีอยู่หรอก ทำไมจู่ๆ ถึงมีตัวป่วนโผล่มาได้เนี่ย
หลังจากผลัดกันท่องบทกวีไปเรื่อยๆ ในที่สุดสวีเชี่ยนก็เรียกชื่อป๋ายฮวง
"ป๋ายฮวง ลองบอกผลงานของเธอมาหน่อยสิ" สวีเชี่ยนตั้งใจรอฟังเป็นพิเศษ เพราะเธอค่อนข้างเอ็นดูนักเรียนคนนี้ ปกติเขาเป็นเด็กดีและว่านอนสอนง่ายมาก
แต่ความจริงแล้วสวีเชี่ยนก็รู้ดีว่า ป๋ายฮวงไม่ได้มีหัวทางด้านวรรณกรรมมากนัก คงแต่งบทกวีเพราะๆ ออกมาไม่ได้หรอก แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ การให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ครู่ต่อมา ป๋ายฮวงก็ลุกขึ้นยืน เขาคิดบทกวีเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
จากนั้น ป๋ายฮวงก็เริ่มท่องบทกวีออกมา
"ปลาตัวน้อยของฉัน เธอตื่นหรือยัง"
"ยังจำยามเช้าได้ไหม"
"เมื่อคืนเธอเคยบอกไว้"
"หวังให้ราตรีนี้ไม่มีวันสว่างไสว"
"สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาอาบแก้มของเธออย่างแผ่วเบา"
"คือน้ำตาของเธอ หรือน้ำตาของฉัน"
"ฤดูกาลแห่งจุมพิตแรกและคำบอกลา เราไม่ได้ร้องไห้กันไปแล้วหรอกหรือ"
"ปลายนิ้วของฉันยังคงจดจำ"
"เสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเธอได้"
"ท่ามกลางกลิ่นกายอันหอมกรุ่น"
"เส้นผมยาวสลวยที่ปลิวไสว..."
จนกระทั่งป๋ายฮวงท่องจบ
"......"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเรียนไปพักใหญ่ หลังจากที่ป๋ายฮวงพูดจบ
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ตอนนี้ทุกคนรวมถึงครูสวีเชี่ยนต่างก็ทำหน้าอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน
โดยเฉพาะสวีเชี่ยนที่ปกติคอยจับตาดูป๋ายฮวงอยู่เสมอ เธอคาดไม่ถึงเลยว่าป๋ายฮวงจะสามารถแต่งบทกวีที่สื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งขนาดนี้
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อบทกวีเหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาพร้อมกับสีหน้าและน้ำเสียงของป๋ายฮวงเมื่อครู่นี้ มันช่างกลมกลืนกันราวกับไร้ที่ติ เหมือนกับกำลังดูนักกวีร่ายมนตร์อยู่จริงๆ
สวีเชี่ยนที่เติบโตมาในครอบครัวที่รักการอ่านและมีภูมิฐาน ถึงกับต้องแอบชื่นชมอยู่ในใจ
"แปะ"
"แปะๆๆ"
เมื่อดึงสติกลับมาได้ ทุกคนก็พร้อมใจกันปรบมือเพื่อแสดงความชื่นชม
เมื่อก่อนทุกคนมักจะคิดว่าป๋ายฮวงเป็นคนซื่อๆ ทื่อๆ เป็นท่อนไม้ ใครจะไปคิดว่าป๋ายฮวงจะมีความเป็นกวีอยู่ในตัวขนาดนี้ ปกติมองไม่ออกเลยจริงๆ
โดยเฉพาะพวกนักเรียนหญิง ต่างก็พากันตกตะลึงกับความอ่อนโยนของป๋ายฮวงในมุมนี้ ก็ผู้หญิงน่ะเป็นเพศที่อ่อนไหวง่ายอยู่แล้วนี่นา
"ป๋ายฮวง ดูเหมือนว่าเธอจะมีพัฒนาการขึ้นเยอะเลยนะ ไม่ทำให้ครูผิดหวังจริงๆ"
สวีเชี่ยนเดินเข้าไปหาป๋ายฮวง สายตาที่มองเขาเหมือนกำลังมองน้องชายที่เพิ่งจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มันช่างอ่อนโยนเสียเหลือเกิน
"ขอบคุณครับครู" ป๋ายฮวงตอบรับ
ในเมื่อระบบมีภารกิจที่เกี่ยวข้อง เขาก็ต้องลองแสดงฝีมือดูสักหน่อย ส่วนผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไงนั้น เขาก็คาดเดาไม่ได้เหมือนกัน
แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ ดูเหมือนว่าผลลัพธ์จะออกมาดีทีเดียวล่ะ ทำเต็มที่แล้วนี่นะ
หลังจากนั้น สวีเชี่ยนก็ไล่ถามบทกวีจากเพื่อนคนอื่นๆ ต่อ แต่เนื่องจากมีผลงานของป๋ายฮวงเป็นมาตรฐานตั้งไว้ หลายคนจึงขอสละสิทธิ์ เพราะรู้สึกเขินอายเกินกว่าจะท่องบทกวีของตัวเองออกมา
ทำให้สวีเชี่ยนใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถามนักเรียนจนครบทุกคน
สวีเชี่ยนเดินกลับไปที่หน้าชั้นเรียน ก่อนจะหมดเวลา เธอส่งยิ้มให้ทุกคนแล้วประกาศว่า "ตอนนี้เหลือเวลาอีกสองนาทีจะเลิกเรียน ทุกคนก็ได้ฟังบทกวีของเพื่อนๆ แต่ละคนไปแล้ว ทีนี้ พวกเราคิดว่าใครสมควรได้เป็นที่หนึ่งในการแข่งขันแต่งบทกวีครั้งนี้ เรามาเริ่มโหวตกันเลย"
เพื่อความยุติธรรมและโปร่งใส สวีเชี่ยนเลือกที่จะให้ทุกคนโหวตกันเอง ใครได้คะแนนโหวตมากที่สุด ก็จะคว้าแชมป์การแข่งขันแต่งบทกวีครั้งนี้ไปครอง
"ครูครับ ผมโหวตให้ป๋ายฮวงหนึ่งเสียง"
"ฉันก็โหวตให้ป๋ายฮวงเหมือนกัน กลอนรักของเขานี่ฉันยอมใจเลย ต่อไปเวลาจะไปสารภาพรักใครก็คงต้องพึ่งกลอนบทนี้แหละ"
"ฉันด้วย ฉันก็ขอโหวตให้ป๋ายฮวง นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินกลอนรักที่เพราะขนาดนี้ คนเป็นผู้หญิงอย่างฉันฟังแล้วใจละลายเลย"
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ยกให้ป๋ายฮวงไปเลย"
ด้วยความเห็นที่ตรงกันอย่างเป็นเอกฉันท์ ป๋ายฮวงได้รับคะแนนสนับสนุนสูงสุดจากเพื่อนในห้อง ดูเหมือนว่าทุกคนจะเทคะแนนเสียงให้กับเขากันหมด
การเกิดเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้ทำให้สวีเชี่ยนรู้สึกแปลกใจเลย ผลงานที่ยอดเยี่ยมมักจะเข้าถึงใจคนฟังได้เสมอ ซึ่งป๋ายฮวงก็ทำได้ดีเยี่ยมในจุดนี้
"ครูขอประกาศว่า ผู้ชนะเลิศในการแข่งขันแต่งบทกวีครั้งนี้คือ ป๋ายฮวง และเพื่อเป็นรางวัล ชื่อของเขาจะถูกนำไปติดบนบอร์ดเกียรติยศในสัปดาห์หน้า ทุกคนต้องเอาป๋ายฮวงเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้นะ" สวีเชี่ยนพูดด้วยความภาคภูมิใจ
"แปะๆๆ"
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วห้อง ทุกคนต่างร่วมแสดงความยินดีกับป๋ายฮวง เขาคู่ควรกับตำแหน่งผู้ชนะเลิศในการแข่งขันแต่งบทกวีครั้งนี้จริงๆ
"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำตามทางเลือกที่ 1 สำเร็จ ได้รับรางวัล: พลังกายภาพพื้นฐานเพิ่มขึ้น 5 เท่า"
ทันใดนั้น ป๋ายฮวงก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์ภายในร่างกายของตัวเอง
การเพิ่มพลังไม่ได้ทำให้รูปร่างหน้าตาของป๋ายฮวงเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย พูดง่ายๆ ก็คือ มีเพียงป๋ายฮวงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่า ตัวเองกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอะไรอยู่
[จบแล้ว]