- หน้าแรก
- ปลูกพืช เลี้ยงปีศาจ ฝึกวิชาเซียน สู่เส้นทางแห่งอมตะ
- บทที่ 963 ยันต์เก้าหยินเปลี่ยนสายฟ้า
บทที่ 963 ยันต์เก้าหยินเปลี่ยนสายฟ้า
บทที่ 963 ยันต์เก้าหยินเปลี่ยนสายฟ้า
ฉีเฉินสามารถควบคุมเหล่าซากศพได้ตามใจ ดังนั้นเขาจึงเฝ้าสังเกตสถานการณ์ของกู้ฟานอยู่ตลอด
และก็เพราะเหตุนี้เองเขาจึงสามารถตัดสินใจให้ฝูงซากศพที่สะสมมานานนับปีระเบิดตัวเองในทันที เพื่อสร้างความเสียหายร้ายแรงให้แก่อู๋เมิ่ง
แม้ว่าซากศพเหล่านี้จะหายากและกระบวนการหลอมสร้างจะซับซ้อนมาก แต่ฉีเฉินรู้ดีว่าอะไรสำคัญและอะไรไม่สำคัญ!
เมื่อเทียบกับการกำจัดภัยคุกคามของสำนักแล้วซากศพเหล่านี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อย!
แน่นอนว่าตั้งแต่ตอนที่กู้ฟานและอู๋เมิ่งเผชิญหน้ากัน ฉีเฉินก็ได้แจ้งเฉินโม่ไปแล้ว
ดังนั้นพวกเขาถึงได้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้ากู้ฟานแทบจะในเวลาเดียวกัน ภายใต้การนำทางของเจ้าไก่หัวแข็ง
ในตอนนี้ดวงตาของเฉินโม่จับจ้องอยู่ที่ตราหยกอันหนึ่งบนพื้นซึ่งเปล่งประกายแสงสามสี ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดมันก็คือตราประทับหยกแผ่นดินที่อู๋เมิ่งขโมยมาจากพระราชวัง
และมันยังเป็นกุญแจสำคัญในการช่วงชิงบัลลังก์ของหยุนหยาและสุ่ยหยุนฉีอีกด้วย
ขณะนี้บนตราประทับหยกแผ่นดิน แสงสีฟ้ายังคงเด่นชัดที่สุด คิดเป็นประมาณสี่ในสิบส่วนขณะที่แสงสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหยุนหยากลับมีเพียงสามในสิบส่วน
ช่องว่างนี้ค่อนข้างชัดเจน
แต่เดิมแล้ว เวลาสองเดือนก็น่าจะเพียงพอให้ทั้งสองฝ่ายตามทันกัน ทว่าเพราะอู๋เมิ่งสถานการณ์จึงเกิดความผิดพลาด
“ท่านเจ้าสำนักนี่คือ?” กู้ฟานถามอย่างระมัดระวัง
“นี่น่าจะเป็นตราประทับหยกแผ่นดินที่อู๋เมิ่งขโมยมาจากพระราชวัง”
“ตราประทับหยกแผ่นดิน?”
เห็นได้ชัดว่ากู้ฟานไม่รู้จักสิ่งนี้
ท้ายที่สุดแล้วสามเดือนก่อนศิษย์รุ่นที่สามของสำนักมั่วไถอย่างเขา แม้แต่ตำแหน่งผู้อาวุโสหรือหัวหน้าหอก็ยังไม่มีสิทธิ์รับรู้เรื่องราวสำคัญของสำนัก
ฉีเฉินจึงใช้เวลาเพียงไม่กี่ประโยคอธิบายให้เข้าใจโดยสังเขป
หลังจากฟังจบกู้ฟานก็พยักหน้ารับด้วยสีหน้าจริงจัง
"ผู้อาวุโสฉี เจ้ายังมีซากศพขนเขียวอยู่ไหม?" เฉินโม่เอ่ยถาม
“มีขอรับ!”
เสียงเพิ่งจบลงเขาก็กระโจนออกจากม่านพลังทันที พร้อมชักแส้กำราบศพออกมาเพื่อเริ่มหลอมซากศพที่เพิ่งฟื้นคืนชีพรอบๆ
เฉินโม่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่รู้สึกปลง
ที่แท้ก็หมดเกลี้ยงจริงๆ
ที่บอกว่า "มี" ก็แค่จะไปหลอมขึ้นมาใหม่เท่านั้นเอง...
ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยาม ฉีเฉินก็พึ่งจะหลอมซากศพได้เพียงตัวเดียว แสดงให้เห็นถึงความยุ่งยากและซับซ้อนของกระบวนการนี้
“ท่านเจ้าสำนัก เรียบร้อยแล้ว!”
“ให้มันไปหยิบตราประทับหยกแผ่นดิน” เฉินโม่สั่ง
เขารู้ถึงความพิเศษของตรานี้ หยุนหยาบอกกับเขาแล้ว
เว้นแต่คนที่มีสายเลือดของตระกูลกงเอ๋อ ผู้ฝึกตนคนอื่นล้วนไม่สามารถแตะต้องมันได้
หากสัมผัสเข้าไปจะถูกสายฟ้าลงโทษทันทีและสลายกลายเป็นเถ้าธุลี
เฉินโม่เองก็ไม่แน่ใจว่าอู๋เมิ่งพกติดตัวมาได้อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับเขา
เดิมทีหากพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน การติดต่อหยุนหยาเพื่อคืนของให้เขาคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่เมื่อสมบัติเซียนชิ้นหนึ่งวางอยู่ตรงหน้า เฉินโม่จะห้ามใจไม่หวั่นไหวได้อย่างไร?
เปรี้ยง!
เมื่อสายฟ้าฟาดลงซากศพขนเขียวถึงกับร่างแตกกระจัดกระจาย เหลือเพียงเศษกระดูกบางส่วนที่ยังเชื่อมติดกันไม่ให้มันล้มลงโดยสิ้นเชิง
สายฟ้ายังคงลงโทษอย่างต่อเนื่องราวกับกำจัดศัตรูที่บังอาจแตะต้องสมบัติเซียน
เฉินโม่ที่เห็นเหตุการณ์นี้กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
"อีกแล้วหรือ? สายฟ้าอีกแล้ว?"
ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในหัวของเขา เขาจึงหันไปสั่งฉีเฉิน
“ไปหลอมอีกตัว”
เพียงคำพูดจบซากศพขนเขียวตัวแรกก็สลายไปโดยสมบูรณ์
และไม่ทราบด้วยเหตุใดมันกลับไม่ฟื้นคืนชีพอีกเลย
“ขอรับ!”
ฉีเฉินไม่ถามซักคำ แต่ลงมือทันทีใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วยามจึงหลอมซากศพระดับเปลี่ยนจิตได้อีกตัว
เขาไม่รู้ว่าเจ้าสำนักต้องการทำอะไร แต่เมื่อเจ้าสำนักสั่งมาเขาก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด!
เมื่อซากศพตัวที่สองถูกควบคุมได้แล้ว เฉินโม่ก็ค้นหาแทบทั้งแหวนมิติของเขา
ในที่สุดเขาก็พบยันต์เปลี่ยนสายฟ้าที่โอวหยางตงชิงเคยวาดไว้เมื่อนานมาแล้ว
แม้จะเป็นเพียงยันต์ระดับสามแต่ก็เพียงพอแล้ว
เขาแปะยันต์เหล่านี้ลงบนร่างของซากศพจนทั่ว
จากนั้นเขาก็ยัดผลึกวิญญาณระดับสูงที่ใช้หมดแล้วเจ็ดถึงแปดก้อนลงไปในร่างของมัน
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จเขาจึงหันไปบอกฉีเฉินอีกครั้ง
“ให้มันลองอีกที”
ในตอนนี้ฉีเฉินเข้าใจแล้ว
เมื่อเขาควบคุมซากศพให้ลองหยิบ ตราประทับหยกแผ่นดิน อีกครั้งก็เป็นไปตามคาด สายฟ้าก็ยังคงฟาดลงมาอย่างไม่ปรานี
แต่คราวนี้ซากศพกลับไม่ได้สลายไปทันทีเหมือนครั้งก่อน พลังสายฟ้าถูกถ่ายทอดผ่านยันต์เปลี่ยนสายฟ้าและไหลเข้าสู่ผลึกวิญญาณแทน
อย่างไรก็ตามเนื่องจากยันต์ที่ใช้เป็นเพียงยันต์ระดับสามจึงสามารถทนรับสายฟ้าได้เพียงไม่กี่ลมหายใจก่อนที่จะระเบิดจนสิ้นสภาพ
แต่นี่ก็พิสูจน์ได้ว่าวิธีนี้สามารถใช้ได้จริง!
เฉินโม่ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาลุกขึ้นไปลูบหัวเจ้าไก่หัวแข็งก่อนสั่งว่า
“ไปเชิญโอวหยางตงชิงมา บอกเขาว่าข้าเป็นคนเรียก ถ้าเขาไม่มาก็ให้บอกไปว่าอย่าหวังจะได้เลือดสัตว์อสูรทะเลอีกเลย”
“ก๊ากๆๆ!”
สัตว์อสูรระดับห้าเคลื่อนที่ได้อย่างว่องไวไร้เทียมทาน
มันใช้ทั้งการบินและการเคลื่อนย้ายผ่านไปไม่นาน แม้แต่ฉีเฉินจะยังหลอมซากศพตัวที่สามไม่เสร็จ แต่โอวหยางตงชิงก็เดินทางมาถึงรอยแยกของจงโจวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
คำพูดแรกของเขาคือ
“เลือดสัตว์อสูรทะเลอยู่ไหน?!”
เฉินโม่เหลือบตามองเขาก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“รีบร้อนอะไร?”
พูดจบเขาหยิบยันต์เปลี่ยนสายฟ้าจำนวนหนึ่งออกมาแล้วถาม
“มีทางปรับปรุงยันต์พวกนี้ให้ดียิ่งขึ้นไหม? ขอระดับห้าเป็นอย่างน้อยหรือระดับหกก็ยิ่งดี”
ทันทีที่เขาพูดจบโอวหยางตงชิงกลอกตาใส่
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นเซียนหรือไง? จะให้ทำอะไรก็ได้หมด?”
“ทำให้เสร็จภายในวันเดียว ข้าจะไปหาเลือดสัตว์อสูรทะเลให้”
“พูดจริงหรือ?”
“ข้ารับป…”
ยังไม่ทันที่เฉินโม่จะพูดจบโอวหยางตงชิงก็ล้วงยันต์ออกมาปึกหนึ่งแล้วยัดใส่มือของเฉินโม่
“อยากได้ก็บอกแต่แรกสิ! ข้าจะได้ไม่ต้องวิ่งมาถึงนี่ให้เหนื่อยเปลืองแรงเปล่าๆ แค่ให้เจ้าไก่นำมาก็จบเรื่องแล้ว”
“เจ้า…”
เฉินโม่ถึงกับหมดคำพูด
โอวหยางตงชิงอยู่ที่สำนักมั่วไถมาหลายสิบปีแล้ว แต่เฉินโม่ก็ยังไม่รู้เลยว่าหมอนี่ทำอะไรไว้บ้าง
ไม่คิดเลยว่าแม้แต่ยันต์เปลี่ยนสายฟ้าระดับห้าก็มีอยู่แล้ว!
แต่พอคิดอีกทีหมอนี่สามารถปรับปรุงยันต์สร้างสัตว์ได้เรื่องนี้ก็ไม่น่าแปลกใจนัก
ท้ายที่สุดแล้วเมื่อบรรลุถึงระดับรวมเต๋า ทุกขั้นก็ต้องเผชิญกับเคราะห์สายฟ้านี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเขาจะศึกษาเรื่องนี้ล่วงหน้า
“นี่คือยันต์เก้าหยินเปลี่ยนสายฟ้าระดับห้า ส่วนระดับหกนั้นทฤษฎีผ่านหมดแล้ว ขาดแค่วัสดุบางอย่าง” โอวหยางตงชิงอธิบาย
“แต่โทษทีเถอะ เจ้าก็ช่วยหา ‘พืชวิญญาณระดับหก’ ให้ได้ก่อนสิ ข้าจะได้ทำระดับหกออกมา”
เฉินโม่ส่งสายตาคาดโทษใส่เขาก่อนจะเลือกเพิกเฉยไม่สนใจอีกต่อไป
ทั้งสำนักมั่วไถคงมีเพียงโอวหยางตงชิงเท่านั้นที่กล้าทำตัวไม่เห็นหัวเขา
แน่นอนหมอนี่ไม่ได้เห็นหัวใครเลยสักคน
ถ้าว่าด้วยเรื่องพลังต่อสู้เขาไม่อาจเทียบหวงอวี้และปีศาจงูได้
ถ้าเป็นเรื่องจิตใจเขาก็ไม่อาจเทียบอี้ถิงเซิง
แต่ถึงกระนั้นพวกนี้ก็ยังรู้สึกปวดหัวทุกครั้งที่เจอเขา!
โอวหยางตงชิงถูกกันออกไปจากเรื่องนี้แล้ว
เฉินโม่เดินหน้าต่อโดยทำซ้ำวิธีเดิม แต่คราวนี้เขาใช้ยันต์เก้าหยินเปลี่ยนสายฟ้าระดับห้าติดลงบนตัวซากศพ
ทันทีที่ซากศพใช้มือสัมผัสตราประทับหยกแผ่นดินอีกครั้ง
เคราะห์สายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัวก็ผ่าลงมา!
คราวนี้สายฟ้าไหลผ่านยันต์โดยตรงก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นกระแสพลังและไหลเข้าสู่ผลึกวิญญาณระดับสูงที่อยู่บริเวณเอวของซากศพ
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ
ทว่าสายฟ้าไม่มีทีท่าว่าจะลดความรุนแรงลงเลย
ซากศพยังคงอุ้มตราประทับหยกแผ่นดินเอาไว้ ยิ่งมันเคลื่อนไปไหนสายฟ้าก็ผ่าตามไปด้วย
และเมื่อผ่านไปได้ราวๆสองชั่วยาม
ผลึกวิญญาณระดับสูงแปดก้อนที่เฉินโม่ใส่ไว้ในตัวซากศพก็กลับมาฟื้นพลังจนเต็มเปี่ยมอีกครั้ง!
(จบบท)