- หน้าแรก
- ข้าก็แค่นักฆ่าปลายแถว ที่บังเอิญไร้เทียมทาน
- บทที่ 40 - ตีตนไปก่อนไข้กับเตรียมพร้อมก่อนฝนตก
บทที่ 40 - ตีตนไปก่อนไข้กับเตรียมพร้อมก่อนฝนตก
บทที่ 40 - ตีตนไปก่อนไข้กับเตรียมพร้อมก่อนฝนตก
บทที่ 40 - ตีตนไปก่อนไข้กับเตรียมพร้อมก่อนฝนตก
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
เซวียหลิงตั้งใจฟังบทสนทนาของอีกฝ่ายอยู่บนต้นไม้ นางไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ จริงๆ
แต่หลักๆ เป็นเพราะกระดากอายเกินไปต่างหาก เด็กสาวฟังต่อไปอีกหน่อย ก็แน่ใจได้ว่าอีกฝ่ายคือขุมกำลังในยุทธภพที่มาดักซุ่มโจมตียอดพระภิกษุคงอู้ล่วงหน้า
พอหวนนึกไปถึงการที่ฟางเปี๋ยมาถึงที่นี่ล่วงหน้าหนึ่งวัน ถึงขั้นสร้างบ้านต้นไม้ที่สามารถกบดานได้ในระยะยาวจนเสร็จสมบูรณ์ เวลานี้เด็กสาวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเลื่อมใสฟางเปี๋ยขึ้นมา
แต่เลื่อมใสก็ส่วนเลื่อมใส สถานการณ์ปัจจุบันคือต่อให้เลื่อมใสแค่ไหน ความต้องการทางสรีรวิทยาของเด็กสาวก็ไม่อาจบรรเทาลงได้ นางทำได้เพียงค่อยๆ ดึงกางเกงขึ้นแล้วย่องหนีไป จากนั้นก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ให้สูงขึ้นไปอีก จัดการธุระส่วนตัวอย่างระมัดระวัง พอกลับมาก็พบว่าบรรดาชาวยุทธภพเหล่านั้นได้เข้าไปดักซุ่มอยู่ในพุ่มไม้อย่างระมัดระวังกันหมดแล้ว
เซวียหลิงไม่รอช้า รีบกลับไปยังบ้านต้นไม้ทันที "มีคนกลุ่มที่สองมาที่นี่แล้ว"
ฟางเปี๋ยยังคงนอนอยู่บนเตียง เวลานี้ท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มสาง
"อดทนรอไปก่อน นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น" ฟางเปี๋ยกล่าวเช่นนี้
"เจ้าไม่กลัวพวกเขาจะพบที่นี่หรือ?" เซวียหลิงอดไม่ได้ที่จะถาม
"ไม่กลัว" ฟางเปี๋ยตอบแทบจะในทันที
"ทำไมล่ะ?" เซวียหลิงถามต่อ และแอบกลัวว่าฟางเปี๋ยจะตอบกลับมาว่า ให้ทายดูสิ อีก
แต่ทว่าครั้งนี้ฟางเปี๋ยไม่ได้บอกให้ลองทายดูสิ
เขาเงยหน้าขึ้น มองไปที่เซวียหลิงซึ่งอยู่ตรงประตู "ข้าพนันกับเจ้าได้เลย"
"จะไม่มีใครพบพวกเราเด็ดขาด"
……
……
ในความเป็นจริงแล้ว เซวียหลิงไม่ได้พนันกับฟางเปี๋ย
อย่างไรเสียฟางเปี๋ยก็ยังคงมีความน่าเกรงขามอยู่ ทำให้รู้สึกว่าการพนันกับเขาไม่มีทางชนะได้อย่างแน่นอน นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่ง
และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ การพนันแบบนี้จะมีผลดีอะไรกับเซวียหลิงเล่า?
หากพวกเขาสองคนถูกชาวยุทธภพคนอื่นๆ พบเข้าจริงๆ รู้ว่าบนหัวของพวกเขา มีนักฆ่าจากองค์กรรังผึ้งคู่หนึ่งคอยจับตาดูอยู่ตลอดเวลาล่ะก็ เช่นนั้นเว้นเสียแต่ว่าฟางเปี๋ยจะสามารถแสดงความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ สยบเหล่าผู้กล้าได้จริงๆ
มิฉะนั้นวันที่ถูกค้นพบก็คือวันตายของเซวียหลิง
แล้วจะไปคิดเล็กคิดน้อยเรื่องพวกนี้ทำไม
ส่วนฟางเปี๋ยก็หลับยาวไปจนเกือบถึงยามซื่อถึงได้ตื่น เซวียหลิงรอจนรู้สึกอึดอัดอยู่ที่นี่มาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว
อย่างไรเสียตอนนี้ บ้านต้นไม้หลังนี้ก็คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในป่าแห่งนี้ การที่เซวียหลิงออกไปข้างนอกกลับจะมีอันตรายจากการถูกค้นพบเสียมากกว่า
หลังจากฟางเปี๋ยตื่นขึ้นมา ก็ใช้กิ่งต้นหยางแปรงฟันเสียก่อน จากนั้นก็หยิบอาหารและน้ำดื่มออกมาให้เซวียหลิง ดูไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
ทว่าเซวียหลิงไม่ได้ตอบรับความหวังดีของเด็กหนุ่มในทันที "ยอดพระภิกษุคงอู้จะมาถึงประมาณเมื่อไหร่?"
ฟางเปี๋ยยิ้ม "ข้าไม่ใช่เทวดานะ"
"การที่ข้าสามารถคาดเดาได้ว่ายอดพระภิกษุคงอู้จะผ่านมาทางนี้ และศัตรูของเขาอาจจะมาดักสกัดอยู่ที่นี่ ก็ถือเป็นขีดจำกัดของข้าแล้ว ข้าไม่ได้มีเครือข่ายข่าวกรองคอยรายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์ให้ที่นี่เสียหน่อย แล้วข้าก็ไม่ได้เป็นพยาธิในท้องของยอดพระภิกษุคงอู้ด้วย" เด็กหนุ่มกล่าวอย่างเย็นชา พร้อมกับมองเซวียหลิง "แน่นอน สิ่งที่พูดได้ก็คือ ในเมื่อตอนนี้ มีขุมกำลังอื่นมาดักรอสกัดอยู่ที่นี่แล้ว เช่นนั้น ยอดพระภิกษุคงอู้ก็น่าจะกำลังเดินทางมาแล้วเช่นกัน"
"แล้วบ้านต้นไม้หลังนี้สร้างขึ้นเมื่อไหร่?" เซวียหลิงถามต่อ
ฟางเปี๋ยเอียงคอ "บอกไม่ได้ บอกไม่ได้"
"แล้วทำไมเจ้าถึงยอมเสียหยาดเหงื่อแรงกายมาสร้างของพวกนี้ที่นี่ล่ะ?" เซวียหลิงเปลี่ยนมุมถาม "เพื่อภารกิจนี้เท่านั้นหรือ?"
"ไม่ใช่หรอก" ฟางเปี๋ยยิ้มพลางกล่าว "แต่ว่ามันเป็นของที่มีประโยชน์มากเลยนะ"
เซวียหลิงนึกไปถึงสระน้ำป่าที่สามารถใช้ชำระร่างกายได้ที่ฟางเปี๋ยเคยพานางไปก่อนหน้านี้ ในชั่วพริบตาก็นึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง "เจ้าไม่ใช่คนเมืองลั่วเฉิงใช่ไหม?"
ฟางเปี๋ยพยักหน้า "ข้าเองก็จำไม่ได้แล้วว่าตัวเองมาจากไหนกันแน่"
"เจ้ามาลั่วเฉิงตั้งแต่เมื่อไหร่?" เซวียหลิงถามอีก
"เดือนล่าเยวี่ยปีที่แล้ว" ฟางเปี๋ยไม่คิดจะปิดบัง เพราะโรงเตี๊ยมเซียวหุนก็เพิ่งจะสร้างเสร็จในช่วงเวลานั้นพอดี
"เจ้าไม่ใช่คนเมืองลั่วเฉิง ทั้งยังมาลั่วเฉิงได้แค่ไม่กี่เดือน ก็สามารถเรียนรู้ภาษาถิ่นของเมืองลั่วเฉิงได้เกือบหมด? แถมยังสร้างฐานทัพลับสำหรับหลบภัยและหลบหนีได้ตั้งมากมาย" เซวียหลิงมองฟางเปี๋ย "จำเป็นด้วยหรือ?"
เซวียหลิงมักจะได้ยินฟางเปี๋ยพูดเรื่องการใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและการเห็นคุณค่าของชีวิตอยู่เสมอ และรู้ดีว่าการกระทำของเด็กหนุ่มผู้นี้รอบคอบและถ่อมตัวจนถึงขีดสุด
แต่นางคาดไม่ถึงเลยว่า ฟางเปี๋ยเพิ่งจะมาลั่วเฉิงได้ไม่กี่เดือน ก็สำรวจสภาพภูมิประเทศโดยรอบเมืองลั่วเฉิงจนทะลุปรุโปร่ง แถมยังสร้างฐานทัพลับเล็กๆ ไว้ในสถานที่ที่ตนคิดว่าเหมาะสมตั้งมากมาย
"ภาษาถิ่นของภาคเหนือก็คล้ายๆ กันหมดนั่นแหละ ฟังแค่สองประโยคก็เรียนรู้ได้แล้ว" ฟางเปี๋ยกล่าวอย่างเนิบนาบ "ภาษาของทางใต้บางที่ต่างหากที่เรียนยาก"
"เจ้าเคยไปมาหลายที่แล้วหรือ?" เซวียหลิงถาม
"ไม่มากหรอก" ฟางเปี๋ยส่ายหน้าพลางกล่าว "แค่มากกว่าคนทั่วไปนิดหน่อย"
เขาฝากตัวเป็นศิษย์เหอผิงตั้งแต่ยังเด็ก ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ร่อนเร่ไปทั่วทิศ สิ่งที่เคยเห็นและเคยรู้ ย่อมต้องมากกว่าคุณหนูในห้องหออย่างเซวียหลิงอย่างแน่นอน เรื่องนี้เซวียหลิงไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย
เซวียหลิงทำได้เพียงถอนหายใจยาว "เป้าหมายในชีวิตของเจ้าคือการไม่ตายอย่างนั้นหรือ?"
เซวียหลิงไม่คิดเลยว่า ฟางเปี๋ยจะกลัวตายขนาดนี้
คนอื่นกลัวตายอย่างมากก็แค่ตีตนไปก่อนไข้ แต่สำหรับฟางเปี๋ยนี่เรียกว่าอะไรล่ะ?
เตรียมพร้อมก่อนฝนตกจนแทบอยากจะเปลี่ยนทั้งโลกให้กลายเป็นรังหลบภัยของตัวเองเลยหรือเปล่า?
"ไม่ใช่ เป้าหมายในชีวิตของข้าคือการไม่ยอมให้ชีวิตจบลงก่อนเวลาอันควร ก่อนที่ข้าจะอยากตายน่ะ" ฟางเปี๋ยส่ายหน้าพลางกล่าว
"ต่อไป พวกเราก็แค่รอ"
……
……
ด้านล่างของบ้านต้นไม้ มีช่องสังเกตการณ์ที่ขุดเตรียมไว้แล้ว สร้างขึ้นอย่างประณีตมาก แต่น่าจะเป็นสิ่งที่ฟางเปี๋ยเพิ่งจะมาสำรวจและติดตั้งเพิ่มเติมหลังจากยืนยันภารกิจแล้ว
อย่างไรเสียเซฟเฮาส์สำหรับหลบภัยทั่วไปก็ไม่จำเป็นต้องมีฟังก์ชั่นสังเกตการณ์แบบนี้
ในช่วงเวลาต่อจากนั้น ทั้งสองคนก็ขลุกอยู่ในกระท่อมไม้เป็นเวลาถึงสี่ชั่วยามเต็มๆ
ในช่วงสี่ชั่วยามนี้ พวกเขาเห็นผู้คนจำนวนมากเดินทางมายังป่าเล็กๆ แห่งนี้แล้วดักซุ่มอยู่ อีกทั้งยังเห็นคนกำลังจัดเตรียมกับดักรูปแบบต่างๆ สรุปก็คือ ทุกคนกำลังพยายามเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นพื้นที่สังหารอันตราย แต่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า เหนือหัวของพวกเขา ท่ามกลางเรือนยอดไม้ที่หนาทึบ จะมีบ้านต้นไม้หลังหนึ่งกำลังจับตาดูพวกเขาอยู่อย่างเย็นชา
แน่นอน โชคดีที่ตอนนี้เข้าสู่ช่วงเทศกาลตวนอู่และต้นฤดูร้อนแล้ว สรรพสิ่งไม่เพียงแต่แตกยอด แต่ยังเติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์อีกด้วย
และในยามเซิน จู่ๆ ฟางเปี๋ยก็เอ่ยปากพูดขึ้นเบาๆ "มาแล้ว"
เซวียหลิงรีบหันไปมองทางเมืองลั่วเฉิงทันที เห็นพระภิกษุชราในชุดจีวรสีเหลืองดินกำลังจูงมือพระภิกษุน้อยที่อยู่ด้านหลัง เดินทีละก้าวๆ ไปบนใบไม้แห้งกรอบในป่า
เนื่องจากที่นี่เต็มไปด้วยใบไม้ร่วง จึงยากที่จะทิ้งรอยเท้าเอาไว้ ดังนั้น ที่นี่จึงเป็นสถานที่ซ่อนตัวที่ยอดเยี่ยมมากเช่นกัน
"ปล่อย!" เซวียหลิงได้ยินเสียงตะโกนเช่นนี้ จากนั้นก็เห็นท่อนซุงขนาดคนโอบที่ถูกเหลาจนแหลมคม พุ่งหมุนคว้างกลางอากาศ ตรงเข้าใส่หน้าอกของยอดพระภิกษุคงอู้ที่กำลังเดินเข้ามา
ทว่าพระภิกษุชราคิ้วขาวหนวดขาวผู้นี้กลับมองดูท่อนซุงนั้น แล้วสวดมนต์อมิตาภพุทธ
จากนั้นก็หันหน้าเข้าหาท่อนซุง แล้วฟาดฝ่ามือออกไปตรงๆ
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───