- หน้าแรก
- ข้าก็แค่นักฆ่าปลายแถว ที่บังเอิญไร้เทียมทาน
- บทที่ 34 - นางมารหนิงเซี่ย
บทที่ 34 - นางมารหนิงเซี่ย
บทที่ 34 - นางมารหนิงเซี่ย
บทที่ 34 - นางมารหนิงเซี่ย
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
ผู้คนบนท้องถนนรอบข้างล้วนฟังแล้วขมวดคิ้วแน่น
อย่างไรเสียหากแค่มองนางมากกว่าหนึ่งครั้งก็ต้องควักลูกตาไถ่โทษ เช่นนั้นคนที่อยู่ที่นี่ไม่ค้องควักลูกตาทั้งสองข้างของตัวเองออกมากันหมดเลยหรือ?
แต่เนื่องจากสตรีผู้นี้เกิดมางดงามอย่างประหลาดจริงๆ ไม่เพียงแต่รูปร่างหน้าตาจะไม่ใช่แบบคนจงหยวน การแต่งกายของนางก็ไม่ใช่แบบสวมกระโปรงและเสื้อคลุมหนาๆ ของคนจงหยวน เวลานี้ต้นฤดูร้อนยังไม่ร้อนมากนัก แต่นางกลับเปลือยท่อนแขนทั้งสองข้างที่เรียบเนียนราวกับผ้าไหมอย่างโจ่งแจ้ง ท่อนบนพันเพียงเอี๊ยมสีน้ำเงินเข้มตัวหนึ่ง ท่อนล่างเป็นกระโปรงยาวพริ้วไหวราวกับผ้าไหม เผยให้เห็นต้นขาที่เรียวยาวราวกับตะเกียบวับๆ แวมๆ
ทำให้พวกผู้พิทักษ์คุณธรรมที่งมงายและหัวโบราณเหล่านั้นเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะร้องตะโกนว่าเสื่อมเสียศีลธรรมอันดี แต่ก็มักจะอดไม่ได้ที่จะแอบมองเพิ่มอีกสักสองสามครั้ง
อย่างไรเสียหน้าตาสะสวยปานนั้นใครจะไม่อยากดูเล่า
ดูจนถึงขั้นอยากจะควักลูกตาทั้งสองข้างออกมาเองเลยทีเดียว
และพระภิกษุชราร่างสูงใหญ่ก็ยื่นมือขวาออกไปปิดตาพระภิกษุน้อยด้านหลังอย่างเงียบๆ มือซ้ายถือไม้เท้าขักขระ สวดมนต์อีกครั้ง เอ่ยเสียงชรา "ในพระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า รูปคือความว่างเปล่า ความว่างเปล่าคือรูป"
"รูปลักษณ์ของประสิกางดงามเพียงใด ก็เป็นเพียงโครงกระดูกสีชมพู เป็นเพียงเมฆหมอกพัดผ่านตา แล้วจะไปเกี่ยวกับเรื่องกิเลสได้อย่างไร"
พระภิกษุน้อยด้านหลังกลับเฉลียวฉลาดน่ารัก เขาค่อนข้างสนใจสตรีต่างแคว้นตรงหน้าผู้นี้จริงๆ อยากจะหลบมือของพระภิกษุเพื่อไปมองดูหน้าตาของประสิกาตรงหน้า แต่มือของพระภิกษุชราก็หยุดอยู่ห่างจากตาของพระภิกษุน้อยเพียงหนึ่งชุ่นเสมอ ไม่ว่าพระภิกษุน้อยจะพลิกตัวหลบหลีกอย่างไร ก็ราวกับซุนหงอคงที่ไม่สามารถหนีพ้นจากฝ่ามือของพระยูไลได้
สตรีซีอวี้ผู้นั้นหัวเราะคิกคัก "หลวงจีนใหญ่ ท่านนี่ช่างไม่สนุกเอาเสียเลย พระภิกษุน้อยของท่านอยากดู ก็ปล่อยให้เขาดูเพิ่มอีกสักนิดเถิด"
พูดเช่นนี้ นางก็ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วก็ทำท่าจะคว้าข้อมือของพระภิกษุชราที่บังตาพระภิกษุน้อยไว้
นางเปลือยท่อนแขนขาวผ่อง ยื่นมือไปคว้าจับ แต่ในวินาทีต่อมากลับเหมือนจับโดนถ่านที่กำลังลุกไหม้ นางรีบชักมือกลับทันที สีหน้าซีดเผือด "วิชากายาวัชระไม่เสื่อมสลาย?"
พระภิกษุชราถอนหายใจยาว ถลกแขนเสื้อขึ้น ก็เห็นเข็มเล่มเล็กๆ ส่องแสงประกายสีเงินเจ็ดแปดเล่มปักอยู่บนแขนเสื้อจีวรสีเหลืองดิน
ทว่าหากเป็นเข็มเล่มเล็กก็แล้วไปเถิด สิ่งที่ทำให้ผู้คนรอบข้างตกตะลึงที่สุดก็คือ ทั้งที่เข็มพวกนั้นดูแหลมและแข็งมาก แต่เมื่อปักลงบนข้อมือของพระภิกษุรูปนี้ กลับไม่สามารถเจาะทะลุผิวหนังได้เลยแม้แต่น้อย เข็มทั้งหมดถูกดันจนบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับเป็นเพียงฟางข้าวหรือใบสนเท่านั้น
"เข็มเงินวิญญาณเหมันต์ของพรรคมารซีอวี้" พระภิกษุชราสะบัดแขนเสื้อ เข็มเงินเหล่านั้นก็ร่วงหล่นลงบนพื้น "แม่นางมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดาจริงๆ"
"ขอทราบนามของประสิกา?"
พ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว สตรีซีอวี้มีสีหน้าหวาดกลัว อย่างไรเสียวิทยายุทธ์ของอีกฝ่ายก็สูงส่งเกินความคาดหมายของนางไปไกลลิบ แต่นางกลับหัวเราะเสียงดังแทน "ข้าน้อยหนิงเซี่ย ขอถามหลวงจีนใหญ่ที่ถามชื่อข้า อยากจะมาสู่ขอข้ากระนั้นหรือ?"
"มิใช่มิใช่" พระภิกษุชราเอ่ยอย่างสงบ "เพียงแต่ประสิกามีจิตสังหารแรงกล้าเกินไป ตั้งใจจะส่งประสิกากลับไปปฏิบัติธรรมที่วัดเส้าหลินสักสิบปี เพื่อขัดเกลาจิตใจ"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา สีหน้าของหนิงเซี่ยก็เปลี่ยนไปในที่สุด
หากต้องเข้าไปถูกขังในวัดเส้าหลินสักสิบปีจริงๆ พอออกมาได้ ความสาวไม่สูญเปล่าหรอกหรือ
"หลวงจีนเฒ่าช่างอวดดีนัก" หนิงเซี่ยหัวเราะ "ท่านจะจับข้าได้หรือ?"
"แน่นอนว่าต้องลองดู" พระภิกษุชรากล่าวเช่นนี้ พร้อมกับอุ้มพระภิกษุน้อยข้างกายขึ้นมา วางเขาไว้บนหลัง พระภิกษุน้อยจึงกอดพระภิกษุชราไว้แน่นราวกับปลาหมึกทันที ขณะเดียวกันพระภิกษุชราก็ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วคว้าจับไปที่ไหล่ของหนิงเซี่ย
หนิงเซี่ยหัวเราะคิกคัก ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จงใจเอาหน้าอกของตนเองส่งไปในมือของพระภิกษุชรา พระภิกษุชราชะงักไป รูปร่างที่เดิมทีลอยอยู่กลางอากาศก็ทิ้งตัวลงอย่างกะทันหัน ลงมายืนบนพื้นอย่างมั่นคง "ประสิกานี่ ช่างหน้าไม่อายเสียจริง"
ส่วนหนิงเซี่ยก็ดึงหน้าล้อเลียนอีกฝ่าย "ท่านจะจับคนก็จับสิ ไยต้องลงมือที่จุดอ่อนของสตรีด้วย ช่างเป็นยอดพระภิกษุจอมปลอม หลวงจีนบ้าตัณหาเสียจริง"
พูดเช่นนี้ หนิงเซี่ยก็ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ คว้าเข็มเงินกำใหญ่ขึ้นมาแกว่งไปมาตรงหน้าพระภิกษุชรา "ท่านบอกว่าข้ามีจิตสังหารแรงกล้าเกินไปไม่ใช่หรือ?"
นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนหน้านี้เพราะเป็นสาวงามจากซีอวี้ที่หาดูได้ยากมาหาเรื่องพระภิกษุกลางถนน ที่นี่ก็เป็นย่านการค้าของเมืองลั่วเฉิง ดังนั้นจึงมีคนล้อมดูความคึกคักอยู่ไม่น้อย
"เข็มเงินวิญญาณเหมันต์ของข้า หลวงจีนใหญ่ก็รู้จักดี หากท่านกล้าเข้ามา ข้าก็จะสาดมันใส่ฝูงชน"
"วิทยายุทธ์ของท่านสูงส่งเพียงใด จะสามารถปกป้องคนที่สัญจรไปมาด้านหลังข้าได้หรือ?"
"ถึงตอนนั้นท่านจับข้าได้ แต่พวกเขาต้องตายเพราะพิษที่รักษาไม่หาย ขอถามหลวงจีนใหญ่ นี่นับเป็นบาปกรรมที่ท่านก่อหรือไม่?"
"หรือเป็นบาปกรรมที่แม่นางผู้นี้ก่อ?"
หนิงเซี่ยใช้ภาษาพูดของจงหยวนอย่างเป็นทางการ พูดได้ชัดเจนและดังกังวาน เดิมทีผู้คนที่เดินผ่านไปมาและคอยมุงดูเหล่านี้ก็แค่ดูความคึกคัก ไม่คิดเลยว่าชั่วพริบตาเดียวพวกตนก็จะถูกหนิงเซี่ยลากเข้าไปพัวพันด้วย ทุกคนจึงเริ่มนั่งไม่ติด ไม่มีใครถอยหลัง แต่กลับอาศัยคนหมู่มากเริ่มต่อว่าพระภิกษุ
"หลวงจีนอย่างท่าน แอบมองเด็กผู้หญิงของคนอื่นก็แล้วไปเถิด ยังคิดจะส่งเข้าไปในวัดเส้าหลินเพื่อเป็นที่สำราญใจให้พวกหลวงจีนลามกอย่างพวกท่านอีกหรือ? พระพุทธองค์เห็นเข้า คงจะละอายใจจนปลิดชีพตัวเองแล้วกระมัง?"
"ท่านจับนางมารซีอวี้ก็เป็นเรื่องของท่าน แต่ถ้านางมารซีอวี้มาทำร้ายพวกเรา นั่นก็เป็นบาปกรรมอันยิ่งใหญ่ของหลวงจีนใหญ่แล้ว"
"การปราบมารพิทักษ์คุณธรรมเป็นเรื่องของพวกท่าน แต่ก็อย่ามาทำให้พวกเราผู้บริสุทธิ์ต้องเดือดร้อนไปด้วยเลย"
"……"
ชั่วขณะนั้นทุกคนต่างพูดจาวุ่นวายไปหมด หนิงเซี่ยในหมู่พวกเขาก็หัวเราะอย่างได้ใจ ราวกับสุนัขจิ้งจอกที่ขโมยกินแม่ไก่ได้สำเร็จ
"หลวงจีนใหญ่ วิทยายุทธ์ของข้าสู้ท่านไม่ได้ ข้าเพียงแค่มาลองประมือด้วยเท่านั้น ฝีมือของท่านยอดเยี่ยมเกินไป ข้าขอไม่สู้ด้วยแล้ว"
พูดเช่นนี้ นางก็ชูเข็มเงินเต็มมือขึ้น หันหลังบิดเอวเดินไปทางฝูงชน
ทว่าด้วยความที่นางงดงามเกินไป น้ำเสียงก็ไพเราะ ฝูงชนจึงไม่ยอมเปิดทางให้นาง
อย่างไรเสียหญิงงามอ้อนแอ้นถึงเพียงนี้ จะบอกว่าไปก็ไป ใครจะไปยอมเล่า
หนิงเซี่ยอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ "หลวงจีนใหญ่ พวกเขาไม่ยอมให้ข้าไป ข้าคงต้องล่วงเกินสักหน่อยแล้ว"
พูดเช่นนี้ นางก็สะบัดข้อมือเบาๆ สาดผงแป้งกลุ่มหนึ่งไปข้างหน้า กลายเป็นหมอกสีเขียวอ่อนๆ กลุ่มหนึ่ง คนที่ขวางอยู่ตรงหน้าหลบไม่ทัน ถูกสาดเข้าอย่างจัง แต่ละคนน้ำมูกน้ำตาไหลพรากทันที ร้องจามไปพลางวิ่งเอามือกุมหัวหนีเอาตัวรอดไปพลาง
พระภิกษุใหญ่ยืนอยู่กับที่ พระภิกษุน้อยกอดไหล่ของเขาไว้ ทั้งสองคนไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
"วางใจเถิดหลวงจีนใหญ่ ข้าไม่มีจิตสังหารแรงกล้าขนาดนั้นหรอก ของพวกนี้ก็แค่ทำให้คนจามและน้ำตาไหลเท่านั้น ขอบคุณหลวงจีนใหญ่ที่เมตตา ปล่อยให้นางมารอย่างข้ามีทางรอด"
พระภิกษุใหญ่วางมือข้างเดียวไว้ตรงหน้า สวดมนต์ "หวังว่าคราวหน้าแม่นางคงจะไม่ให้ข้าได้พบในสถานที่อันเงียบสงบอีก"
"นั่นก็ไม่แน่หรอกนะ" เสียงของหนิงเซี่ยดังก้องมาแต่ไกล แต่เด็กสาวจากซีอวี้ที่งดงามผู้นี้ก็ได้หายตัวไปท่ามกลางฝูงชนแล้ว
ทั้งที่เป็นการแต่งกายที่สะดุดตาถึงเพียงนั้น
พระภิกษุชราถอนหายใจ วางพระภิกษุน้อยลง ทั้งสองเดินไปข้างหน้าต่อไป
พระภิกษุน้อยถามด้วยความสงสัย "ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ นี่คือนางมารหลัวซ่าที่ท่านพูดถึงหรือ?"
หลัวซ่า คือวิญญาณร้ายในพุทธศาสนา ล้วนกินเนื้อมนุษย์ ในจำนวนนั้นผู้ชายจะน่าเกลียดน่ากลัว ผู้หญิงจะงดงาม
พระภิกษุชราส่ายหน้า "นี่คือวิญญาณแห่งโลกมนุษย์ ไม่ใช่หลัวซ่าในพุทธศาสนา"
พูดเช่นนี้ ก็จูงมือพระภิกษุน้อย แหวกฝูงชน เดินไปข้างหน้าทีละก้าวๆ
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───