- หน้าแรก
- เมื่อผมแต่งหญิงสร้างตำนานในวงการบันเทิง
- บทที่ 1 เข้าร่วมการแข่งขันพร้อมกับคำสั่งเสียของอาจารย์!
บทที่ 1 เข้าร่วมการแข่งขันพร้อมกับคำสั่งเสียของอาจารย์!
บทที่ 1 เข้าร่วมการแข่งขันพร้อมกับคำสั่งเสียของอาจารย์!
"อาจารย์เป็นเพียงผู้ชี้แนะ ส่วนการฝึกฝนนั้นขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง"
"เสี่ยวเฟย เธอเรียนรู้จนพอมีความสำเร็จอยู่บ้างแล้ว ฉันก็จากไปได้อย่างหมดห่วงเสียที..."
"เธอต้องพยายามยืนอยู่ในจุดที่สูงที่สุด อาจารย์เข้าใจดีถึงสัจธรรมที่ว่าผู้น้อยมักไม่มีใครรับฟัง มีเพียงการยืนอยู่ในจุดที่สูงเท่านั้น คำพูดถึงจะมีน้ำหนัก"
"ห้าปีก่อน อาจารย์รับเธอเข้ามาเป็นศิษย์ ห้าปีให้หลัง อาจารย์ขอคืนเธอสู่โลกกว้าง ความหวานอมขมกลืนหลังจากนี้ เธอต้องลิ้มรสชาติมันด้วยตัวเอง"
"รอให้เธอมีชื่อเสียงสักหน่อย ก็ให้ไปที่เต๋ออวิ๋นเก๋อ ไปหาหัวหน้าคณะที่แซ่กัว เขาติดค้างน้ำใจอาจารย์อยู่หนหนึ่ง หากได้รับการคุ้มครองจากเขา อนาคตของเธอจะราบรื่นขึ้นบ้าง"
"สุดท้ายนี้..."
"จงอย่าลืมตัวตนในฐานะนักแสดงงิ้วบทตัวนางของตัวเองเด็ดขาด!"
...
วันนั้น หิมะตกหนักโปรยปราย
เด็กหนุ่มยืดแผ่นหลังตรง แผ่นหลังที่ตั้งตระหง่านดุจต้นสนราวกับหอกยาวเล่มหนึ่ง
เขาเงยหน้าขึ้น ปล่อยให้หยาดน้ำตาร้อนผ่าวไหลอาบสองแก้ม
เบื้องหน้าของเขาคือป้ายหลุมศพ
บนป้ายสลักเอาไว้ว่า—— [หลุมศพของท่านผู้เฒ่าหลิน]
ข้างหูคือคำสั่งเสียก่อนตายของอาจารย์
จำได้ว่าเมื่อห้าปีก่อน ซึ่งเป็นฤดูหนาวที่ทั้งหิวโหยและหนาวเหน็บ ฉินเฟยที่ไร้บ้านได้พบกับท่านผู้เฒ่าหลินเจิ้งหนาน
ชายชราเห็นว่าเขามีความประพฤติดีและมีพรสวรรค์ จึงรับเขาเป็นศิษย์ ให้ข้าวให้น้ำ แถมยังถ่ายทอดวิชาการแสดงงิ้วให้จนหมดเปลือก
เป็นอาจารย์เพียงหนึ่งวัน เคารพดั่งบิดาไปตลอดชีวิต
อาจกล่าวได้ว่า ท่านผู้เฒ่ามีบุญคุณชุบเลี้ยงเขาให้เกิดใหม่!
ฉินเฟยเองก็มุ่งมั่นและพยายามอย่างหนัก เพียงเวลาสั้นๆ แค่ห้าปี เขาก็เรียนรู้วิชาทั้งหมดของท่านผู้เฒ่าจนหมดสิ้น
น่าเสียดายที่——ตอนนั้นท่านผู้เฒ่าป่วยหนักจนเกินเยียวยา ผ่านไปไม่นานก็จากโลกนี้ไป
ตลอดชีวิตของท่านผู้เฒ่าไม่มีทั้งภรรยาและลูก จึงมองฉินเฟยเสมือนลูกแท้ๆ ของตัวเอง
เขาใช้ชีวิตอย่างสมถะมาตลอด ไม่ชอบการจัดงานใหญ่โต ก่อนตายก็เพียงแค่ให้ฉินเฟยตั้งป้ายหลุมศพเอาไว้เท่านั้น
หน้าโถงไว้ทุกข์
ฉินเฟยคุกเข่าอยู่เจ็ดวันเจ็ดคืน เพื่อทำหน้าที่แสดงความกตัญญูเป็นครั้งสุดท้าย!
...
"ขอน้อมรับคำสอนของอาจารย์——"
ห้วงความคิดค่อยๆ ถูกดึงกลับมา
ตอนนี้ฉินเฟยกำลังนั่งอยู่ในห้องพักนักร้อง อารมณ์ของเขาพลุ่งพล่านอย่างหนัก
เขากำลังเข้าร่วมรายการ [ฉันคือนักร้อง]
นี่คือเวทีแรกของเขา
ดังนั้น เขาจึงอยากปรากฏตัวในฐานะนักแสดงบทตัวนาง
ศีรษะสวมมงกุฎหงส์ประดับขนนกกระเต็น สวมชุดคลุมลายมังกรประดับลายน้ำ
ทั้งผ้าคลุมไหล่ลายเมฆและเข็มขัดหยก ทั้งๆ ที่เป็นผู้ชายแท้ๆ แต่กลับงดงามจนหาที่เปรียบไม่ได้ ราวกับกุลสตรีในห้องหอยุคโบราณ
หนุ่มแต่งหญิงระดับเทพ!
ปฏิกิริยาแรกของทุกคนที่เห็นการแต่งกายนี้คือคำคำนี้
ช่วยไม่ได้
การแต่งตัวแบบนี้มันแปลกเกินไป นี่กะจะมาร้องงิ้วงั้นเหรอ? มาร้องงิ้วบนเวที [ฉันคือนักร้อง] เนี่ยนะ?
ดูเหมือนจะไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อนเลย!
"ฉินเฟย ในฐานะโชว์ปิดท้าย นายจะต้องออกไปเป็นคนสุดท้าย คนที่ได้ออกไปแสดงก่อนหน้านายก็มี——ฮวาเฉินอวี่, เติ้งจื่อฉี, หานหง, หานเหล่ย, แล้วก็จางเจี๋ย!"
คนพูดคือหลี่เหวยเจีย ในฐานะผู้จัดการของฉินเฟย เขาเองก็หลงใหลไปกับการแต่งกายของฉินเฟยเช่นกัน
นี่มันผู้ชายที่ไหนกัน? นี่มันนางฟ้าจำแลงลงมาจุติชัดๆ!
พระเจ้าช่วย——
ผู้ชายแต่งหญิงมันยังสวยได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
"ขอบคุณครับพี่เจีย"
ฉินเฟยแย้มรอยยิ้มบางๆ ทำเอาหลี่เหวยเจียโดนดาเมจโจมตีคริติคอลเข้าอย่างจัง
"นายหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ห้ามยิ้มให้ฉันเด็ดขาด! ฉะ...ฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้ว!"
เขาหอบหายใจหนักๆ การที่ตัวเองดันมาใจเต้นแรงกับผู้ชายด้วยกัน ทำให้เขาเริ่มสงสัยในชีวิตของตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว
...
...
อีกด้านหนึ่ง
ทางฝั่งทีมผู้กำกับ
เหลียงเฉียวป๋อมองดูรายชื่อผู้เข้าแข่งขันแล้วขมวดคิ้ว
"อาจารย์หงเทา ฉินเฟยคนนี้... ห้าปีมานี้ไม่เคยมีประวัติการร่วมงานแสดงศิลปะอะไรเลย เป็นแค่หน้าใหม่แท้ๆ ทำไมคุณถึงเชิญเขามาล่ะครับ?"
เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ในสถานการณ์ที่เรตติ้งรายการ [ฉันคือนักร้อง] กำลังซบเซาแบบนี้ ต่อให้คุณเชิญนักร้องระดับสามที่มีฐานแฟนคลับมาบ้าง มันก็ยังดีกว่าเชิญหน้าใหม่ไม่ใช่เหรอ?
หรือว่าเพื่อประหยัดงบ?
หงเทาส่ายหน้า สายตาจับจ้องไปยังห้องพักของฉินเฟยแล้วพึมพำว่า
"รับปากคนอื่นมาน่ะ"
"รับปากคนอื่นเหรอครับ?"
หงเทามีชื่อเสียงเรื่องความยุติธรรม แถมรายการ [ฉันคือนักร้อง] ก็เป็นผลงานที่เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างขึ้นมา เขาไม่มีทางเปิดประตูหลังให้ใครจนทำลายเรตติ้งรายการของตัวเองเด็ดขาด
แต่วันนี้ฉินเฟยคนนี้กลับทำลายธรรมเนียมปฏิบัติของเขาเสียได้
นั่นยิ่งทำให้เหลียงเฉียวป๋อรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นไปอีก!
...
ไม่นานนัก
การแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
เหอจ่งเดินขึ้นเวที เขาทักทายผู้ชมทั้งห้าร้อยคนในห้องส่งครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า
"ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการ [ฉันคือนักร้อง] สนับสนุนโดยน้ำยาซักผ้าลี่ไป๋ตอนใหม่ล่าสุดครับ!"
เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวอยู่ด้านล่างเวที
แฟนคลับทั้งห้าร้อยคนกระตือรือร้นกันเป็นพิเศษ
ได้ยินมาว่าวันนี้มีนักร้องหน้าใหม่มาแสดงเป็นโชว์ปิดท้าย ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นใคร?
คนที่สงสัยไม่แพ้กัน...
ก็คือนักร้องในห้องพัก
เติ้งจื่อฉีชะเง้อคอ "นี่ๆๆ พวกคุณเห็นกันหรือเปล่าว่าเป็นใคร?"
จางเจี๋ยหัวเราะ "ก่อนมาผมแอบมองแวบหนึ่ง เป็นผู้ชายครับ! แถมยังเด็กมากด้วย!"
ฮวาฮวา "หรือว่าจะเป็นหลี่หรงฮ่าว?"
นักร้องรุ่นใหม่ในประเทศที่พอจะเอามาโชว์ตัวได้ก็มีอยู่ไม่กี่คน ซึ่งหลี่หรงฮ่าวก็ถือเป็นหนึ่งในนั้น!
จางเจี๋ยส่ายหน้า "ไม่ใช่ครับ——ผู้ชายคนนั้นตาโตมาก"
หลี่หรงฮ่าว: ...
ขอบคุณนะ รู้สึกถูกพาดพิงยังไงก็ไม่รู้
หานหงหัวเราะ "ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม พวกเราก็กลับไปเตรียมตัวให้ดีกันเถอะ!"
เมื่อพี่ใหญ่แห่งวงการเอ่ยปาก เหล่านักร้องรุ่นใหม่ก็เลิกคุยกันทันที จากนั้นก็มีผู้กำกับคนหนึ่งเดินเข้ามา
"อาจารย์ฮวาฮวาครับ คนที่ต้องออกไปแสดงคนแรกคือคุณครับ"
ฮวาฮวาลุกขึ้นยืน ตอนที่แล้วเขาพ่ายแพ้ให้กับจางเจี๋ยไปอย่างน่าเสียดาย ครั้งนี้เขากลับมาทวงบัลลังก์คืน จะแพ้อีกไม่ได้เด็ดขาด!
ทันทีที่เขาปรากฏตัว
ด้านล่างเวทีก็เดือดพล่าน!
"ว้าว! ฮวาฮวาล่ะ!"
"มาเลยๆ ตอนนี้เขาจะสร้างเซอร์ไพรส์อะไรให้พวกเราอีกกันนะ?"
...
เพลง [กระบองสองท่อน] ในเวอร์ชันฮวาเชียง ระเบิดความมันส์ไปทั่วทั้งฮอลล์
ทุกคนถึงกับตาเป็นประกาย!
"เสียงฮวาเชียงในงิ้วงั้นเหรอ? ฮวาฮวาคนนี้ไม่เลวเลยจริงๆ สร้างเซอร์ไพรส์ให้พวกเราได้ทุกครั้งเลย!"
เหลียงเฉียวป๋อเอ่ยชมเชยอย่างมาก
ฮวาเชียงเป็นเทคนิคหนึ่งในงิ้ว การจะผสมผสานมันเข้ากับองค์ประกอบของเพลงป็อปนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากอยู่แล้ว
การผสมผสานได้อย่างลงตัวแบบฮวาฮวายิ่งหาได้ยากขึ้นไปอีก!
ดูออกเลยว่าหมอนี่ปล่อยไม้ตายออกมาแล้วในครั้งนี้
"ดูท่าว่าครั้งนี้ฮวาฮวาจะได้ที่หนึ่งไปครองแล้วล่ะ!"
"ตอนที่แล้วแพ้จางเจี๋ย สงสัยจะโดนกระตุ้นเข้าให้แล้ว!"
"แค่คนแรกก็ดุเดือดขนาดนี้ นักร้องคนต่อๆ ไปคงกดดันแย่เลย!"
เมื่อได้ยินเสียงของผู้ชม หงเทาก็จมอยู่ในห้วงความคิด
ฮวาเชียงงั้นเหรอ?
ฉินเฟย ไม่รู้เหมือนกันนะว่าวิชาของท่านผู้เฒ่าหลิน เธอจะสืบทอดมาได้สักกี่ส่วนกันเชียว?
...