- หน้าแรก
- มหายุคแห่งเจ้านครต่างโลก สุ่มบัฟวันละหนึ่งอย่าง
- บทที่ 54 ชุดแต่งงานสีแดง
บทที่ 54 ชุดแต่งงานสีแดง
บทที่ 54 ชุดแต่งงานสีแดง
คนอารมณ์ร้อนอย่างนาง จะให้ทนบ้าบออะไร ไม่ทนแล้ว!
หากไม่ฆ่าไอ้สารเลวนี่ให้ตาย นางก็ไม่ใช่ทูตสวรรค์!
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็โกรธแค้น แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น
หากไม่ทราบพิกัดดินแดนของอีกฝ่ายก็จนปัญญาจริงๆ
มิเช่นนั้นอวิ๋นเกอคงเปิดประตูสารพัดนึกข้ามไปโดยตรงแล้ว
หากเจ้านครอย่างพวกเขาร่วมมือกัน ขี้เถ้าของเทียนหมัวอั้นก็คงถูกโปรยทิ้งไปแล้ว!
แต่เมื่อหาไม่พบก็ไม่มีวิธีอื่น
สุดท้ายพวกเทียนสื่อหย่าจึงทำได้เพียงแบกความโกรธแค้นเต็มอกกลับไป
พวกเขาเตรียมตัวว่าเมื่อกลับไปแล้วจะไปฟาร์มมอนสเตอร์ดูว่า จะสามารถดรอปป้ายคำสั่งท้าทายข้ามเขตได้หรือไม่
หากได้ก็ยังพอจะกอบกู้สถานการณ์ได้ แต่หากไม่ดรอปออกมาก็หมดหนทางแล้ว
ของพรรค์นี้ก็เหมือนกับป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดน นั่นคือต้องพึ่งพาดวง
ทว่าเขต 4399 นั้นถูกพวกเขาจดจำเอาไว้แล้ว รอจนกว่าจะมีการรวมเขต คนแรกที่จะต้องโดนอัดก็คือพวกหลานตะพาบเหล่านั้น!
โดยเฉพาะไอ้สุนัขกงเปิ่นซื่อหลางนั่น!
"ท่านเจ้านคร เชียนหลิงกลับมาแล้ว อีกทั้งยังนำของที่ยึดมาได้กลับมาด้วย"
รอจนกระทั่งคนอื่นๆ จากไปหมดแล้ว กานอวี่จึงค่อยเข้ามารายงาน
เพราะนางรู้สึกว่าของที่ยึดมาได้ชิ้นนี้หากผู้อื่นล่วงรู้เข้า อาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้เล็กน้อย
"ของที่ยึดมาได้? ของอันใดกัน?" อวิ๋นเกอเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา
"สิ่งนี้"
เชียนหลิงเดินเข้ามาแล้วนำมงกุฎวิญญาณมรณะออกมา
【มงกุฎวิญญาณมรณะ】: ไอเทมประเภทพิเศษ
ระดับคุณภาพ: ระดับนิรันดร์สีดำ
คำอธิบาย: วิญญาณมรณะทั่วหล้า ล้วนมิกล้าขัดขืน เมื่อสวมใส่แล้วสามารถออกคำสั่งต่อสิ่งมีชีวิตประเภทวิญญาณมรณะได้ทั้งหมด ทว่าหลังจากสวมใส่แล้วจะได้รับผลกระทบจากการกัดกร่อนของปราณมรณะอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นซากศพที่เหลือเพียงสัญชาตญาณ โปรดใช้งานด้วยความระมัดระวัง
"เชี่ย?"
อวิ๋นเกอมีสีหน้างุนงง
ก่อนหน้านี้ยังเพิ่งจะพูดอยู่เลยว่าไม่เคยเห็นไอเทมระดับนิรันดร์สีดำมาก่อน นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะมาอยู่ที่เขาจริงๆ?
ของน่ะเป็นของดี สวรรค์หมื่นภพภูมิเองก็มีเผ่าพันธุ์ประเภทวิญญาณมรณะอยู่มิใช่หรือ
ของสิ่งนี้จะไม่ถือเป็นดาวข่มของพวกมันโดยธรรมชาติหรอกหรือ?
อีกทั้งตอนนี้ในเขต 9999 ก็มีมอนสเตอร์ป่าประเภทลี้ลับอยู่เป็นจำนวนมาก
นี่ไม่ได้หมายความว่าหลังจากใช้ของสิ่งนี้แล้ว จะสามารถออกคำสั่งแม้กระทั่งพวกมอนสเตอร์ป่าได้ทั้งหมดหรอกหรือ?
มิน่าเล่าถึงได้กล่าวว่าสมบัติล้ำค่าระดับเขตสามารถทำให้เผ่าพันธุ์หนึ่งกลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งแห่งสวรรค์หมื่นภพภูมิได้
สมคำร่ำลือจริงๆ!
หากตอนนี้เขายินยอม ก็สามารถอาศัยมงกุฎวิญญาณมรณะ นำพาอันดับของเผ่ามนุษย์พุ่งทะยานเข้าสู่หนึ่งร้อยอันดับแรกได้แล้วกระมัง?
แน่นอนว่านี่ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเท่านั้น
ปัญหาหลักก็คือการกัดกร่อนของปราณมรณะนี้ทำให้อวิ๋นเกอรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจนัก
หากสวมใส่ลงไปแล้วมีกระบวนการกัดกร่อนก็ยังพอว่า
สามารถจัดการคนที่สวมใส่มันอยู่ก่อนที่จะถูกกัดกร่อนจนสมบูรณ์ จากนั้นค่อยกลับไปคืนชีพที่น้ำพุ
แต่หากสวมใส่ลงไปแล้วเกิดการกลายพันธุ์ในทันทีเล่า?
เช่นนั้นก็จบเห่กันพอดี
แต่หากไม่ใช้ก็ดูเหมือนจะเสียของ
"ข้าขอแนะนำว่าเจ้าอย่าได้นำของสิ่งนี้มาสวมไว้บนหัวของตนเองจะเป็นการดีที่สุด"
น้ำเสียงเยือกเย็นสายหนึ่งดังแว่วมา
พออวิ๋นเกอเงยหน้าขึ้นก็มองเห็น... ไฟหน้าดวงเบ้อเริ่ม!
ไม่ถูกสิ ชุดแต่งงานสีแดงสดต่างหาก!
หืม? ชุดแต่งงานสีแดง?
ผีสาวจากที่ใดกัน?
"เจ้าคือผู้ใด?" อวิ๋นเกอมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าระแวดระวัง
ตอนนี้ดินแดนของเขายังไม่ถูกตีแตกเสียหน่อยมิใช่หรือ?
เหตุใดถึงมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักเข้ามาในดินแดนของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาตได้?
เขารีบตรวจสอบข้อมูลของอีกฝ่ายในทันที
【หงเจี้ยอี】: ???
??????????
นอกจากชื่อแล้ว ส่วนอื่นล้วนเป็นเครื่องหมายคำถามทั้งหมด!
พอเห็นเช่นนี้อวิ๋นเกอก็รู้ตัวในทันทีว่า เขาไม่สามารถล่วงเกินนางได้
ก็แค่บุกรุกดินแดนของเขาไม่ใช่หรือไง เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้
ปัญหาจิ๊บจ๊อย!
"ข้าเป็นผู้ใดนั้นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือพวกเจ้าขโมยของของข้าไป"
หงเจี้ยอีปรากฏตัวขึ้นข้างกายอวิ๋นเกอในพริบตา
กานอวี่กับเชียนหลิงรีบพุ่งเข้าไปปกป้องอวิ๋นเกอไว้เบื้องหลังอย่างรวดเร็ว
"ขโมยของของเจ้างั้นหรือ?" อวิ๋นเกอขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาไปขโมยสิ่งใดตอนไหนกัน?
ดูเหมือนจะไม่มีความทรงจำเรื่องนี้เลยนะ
"ของก็อยู่ในมือของเจ้า เจ้ายากจะปฏิเสธหรือ?" หงเจี้ยอีหัวเราะเบาๆ
ในมือ? มงกุฎวิญญาณมรณะ?
อวิ๋นเกอมีสีหน้างุนงง "เจ้ากำลังจะบอกว่ามงกุฎวิญญาณมรณะเป็นของเจ้างั้นหรือ?"
"ไม่อย่างนั้นเล่า? เจ้าคิดว่าของสิ่งนี้มาจากที่ใดกัน?"
ไอเทมอันน่าสะพรึงกลัวระดับนิรันดร์เช่นนี้ จะมาปรากฏอยู่ในเขตมือใหม่โดยไม่มีปี่มีขลุ่ยได้อย่างไร?
ก็เป็นนางนั่นแหละที่นำมันมาด้วย
แม้กระทั่งเกาะแห่งนั้นที่ถูกหมอกมรณะโอบล้อมเอาไว้ก็ล้วนเป็นเพราะนาง
นี่มันชักจะกระอักกระอ่วนแล้วสิ
ตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวที่สามารถคุ้มครองไอเทมระดับนิรันดร์ได้ แค่คิดก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ตัวตนที่เขาในตอนนี้จะล่วงเกินได้
อีกทั้งเจ้านี่ก็ดูไม่เหมือนมอนสเตอร์ป่าเลยแม้แต่น้อย ระดับสติปัญญาเกรงว่าจะสูงเอามากๆ
"เอ่อ... นี่อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน"
แม้แต่อวิ๋นเกอเองก็ยังรู้สึกว่าคำอธิบายนี้มันไม่นับว่าเป็นคำอธิบายเลยสักนิด
แต่กลับคาดไม่ถึงว่าหงเจี้ยอีจะพยักหน้าเห็นด้วย
"ข้าสามารถถือว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะแสดงออกเช่นไร"
"แสดงออก?"
อวิ๋นเกอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยกมือขึ้นมาปกป้องหน้าอกของตนเองเงียบๆ พลางมองหงเจี้ยอีด้วยสีหน้าระแวดระวัง "ข้าไม่ขายฝีมือ และไม่ขายเรือนร่างด้วย!"
"...ผู้ใดพูดเรื่องนั้นกับเจ้ากัน ข้าอยากจะพักอาศัยอยู่ในดินแดนของเจ้า เตรียมห้องที่ดีที่สุดให้ข้าที มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้าเสีย~"
การใช้ถ้อยคำที่อ่อนโยนที่สุดเอ่ยคำพูดที่โหดเหี้ยมที่สุดคือสิ่งใดน่ะหรือ?
ก็คือนี่อย่างไรเล่า
"หา? พักอยู่ที่นี่งั้นหรือ?"
อวิ๋นเกอมีสีหน้างุนงง
หรือว่าดินแดนของเขาจะมีคุณลักษณะบางอย่างที่ยังไม่ถูกค้นพบ ถึงขนาดดึงดูดตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาได้?
ตำหนักเต๋าหนี่วา... คงไม่ใช่ว่าที่นี่ยังมีกลิ่นอายของเจ้าแม่หนี่วาหลงเหลืออยู่หรอกนะ?
"ใช่แล้ว ดินแดนเผ่ามนุษย์ที่มีแต่สตรีล้วนเช่นนี้ข้ายังไม่เคยเห็นมาก่อนเลย น่าเสียดายที่เจ้านครกลับเป็นบุรุษ มิเช่นนั้นก็คงจะสมบูรณ์แบบแล้ว" หงเจี้ยอีถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดายเล็กน้อย
หากไม่ใช่เพราะดินแดนต้องพึ่งพาการมีอยู่ของเจ้านคร นางก็คงอยากจะสังหารเจ้านครผู้นี้ทิ้ง แล้วสืบทอดดินแดนของเขาแทนแล้ว
น่าเสียดายที่ทำได้เพียงแค่คิด
หากเจ้านครตาย ดินแดนก็ต้องสูญสลายไปด้วย
หรือว่าท่านก็คืออัศวินพิทักษ์เพศในตำนานกัน?!
อวิ๋นเกอถึงกับผงะเอนหลังไปหนึ่งจังหวะ
"เหตุใด? ไม่ยินยอมงั้นหรือ?" หงเจี้ยอีเลิกคิ้วขึ้นพลางมองอวิ๋นเกอแล้วเอ่ยถาม
อวิ๋นเกอมองไปรอบๆ อย่างแปลกใจ เมื่อครู่เขาดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ไร้รูปร่างสายหนึ่ง?
มาจากหงเจี้ยอีกระมัง?
ต้องเป็นนางอย่างแน่นอนใช่หรือไม่?
ช่างเถิด ถือเสียว่าปล่อยห้องให้หงเจี้ยอีเช่าก็แล้วกัน
พอคิดเช่นนี้ภายในใจก็รู้สึกดีขึ้นมาก
"เช่นนั้นก็เชิญท่านด้านในเลย ถูกใจที่ใดก็เอ่ยมาได้ตามสบาย"
อวิ๋นเกอก็ไม่ได้อยากจะยอมจำนนนักหรอก
แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่ออีกฝ่ายนอกจากชื่อที่เรียกว่าหงเจี้ยอีแล้ว ส่วนที่เหลือล้วนเป็นเครื่องหมาย "?" ทั้งหมด!
เรื่องนี้เขาก็ล่วงเกินไม่ไหวใช่หรือไม่เล่า
เช่นนั้นก็ทำได้เพียงใช้ทักษะอาคิวมาปลอบใจตนเองแล้ว
"เช่นนี้ยังค่อยชั่วหน่อย เห็นแก่ที่ท่าทีของเจ้าไม่เลว ข้าจะให้คำเตือนแก่เจ้า หากไม่มีเรื่องอันใดก็อย่าได้คิดจะสวมมงกุฎวิญญาณมรณะ และอย่าให้คนในดินแดนของเจ้าสวมมันด้วย หากไม่อยากกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่รู้จักแต่การเข่นฆ่า"
"ความหมายของเจ้าคือ มงกุฎนี้จะกัดกร่อนสติปัญญางั้นหรือ? ต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะกัดกร่อนจนเสร็จสมบูรณ์?"
แม้ว่าในคำอธิบายจะมีการแจ้งเตือนเอาไว้แล้ว แต่การลองถามผู้ที่เกี่ยวข้องดูก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอันใด
"เหอะ ในพริบตาเดียว" หงเจี้ยอีหัวเราะเบาๆ พลางเอ่ย "ของที่แม้แต่ข้ายังรับไม่ไหวถึงหนึ่งวินาที เจ้าคงไม่คิดว่าตนเองจะทำได้หรอกใช่หรือไม่?"
หากไม่ใช่เพราะความสามารถในการกัดกร่อนของมงกุฎวิญญาณมรณะนี้มันน่าสะพรึงกลัวจนเกินไป นางจะนำมันไปวางทิ้งไว้ให้ฝุ่นจับทำไมกัน?
คงสวมมันเอาไว้เองตั้งนานแล้วดีไหม?
การได้ออกคำสั่งต่อสิ่งมีชีวิตวิญญาณมรณะทั้งหมด นางจะไม่ชอบงั้นหรือ?
ไม่ใช่หรอก เป็นเพราะนางเองก็ทนรับมันไม่ไหวต่างหาก
"เอ่อ... ก็ได้"
อวิ๋นเกอยังคิดอยู่เลยว่าหากการกัดกร่อนต้องใช้เวลา เขาก็ยังจะให้หน่วยทหารสวมใส่เพื่อทดสอบดู
อย่างมากก็แค่กลับไปรอคืนชีพเท่านั้น
นึกไม่ถึงเลยว่าแม้แต่หงเจี้ยอีก็ยังทนได้ไม่ถึงหนึ่งวินาที เช่นนั้นก็ช่างเถิด
ชีวิตของหน่วยทหารของเขาก็คือชีวิตเช่นกัน ไม่ใช่ของที่จะนำมาทิ้งขว้างเช่นนี้
ด้วยเหตุนี้ หงเจี้ยอีจึงสามารถยึดครองห้องของอวิ๋นเกอได้สำเร็จ
ไม่มีทางเลือกอื่น ก็ห้องนี้เป็นห้องที่ดีที่สุดในดินแดนแล้ว
อวิ๋นเกอเองก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เขาจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ห้องเดียวกับกานอวี่เสียเลย
...