- หน้าแรก
- มหายุคแห่งเจ้านครต่างโลก สุ่มบัฟวันละหนึ่งอย่าง
- บทที่ 35 สิ่งนี้ก็นับว่าปรุงยาขึ้นเองงั้นหรือ?
บทที่ 35 สิ่งนี้ก็นับว่าปรุงยาขึ้นเองงั้นหรือ?
บทที่ 35 สิ่งนี้ก็นับว่าปรุงยาขึ้นเองงั้นหรือ?
กองกำลังเชียนเหยียนมีข้อจำกัดเรื่องจำนวน
ช่างเถอะ ค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกัน
อย่างไรเสียช่วงมือใหม่ก็จะสิ้นสุดลงในตอนเที่ยงวันพรุ่งนี้
ดังที่ทราบกันดีว่าช่วงมือใหม่สามวันนั้น แท้จริงแล้วมีสี่วัน
เอาเถอะ
ความจริงก็คือพวกเขาเข้าสู่สมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์ในตอนเที่ยงตรงของวันแรก
ดังนั้นช่วงคุ้มครองมือใหม่จึงไปสิ้นสุดลงในตอนเที่ยงตรงของวันที่สี่
"ไม่รู้เหมือนกันว่าคำเสริมคุณลักษณะของดินแดนเลเวลสามจะเป็นสิ่งใด"
อวิ๋นเกอรู้สึกคาดหวังอยู่บ้าง
ทุกครั้งที่ดินแดนอัปเกรดถึงเลเวลสาม หก เก้า และสิบสอง ดินแดนจะมีคำเสริมคุณลักษณะเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง
คำเสริมคุณลักษณะเหล่านี้ล้วนแตกต่างกันออกไป
แต่ไร้ข้อยกเว้นใดๆ พวกมันล้วนสอดคล้องกับคุณลักษณะพิเศษของดินแดนตนเองเป็นอย่างมาก
ดังนั้นอวิ๋นเกอจึงรู้สึกสงสัยอยู่บ้างว่า คำเสริมคุณลักษณะของตำหนักเต๋าหนี่วาจะเป็นสิ่งใด?
ทว่าเรื่องนี้ก็เร่งรีบไม่ได้
ป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดนเลเวลสามจะดรอปเมื่อใดก็ไม่อาจรู้ได้
ของสิ่งนี้คงต้องพึ่งพาดวงแล้ว
อีกทั้งนอกจากการอัปเกรดเป็นคนแรกจะได้รับรางวัลจากกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์แล้ว
การอัปเกรดของคนอื่นๆ จะไม่ได้รับสิ่งใดเลย จึงไม่จำเป็นต้องร้อนใจ
"จะว่าไป ฟูรินะเล่า?"
อวิ๋นเกอนึกขึ้นได้กะทันหันว่า ฟูรินะไปเที่ยวเล่นในทะเลและยังไม่กลับมาเลย
"นางน่ะหรือ เพิ่งจะกลับมาถึงดินแดน ตอนนี้ไปเก็บของที่โกดังแล้วเจ้าค่ะ"
กานอวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว
"เก็บของ? ของอันใดกัน?"
"ปะการังเจ้าค่ะ"
"หืม?"
อวิ๋นเกอรีบเปิดหน้าต่างโกดังขึ้นมาทันที
อย่างที่คิด เขาเห็นว่าภายในนั้นมีปะการังเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลย
"นางเอาของพวกนี้มาจากที่ใดกัน?"
"ไม่ทราบสิเจ้าคะ นางมาโน่นแล้ว ท่านเจ้านครถามนางโดยตรงเลยก็ได้เจ้าค่ะ"
ขณะที่กำลังเอ่ยอยู่นั้น ฟูรินะก็เดินเข้ามาในโรงอาหาร...
อ้อ ตอนนี้เป็นจวนเซียนโภชนาแล้ว
"ข้าเพิ่งจะออกไปแค่ครึ่งวัน ไฉนโรงอาหารจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้?"
ฟูรินะแทบจะคิดว่าตนเองมาผิดที่เสียแล้ว
"สิ่งก่อสร้างกลายพันธุ์น่ะ"
อวิ๋นเกออธิบายอย่างลวกๆ ประโยคหนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยถามถึงปัญหาเรื่องปะการัง
"ปะการังน่ะหรือ? ในทะเลมีถมเถไป ตอนข้ากลับมาก็แค่เด็ดติดมือมานิดหน่อยเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะถือมาได้ไม่หมด ข้าคงเอาปะการังมาฝังกลบดินแดนได้เลยล่ะ"
"ซี๊ดดด—!"
อวิ๋นเกอสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึงในทันที
มีมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
นั่นล้วนเป็นปะการังที่มีสีสันทั้งสิ้นเลยนะ!
เป็นไอเทมที่มีระดับคุณภาพเลยนะ!
"มีเยอะถึงเพียงนั้นจริงๆ หรือ?"
"จริงสิ อย่างไรเสียข้าก็มองไม่เห็นว่าขอบเขตของปะการังเหล่านั้นไปสิ้นสุดที่ใด"
"หากเป็นเช่นนั้น... พรุ่งนี้ข้าให้เรือแม่ผีสิงตามเจ้าไปดีหรือไม่ ลองดูว่าจะสามารถขนปะการังกลับมาทั้งหมดได้หรือไม่?"
อวิ๋นเกอกล่าวอย่างครุ่นคิด
"เอ่อ... ข้าคิดว่าไม่น่าจะเข้าท่านะ"
ฟูรินะส่ายหน้าอย่างไม่ลังเลแล้วกล่าว "ปะการังมันเติบโตได้ ไม่จำเป็นต้องเอามามากมายเพียงนี้หรอก พวกเราก็ไม่ได้มีพื้นที่กว้างขวางถึงเพียงนั้นให้เก็บของด้วย อีกอย่างที่นั่นเป็นอาณาเขตเพื่อนของข้า ข้าคงไม่อาจไปรื้อบ้านของผู้อื่นได้หรอกกระมัง?"
"หืม? เพื่อน? เพื่อนอันใดกัน?"
อวิ๋นเกอมีสีหน้างุนงง
เจ้าเพิ่งจะมาได้กี่วันกันเชียว?
ไปมีเพื่อนมาจากที่ใด?
แต่เมื่อพิจารณาถึงเพื่อนคนอื่นๆ ของฟูรินะ (หมายถึงสามอันธพาล)
อวิ๋นเกอก็รู้สึกราวกับว่าไม่ได้แปลกใจเท่าใดนัก
อย่างไรเสียก็อยู่ในทะเลนี่นา
อย่างอื่นอาจมีไม่มาก แต่พวกอาหารทะเลนั้นมีถมเถ
การที่ฟูรินะจะมีเพื่อนใหม่ก็เป็นเรื่องปกติมาก
บางทีอาจจะเป็นพวกแมงกะพรุนหรือหอยทะเลอันใดเทือกนั้นกระมัง?
"ข้ารู้จักตอนที่ไปเที่ยวเล่นในทะเลเมื่อวาน ข้าเตรียมใจไว้ว่าอีกไม่กี่วันจะพานางมาเป็นแขกที่ดินแดน ได้หรือไม่?"
ฟูรินะมองไปยังอวิ๋นเกอด้วยสีหน้าคาดหวังแล้วเอ่ยถาม
"ไม่มีปัญหา"
อวิ๋นเกอตกลงอย่างไม่ลังเล "ถึงเวลาเจ้าแค่บอกข้าล่วงหน้าสักหน่อยก็พอแล้ว"
ที่ให้บอกล่วงหน้า สาเหตุหลักเป็นเพราะอวิ๋นเกอกลัวว่าเพื่อนของนางจะถูกกองกำลังเชียนเหยียนมองว่าเป็นมอนสเตอร์แล้วจัดการไปเสียก่อน
อย่างไรเสียก็เป็นอาหารทะเลนี่นา
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องบอกพวกเชียนหลิงเอาไว้ล่วงหน้า
ถึงเวลาแค่คอยระวังไว้หน่อยก็พอแล้ว
อีกทั้งต่อให้เป็นอาหารทะเล ทว่านั่นก็เป็นอาหารทะเลในท้องถิ่น!
หากฟูรินะสามารถสื่อสารกับอีกฝ่ายได้ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อเขาในการทำความเข้าใจน่านน้ำแห่งนี้เป็นอย่างมาก
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รังเกียจที่อีกฝ่ายจะมาเที่ยวเล่นในดินแดน
เพียงแต่ต้องระวังเอาไว้บ้าง หากปล่อยให้แห้งตายอยู่บนบกคงเป็นเรื่องน่ากระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ อวิ๋นเกอก็พากานอวี่กลับไปที่ห้อง
ในเวลานี้จวนเจ้านครได้กลายเป็นเรือนไม้สองชั้นแล้ว
เนื่องจากสร้างจากไม้ จึงดูมีกลิ่นอายแบบโบราณ
สอดคล้องกับรสนิยมความงามของอวิ๋นเกอเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็สามารถจับฟูรินะโยนไปห้องข้างๆ ได้แล้ว
จะได้ไม่มาขัดจังหวะเขาตอนดื่มนมมะพร้าว!
...
วันถัดมา
เมื่อคืนอวิ๋นเกอก็ไม่ได้ดื่มนมมะพร้าว
เพราะช่วงเที่ยงของวันนี้จะเป็นเวลาที่ช่วงมือใหม่สิ้นสุดลง
ถึงเวลานั้นจะมีมอนสเตอร์มาบุกโจมตีเมือง จึงต้องการพลังรบและการบัญชาการของกานอวี่
ดังนั้นเขาจึงอดทนเอาไว้ชั่วคราวก่อน
บัฟของวันนี้ค่อนข้างยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูด
บัฟประจำวัน: ค่าประสบการณ์สองเท่า
[ค่าประสบการณ์สองเท่า]: ค่าประสบการณ์และพลังวิญญาณที่ได้รับจากการฟาร์มมอนสเตอร์จะเพิ่มขึ้นสองเท่า
อืม ช่างเป็นค่าประสบการณ์สองเท่าที่สมชื่อเสียจริง
แม้ดูแล้วจะถือว่าไม่เลว
แต่เมื่อเทียบกับบัฟในช่วงสามวันที่ผ่านมา ของสิ่งนี้จัดว่าไม่เพียงพอให้จับตามองเอาเสียเลย
วันแรกคืออัตราดรอปเพิ่มสิบเท่า ซึ่งก็พ่วงมากับค่าประสบการณ์และพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นสิบเท่าเช่นกัน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่ายังมีไอเทมอื่นๆ ที่สามารถรับได้เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าอีกด้วย
วันที่สองคือคิดสิ่งใดก็สมหวัง ทำให้ได้รับวีรชนระดับตำนานสีทองมาโดยตรง เรื่องนี้ก็ไม่ต้องพูดถึง
วันที่สามคือก้าวข้ามอดีตกาล ทำให้ได้รับหอคอยเสาไฟถนน... ไม่ใช่สิ ทำให้ได้รับหอคอยแสงศักดิ์สิทธิ์มา ยังไม่นับรวมน้ำพุแห่งชีวิตซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างสำหรับคืนชีพอีกนะ
กำไรมหาศาลชัดๆ!
เมื่อเทียบกับสิ่งเหล่านี้แล้ว ค่าประสบการณ์สองเท่านับว่ายังห่างชั้นกันอยู่มากจริงๆ
จำได้ว่าเมื่อคืนตอนที่บัฟรีเฟรช เขาก็กำลังกอดกานอวี่อยู่นี่นา
เหตุใดจึงไม่สุ่มได้ของดีออกมากันเล่า?
"หรือว่าพรสวรรค์นี้ก็มีช่วงคุ้มครองมือใหม่สามวันด้วย?"
อวิ๋นเกอเองก็ไม่แน่ใจ
ของสิ่งนี้ก็ไม่ได้มีคู่มือการใช้งานเสียด้วย
ทำได้เพียงรอให้ผ่านไปอีกสักสองสามวันค่อยว่ากันอีกที
หากหลายวันหลังจากนี้ล้วนเป็นบัฟที่คล้ายกับค่าประสบการณ์สองเท่า
นั่นก็ย่อมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามวันแรกคือช่วงคุ้มครองมือใหม่จริงๆ
อีกทั้งบัฟนี้บางทีก็อาจจะมีระดับชั้นอยู่ด้วย
สามอย่างแรกเกรงว่าระดับชั้นคงจะไม่ต่ำเลย
ส่วนค่าประสบการณ์สองเท่านี้ น่าจะเป็นเพียงบัฟระดับปกติในชีวิตประจำวันเท่านั้น
แม้จะยังไม่ได้รับการตรวจสอบ แต่อวิ๋นเกอก็รู้สึกว่าข้อสันนิษฐานของตนเองไม่น่าจะมีปัญหาอันใด
อย่างไรเสียหากสามารถสุ่มได้บัฟระดับคิดสิ่งใดก็สมหวังทุกวันล่ะก็
คงใช้เวลาอีกไม่นานเขาก็จะไร้เทียมทานแล้ว
เขาเรียกกองกำลังเชียนเหยียนยี่สิบคนของวันนี้ออกมา จากนั้นก็ปล่อยให้พวกนางไปฟาร์มมอนสเตอร์กันเอง
หลังจากดินแดนเลเวลสอง ค่ายทหารก็ได้รับการอัปเกรดเป็นเลเวลสองเช่นกัน
ค่ายทหารเลเวลสองสามารถรับสมัครกองกำลังเชียนเหยียนได้วันละยี่สิบคน
เดิมทีนึกว่าจะเพิ่มขึ้นทีละห้าคนเสียอีก
นึกไม่ถึงว่าครั้งนี้จะเพิ่มมาเป็นยี่สิบคนรวดเดียวเลย
เช่นนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน
จำนวนหน่วยทหารยิ่งมาก พลังรบก็ย่อมแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ทว่าเงื่อนไขก็คือต้องเลี้ยงดูพวกนางไหวด้วยล่ะนะ
"ท่านเจ้านคร สัดส่วนการผสมน้ำของน้ำแห่งชีวิตถูกทดสอบออกมาแล้วเจ้าค่ะ ท่านลองดูสิเจ้าคะ"
ตั้งแต่เช้าตรู่ จู่ๆ กานอวี่ก็ถือขวดใบหนึ่งเดินเข้ามา
"โอ้? ประสิทธิภาพสูงมากเลยนะ"
อวิ๋นเกอรับขวดมา ในชั่วพริบตานั้นก็ได้รับการแจ้งเตือนหนึ่งครั้ง
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้คิดค้นยาประเภทฟื้นฟูด้วยตนเอง กรุณาตั้งชื่อ]
"???"
ให้ตายเถอะ น้ำแห่งชีวิตผสมน้ำลงไปนิดหน่อย ก็นับว่าเป็นยาที่คิดค้นขึ้นเองแล้วหรือ?
น่าสนใจแฮะ
"ผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้าง? ลองใช้แล้วหรือยัง?"
"ลองแล้วเจ้าค่ะ น้ำแห่งชีวิตหนึ่งหน่วยสามารถเจือจางเป็นยาชนิดนี้ได้หนึ่งพันขวด ประสิทธิภาพยังคงแข็งแกร่งกว่ายาฟื้นฟูทั่วไปอยู่บ้างเจ้าค่ะ"
ดูเอาเถิด นี่แหละคือศิลปะแห่งภาษา
ผสมน้ำ ฟังดูแล้วไม่ค่อยจะเข้าที ให้ความรู้สึกบ้านนอกคอกนายิ่งนัก
แต่หากเปลี่ยนเป็นคำว่าเจือจาง ในชั่วพริบตาก็ให้ความรู้สึกว่าไร้ที่ติแล้ว
"หนึ่งพันขวดหรือ?"