- หน้าแรก
- มหายุคแห่งเจ้านครต่างโลก สุ่มบัฟวันละหนึ่งอย่าง
- บทที่ 31 โรคกลัวผู้ชาย
บทที่ 31 โรคกลัวผู้ชาย
บทที่ 31 โรคกลัวผู้ชาย
แต่ลี่ลี่อันรู้ดีว่า วีรชนเริ่มต้นของอวิ๋นเกอคือคนที่ชื่อกานอวี่ผู้นี้
อาหารทะเลสามตัวนั่นย่อมไม่มีทางเป็นวีรชนไปได้
ช่วงมือใหม่จะไปรับสมัครวีรชนคนที่สองมาได้อย่างไรกันเล่า
เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
ดังนั้นนางจึงรู้สึกสงสัยใคร่รู้เป็นอย่างมาก
"แน่นอนว่าคือ..."
"คืออันใด?"
"เจ้าลองเดาดูสิ?"
"...ไสหัวไป!"
แข็งแล้ว! หมัดแข็งไปหมดแล้ว!
หากไม่ใช่เพราะสู้ไม่ได้ ลี่ลี่อันคงได้ประเคนหมัดใส่อวิ๋นเกอสักสองหมัดเป็นแน่
"เอาล่ะ ตี BOSS เสร็จแล้ว นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว จะไปกินข้าวด้วยกันหรือไม่?"
อวิ๋นเกอเองก็ไม่อยากพูดอะไรในหัวข้อนี้มากนัก
ถึงขั้นที่ว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้เขาอธิบายให้มากความด้วยซ้ำ
เพราะการคิดไปเองของผู้คนจะช่วยหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลให้เขาโดยอัตโนมัติ
แถมยังเป็นแบบที่พวกเขาสามารถยอมรับได้เองเสียด้วย
เช่นนี้ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!
การคิดไปเองนี่ช่างเป็นทักษะขั้นเทพเสียจริง
อวิ๋นเกอรำพึงรำพันในใจ
จากนั้นพอหันขวับไปก็พบว่าลี่ลี่อันกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้มที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม
"ทำอันใด?"
"ไม่ได้ทำ"
"..."
ลี่ลี่อันเบ้ปาก จากนั้นมองอวิ๋นเกอด้วยความรังเกียจแล้วเอ่ยถาม "ชวนข้ากินข้าว? เจ้าแน่ใจหรือว่าตัวเจ้าพอให้ข้ากิน?"
แววตาของนางเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
อวิ๋นเกอไม่ได้โกรธเคือง
จู่ๆ เขาก็ก้าวเข้าไปหาลี่ลี่อันหนึ่งก้าว
ลี่ลี่อันถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
"หึ เผ่ามารราคะ? แค่นี้เองหรือ?"
ลี่ลี่อัน: "..."
ตอนนี้นางมั่นใจแล้วว่า อวิ๋นเกอต้องเดาอะไรบางอย่างออกอย่างแน่นอน
ทำอย่างไรดี? ต้องฆ่าปิดปากหรือไม่?
นี่มันเกี่ยวกับศักดิ์ศรีเผ่ามารราคะของนางเลยนะ!
พอเหลือบมองกานอวี่ที่อยู่ด้านข้าง...
ช่างเถอะ สู้ไม่ได้ ฆ่าปิดปากบ้าบออันใดกันล่ะ
"ข้ากลับล่ะ ลาก่อน"
ลี่ลี่อันพูดจบก็เผ่นหนี ไม่เปิดโอกาสให้อวิ๋นเกอได้พูดแม้แต่น้อย
"เผ่ามารราคะ? เหมือนจะกลัวผู้ชายงั้นหรือ? น่าสนใจดี"
จากเสียงกรีดร้องสองครั้งก่อนหน้าของลี่ลี่อัน อวิ๋นเกอก็เดาอะไรบางอย่างได้จริงๆ
ทว่าข้อสันนิษฐานนี้ออกจะเหลือเชื่อไปสักหน่อย
เผ่ามารราคะเนี่ยนะ จะมีโรคนี้ด้วยหรือ?
แต่พอลองคิดดูดีๆ โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล เรื่องแปลกประหลาดอันใดก็เกิดขึ้นได้
ดูเหมือนว่ามันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว
ช่าง... มหัศจรรย์ดีแท้
"ช่างเถอะ ไม่ต้องสนใจนาง พวกเราก็กลับกันเถอะ"
การก่อสร้างน้ำพุแห่งชีวิตน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว
เขาเองก็ตั้งตารออยู่เหมือนกัน
...
ภายในดินแดน
กลางทางเชียนหลิงก็พากองกำลังเชียนเหยียนคนอื่นๆ ไปฟาร์มมอนสเตอร์ต่อแล้ว
ส่วนอวิ๋นเกอที่กลับมาถึงก็รีบเดินไปทางด้านหลังจวนเจ้านครอย่างรวดเร็ว
ที่นั่นคือตำแหน่งของน้ำพุแห่งชีวิตที่เขาจัดเตรียมไว้
เช่นนี้ในภายภาคหน้าหากมีแขกมาเยือนที่ดินแดน ก็จะได้ไม่ถูกเปิดเผยโดยตรง
จะว่าไป ดูเหมือนจะต้องคอยระวังแขกที่มาเยือนดินแดนสักหน่อย
นิสัยที่พอถึงเวลาอาหารแล้วมักจะเผลอชวนคนรู้จักกินข้าวโดยสัญชาตญาณนี่ต้องแก้เสียที
ไม่ต้องพูดถึงปัญหาเรื่องการเปิดเผยน้ำพุแห่งชีวิต
แค่การชวนตัวตนที่มีเมนูอาหารพิเศษอย่างเผ่ามารราคะมากินข้าว มันก็น่ากระอักกระอ่วนมากพอแล้ว
อืม คราวหน้าต้องระวังไว้
"สมกับเป็นน้ำพุแห่งชีวิตจริงๆ"
เพียงแค่อวิ๋นเกอเข้าใกล้ ก็รู้สึกได้ว่าร่างกายและจิตใจปลอดโปร่งขึ้นมาก
ไม่ใช่ความรู้สึกไปเอง
พลังชีวิตอันน่าหวาดหวั่นที่แฝงอยู่ในน้ำพุแห่งชีวิต มีประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อสิ่งมีชีวิต
ขอดูคุณสมบัติก่อนก็แล้วกัน
[น้ำพุแห่งชีวิต]: เลเวล 0
ประเภท: สิ่งก่อสร้างในดินแดน (สิ่งก่อสร้างสำหรับคืนชีพ)
คุณลักษณะพิเศษ: คืนชีพหน่วยรบในดินแดน (แต่ละหน่วยสามารถคืนชีพได้ 3 ครั้งต่อวัน)
ผลผลิต: น้ำแห่งชีวิต (วันละ 10 หน่วย)
คำอธิบาย: เมื่อมีสิ่งนี้ ท่านเจ้านครก็ไม่ต้องกังวลว่าข้าจะตายอีกต่อไป!
อวิ๋นเกอ: "..."
แม้ว่าคุณสมบัติจะน่าหวาดหวั่นจริงๆ
แต่คำอธิบายนี้มันออกจะป่วยการไปหน่อยไหม!
ช่างเถอะ แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นก็แล้วกัน
ต้องขอบอกเลยว่า สมกับที่เป็นสิ่งก่อสร้างสำหรับคืนชีพ
แค่เลเวล 0 ก็สามารถทำให้แต่ละหน่วยคืนชีพได้ถึงสามครั้งต่อวัน
ต้องรู้ไว้ก่อนว่า ด้วยพลังรบของกองกำลังเชียนเหยียน การจะอยากตายติดต่อกันถึงสามครั้งภายในวันเดียวนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากเอาการ
ก็แค่น่าเสียดายไปสักหน่อย
เจ้านี่สามารถคืนชีพได้แค่หน่วยรบในดินแดนเท่านั้น
ทว่าเจ้านครไม่จัดว่าเป็นหน่วยรบในดินแดน ดังนั้นจึงไม่อาจคืนชีพได้
หากว่ามันสามารถคืนชีพเจ้านครได้ด้วย อวิ๋นเกอก็คงจะซ่าได้แบบสุดเหวี่ยงไปเลย!
น่าเสียดายจริงๆ
ทว่าน้ำแห่งชีวิตนี่ก็ไม่เลว
หากพูดให้เข้าใจง่ายที่สุด นี่ก็เทียบเท่ากับขวดยาแดงนั่นแหละ
ตราบใดที่ยังไม่ตาย พอกระดกเข้าไปขวดเดียว HP ก็จะเต็มเปี่ยมและสถานะกลับมาสมบูรณ์ในทันที
สามารถรักษาและล้างสถานะผิดปกติอย่างคำสาปได้
เรียกได้ว่าครอบจักรวาลเลยทีเดียว
ก็แค่ผลผลิตมันออกจะน้อยไปสักหน่อย
แต่ละวันมีเพียงสิบขวดเท่านั้น
ลองดูวัตถุดิบที่ใช้ในการอัปเกรดหน่อยดีกว่า
สิ่งก่อสร้างที่ให้ผลผลิต เมื่อเลเวลเพิ่มขึ้น ผลผลิตก็ย่อมต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเป็นธรรมดา
อย่างเช่นค่ายทหาร ตอนอยู่เลเวล 0 จะผลิตกองกำลังเชียนเหยียนได้แค่วันละห้าคน หลังจากขึ้นเลเวล 1 ก็จะผลิตได้วันละสิบคน
[น้ำพุแห่งชีวิต]: อัปเกรดต้องใช้ หินจินกัง*30000, ผลึกคงหลิง*2000, แก่นแท้แห่งชีวิต*1, ต้นกำเนิดพลังวิญญาณ*1, หินเทียนจิ้ง*3000
เอ่อ...
จะว่าอย่างไรดี
วัตถุดิบเหล่านี้ นอกจากหินจินกังแล้ว อย่างอื่นล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยทั้งสิ้น
หลังจากคิดไปคิดมา อวิ๋นเกอก็ตัดสินใจทักไปหาลี่ลี่อัน
อวิ๋นเกอ: "เจ้าเคยได้ยินชื่อ แก่นแท้แห่งชีวิต หรือไม่?"
ลี่ลี่อัน: "เป็นของที่มีโอกาสดรอปจากมอนสเตอร์ป่าระดับ BOSS ที่มีพลังชีวิตทนทานสุดขีด สามารถดูดซับเพื่อเพิ่มอายุขัยได้โดยตรง และสามารถใช้เป็นวัตถุดิบของสิ่งก่อสร้างพิเศษบางอย่างได้ เจ้าถามเรื่องนี้ไปทำไม?"
ลี่ลี่อัน: "อย่าบอกนะว่าเจ้าได้แบบแปลนสิ่งก่อสร้างพิเศษอะไรมาอีกแล้วน่ะ?"
อวิ๋นเกอ: "นั่นก็ไม่หรอก"
อืม ไม่มีจริงๆ นั่นแหละ เพราะมันไม่ใช่แบบแปลน แต่เป็นของสำเร็จรูปเลยต่างหาก
ดังนั้นเขาจึงไม่นับว่าหลอกลวง
ลี่ลี่อัน: "งั้นก็ดีไป บางทีข้าก็สงสัยจริงๆ ว่าเจ้าเป็นลูกชายแท้ๆ ของเทพีแห่งโชคชะตาหรือเปล่า ถึงได้มีของดีๆ เต็มไปหมด"
ทั้งระดับตำนานสีทองตั้งแต่เริ่มเกม ป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดนที่ขายให้นาง แบบแปลนน้ำพุวิญญาณที่มอบให้นาง แล้วยังมีหน่วยทหารจักรกลที่สามารถเก็บรวบรวมของใต้ทะเลได้นั่นอีก
เฮ้อ คำว่าอิจฉาคำเดียวนางก็ไม่อยากจะพูดแล้ว
ลี่ลี่อันในเวลานี้ มือขวาถือมีดเล่มหนึ่งกำลังทาบไปมาบนมือซ้ายไม่หยุด
"ท่านเจ้านครกำลังทำอันใดหรือ?"
อ้ายลี่ซาไม่เข้าใจ
"ข้ากำลังคิดอยู่ว่า จะสับส่วนที่ถูกเขาจับเมื่อครู่นี้ทิ้งดีหรือไม่"
อ้ายลี่ซา: "!!!"
"ใจเย็นๆ ก่อนท่านเจ้านคร! เจ้านครอวิ๋นเกอเขาก็เป็นคนดีทีเดียวนะ อย่างน้อยตอนหนีก็ยังรู้ว่าต้องพาท่านไปด้วย ไม่เห็นจะต้องรังเกียจเขากันถึงเพียงนี้เลยไม่ใช่หรือ?"
"ข้ารู้ ข้าก็ไม่ได้รังเกียจเสียหน่อย"
"เอ๋? เช่นนั้นท่าน..."
"น่าเสียดายที่เขาเป็นผู้ชาย"
อ้ายลี่ซา: "..."
เดี๋ยวก่อน! ข้อมูลนี้มันจะเยอะเกินไปแล้วนะ
ท่านเจ้านครเป็นเผ่ามารราคะมิใช่หรือ? เป็นผู้ชายแล้วมันอย่างไรล่ะ? แปลกชะมัด ไม่แน่ใจเลย ขอดูสถานการณ์ไปก่อนละกัน
"ช่างเถอะ ตอนนี้หาโพชั่นรักษาที่เหมาะสมไม่ได้ สับทิ้งไปก็คงไม่สะดวก ล้างน้ำเอาก็พอแล้ว"
ลี่ลี่อันล้มเลิกความคิดนี้ไปอย่างจำใจ
ไอเทมสำหรับงอกอวัยวะใหม่ในสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์นั้นมีมากมาย
แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ช่วงมือใหม่จะสามารถหามาได้
ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงล้มเลิกความคิดอย่างช่วยไม่ได้
"เอ่อ ท่านเจ้านคร..."
อ้ายลี่ซาอยากจะถามอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่กล้า
"เจ้าเป็นวีรชนของข้า บอกเจ้าก็คงไม่เป็นไร ตั้งแต่เด็กข้าป่วยเป็นโรคอย่างหนึ่ง... โรคกลัวผู้ชาย"
อ้ายลี่ซาอ้าปากอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
โรคนี้ตามทฤษฎีแล้วก็ไม่ได้เป็นปัญหาอันใดหรอก
แต่ปัญหาคือท่านเจ้านครเป็นเผ่ามารราคะนี่สิ
เผ่ามารราคะบ้านไหนเขาเป็นโรคนี้กันบ้างเล่า?
"ตาแก่พวกนั้นในเผ่ารู้สึกว่าข้ากำลังทำให้เผ่ามารราคะต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ก็เลยขับไล่ข้าออกจากเผ่า"
ลี่ลี่อันกล่าวต่อ
นี่ก็คือสาเหตุที่นางมาปรากฏตัวอยู่ในสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์เขตดาวหลานซิง
เพราะเมื่อเทียบกันแล้ว เผ่ามนุษย์ถือว่ามีความใจกว้างรับความแตกต่างได้ค่อนข้างสูง
อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับเอะอะก็ฆ่าฟันเพียงเพราะปัญหาเรื่องเผ่าพันธุ์
หากไปที่สมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์ของเผ่าทูตสวรรค์ล่ะก็ ไม่กี่นาทีนางคงโดนปราบปรามกวาดล้างจากคนทั้งเขตแน่นอน