- หน้าแรก
- หวนคืนบัลลังก์จักรพรรดิเซียน
- บทที่ 60 เลี้ยงสุรา
บทที่ 60 เลี้ยงสุรา
บทที่ 60 เลี้ยงสุรา
ทั่วทั้งบริเวณเงียบสงัด ทุกคนต่างมองดูเซวียนหยวนฮ่าวเทียนด้วยสายตาที่หวาดผวา
ภายใต้ความหวาดผวานั้นยังซ่อนไว้ด้วยความชื่นชม ความเลื่อมใส ความดูแคลน และความสะใจบนความทุกข์ของผู้อื่น
"จะ... เจ้า เจ้าทำอะไรลงไป?" ใบหน้าของคนรับใช้ชายของเหอหลงซีดเผือด เขามองดูเศษซากเนื้อกระดูกบนพื้นที่แม้แต่จะนำมาต่อกันก็ยังไม่ได้หลังจากพายุหมุนผ่านพ้นไป แทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเบิกชีพจรระดับเก้า กลับสามารถสังหารนายน้อยของตนที่อยู่ขอบเขตสร้างรากฐานระดับสองได้กระนั้นหรือ? อีกทั้งยังสังหารจนแหลกสลายไร้ซาก? นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร?
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนเอียงคอเล็กน้อย มองคนรับใช้ชายผู้นั้น "ข้าสังหารเขา!"
"เจ้า เจ้ารอ... ตระกูลเหอไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ ตระกูลเหอจะต้องสับร่างเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้น ทำให้เจ้าและตระกูลของเจ้าแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน! ทำให้ผู้หญิงของเจ้ากลายเป็นหญิงคณิ..."
พูดยังไม่ทันจบ เซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็ใช้นิ้วชี้ออกไปแล้ว
รวบรวมปราณเป็นหอก หนึ่งดัชนีทะลวงทำลายจุดตันเถียนของอีกฝ่าย ทำลายวรยุทธ์จนสิ้น
"เห็นแก่ที่เจ้ายังต้องนำคำพูดไปบอกกล่าวแก่ตระกูลเหอ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าหนึ่งครา ไปบอกคนตระกูลเหอว่า เหอหลงแย่งชิงภรรยาข้าก่อน แล้วจึงหยามเกียรติบิดาข้า ข้าสังหารเขาย่อมไร้ซึ่งความละอายใจและสมควรแล้ว ตระกูลเหอของพวกเจ้ามีลูกไม้อะไรก็งัดออกมาใช้ได้เลย ข้าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนจะขอรับไว้ทั้งหมดเอง!"
กล่าวจบ เซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็ซัดฝ่ามือออกไปอีกครั้ง ซัดคนรับใช้ชายผู้นั้นจนกระเด็นลอยออกไป "ไสหัวไป!"
คนรับใช้ชายผู้นั้นล้มลุกคลุกคลานกลิ้งออกไปไกลกว่าสิบเมตร ศีรษะแตก อาภรณ์ฉีกขาด ไม่หลงเหลือท่าทีเย่อหยิ่งจองหองเฉกเช่นตอนที่ต่อสู้กับเซวียนหยวนเลี่ยก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย ส่วนสาวใช้ของเหอหลงนั้นหลบไปสั่นงันงกอยู่ด้านข้างตั้งนานแล้ว
"เซวียนหยวนฮ่าวเทียน เจ้ารอรับกรรมเถอะ ตระกูลเหอของพวกเราไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ เจ้าจะต้องตายอย่างอนาถ! อ๊าก..." คำขู่ของคนรับใช้ชายผู้นั้นยังกล่าวไม่ทันจบ แขนขวาก็พลันขาดสะบั้นตั้งแต่หัวไหล่
"หนวกหู! หากยังพล่ามไร้สาระอีก ชายชราผู้นี้จะช่วยเจ้าหนูฮ่าวเทียนกำจัดเจ้าทิ้งเสียก่อน!" หมัวเฮยแคะหู ใบหน้าเต็มไปด้วยความรำคาญใจ
คนรับใช้ชายผู้นั้นไม่กล้าเอ่ยคำใดอีก ภายใต้ความช่วยเหลือของสาวใช้ เขาห้ามเลือดแล้วจึงหันหลังเดินจากไป
"นายน้อย ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่เจ้าคะ?" ในตอนนั้นเองโหรวเอ๋อร์ถึงได้โผเข้ามา มองเซวียนหยวนฮ่าวเทียนด้วยความรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง
"แค่ขยะขอบเขตสร้างรากฐานระดับสองกระจ้อยร่อยเท่านั้น บังอาจมาลงมือกับเจ้า" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
"เทียนเอ๋อร์ ตระกูลเหอนั่นเล่า!" ในใจของเซวียนหยวนเลี่ยก็รู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่ง ทว่าก็อดกังวลถึงการแก้แค้นของตระกูลเหอไม่ได้
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนยิ้มอย่างดูแคลน "แค่ตระกูลเหอกระจ้อยร่อย ข้ายังไม่เก็บมาใส่ใจหรอก ท่านพ่อโปรดวางใจ ข้ามีแผนการเตรียมไว้แล้ว!"
เซวียนหยวนเลี่ยอ้าปากค้าง มองดูหมัวเฮยที่เพิ่งช่วยเหลือเซวียนหยวนฮ่าวเทียนเมื่อครู่ ดูเหมือนจะเดาออกว่าจะทำอะไร หรืออาจจะเข้าใจอะไรผิดไป สุดท้ายก็ยังคงไม่พูดอะไรออกมา
"นายน้อย ขออภัยเจ้าค่ะ พวกเราช่างไร้ประโยชน์จริงๆ! ไม่สามารถปกป้องฮูหยินโหรวเอ๋อร์ให้ดีได้!" กู่ซิงฮว่าทำปากยื่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความโทษตัวเอง
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนยิ้ม "ความก้าวหน้าของพวกเจ้า ข้ามองเห็นอยู่ในสายตา มีประโยชน์หรือไม่มี ไม่ใช่พวกเจ้าเป็นคนตัดสิน ข้าต่างหากที่เป็นคนตัดสิน พวกเจ้าทำได้ดีมาก ทว่ายังคงต้องพยายามต่อไป! เข้าใจหรือไม่?"
"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะนายน้อย!" สองพี่น้องตระกูลกู่ลอบตัดสินใจในใจ ว่าจะต้องพยายามบำเพ็ญเพียรให้มากยิ่งขึ้นถึงจะดี
"ท่านพ่อ พวกเรากลับกันเถิด!" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนหันไปมองเซวียนหยวนเลี่ย
เซวียนหยวนเลี่ยพยักหน้า ทว่ากลับได้ยินเสียงหัวเราะยาวนานของใครคนหนึ่งดังขึ้น "ไม่ทราบว่าพี่เซวียนหยวนสนใจจะดื่มสุรากับข้าสักสองสามจอกหรือไม่? ข้าเป็นเจ้ามือเอง เป็นอย่างไรเล่า?"
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ มีผู้หนึ่งเดินออกมาจากฝูงชน
คนผู้นี้มีใบหน้าหนักแน่นเด็ดเดี่ยว รูปร่างสูงใหญ่ สวมอาภรณ์สีเหลืองสดใส บนอาภรณ์ปักลายมังกรทองสามกงเล็บ ที่เอวห้อยหยกสลักลายมังกรขด
ถึงแม้เซวียนหยวนฮ่าวเทียนจะจำเสียงของอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ก็สามารถมองออกถึงร่องรอยบางอย่างได้จากเสื้อผ้าของอีกฝ่าย
"ที่แท้ก็องค์ชายรองนี่เอง" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนประสานมือคำนับ
องค์ชายรองจูเก๋อชวนป่ายใช้สายตาพิจารณามองดูเซวียนหยวนฮ่าวเทียน "พี่ฮ่าวเทียนจะให้เกียรติข้าได้หรือไม่?"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนมองไปทางเซวียนหยวนเลี่ยและหญิงสาวทั้งสามอย่างโหรวเอ๋อร์ที่อยู่ข้างกาย
"นายน้อย โหรวเอ๋อร์จะกลับไปรอท่านที่จวนเจ้าค่ะ!" โหรวเอ๋อร์ว่าง่ายรู้ความ นางรู้ว่าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนเป็นห่วงความปลอดภัยของตน
"เจ้าหนู เจ้าอยากไปก็ไปเถอะ ชายชราผู้นี้จะช่วยเจ้าปกป้องภรรยาตัวน้อยและคนในครอบครัวของเจ้าเอง!" หมัวเฮยส่งเสียงผ่านปราณมา "หึ พลังปราณเซียวเหยาของเจ้าเมื่อครู่นี้ทำให้ชายชราผู้นี้หูตาสว่างจริงๆ ชายชราผู้นี้ตัดสินใจแล้ว จะปักหลักอยู่ที่นี่ไม่ไปไหน จนกว่าเจ้าจะมอบเคล็ดวิชาเซียวเหยาฉบับสมบูรณ์ให้ข้าก็แล้วกัน!"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนลอบหัวเราะในใจ นี่เท่ากับเป็นการดึงดูดผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตโอสถเทพมาไว้ใต้บังคับบัญชาแล้ว เขามีความมั่นใจว่า เพียงแค่เรื่องเคล็ดวิชาอย่างเดียว ก็สามารถทำให้หมัวเฮยไม่อาจตัดใจจากไปได้ตลอดกาล
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าสิ่งที่อยู่ในมือของเขานั้นไม่ได้มีเพียงแค่เคล็ดวิชาเท่านั้น
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนหันไปมององค์ชายรอง แล้วแย้มยิ้มอย่างเบิกบาน "สมดังปรารถนา มิกล้าปฏิเสธ!"
องค์ชายรองหัวเราะร่วน "ดี สมดังปรารถนา มิกล้าปฏิเสธ ไปเถิดพี่ฮ่าวเทียน วันนี้พวกเราไม่เมาไม่เลิกรา!"
พูดจบเขาก็ก้าวเข้าไปจับมือของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนอย่างกระตือรือร้น ทั้งสองคนเดินอาดๆ ตรงไปยังเหลาตึกสุราที่ใกล้ที่สุด ส่วนผู้ติดตามขององค์ชายรองต่างก็เดินขนาบข้างซ้ายขวาตามไปทีละคนอย่างเงียบเชียบไร้ซุ่มเสียง
โยวจีมองดูแผ่นหลังขององค์ชายรองและเซวียนหยวนฮ่าวเทียนที่จากไป นางยิ้มบางๆ แล้วเรียกคนรับใช้มาจัดการเก็บกวาดกองเศษซากของเหอหลง
ส่วนเรื่องการสังหารคนกลางถนนนั้น กลับไม่มีผู้ใดพูดอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย
การต่อสู้ระหว่างผู้บำเพ็ญเพียร กฎหมายของราชวงศ์จะไม่เข้ามาก้าวก่าย ตราบใดที่ไม่มีการทำร้ายชาวบ้านธรรมดาในวงกว้าง ก็จะไม่มีผู้ใดเข้ามาไต่สวนเรื่องนี้เลย
ตระกูลเหอย่อมมีคนมาแก้แค้นเอง กองกำลังของทางการไม่เคยถูกนำมาใช้ในด้านนี้อยู่แล้ว
ฝูงชนแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นว่าหมัวเฮยกำลังเดินตามหลังกลุ่มของเซวียนหยวนเลี่ยไปอย่างเงียบๆ และยังช่วยจัดการพวกที่สะกดรอยตามมาสองสามคนไปอย่างง่ายดายอีกด้วย
กล่าวถึงเซวียนหยวนฮ่าวเทียนที่เดินตามองค์ชายรองมาถึงอี้เซี่ยวเซียน เหลาตึกสุราที่ดีที่สุดในเมืองกูหยาง และสั่งห้องส่วนตัวที่ดีที่สุดของเหลาตึกสุราแห่งนี้ ทันทีที่องค์ชายรองนั่งลง เขาก็ตบโต๊ะเบาๆ "พี่ฮ่าวเทียน ยังพอดื่มไหวหรือไม่?"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนยิ้มบางๆ "มีพอให้ข้าดื่มหรือไม่เล่า?"
ดวงตาขององค์ชายรองทอประกายวาบ ปกติแล้วเมื่อรู้ถึงฐานะของเขา กลับไม่มีผู้ใดสามารถพูดคุยกับเขาเช่นนี้ได้อีกเลย แม้แต่คนของสำนักกระบี่เจ็ดดาราก็มีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถมานั่งเสมอชั้นเดียวกับเขาเช่นนี้ได้
"ฮ่าๆๆ แน่นอนว่ามีพอ วันนี้พวกเราไม่เมาไม่เลิกรา!"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนมองดูท้องฟ้า "เช่นนั้นดูท่าคืนนี้ข้าคงกลับไม่ได้แล้ว!"
"ฮ่าๆๆ!" องค์ชายรองหัวเราะลั่น รู้สึกว่านิสัยของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนนั้นช่างถูกคอเขาเสียจริง
ไม่นานสุราชั้นดีบ่มสิบปีก็ถูกยกเข้ามาในห้องส่วนตัว สาวใช้รูปโฉมงดงามดั่งบุปผาหยกทั้งสองคนที่อยู่ข้างกายองค์ชายรองคอยปรนนิบัติรินสุราอยู่ด้านข้าง เซวียนหยวนฮ่าวเทียนและองค์ชายรองไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว แต่กลับดื่มรวดเดียวถึงสามชามใหญ่
ไม่ใช้จอกสุรา แต่ใช้ชามกระเบื้องใบใหญ่โดยตรง
หลังจากดื่มไปสามชาม องค์ชายรองก็เช็ดปาก ดูคล้ายกับวีรบุรุษชาวยุทธ์ผู้กล้ามากกว่าจะเป็นองค์ชายเสียอีก "ฮ่าๆๆ สะใจนัก นานมากแล้วที่ไม่ได้สะใจเช่นนี้!"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนหัวเราะ "องค์ชายรอง วันนี้ท่านตั้งใจจะแค่ดื่มประชันสุรากันอย่างเดียว? หรือตั้งใจจะเล่นทายปริศนาในวงสุราด้วยเล่า?"
ดวงตาขององค์ชายรองทอประกายวาบ ลอบทอดถอนใจว่าเจอสหายที่รู้ใจ เขาหัวเราะกล่าว "พี่ฮ่าวเทียน เดิมทีเรื่องการดื่มสุรานี้ไม่ควรมีเรื่องสกปรกอื่นใดมาเจือปน ทว่าในฐานะที่เป็นลูกหลาน ข้าเองก็สุดวิสัยเช่นกัน!"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนยิ้ม พลางตบขวดหยกใบเล็กๆ ขวดหนึ่งไปตรงหน้าองค์ชายรอง "มอบให้ท่าน!"