- หน้าแรก
- พ่อครัวเทพจุติสะเทือนแดนเซียน
- บทที่ 1260 - ระวัง!
บทที่ 1260 - ระวัง!
บทที่ 1260 - ระวัง!
บทที่ 1260 - ระวัง!
เมื่อมองดูหุ่นเชิดตัวนี้ ทุกคนต่างก็มีความรู้สึกทนดูไม่ได้อยู่บ้าง หงจุนยิ่งทนไม่ไหวจนอยากจะเข้าไปเตะมันสักป๊าบให้กระเด็นออกไปเลย
ทว่าเย่ฉางชิงที่อยู่ด้านข้างกลับรีบเอ่ยห้ามเสียก่อน
"ประมุขยอดเขา รอก่อนขอรับ"
"มีอันใดหรือ?"
"หากท่านเตะมันไป มันอาจจะหลุดเป็นชิ้นๆ ได้นะขอรับ"
เมื่อครู่นี้แค่เดินไปไม่กี่ก้าวร่างก็หายไปตั้งครึ่งซีกแล้ว จะทนแรงเตะของท่านไหวหรือ?
หากท่านเตะมันลงไป เกรงว่าแม้แต่เรี่ยวแรงจะคลานก็คงไม่มีเหลือแล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หงจุนก็ทำได้เพียงชักเท้ากลับอย่างเก้อเขิน ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แฮะ
ทุกคนไม่กล้าแตะต้องมันอีก เกรงว่าหากไม่ระวังอาจจะทำให้มันหลุดเป็นชิ้นๆ เอาได้
ค่อยๆ คืบคลานไปทางทางออกทีละน้อย ในที่สุด แขนข้างนั้นก็แตะถึงทางออกได้เสียที
ระยะทางเพียงไม่ถึงครึ่งเมตร ทว่าเมื่อเห็นหุ่นเชิดตัวนี้สามารถแตะถึงทางออกได้ในที่สุด ทุกคนกลับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
ไม่ง่ายเลย ไม่ง่ายเลยจริงๆ ระยะทางเพียงไม่ถึงครึ่งเมตรนี้ หุ่นเชิดตัวนี้ต้องใช้เวลาคลานกระดึ๊บๆ อยู่บนพื้นดินนานเกือบชั่วจิบชาเลยทีเดียว
"ผ่านไปได้แล้ว"
"เห็นหรือไม่? ตอนนี้สถานการณ์เป็นเช่นไร?"
"มีแต่มือที่ผ่านไปได้ ข้าจะไปเห็นบ้าอันใดเล่า"
แขนเพิ่งจะโผล่พ้นออกไปเพียงครึ่งท่อน ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจ ส่วนอีกด้านหนึ่ง เผ่ามารก็เฝ้ารออยู่นานครึ่งค่อนวันเช่นกัน ทว่ากลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ตามมา ในขณะที่ความอดทนเกือบจะหมดลงนั้น จู่ๆ ราชันเทพมารตนหนึ่งก็ร้องตะโกนขึ้นมา
"ดูนั่นสิ นั่นมันอันใดกัน?"
บรรดาเผ่ามารต่างหันมองตามเสียงนั้น ก็เห็นเพียงแขนข้างหนึ่งค่อยๆ ยื่นออกมาจากทางออก
"ออกมาจนได้"
เมื่อเห็นเช่นนั้น เหล่าเผ่ามารต่างก็ตื่นเต้นดีใจ ในที่สุดก็รอจนได้ ทว่าไม่นานนักก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เหตุใดตำแหน่งของมือนั่นถึงได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินปานนั้นเล่า? ดูไม่เหมือนคนเดินตามปกติเลยสักนิด?
ผู้ใดจะเอามือทาบพื้นเวลาเดิน ซ้ำยังมีท่าทีเหมือนกำลังคลานอีกต่างหาก
ผิดปกติ มีบางอย่างผิดปกติ มหาจักรพรรดิมารทั้งสองจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ส่งสัญญาณให้บรรดาเผ่ามารสงบสติอารมณ์และอย่าเพิ่งผลีผลาม
เมื่อได้ยินคำสั่ง บรรดาเผ่ามารก็ไม่ได้ลงมือในทันที เพียงแต่จ้องมองมือที่ยื่นออกมาจากถ้ำมารอย่างไม่วางตา
จากนั้น บรรดาเผ่ามารก็เห็นมือข้างนั้นแกว่งไปมาอยู่ที่ทางออกของถ้ำมาร ท่าทางดูเหมือนจะพยายามคลานออกมา ทว่าก็ยังคงอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน
ความจริงแล้วมันกำลังขยับอยู่ เพียงแต่มันช้ามากจนดูเหมือนไม่ได้ขยับเลย
เมื่อเห็นภาพนี้ บรรดาเผ่ามารต่างก็กัดฟันกรอดด้วยความร้อนรนใจ
ในใจยิ่งอดไม่ได้ที่จะด่าทอ
ไอ้เวรเอ๊ย จะมาก็รีบๆ มาสิ มัวทำบ้าอันใดอยู่?
บรรดาเผ่ามารร้อนรนจนแทบอยากจะพุ่งเข้าไปดึงมันออกมาแล้ว นี่มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ มีคนดึงขาเจ้าอยู่หรืออย่างไร?
ทว่าหากปราศจากคำสั่งของมหาจักรพรรดิมาร พวกเขาก็ไม่กล้าผลีผลามทำสิ่งใด ได้แต่กัดฟันข่มความร้อนรนในใจ และเฝ้ารออย่างอดทนต่อไป
เวลาผ่านไปทีละน้อย ในที่สุด ในยามที่บรรดาเผ่ามารแทบจะถูกทรมานจนเป็นบ้า หัว... ไม่สิ หัวแค่ครึ่งซีกก็โผล่ออกมา
"มาแล้วๆ เตรียมตัวให้พร้อม"
"เดี๋ยวก่อนสิ เหตุใดถึงมีหัวแค่ครึ่งซีกเล่า?"
"หืม???"
เมื่อเห็นว่าในที่สุดก็ออกมาเสียที เหล่าเผ่ามารต่างตื่นเต้นดีใจ เตรียมพร้อมรับมืออยู่เงียบๆ ขอเพียงมหาจักรพรรดิมารออกคำสั่ง พวกเขาก็สามารถพุ่งเข้าไปรวบตัวคนผู้นี้ได้ในทันที
ทว่าจากคำกล่าวของราชันเทพมารตนหนึ่ง ก็ทำให้เหล่าเผ่ามารชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกขนหัวลุกชัน
รอมาตั้งนาน ในที่สุดก็ได้เห็นหัวคนเสียที ทว่าเหตุใดมันถึงมีแค่ครึ่งซีกกันเล่า?
แล้วหัวอีกครึ่งซีกหายไปไหน?
จากนั้น ก็มีเผ่ามารอีกตนพบว่า นี่มันไม่น่าจะใช่คนแล้วกระมัง?
"นี่มันหุ่นเชิดนี่นา?"
"หุ่นเชิดหรือ? เจ้าเคยเห็นหุ่นเชิดที่ขยะขนาดนี้ด้วยหรือ?"
"ไม่เคยเห็น ทว่ามันดูเหมือนหุ่นเชิดมากนะ เจ้าดูสิ ไม่มีกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตเลยแม้แต่น้อย"
เหล่าเผ่ามารจ้องมองหัวครึ่งซีกนี้เขม็ง ในใจเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
พวกเขาเคยเห็นหุ่นเชิดมาก่อน ทว่าหุ่นเชิดในมิติจักรวาลล้วนแต่สูงใหญ่กำยำ จะมามีสภาพเหมือนกองขยะตรงหน้าได้อย่างไร
การออกจากถ้ำมารยังต้องคลานกระดึ๊บๆ อยู่นานเกือบหนึ่งเค่อ ตอนนี้ก็ยังมีหัวโผล่ออกมาแค่ครึ่งซีก ของพรรค์นี้มันจะเป็นหุ่นเชิดไปได้อย่างไร?
กระทั่งมหาจักรพรรดิมารทั้งสองยังอดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปใกล้เพื่อพินิจพิเคราะห์
ของสิ่งนี้น่าสนใจยิ่งนัก ดูเหมือนหุ่นเชิด ทว่าก็ขยะเสียจนไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์อันใด?
ส่วนภายในถ้ำมาร เมื่อเห็นว่าในที่สุดหุ่นเชิดก็ยื่นหัวออกไปได้ อวิ๋นเซียนไถก็รีบเอ่ยถามทันที
"เป็นอย่างไรบ้าง? สถานการณ์ภายนอกเป็นเช่นไร?"
"มีวัตถุดิบมากมายก่ายกองเลย"
บรรพชนสมาคมช่างหลอมอุปกรณ์เอ่ยตามความเป็นจริง เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็ไม่ได้ประหลาดใจอันใด อย่างไรเสียก็พอจะเดาออกอยู่แล้ว
ถ้ำมารเชื่อมต่อกันสำเร็จแล้ว เผ่ามารจะไม่มีการป้องกันเตรียมไว้ได้อย่างไร ย่อมต้องวางกำลังคุ้มกันอย่างแน่นหนาเป็นแน่
ดูท่าวันนี้คงไม่สามารถออกไปยลโฉมแดนมารได้เสียแล้ว ทว่าในเมื่อทะลวงถ้ำมารสำเร็จแล้ว ภายภาคหน้ายังมีเวลาอีกเหลือเฟือ
ย่อมต้องหาโอกาสได้แน่ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในตอนนี้
เมื่อเห็นว่าทุกคนล้มเลิกความคิดที่จะมุ่งหน้าไปยังแดนมาร ตงฟางหงก็ลอบระบายลมหายใจด้วยความโล่งอก
เขาเกรงเหลือเกินว่าอวิ๋นเซียนไถและพรรคพวกจะดื้อรั้นดันทุรัง พุ่งออกไปโดยไม่สนใจสิ่งใด นั่นเท่ากับรนหาที่ตายชัดๆ
ตอนนี้ยังถือว่าดี อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่า แม้อวิ๋นเซียนไถและพรรคพวกจะใจกล้าบ้าบิ่น ทว่าก็ยังรักตัวกลัวตาย ไม่ได้เอาชีวิตของตนเองไปทิ้งเล่น
เมื่อไม่มีโอกาส ทุกคนจึงตั้งใจจะกลับ ทว่าในเวลานี้ บรรพชนสมาคมช่างหลอมอุปกรณ์กลับฉีกยิ้มกว้าง พลางเอ่ยถาม
"อยากจะได้วัตถุดิบสักตนกลับมาหรือไม่?"
"โอ้? มีโอกาสหรือ?"
สิ้นคำกล่าวนี้ อวิ๋นเซียนไถก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันที รีบเอ่ยถามกลับ
ส่วนบรรพชนสมาคมช่างหลอมอุปกรณ์กลับส่งสัญญาณให้ใจเย็นๆ
"ประเดี๋ยวท่านบรรพชนอวิ๋นจงปฏิบัติตามคำสั่งของข้า"
"ได้เลย ไม่มีปัญหา"
อวิ๋นเซียนไถไม่อาจมองเห็นสถานการณ์ภายนอกได้ ทำได้เพียงเชื่อฟังการบังคับบัญชาของบรรพชนสมาคมช่างหลอมอุปกรณ์เท่านั้น
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ในแดนมาร เวลานี้มหาจักรพรรดิมารทั้งสอง และบรรดาราชันเทพมาร ด้วยความอยากรู้อยากเห็น จึงมารวมตัวกันที่ทางออกของถ้ำมาร พินิจพิเคราะห์หุ่นเชิดครึ่งซีกตัวนี้ในระยะประชิด
พวกเขาไม่มีความกังวลใดๆ เลยแม้แต่น้อย ล้อเล่นหรือ มหาจักรพรรดิมารทั้งสองตนอยู่ที่นี่ ยอดฝีมือเผ่ามารมากมายก็อยู่ที่นี่ เผ่ามนุษย์เหล่านั้นจะสามารถสร้างลูกไม้อันใดได้อีก?
ถึงขั้นที่ว่าบรรดาเผ่ามารยังนึกอยากให้เผ่ามนุษย์เหล่านั้นรีบๆ โผล่หัวออกมาเสียด้วยซ้ำ นี่พวกเขารอมานานเท่าใดแล้ว
ดังนั้น เผ่ามารจำนวนมากจึงแทบจะไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ดูเหมือนหุ่นเชิดจริงๆ นะ ทว่ามันช่างหยาบกระด้างเหลือเกิน"
"ข้าว่าใช้นิ้วจิ้มเบาๆ มันก็คงพังแล้วกระมัง"
"พวกเจ้าว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ระดับการหลอมอุปกรณ์ของโลกฮ่าวถู่จะต่ำต้อยเกินไป จึงสร้างหุ่นเชิดออกมาในสภาพนี้?"
"เป็นไปได้สูงทีเดียว อย่างไรเสียก็เป็นเพียงดินแดนคนเถื่อนนี่นา"
บรรดาเผ่ามารไร้ซึ่งการระแวดระวังใดๆ ทว่าอีฉีที่อยู่ไม่ไกลกลับมองเห็นภาพนี้ แล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เผ่ามนุษย์ในโลกฮ่าวถู่นั้นเจ้าเล่ห์เพทุบาย เห็นชัดๆ ว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล
เรื่องผิดปกติย่อมมีสิ่งชั่วร้ายแฝงอยู่
ขณะที่อีฉีกำลังจะส่งเสียงเตือน จู่ๆ ก็มีฝ่ามือใหญ่ยื่นพรวดออกมาจากทางออก เมื่อเห็นเช่นนั้น ขนกายของอีฉีก็ลุกชัน มีปัญหาจริงๆ ด้วย เขารีบตะโกนเสียงหลง
"ระวัง!"
น่าเสียดายที่คำเตือนในเวลานี้มันสายเกินไปเสียแล้ว เห็นเพียงฝ่ามือใหญ่นั้นคว้าหมับเข้าที่มหาจักรพรรดิมารตนหนึ่ง ท่ามกลางสีหน้างุนงงของมหาจักรพรรดิมารตนนั้น ร่างของเขาก็ถูกกระชากเข้าไปในถ้ำมารอย่างรวดเร็วดั่งสายลม
หืม???
(จบแล้ว)