เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 27 : เฉินซื่อมอบสิ่งของที่มีค่า

ตอนที่ 27 : เฉินซื่อมอบสิ่งของที่มีค่า

ตอนที่ 27 : เฉินซื่อมอบสิ่งของที่มีค่า


"ท่านย่า" นางกระซิบขัดจังหวะความคิดของฮูหยินผู้เฒ่าว่า "น้องรองได้เรียนรู้ทางการแพทย์จากหมอหลวงเหยามาตั้งแต่ยังเล็ก ข้าคิดว่าคงไม่มีอันตรายใด ๆ ในการทดลองวิธีการรักษาที่น้องรองบอก ตอนนี้แม่รองเหยาและน้องทั้งสองคนกลับมาอยู่ที่เมืองหลวงแล้ว เราควรสานสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเหยาและตระกูลเฟิง ข้าจะไปคุยเรื่องนี้กับท่านแม่เกี่ยวกับการส่งของขวัญให้ตระกูลเหยาในช่วงสิ้นปี"

"ไม่!" ฮูหยินผู้เฒ่าถูกปลุกตื่นจากภวังค์โดยเฉินหยู ตระกูลเหยาถูกลงโทษโดยฮ่องเต้  ถ้าหากพวกเขาสานสัมพันธ์กันก็เหมือนเป็นการตบหน้าฮ่องเต้ "การที่เหยาซื่อกลับมาที่ตระกูลเฟิงนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลเหยา นอกจากนี้ยังไม่มีกฎที่ครอบครัวของสามีควรให้ของขวัญแก่ครอบครัวของฮูหยินรอง อย่าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก" นางได้สรุปเรื่องนี้แล้ว

เฟิงหยูเฮงไม่ใส่ใจว่าจะมีผู้อาวุโสในคฤหาสน์คอยปกป้องนางหรือไม่ มันไม่สำคัญหรอก สำหรับนาง นอกจากเหยาซื่อและเฟิงจื่อหรู นางก็ไม่สนใจใครอีกแล้ว ถ้าพวกเขาต้องการที่จะต่อสู้กัน ก็ให้ต่อสู้กันต่อไป ไม่ต้องกังวลกับเจ้าของร่างเดิมที่ตายไปแล้วในหมู่บ้านซีปิงและเป็นนางที่กลับชาติมาเกิดใหม่

เฟิงหยูเฮงกลับมานั่งอีกครั้ง ข้าง ๆ นาง เฟิงเฟินไดเลื่อนเก้าอี้ออกไป ทั้งสองคนปัดมือไปโดยเสื้อผ้าของนางโดยบังเอิญ เฟิงเฟินไดบิดผ้าเช็ดหน้าจนเป็นเกลียวและเหลือบไปที่เฟิงหยูเฮง

เฟิงหยูเฮงกระพริบตาปริบ ๆ จากนั้นนางก็ใช้ผ้าเช็ดหน้ารองก่อนคีบเสื้อผ้าขึ้นมาให้ม่านซี "เอามันออกไปโยนทิ้ง"

ใบหน้าของเฟิงเฟินไดโกรธมาก นางไม่มีทางจัดการกับพี่รองของนาง นางได้แต่นั่งตาขวาง กำมือแน่น

หลังจากนั้นมีเสียงตะโกนดังขึ้นข้างนอก "ท่านแม่ตื่นหรือยังเจ้าคะ?"

เป็นเสียงของเฉินซื่อ

ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ค่อยชอบที่เฉินซื่อทำแบบนี้ ถ้าเฉินซื่อประพฤติตนเสื่อมเสียชื่อเสียงของนางคนเดียวมันก็ดี แต่นี่กลับลากฮูหยินผู้เฒ่าลงมาด้วย อะไรในโลกนี้ 'ตื่นหรือยัง?' นี่มันยามไหนแล้ว? เสียงตะโกนนี้หมายถึงใคร?

เฟิงเฉินหยูเมื่อเห็นการแสดงออกทางสีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าไม่ดี นางรีบวิ่งไปต้อนรับ "ท่านแม่รู้วิธีที่จะทำให้ท่านย่ามี ‘ความสุข’ จริง ๆ " ขณะที่นางพูด นางเห็นว่าเฉินซื่อทำท่าจับสร้อยคอหยกซึ่งนางไม่เคยเห็นมาก่อนเลย หยกแกะสลักอย่างประณีตแสดงให้เห็นว่าเป็นหยกที่หายากและมีราคาแพงที่สุด

เฉินยูจำได้ว่าเมื่อวานท่านอาของนางแวะมาเยี่ยมที่ห้องโถงในช่วงบ่าย ทุกครั้งที่ท่านอามา เขาจะมีของมาให้มารดาเป็นจำนวนมาก มารดาของนางคงได้รับจากท่านอาเมื่อวานนี้

เฟิงฉินหยูรีบเอ่ยขึ้นทันทีว่า "ท่านแม่ สร้อยหยกเส้นนี้ ท่านแม่จะมอบให้ท่านย่าหรือเจ้าคะ เป็นของที่หายากและล้ำค่ำ เหมาะกับท่านย่ามาก!"

เมื่อคำพูดเหล่านี้ถูกเอ่ยออกมา แม้แต่เฉินซื่อก็มึนงง นางมองสิ่งที่อยู่ในมือนาง จากนั้นเฟิงเฉินหยูก็ขยิบตาให้ นางสามารถบอกได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นในห้องก่อนที่นางจะมาถึง จากนั้นนางก็นึกถึงสิ่งที่แม่นมลีรายงานทุกอย่างตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในเรือนขจี นางได้รับรายงานมาทั้งหมด สายตาของนางมองไปที่เฟิงหยูเฮง

นางต้องสร้างปัญหาอะไรบางอย่างอีกแล้ว!

นางไม่ได้เชื่อสิ่งที่แม่นมลีรายงาน ในความทรงจำของนาง เหยาซื่อและบุตรทั้งสองคนของนางไม่ใช่คนที่จะตอบโต้ ก้าวร้าว หรืออาจจะเปลี่ยนไปตอนที่ไปอยู่ที่หมู่บ้านซีปิง มันเป็นไปได้หรือไม่

เฟิงเฉินหยูเห็นว่าเฉินซื่ออยู่ในความงุนงง นางแอบจับแขนมารดา "ท่านแม่ ทำไมท่านถึงยังงุนงงอยู่? เอาให้ท่านย่าดูเร็วเจ้าค่ะ!"

ตอนนี้หัวใจของเฉินซื่อปวดร้าว

เมื่อวานนี้น้องชายของนาง เฉินลูมอบสิ่งมีค่านี้ให้กับนาง แต่ตอนนี้นางต้องยกให้คนอื่นหลังจากที่ครอบครองได้เพียง 1 วัน นางจะยอมรับได้อย่างไร?

อย่างไรก็ตามนางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแบกรับมัน ถ้าเป็นคนอื่น นางก็ไม่ห่วง ไม่ว่าจะเป็นเฟิงจินหยวน แต่นี่เป็นเฟิงเฉินหยูที่เป็นคนออกปากเอง มันแตกต่างกันออกไป บุตรสาวคนนี้คือความหวังทั้งหมดของนาง อันที่จริงนางรักบุตรสาวคนนี้มากกว่าบุตรชายเสียอีก เฟิงเฉินหยูเป็นคนที่ฉลาดและมีเหตุผล เมื่อนางกล่าวแบบนี้ เฉินซื่อก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมยกสร้อยคอหยกให้กับฮูหยินผู้เฒ่า

เฉินซื่อเตรียมใจและถือสร้อยหยกในมือไว้แน่น นางก้าวไปข้างหน้าและยิ้มให้ "ท่านแม่ เพื่อความสุขของท่านแม่ ข้ามอบสิ่งที่มีค่านี้เป็นของขวัญให้กับท่านแม่เจ้าค่ะ!"

เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินที่เฉินหยูกล่าวถึงเรื่องสร้อยคอหยก นางก็ไม่ใส่ใจเรื่องที่เฉินซื่อตะโกนออกมาก่อนหน้านี้ ดวงตาทั้งสองข้างของนางจ้องไปที่สร้อยคอหยก

หัวใจของเฉินซื่อรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก แต่นางก็ต้องทำราวกับว่านางยินดีที่มอบให้ "เป็นหยกที่หายากเจ้าค่ะ ข้าไม่รู้ว่าน้องชายข้าซื้อมาจากที่ไหน เมื่อวานน้องชายมามาเยี่ยมข้าตอนบ่าย เมื่อก่อนน้องชายมักจะนำของมีค่ามาให้ข้ามากมาย แต่ครั้งนี้น้องชายนำมาเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ถ้าราคาไม่แพงมาก น้องชายคงไม่นำมาให้ข้าเพียงชิ้นเดียว"

ความหมายเบื้องหลังคำพูดเหล่านี้ชัดเจน สิ่งต่าง ๆ ที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ก็เป็นสิ่งของมีค่าเช่นกัน แต่ของขวัญชิ้นนี้มีค่ามากว่าของขวัญที่ผ่านมาก

เมื่อเฉินซื่อกล่าวเช่นนี้ มีหรือที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่เข้าใจ เพราะนางไม่สามารถซ่อนความสุขของนางได้ นางถือสร้อยคอหยกไว้ในมือราวกับว่ามันเป็นสมบัติที่หายาก นางเกือบจะจูบสร้อยคอหยกแล้ว

เฟิงหยูเฮงเคยเห็นคนโลภมามาก แต่นางไม่เคยเห็นใครในตระกูลมีความโลภเท่าแม่สามีและลูกสะใภ้คู่นี้ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ของพวกเขาจากนั้นแบ่งปันความสนใจร่วมกันบางอย่างจะน่าเชื่อถือมากที่สุด แต่นางไม่ยินยอมให้คนกลุ่มนี้รู้สึกสบายใจได้ เหตุผลที่นางมาถึงเรือนนี้ไม่ได้เป็นไปตามความต้องการของนาง นางรู้สึกท้อแท้

ในขณะนี้นางเห็นจินเฉินผู้ติดตามของเฉินซื่อ นางสวมชุดผ้าปักที่ดูดี แต่นางดูเหมือนจะไม่สนใจอากาศร้อนในตอนกลางวัน

นี่น่าจะใช้การได้ เป็นสาวใช้ที่ชอบดูของสวยงามและเคยชินกับมัน แต่ไม่สามารถปิดกั้นร่องรอยสีแดงจาง ๆ ที่ต้นคอของนางได้

รอยจูบ ?

รอยจูบ ? นางมองไปที่มันอีกครั้ง เป็นรอยเล็ก ๆ

ขณะที่นางขยับมุมปากและเฟิงเซียงหรูมองเห็นมัน ทำให้นางตัวสั่นและใช้ศอกสะกิดเฟิงหยูเฮง

เฟิงหยูเฮงหันไปถามเบา ๆ ว่า  "เซียงหรู เจ้าคิดจะทำอะไร?"

เฟิงเซียงหรูใช้เวลาในการรวบรวมความกล้าหาญของนาง ก่อนที่จะพูดว่า "พี่รอง พี่คิดจะทำอะไร?"

เฟิงหยูเฮงหัวเราะ "เมื่อคนเราหิวก็ต้องกินข้าว เมื่อกระหายน้ำก็ต้องดื่มน้ำ ในทำนองเดียวกันเมื่อพวกเขาไม่มีเสื้อผ้าที่จะสวมใส่ พวกเขาจะมองหาเสื้อผ้า พวกเขาอาจต้องการปัดเรื่องนี้ทิ้งไป แต่ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเขาทำเช่นนั้น" นางยืนขึ้นเดินตรงไปยังจินเฉิน

เฟิงเซียงหรูไม่ทราบแผนการที่นางมี แต่นางแอบสงสารจินเฉิน  ภาวนาให้จินเฉินโชคดี หลังจากนั้นนางหยิบชาขึ้นมาและเตรียมพร้อมที่จะชมฉากเบื้องหน้า

เฟิงเฉินหยูเห็นการเคลื่อนไหวของนาง แต่ก่อนที่นางจะพูดได้ นางได้ยินเฟิงหยูเฮงพูดด้วยความประหลาดใจ "เช่นนั้นเสื้อผ้าที่ด้านข้างของท่านแม่ก็สีตกได้ง่ายมากเช่นกัน!"

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

เฟิงหยูเฮง, เจ้าต้องการเสื้อผ้าจริง ๆ หรือ !

เฉินซื่อเข้าใจแนวความคิดเรื่องเสื้อผ้าอย่างชัดเจน แม่นมลีได้แจ้งให้นางทราบแล้วว่าม่านซีสวมเสื้อผ้ามาที่นี่ ในเวลานั้นนางยังไม่ตื่น แต่หลังจากที่ได้ยินที่แม่นมลีเล่า นางรีบตื่นขึ้นมาและมุ่งหน้ามาที่เรือนซูหยาทันที

แต่ที่บอกว่าเสื้อผ้าที่ด้านข้างของนางมีสีตก นางหมายถึงอะไร?

เฉินซื่อหันไปมองเฟิงหยูเฮงและตรวจสอบบริเวณคอของจินเฉินอย่างรอบคอบ นางสับสนและมองข้าม

แน่นอนว่ามันง่ายที่จะพลาด แต่คอของจินเฉินเป็นสีแดง นอกจากนี้นางยังไม่ได้มองผู้หญิงคนนั้นอย่างระมัดระวังก่อนหน้านี้ ทำไมนางใส่เสื้อผ้าที่มีคอเสื้อในเมื่อตอนนี้เป็นช่วงปลายฤดูร้อน?

จินเฉินเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าเฟิงหยูเฮงเห็นอะไร แต่นางไม่รู้ว่าเฟิงหยูเฮงเป็นคนเอารองเท้าไป แม้ว่าเฟิงหยูเฮงเห็นรอยจูบบนคอของนาง ดูเหมือนว่าทุกคนประเมินเฟิงหยูเฮงผิด หรือจะเป็นเหมือนที่แม่นมลีกล่าว คุณหนูรองเปลี่ยนไปหลังจากที่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านซีปิงเมื่อสามปีที่ผ่านมา

นางต้องการที่จะหลบซ่อน แต่เมื่อนางถอยกลับไป 1 ก้าว เฟิงหยูเฮงก็ก้าวตามมา 1 ก้าว จนจินเฉินจนมุมและไม่มีทางที่จะถอยแล้ว แล้วนางก็จับปกเสื้อแล้วถามว่า "จินเฉิน ถ้านี่ไม่ใช่เสื้อผ้าที่สีตก แล้วมันเป็นอะไร? เจ้าจะเป็นผื่นคัน? ถ้าเป็นแล้วเราจำเป็นต้องเรียกหมอมาดู!"

จินเฉินกลัวจนตัวสั่น นางบอกว่า "คุณหนูรองไม่สามารถเรียกหมอได้เจ้าค่ะ!" เป็นเรื่องตลก ภายใต้สายตาที่ระมัดระวังของหมอ พวกเขาจะมองเห็นความจริงได้ทันที นางเป็นเพียงสาวใช้ แม้ว่านางจะเป็นสาวใช้ประจำตัวของฮูหยินใหญ่ แต่นางก็ยังคงเป็นเพียงสาวใช้เท่านั้น หากหมอเห็นมันแล้วบอกกับทุกคน จินเฉินคิดได้ทันทีทันใด น้ำเสียงของนางเปลี่ยนไปทันที "เสื้อผ้าสีตก"

เฉินซื่อถอนหายใจแล้วตะโกนว่า "เสื้อผ้าที่ข้าให้เจ้าทั้งหมด สีตกทั้งหมดเลยหรือ?"

เฉินหยูจับมือนางอีกครั้งและพยายามทำให้มารดาใจเย็น ๆ

"แน่นอนว่าเสื้อผ้าเหล่านี้ไม่ได้มาจากท่านแม่ เมื่อเร็ว ๆ นี้คฤหาสน์ของเราพึ่งได้รับผ้าพับใหม่ ๆ เข้ามา อาจมีข้อบกพร่องบางอย่าง มันจะดีกว่าที่จะเปลี่ยนพวกมันทั้งหมด"

เฟิงหยูเฮงกรอกตา ในชีวิตที่ผ่านมานางเคยได้ยินคนที่พูดจาไม่สุภาพหลายคน รวมทั้งเฉินซื่อด้วยเช่นกัน ตอนที่นางยังเยาว์วัย เฉินหยูรับผิดชอบดูแลปัญหาของนางมาตลอด นางต้องเหนื่อยมากสำหรับนางเช่นกัน

นางไม่สนใจจินเฉินอีกต่อไป นางบรรลุเป้าหมายแล้ว นางไม่สนใจอะไรอื่น

จินเฉินตัวสั่น ขณะที่นางเดินกลับไปกลางห้อง เมื่อนางเห็นเจ้านายของนางมอง นางก็ตื่นตระหนกและคุกเข่าลงด้วยและกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "นี่เป็นความผิดของข้าค่ะ ข้าไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียดเมื่อสวมใส่มัน ข้าจะรีบกลับไปเปลี่ยนชุดเจ้าค่ะ" หลังจากพูดแล้ว นางมองไปที่ฮูหยินใหญ่ เมื่อเห็นว่านางยังโกรธอยู่ นางมองไปทางเฟิงเฉินหยูเพื่อขอความช่วยเหลือ

เฟิงเฉินหยูพยักหน้าให้แทนเฉินซื่อ "เจ้ารีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิด"

เฉินซื่อจ้องมองจินเฉิน นางมองราวกับจะกินนางทั้งตัว ขณะที่จินเฉินถอยกลับ นางรู้สึกสับสน นางกลัวว่าจะต้องถูกลงโทษทางร่างกายในภายหลัง นางไม่สามารถช่วยได้ นางมองไปที่หลี่จูเล็กน้อย

ด้วยความวุ่นวายนี้ไม่มีทางใดที่จะปิดบังเรื่องเสื้อผ้าได้อีกต่อไป

ฮูหยินผู้เฒ่าเข้าใจว่าเฉินซื่อทำอะไร แต่นางไม่คิดว่าว่าเฟิงหยูเฮงจะบีบบังคับนางได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ เป็นเรื่องดีที่เฟิงเฉินหยูช่วยแก้ตัวให้ และทำให้เฉินซื่อไม่อับอายมากเกินไป

ฮูหยินผู้เฒ่ากำสร้อยหยกในมือและความทุกข์ในหัวใจของนางหายไปอย่างรวดเร็ว "เฉินหยูพูดถูก ผ้าพับใหม่ไม่ดี เฉินซื่อ เจ้าเป็นฮูหยินใหญ่ของตระกูลนี้ ข้าจะให้เจ้าจัดการเรื่องนี้ ช่วยให้อาเฮง จื่อหรู และมารดาของพวกเขาได้รับเสื้อผ้าชุดใหม่ ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว ออกไปซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปตอนนี้ เราจะไม่ปล่อยให้อาเฮงใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ แบบนี้ ไม่เช่นนั้นตระกูลเฟิงจะต้องอับอายขายหน้า"

เฉินซื่อพูดอย่างไม่เต็มใจ "เจ้าค่ะ ข้าเข้าใจดี ข้าจะจัดการทันที ข้าจะตรวจสอบให้แน่ใจกับคนที่รับผิดชอบในการจัดซื้อผ้าพับ" หลังจากพูดเสร็จ นางก็มองไปที่เฟิงหยูเฮง นางขมวดคิ้ว "กฎของตระกูลพวกเจ้าไม่รู้หรือ? เพิ่งกลับมาที่ตระกูลเมื่อวานนี้ทำไมพวกเขาถึงไม่มาคารวะในเช้าวันนี้?" คำพูดเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่เหยาซื่ออย่างชัดเจน

เฟิงหยูเฮงยิ้มให้เฉินซื่อและอธิบายว่า "ประการแรก แม่รองไม่สามารถมาได้เพราะนางได้มอบเสื้อผ้าให้กับม่านซี นางต้องใส่เสื้อผ้าสกปรกของเมื่อวาน ประการที่สอง เราพึ่งย้ายไปที่เรือนขจี แล้วแม่รองก็ยังต้องตื่นเช้ามาทำความสะอาดเรือนอีก แถมยังมีงานที่ต้องทำอีกมากมาย ตอนที่ข้าจากมาเจ้าค่ะ"

 

จบบทที่ ตอนที่ 27 : เฉินซื่อมอบสิ่งของที่มีค่า

คัดลอกลิงก์แล้ว