- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นยอดจอมยุทธ์อัจฉริยะ
- บทที่ 350 - ตัดตบะมรรคา
บทที่ 350 - ตัดตบะมรรคา
บทที่ 350 - ตัดตบะมรรคา
บทที่ 350 - ตัดตบะมรรคา
สีหน้าของตี๋ซานเปลี่ยนไปเล็กน้อย มิใช่ว่าหวงแหนทรัพยากร ทว่าไม่อยากแตกหักกับยอดฝีมือขั้นสูงสุดชุดแพรผู้นี้จริงๆ
เขาเอ่ยตอบตรงๆ ว่า "สหายมรรคาโปรดวางใจ ท่านช่วยกอบกู้สถานการณ์วิกฤต กดข่มหนิงเทียนเฮ่อ ออกแรงไปอย่างมาก ตี๋ผู้นี้จะปฏิบัติต่อท่านอย่างอยุติธรรมได้อย่างไร ท่านตากำชับไว้ก่อนแล้วว่า ทันทีที่เรื่องนี้จบลงอย่างราบรื่น จะมอบโอสถเปลี่ยนชะตาเพิ่มให้อีกสองชุดขอรับ"
"โอ้?" เจียงผิงแย้มยิ้ม ตระกูลนี้มิน่าเล่าถึงสืบทอดมาได้เนิ่นนาน ช่างรู้จักวิธีจัดการธุระปะปังเสียจริง เพิ่มข้อเสนอให้เขาครั้งแล้วครั้งเล่า
"นั่นก็เท่ากับห้าชุดแล้วสิ!" เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายชุดแพรที่อยู่ใกล้ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง
ต้องรู้ว่า ในการชิงชัยครั้งนี้ ตี๋ซานนำโอสถเปลี่ยนชะตาออกมาทั้งหมดหกชุด และ 'ฟางหย่ง' ผู้เดียวก็กวาดไปถึงห้าชุด อีกทั้งยังเป็นการมอบให้ทันทีเมื่อจบงาน
เพราะเท่าที่เขารู้ โอสถวิเศษชนิดนี้ในตระกูลตี๋ยามนี้ก็มีไม่มากนัก
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ชายหนุ่มชุดแพรจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นว่า "ตี๋ซาน โอสถวิเศษสามชุดของข้า คงไม่ต้องเลื่อนกำหนดออกไปใช่หรือไม่?"
ตี๋ซานยิ้มเฝื่อน พยักหน้า "สหายมรรคาฟางออกแรงไปมาก ทรัพยากรเหล่านี้จำต้องมอบให้สหายฟางก่อนเป็นอันดับแรก รอจนกว่าตระกูลของข้าจะหลอมโอสถเสร็จในคราวหน้า ตี๋ผู้นี้จะนำไปมอบให้ด้วยมือตนเองอย่างแน่นอน"
จากนั้น เขาก็มองไปยังมู่อิ๋ง ชายชุดคลุมสีน้ำเงิน และคนอื่นๆ รับปากว่าโอสถวิเศษของสายเลือดเข้าใกล้มรรคาเหล่านี้ก็จำต้องเลื่อนออกไปก่อนเช่นกัน ยังไม่อาจมอบให้ได้ในตอนนี้
"พวกเราล้วนเป็นอัจฉริยะ การรอคราวนี้ คงไม่ใช่การรอคอยไปอีกหลายสิบหลายร้อยปีหรอกกระมัง" ชายชุดแพรขมวดคิ้วเล็กน้อย
ตี๋ซานรีบตอบ "ทุกท่านโปรดวางใจ วัตถุดิบหลักของโอสถชนิดนี้ชุดหนึ่งกำลังจะเติบโตเต็มที่ คาดว่าภายในสิบปีจะสามารถหลอมโอสถเปลี่ยนชะตาออกมาได้"
"สหายตี๋จัดการเรื่องราว ข้าไว้ใจ โอสถนี้ก็ไม่ได้รีบร้อนอันใด" มู่อิ๋งพยักหน้า เขาจะผ่านทัณฑ์แปดเก้าก็ยังไม่เร็วถึงเพียงนั้น รอได้สบายมาก
ยอดฝีมือขั้นสูงสุดชุดแพรยังคงขมวดคิ้ว เอ่ยว่า "ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ ตระกูลของเจ้ารุ่งโรจน์ถึงเพียงนี้ จะไม่มีหลงเหลืออยู่ในคลังเลยเชียวหรือ?"
ตี๋ซานส่ายหน้า กล่าวตามความจริงว่า "ท่านพี่น่าจะรู้ดี นี่คือโอสถเปลี่ยนชะตา สามารถยกระดับรากกระดูก เพิ่มพูนศักยภาพ มักจะมีตระกูลปราชญ์แท้จริงมาขอแลกเปลี่ยนอยู่เสมอ ตระกูลข้าแทบจะรับมือไม่ไหว อัจฉริยะในตระกูลหลายคนเข้าคิวรอโอสถมาหลายปีก็ยังไม่ได้รับเลยสักชุดเดียว"
ทรัพยากรประเภทนี้หายากเกินไป แต่อัจฉริยะในโลกนี้กลับมีมากมาย จะไปแบ่งสรรปันส่วนให้ทั่วถึงได้อย่างไร จึงเกิดข้อพิพาทขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
หากตระกูลของเขาไม่ได้พึ่งพาของวิเศษปราชญ์แท้จริง มิเช่นนั้นก็คงไม่อาจรักษาตำรับโอสถเปลี่ยนชะตาเอาไว้ได้ แม้แต่ดินแดนลับที่ใช้เพาะปลูกวัตถุดิบหลักของโอสถวิเศษก็คงถูกคนรุมทึ้งแย่งชิงไปแล้ว
ยอดฝีมือขั้นสูงสุดชุดแพรขมวดคิ้วแน่น "ตี๋ซานน้อย เจ้าน่าจะรู้ ที่ข้ายอมตกลงช่วยเหลือเจ้าในครั้งนี้ ก็เพื่อโอสถวิเศษ งานแต่งของข้าใกล้เข้ามาแล้ว อย่างน้อยก็ต้องมีของขวัญที่ดูดีมีระดับไปมอบให้ว่าที่ภรรยาเสียหน่อย"
ทางฝั่งตรงข้าม แววตาของตี๋ซานปรากฏความมืดมนวาบผ่าน เขากำลังจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ จะกลายเป็นผู้นำตระกูลตี๋ในเร็ววัน กลับถูกคนเรียกขานเช่นนี้ ความอัดอั้นตันใจจึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ
อีกทั้งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ออกแรงอันใดเลย พอเห็นว่าหนิงเทียนเฮ่อแข็งแกร่งก็หนีไป ตอนนี้กลับมีหน้ามาทวงถามทรัพยากร
ทว่าเมื่อพิจารณาถึงเบื้องหลังของอีกฝ่าย เขาก็ข่มความอดทนไว้ กล่าวว่า "ท่านพี่ ข้าต้องขออภัยด้วย โอสถวิเศษมีจำกัดจริงๆ ชั่วคราวนี้ไม่อาจนำออกมาได้มากนัก"
ชายชุดแพรแค่นเสียงเย็น กล่าวว่า "เอาออกมาไม่ได้แล้วกล้ารับปากส่งเดชได้อย่างไร ยังเอาไปแจกจ่ายให้คนอื่นตั้งมากมาย"
ตี๋ซานสีหน้าย่ำแย่ เขาเอาไปแจกจ่ายให้ผู้อื่นมากมายตั้งแต่เมื่อใด สหายมรรคาฟางออกแรงอย่างหนัก ได้รับไปมากก็เป็นเรื่องสมควร คนผู้นี้กลับมาบ่นพึมพำเสียได้
"ทำไม?" เวลานี้ เจียงผิงก้าวเท้าเข้ามาใกล้ จ้องมองยอดฝีมือขั้นสูงสุดชุดแพร ใบหน้าเต็มไปด้วยความขบขัน "เจ้ามีปัญหาที่ข้าได้โอสถวิเศษไปมากกระนั้นหรือ?"
ชายชุดแพรสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อคำนึงถึงพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวของอีกฝ่าย จึงเอ่ยว่า "มิได้หมายความเช่นนั้น"
จากนั้น เขาก็เผยรอยยิ้มกระตือรือร้น กล่าวว่า "สหายมรรคาฟางมีพละกำลังสูงส่งลึกล้ำ อวี๋ผู้นี้ขอคารวะ"
เจียงผิงขี้เกียจจะเสวนาด้วย
อีกฝ่ายกลับกล่าวว่า "สหายมรรคาพอจะช่วยธุระเล็กๆ น้อยๆ ได้หรือไม่"
เมื่ออยู่ต่อหน้าเจียงผิง เขาสุภาพนอบน้อมอย่างยิ่ง ทว่าก็บอกจุดประสงค์ของตนเองออกมา หวังว่าเจียงผิงจะรับโอสถวิเศษไปเพียงสามชุดก่อน ส่วนอีกสองชุดให้เขาเอาไปก่อน
ยอดฝีมือขั้นสูงสุดชุดแพรกล่าวอย่างจริงจัง "เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความเจริญรุ่งเรืองและตกต่ำของตระกูลอวี๋ หวังว่าสหายมรรคาจะเมตตา ในภายภาคหน้าจะต้องตอบแทนอย่างแน่นอน"
เขากล่าวตามตรงว่า ว่าที่ภรรยามาจากตระกูลปราชญ์แท้จริงอีกตระกูลหนึ่ง
เรื่องนี้เกี่ยวพันใหญ่หลวง เขาได้รับปากกับว่าที่ภรรยาไว้แล้ว หากผิดคำพูด จะเกิดผลลัพธ์ที่ยากจะคาดเดา
"กงการอันใดของข้า" เจียงผิงสะบัดแขนเสื้อ แค่นเสียงหยัน
ตอนที่ต้องการให้คนผู้นี้ออกแรงก็เลือกที่จะหนีเอาตัวรอด พอถึงเวลาแบ่งปันผลประโยชน์แห่งชัยชนะกลับกระตือรือร้นเป็นพิเศษ
ส่วนเรื่องวุ่นวายไร้สาระของอีกฝ่าย เขาก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ก็แค่การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ของตระกูลไม่ใช่หรือ
ยอดฝีมือขั้นสูงสุดชุดแพรกลับกล่าวว่า "หากสหายมรรคาเต็มใจช่วยเหลือ ตระกูลอวี๋ก็จะระลึกถึงบุญคุณของท่าน หากบรรพชนของข้าทราบเรื่อง ไม่แน่ว่าอาจจะเรียกตัวท่านเข้าพบ และประทานวาสนาอันยิ่งใหญ่ให้ สำหรับสหายมรรคาแล้ว นี่ก็ถือเป็นบุญวาสนาอันใหญ่หลวงเช่นกัน"
"งั้นหรือ" เจียงผิงอดรนทนไม่ไหวแทบจะหัวเราะออกมา
คำพูดนี้เอาไปหลอกชุยเจินหลี่ซึ่งเป็นยอดฝีมือขั้นสูงสุดที่ไม่มีเบื้องหลังอะไรใหญโตก็อาจจะได้ผล แต่มาทำเรื่องเหลวไหลต่อหน้าเขาหรือ
ในอดีต เขาสามารถผูกมิตรกับปราชญ์แท้จริงบางคนได้ เขายังไม่ใส่ใจเลย
มาวันนี้เขาก้าวขึ้นสู่ขอบเขตยอดฝีมือขั้นสูงสุดแล้ว ไฉนเลยจะใส่ใจกับคำพูดเลื่อนลอยที่เอามาวาดวิมานในอากาศเช่นนี้
เมื่อเห็นว่าเจียงผิงไม่สะทกสะท้าน ยอดฝีมือขั้นสูงสุดชุดแพรก็ขมวดคิ้ว กล่าวว่า "สหายมรรคา แม้พละกำลังของท่านจะแข็งแกร่ง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับปราชญ์แท้จริงก็ยังมีช่องว่างอยู่อีกมาก ท่านเพิ่งจะล่วงเกินหนิงเทียนเฮ่อ ไม่กลัวว่ามันจะย้อนกลับมาดักซุ่มรออยู่นอกเกาะเชียนเซิ่งหรือ?"
"หืม?" แววตาของเจียงผิงเริ่มเย็นเยียบลง "เจ้ากำลังข่มขู่ข้า?"
"สหายมรรคา..." ตี๋ซานกำลังจะอ้าปาก ทว่ากลับถูกแรงกดดันอันแข็งแกร่งครอบงำ ทำให้ใบหน้าของเขาซีดเผือดในพริบตา มุมปากมีเลือดซึม
เมื่อเห็นภาพนี้ อย่าว่าแต่เจียงผิงเลย แม้แต่ชุยเจินหลี่ก็รู้สึกไม่สบายใจนัก ทว่าก็มิกล้าสอดคำ
เจียงผิงจ้องมองชายหนุ่มชุดแพรอย่างเย็นชา อีกฝ่ายยิ้มกล่าว "สหายมรรคาโปรดไตร่ตรองให้ดี ท่านควรจะมีอนาคตอันสดใส ไม่ควรมาตกตายอยู่ที่นี่ และเรื่องนี้อวี๋ผู้นี้..."
ตึง!
ชายหนุ่มชุดแพรยังกล่าวไม่ทันจบ เจียงผิงก็ลงมือแล้ว
ในสายตาของชายหนุ่ม นิ้วสกัดสวรรค์ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
"อ๊าก!!!"
ยอดฝีมือขั้นสูงสุดชุดแพรร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพช จากนั้นร่างของเขาก็ระเบิดออก หยาดฝนสีทองสาดกระเซ็นไปทั่วท้องฟ้า
ชุยเจินหลี่เหงื่อแตกพลั่ก มุมปากกระตุกอย่างรุนแรง
'ฟางหย่ง' น่าสะพรึงกลัวจนทำให้ผู้คนขนลุกซู่ ยอดฝีมือขั้นสูงสุดที่มีชื่อเสียงทัดเทียมกับเขา แม้แต่นิ้วเดียวของอีกฝ่ายก็ยังรับไม่ได้
วิ้ง!
ฝนแสงสาดกระจายไปทั่วบริเวณ ยอดฝีมือขั้นสูงสุดชุดแพรรวมร่างกลับมาอีกครั้ง ใบหน้าของเขาเขียวคล้ำ ไม่อยากจะเชื่อสายตา จ้องมองเจียงผิงด้วยสายตาเคียดแค้นชิงชัง "ที่นี่คือเขตโจวกวง เจ้ากล้าทำร้ายข้าหรือ?"
สิ่งที่ตอบกลับเขาคือพายุฝนที่โหมกระหน่ำรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ตึง!
เสียงมรรคาอันเวิ้งว้างดังมาจากทุกทิศทาง ในยามนี้เจียงผิงดุจดั่งดวงตะวันทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เจิดจ้าจนลืมตาไม่ขึ้น ลวดลายมรรคาก่อตัวขึ้นเต็มท้องฟ้า
เขาลงมืออย่างดุดันอีกครั้ง กางกฎเกณฑ์แห่งความว่างเปล่าออก
วินาทีนี้ ชุยเจินหลี่ราวกับถูกสายฟ้าฟาด ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจ "อำนาจแห่งความว่างเปล่า!!"
ฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มชุดแพรก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ร่างกายสั่นเทาไปทั้งร่าง รีบเอ่ยปากขอชีวิต
ทว่าสายไปเสียแล้ว
เจียงผิงมีสีหน้าเย็นชา ตวาดเสียงเข้ม "ถดถอย! ถดถอย! ถดถอย!"
พริบตาเดียว ยอดฝีมือขั้นสูงสุดชุดแพรก็ต้องงุนงง เพราะเขาสัมผัสได้ว่าตบะของตนกำลังถดถอย อำนาจกำลังอ่อนแอลง ลวดลายกฎเกณฑ์ใต้เลือดเนื้อกำลังถูกพรากไป
"ไม่นะ!" ยอดฝีมือขั้นสูงสุดชุดแพรงุนงงไปหมด เผยสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด
นี่คือวิชามรรคาที่ใช้บั่นทอนตบะบารมี!!
"อ๊าก!!"
ไม่นาน เสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพชก็ดังก้องไปทั่วทั้งเกาะเชียนเซิ่ง
ยอดฝีมือขั้นสูงสุดชุดแพรผมเผ้าหลุดลุ่ย แสงกฎเกณฑ์รอบกายดับวูบลงเป็นวงกว้าง
เขาสีหน้าย่ำแย่ เพราะตบะได้ถดถอยกลับไปจากขอบเขตประจักษ์มรรคาแล้ว นานวันเข้า แม้แต่ 'ทวยเทพสาดแสง' ก็ใกล้จะทำไม่ได้แล้ว
ภาพนี้ทำให้พวกตี๋ซานหนาวสั่น รู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ
ชุยเจินหลี่ก็ขนลุกซู่ ทักษะวิชาที่โหดเหี้ยมและน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ เขาเคยเห็นแต่ในตำราโบราณเท่านั้น
ในเวลานี้ เจียงผิงก้าวเท้ายาวๆ เดินเข้าหายอดฝีมือขั้นสูงสุดชุดแพร เขาเหยียบวิญญาณต้นกำเนิดของอีกฝ่ายจนแหลกสลาย ทำให้อีกฝ่ายต้องร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง
เจียงผิงทอดตามองลงมา สีหน้าเย็นชา ปราศจากอารมณ์ความรู้สึกใดๆ "หากมิใช่เพราะต้องรั้งรออยู่ที่นี่หนึ่งเดือนเพื่อรับโอสถวิเศษ ข้าอยากจะสังหารเจ้าทิ้งเสียจริงๆ"
(จบแล้ว)