- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นยอดจอมยุทธ์อัจฉริยะ
- บทที่ 340 - แผ่นดินไหวครั้งใหญ่
บทที่ 340 - แผ่นดินไหวครั้งใหญ่
บทที่ 340 - แผ่นดินไหวครั้งใหญ่
บทที่ 340 - แผ่นดินไหวครั้งใหญ่
"ได้ยินหรือไม่ จ้าวซานเหอตายแล้ว"
ข่าวการเสียชีวิตของศิษย์พี่ใหญ่ทำเนียบสายเลือดมรรคาแห่งเขตแดนโจวกวงไม่อาจปิดบังได้ ภายในเวลาเพียงหนึ่งวันก็จุดชนวนระเบิดไปทั่วทั้งเขตแดนใหญ่ และแพร่กระจายไปยังเขตแดนอื่นๆ ด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ
ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนที่ได้ยินข่าวต่างก็งงงันไปหมด
นั่นคือจ้าวซานเหอเชียวนะ เทพแท้จริงแห่งยุคปัจจุบันของเขตแดนโจวกวง ทว่ากลับถูกคนสังหารเสียได้
นี่คือพายุลูกใหญ่ สั่นสะเทือนจิตใจของผู้คนมากมาย
เรื่องราวบนโลกยากจะคาดเดา อัจฉริยะเช่นนี้ เดิมทีคิดว่าจะเปล่งประกายไปตลอดกาล สร้างตำนานเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ ทว่าผลลัพธ์กลับต้องมาตายตกอย่างไม่มีลางบอกเหตุใดๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ได้ยินมาว่า ผู้สังหารคือยอดบุคคลระดับขั้นสุดยอดผู้หนึ่ง
เมื่อทราบความจริงเช่นนี้ ผู้คนมากมายก็พากันโกรธแค้น
"ช่างไร้ยางอายจริงๆ เป็นถึงยอดบุคคลระดับสูงสุด กลับลดตัวลงมาแย่งชิงทรัพยากรกับคนรุ่นหลัง ทั้งยังลงมืออย่างโหดเหี้ยม น่าละอายนัก ไม่มีผู้ใดจัดการเลยหรือ?"
"น่าละอายจริงๆ เสียชาติเกิดที่เป็นยอดบุคคลระดับขั้นสุดยอด รังแกผู้อ่อนแอกว่าเช่นนี้ เขาไม่กลัวว่าจะถูกสะท้อนกลับ แบกรับเคราะห์กรรมอันยิ่งใหญ่หรืออย่างไร"
"น่าเจ็บใจนัก ก็เหมือนกับยอดบุคคลระดับขั้นสุดยอดที่ลงมือกับเจียงผิงผิงในปีนั้น ล้วนเป็นพวกที่รังแกผู้อ่อนแอเกรงกลัวผู้แข็งแกร่ง ไม่มีผู้ใดออกโรงทวงความยุติธรรมให้ซานเหอ ยื่นมือเข้าช่วยเหลือบ้างเลยหรือ"
มีคนนึกถึงเรื่องที่เจียงผิงผิงเคยประสบมาในปีนั้น รู้สึกว่าอัจฉริยะทั้งสองล้วนมีประสบการณ์ที่เหมือนกัน ทำให้ผู้คนรู้สึกเคียดแค้น
ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ทั่วทั้งเขตแดนโจวกวงก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น เสียงด่าทอดังกึกก้องสะเทือนฟ้า
กระทั่ง ผู้คนมากมายถึงกับพานเกลียดชังตระกูลตี๋ไปด้วย รู้สึกว่า การที่มียอดบุคคลระดับขั้นสุดยอดลงสนามทำลายความสมดุล สังหารอัจฉริยะ ยอดฝีมือของตระกูลนี้กลับยืนดูอยู่ห่างๆ ไม่เคยยื่นมือเข้าแทรกแซง ทนดูฟางหย่งรังแกผู้อ่อนแอกว่า
ตู้ม!
วันนั้น มีคนพบเห็นว่าที่ดินแดนแห่งหนึ่งในเขตโจวกวงเกิดคลื่นลมแรงจัด นิมิตปรากฏ แสงสีแดงสาดส่อง ท้องทะเลรัศมีล้านลี้ถูกระเหยจนแห้งเหือด ขณะเดียวกันก็มีเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นดังสะท้านฟ้า
"กิเลนน้อยของตระกูลจ้าวข้า!!!"
เสียงอันบ้าคลั่งดังก้องไปทั่วเก้าชั้นฟ้าสิบแผ่นดิน ทำให้หลายคนรู้สึกราวกับตนเองได้ประสบด้วยตนเอง
แม้แต่พวกเขาที่เป็นคนนอกฟังแล้วยังรู้สึกโกรธแค้น สะเทือนใจและเสียดาย นับประสาอะไรกับคนตระกูลจ้าว จะต้องเจ็บปวดเจียนตาย เกลียดชังจนแทบจะสับฟางหย่งเป็นหมื่นๆ ชิ้นอย่างแน่นอน
ตึง!
ขณะเดียวกัน ดินแดนอีกแห่งหนึ่งก็เกิดคลื่นความผันผวนอันรุนแรงเช่นกัน เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแค่จ้าวซานเหอเท่านั้น ทว่าเฉียนเฉิงอันดับสองก็ร่วงหล่นลงเช่นกัน บรรพบุรุษตระกูลเฉียนจึงเกรี้ยวกราด
หลายคนรู้สึกว่าตระกูลเฉียนน่าสงสารกว่า ประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่เช่นเดียวกัน ทว่าจ้าวซานเหอกลับถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์ ผู้คนต่างก็ทอดถอนใจด้วยความเสียดาย ทว่าเฉียนเฉิงกลับกลายเป็นเพียงฉากหลัง พรสวรรค์ของเขานั้นอาจจะไม่เพียงพอ การร่วงหล่นลงไปแม้จะน่าเสียดาย ทว่าก็ได้รับความสนใจไม่มากนัก ไม่ค่อยมีใครเอ่ยถึง
ทว่าแน่นอน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นและทำให้ผู้คนโกรธแค้น ยอดอัจฉริยะที่หาตัวจับยากเช่นนี้ กลับต้องมาร่วงหล่นลงไป อายุยังไม่ถึงร้อยปี ทว่ากลับต้องหยุดชะงักไปตลอดกาล ไม่อาจได้เห็นท่วงท่าอันสง่างามของพวกเขาอีกต่อไป
"หากไม่ใช่เพราะรากฐานของข้าไม่ลึกล้ำพอ ไม่อาจต่อกรกับวิถีแห่งการเกิดดับได้ มิฉะนั้นข้าคงจะลงสนามไปทวงความยุติธรรมให้ศิษย์พี่ใหญ่จ้าวแล้ว" ยอดบุคคลระดับขั้นสุดยอดท่านหนึ่งแห่งเขตแดนโจวกวงปรากฏตัวขึ้น เอ่ยปากด้วยความโกรธแค้นเช่นกัน
ทว่าไม่นานนัก ยอดบุคคลระดับขั้นสุดยอดท่านนี้ก็หน้าแดงก่ำ ปิดปากเงียบไปในพริบตา
เพราะตระกูลตี๋เห็นว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์เริ่มจะไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง จึงรีบออกแถลงการณ์ทันที
"ยอดบุคคลระดับขั้นสุดยอดผู้นี้อายุไม่ถึงร้อยปี"
เพียงประโยคสั้นๆ ทว่ากลับก่อให้เกิดคลื่นความโกลาหลระลอกใหญ่ เขตแดนโจวกวงตกอยู่ในสภาวะแผ่นดินไหวครั้งใหญ่อีกครา ทุกคนล้วนตกตะลึง
"อายุไม่ถึงร้อยปี ยอดบุคคลระดับขั้นสุดยอดที่อายุยังไม่ถึงร้อยปี!" อัจฉริยะหลายคนพึมพำ ล้วนเหม่อลอย
ข่าวนี้ช่างน่าตระหนกตกใจนัก แทบจะน่าตกใจยิ่งกว่าการตายของจ้าวซานเหอเสียอีก
จ้าวเทพแท้จริงท่องไปทั่วเขตแดนเดียว ทำให้ผู้คนในยุคเดียวกันต้องตกตะลึง แม้จะข้ามทัณฑ์เจ็ดเก้า มีระดับพลังแซงหน้าคนรุ่นก่อน ทว่ายามกลับมาก็ยังคงเป็นชายหนุ่มอายุไม่ถึงร้อยปี
ทว่า ฟ้าดินนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ยังมีอัจฉริยะที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ทว่ากลับก้าวเข้าสู่อาณาเขตขั้นสุดยอดแล้ว
นี่มันเรื่องน่าตระหนกตกใจเพียงใดกัน!
"หากกล่าวเช่นนี้ คนผู้นี้ก็ไม่ได้ถือว่ารังแกผู้อ่อนแอกว่ากระมัง เพราะอายุพอๆ กัน จะเรียกว่าเป็นคนรุ่นเดียวกันก็ไม่เกินเลย" หลายคนเปลี่ยนท่าที
อายุเท่ากัน จ้าวซานเหอสู้คนอื่นไม่ได้จนถูกฆ่าตาย ดูเหมือนจะฟังขึ้นอยู่บ้าง
"ข้าก็ว่าอยู่ ไฉนตระกูลตี๋ถึงได้ยืนดูอยู่ห่างๆ ที่แท้ก็สอดแทรกได้ยากนี่เอง หากเปลี่ยนฟางหย่งเป็นหลี่ปู้อวี๋ ข้าคิดว่าคงไม่มีผู้ใดมีความเห็นเป็นแน่"
"เรื่องนั้นก็จริงอยู่ ทว่าเขาจะโหดเหี้ยมเกินไปหรือไม่ อัจฉริยะสวรรค์เช่นนี้ เขาสามารถลงมืออย่างเหี้ยมโหดปานนี้ได้เชียวหรือ?"
"ตามที่ผู้รู้เบาะแสเปิดเผย ยอดบุคคลระดับขั้นสุดยอดผู้นี้ออกโรงเพื่อสายเลือดเข้าใกล้มรรคาสองคน จ้าวซานเหอลงมือสังหารก่อน จากนั้นจึงไปกระตุกหนวดเสือของท่านผู้นี้เข้า"
"ถึงกระนั้น เขาก็ไม่จำเป็นต้องไม่ไว้หน้ากันถึงเพียงนี้ นั่นคือยอดอัจฉริยะสวรรค์เชียวนะ ตายไปเช่นนี้แล้ว จะไม่รู้สึกเสียดายบ้างเลยหรือ"
ก็ยังคงมีอีกหลายคนที่ยากจะยอมรับได้ เทพแท้จริงแห่งเขตแดนโจวกวง ผู้เป็นหน้าเป็นตาของคนรุ่นเดียวกัน ตายไปเช่นนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกทอดถอนใจ ไม่เป็นที่พอใจ
ทว่าไม้ได้กลายเป็นเรือไปแล้ว (เรื่องราวเกิดขึ้นจนไม่อาจแก้ไขได้แล้ว) ต่อให้เสียดายเพียงใด ก็ทำได้เพียงยอมรับความจริงนี้เท่านั้น
"พวกเราก็ยังคงเป็นคนนอก ตระกูลจ้าวและตระกูลเฉียนต้องกลืนฟันที่หักลงท้องไปเอง ความแค้นนี้ยากจะชำระ นั่นคือยอดบุคคลระดับขั้นสุดยอดที่อายุไม่ถึงร้อยปี ผู้ใดจะรู้ว่าในอนาคตเขาจะมีความสำเร็จเช่นไร" ผู้อาวุโสหลายคนทอดถอนใจ
เรื่องดำเนินมาถึงจุดนี้ ก็ทำได้เพียงยอมรับมันเท่านั้น อย่างไรเสีย นี่ก็คือยอดบุคคลระดับขั้นสุดยอดที่ยังหนุ่มแน่นและมีอนาคตอันไร้ขีดจำกัด
"จะว่าไปแล้ว ฟางหย่งผู้นี้ตกลงแล้วมีที่มาเช่นไรกัน ใกล้จะเทียบเคียงกับหลี่ปู้อวี๋ได้อยู่แล้ว" หลายคนครุ่นคิดพิจารณา ชื่อ 'ฟางหย่ง' นี้แปลกหูเกินไป ยอดบุคคลระดับขั้นสุดยอดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคปัจจุบันดูเหมือนจะไม่มีบุคคลผู้นี้อยู่เลย
"ข้าก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน เขาโผล่มาจากไหนกัน ราวกับปรากฏตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่า ต้องรู้ไว้ว่า การที่หยวนเถิงจากดินแดนห่างไกลความเจริญก้าวเข้าสู่ขั้นสุดยอด พวกเราล้วนเคยได้ยินมาบ้าง ทว่าคนผู้นี้ยังอายุน้อยและน่าสะพรึงกลัว ทว่ากลับไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย"
แม้แต่ขอบเขตท่องเทวะชั้นที่เก้าบางคนก็ยังประหลาดใจ ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย
"หรือว่าจะเป็นเจียงผิงผิง?" มีคนพึมพำ
เพราะตามข่าวที่เชื่อถือได้ ฟางหย่งไม่เพียงหล่อหลอมวิถีแห่งการเกิดดับ ทว่ายังควบคุมวิชามิติอีกด้วย
วิธีการเช่นนี้ คล้ายคลึงกับเจียงผิงผิงที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันในตอนนั้นมาก กระทั่งประสบการณ์ก็ยังคล้ายคลึงกัน อดีตว่างเปล่า จากนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาสั่นสะเทือนโลกหล้า
คงไม่ใช่คนคนเดียวกันหรอกนะ?
"นั่นเป็นไปไม่ได้!" แทบจะทุกคนล้วนส่ายหน้า ไม่เห็นด้วย
ต้องรู้ไว้ว่า เมื่อสองปีก่อนเจียงผิงผิงเพิ่งจะอยู่ขอบเขตท่องเทวะชั้นที่ห้า เวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะทะลวงด่านใหญ่ถึงสามด่านติดต่อกัน ข้ามทัณฑ์แปดเก้าไปได้
หากเป็นคนคนเดียวกันจริงๆ เช่นนั้นความเร็วในการทะลวงด่านก็น่าขนลุกขนพองแล้ว ไหนเลยจะยังมีที่ยืนให้หลี่ปู้อวี๋อีก
แข็งแกร่งดั่งสตรีสวรรค์ ครอบครองความรุ่งโรจน์ในอดีตปานนั้น เป็นร่างจุติของสิ่งมีชีวิตเข้าใกล้มรรคา เวลาสองปี ก็เป็นเพียงเพิ่งจะข้ามทัณฑ์เจ็ดเก้ามาเท่านั้น
เจียงผิงผิงในฐานะชนรุ่นหลังในยุคปัจจุบัน จะสามารถทำได้อย่างไรกัน
"บางทีอาจจะเป็นอัจฉริยะที่ตระกูลอันน่าสะพรึงกลัวตระกูลใดตระกูลหนึ่งเก็บซ่อนไว้ เพิ่งจะออกมาสู่โลกภายนอกจนถึงบัดนี้"
......
เกาะเชียนเซิ่ง แคว้นอวิ๋น เจียงผิงนั่งประจำการอยู่ ชีวิตสงบสุข
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ภายใต้การคุ้มครองของเขา ตี๋ซานรวบรวมพื้นที่ต่างๆ เกือบจะยึดครองดินแดนร้อยละเก้าสิบของแคว้นอวิ๋นได้แล้ว
การแก่งแย่งในครั้งนี้แทบจะประกาศจุดจบก่อนกำหนดได้เลย เขาเพียงแค่นั่งประจำการอยู่ที่นี่อีกหนึ่งเดือน ก็จะสามารถได้รับโอสถวิเศษเปลี่ยนชะตาแล้ว
วิ้ง!
เจียงผิงนั่งขัดสมาธิอยู่ในห้องเงียบที่ไม่มีผู้ใดรบกวน วิญญาณต้นกำเนิดของเขาเชื่อมต่อกับฟ้าดิน ก้าวเข้าสู่ดินแดนแสงมรรคามิติ
เวลานี้ วิญญาณต้นกำเนิดของเขาแหงนมองท้องฟ้าทำมุมสี่สิบห้าองศา แววตาแฝงความลังเลอยู่หลายส่วน
"สู้ฉวยโอกาสในช่วงเวลาว่างนี้ ข้ามทัณฑ์มรรคา ควบคุมกฎเกณฑ์มิติดีหรือไม่นะ?" เจียงผิงพึมพำกับตนเอง
เขามีพรสวรรค์สูงส่ง วิถีมิติบรรลุขีดสุด หากคิดจะพัฒนาขึ้นไปอีก ก็ต้องให้วิญญาณต้นกำเนิดประจักษ์มรรคา
ทว่าเมื่อพิจารณาถึงความอันตรายของทัณฑ์มรรคา ก็ทำให้เขาลังเลอยู่บ้าง
สุดท้าย เจียงผิงก็ถอนตัวออกจากดินแดนแสงมรรคา เขายังคงหวาดกลัวอยู่ดี
"ประสบการณ์ไม่เพียงพอ กลัวว่าจะเกิดเรื่อง" เจียงผิงพึมพำ
ทว่าเขาก็ไม่ค่อยยินยอมนัก หากสามารถควบคุมกฎเกณฑ์มิติได้บางส่วน พลังฝีมือก็จะสามารถยกระดับขึ้นไปได้อีก
หลังจากนั้น เจียงผิงก็แอบหนีไปเงียบๆ
เขาระมัดระวังตัวเป็นอย่างดี เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีปราชญ์แท้จริงตามรอยมา จึงวางใจเดินทางไกล กลับไปยังเขตเทียนหลัวอีกครั้ง หวังจะไปเยือนสตรีสวรรค์
เขาไม่มีประสบการณ์ ทว่าสตรีสวรรค์ย่อมมีความรู้กว้างขวางอย่างแน่นอน
ทว่าสิ่งที่ทำให้เจียงผิงประหลาดใจก็คือ สตรีสวรรค์ออกเดินทางไกลเสียแล้ว
และจงเสินซิ่วก็คล้ายกับคำนวณไว้แล้วว่าเขาจะมาเยือน จึงจงใจทิ้งจดหมายไว้ให้เขาฉบับหนึ่ง
(จบแล้ว)