- หน้าแรก
- ชีวิตประจำวันของสาวตกอับ ข้ามมิติพร้อมระบบเพื่อเดินหน้าสู้ชีวิต
- บทที่ 390 - นมผงราคาแพง
บทที่ 390 - นมผงราคาแพง
บทที่ 390 - นมผงราคาแพง
บทที่ 390 - นมผงราคาแพง
ในเมื่อมามาฉางยังแอบเอาชุดนางกำนัลกลับไปส่งงานได้ แล้วคนอื่นจะตัดเสื้อผ้าเอากลับไปใส่เองหรือเอาไปขายบ้างไม่ได้ล่ะ
อยู่ที่บ้านต้องนั่งเย็บจนตาเหลือกตั้งหลายวันกว่าจะได้เสื้อผ้าสักชุด
แต่พอมีจักรเย็บผ้า ถึงจะไม่คล่องแคล่วชำนาญแบบมามาฉาง แต่แค่ครึ่งวันก็ตัดเสื้อผ้าเสร็จแล้วหนึ่งชุด
คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะเลือกยังไงแล้วล่ะ—
จะเลือกทำงานหาเงินเพื่อเอาไปแลกผ้า
หรือจะเลือกใช้เวลาตัดเย็บผ้าเป็นเสื้อผ้าดี
เจี่ยนซิงเซี่ยบอกว่า "ฉันเปิดฟีเจอร์นี้ให้พวกเธอเป็นสวัสดิการได้นะ แต่ก็ต้องให้ความสำคัญกับงานหลักของฟาร์มสเตย์ก่อนเป็นอันดับแรก"
เรื่องเอาไปขายต่ออาจจะยากหน่อย แต่ถ้าแค่เอาไปใส่เองน่ะเหลือเฟือแน่นอน
เสาอินหน้าแดงก่ำ "ท่านเจ้าของฟาร์ม ข้าไม่ได้ตั้งใจจะกอบโกยผลประโยชน์จากฟาร์มสเตย์ไปทำธุรกิจหรอกนะเจ้าคะ ข้าแค่เพิ่งคิดได้เมื่อกี้ ก็เลยหลุดปากพูดออกมา..."
ปกติหล่อนไม่ใช่คนไม่ระวังตัวแบบนี้นะ
หร่วนเซียงตบมือเสาอินเบาๆ เป็นการปลอบใจ—หล่อนเข้าใจความรู้สึกนี้ดี
ที่ฟาร์มสเตย์แห่งนี้ บรรยากาศมันชิลสุดๆ จนทำให้คนเรารู้สึกผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว
เจี่ยนซิงเซี่ยหัวเราะ "ฉันไม่ได้โกรธเธอสักหน่อย ยายหนูเซียงเซียง"
มีดเล่มหนึ่ง จะเป็นเครื่องมือชั้นยอดของพ่อครัว หรือจะเป็นอาวุธสังหารของฆาตกร มันก็ขึ้นอยู่กับคนใช้ทั้งนั้นแหละ
ในเมื่อระบบแลกเปลี่ยนมีฟีเจอร์นี้ให้ เจี่ยนซิงเซี่ยก็หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์กับทุกคนจริงๆ ไม่ใช่ให้คนมาเอาเปรียบฟาร์มสเตย์
พอเสาอินเห็นว่าเจี่ยนซิงเซี่ยไม่ได้โกรธจริงๆ แถมยังเรียกหล่อนว่า 'ยายหนูเซียงเซียง' อีก ในใจก็รู้สึกโล่งอก แต่หน้ากลับยิ่งแดงก่ำกว่าเดิม
แปลกดีนะ เมื่อก่อนตอนอยู่หอเฟยเยว่ เจอแขกปากหอยปากปูมาตั้งเยอะแยะ หล่อนก็รู้สึกรังเกียจขยะแขยงเท่านั้น
แต่ทำไมพอคำว่า 'ยายหนูเซียงเซียง' หลุดออกมาจากปากเจ้าของฟาร์ม หล่อนถึงได้รู้สึกอบอุ่นหัวใจแบบนี้นะ?
...
หลังหกโมงเย็น นักท่องเที่ยวก็ทยอยกันกลับ
ลูกศิษย์ห้องเรียนเย็บปักถักร้อยห้องสองก็เลิกเรียนแล้วเหมือนกัน หลินซานเหนียงพาลูกศิษย์ใหม่สามคนไปคิดค่าแรงและแลกของ
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่า ลูกศิษย์ใหม่สามคนต้องตาโตเท่าไข่ห่านแน่ๆ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก็คงต้องมีทั้งตกใจ ดีใจ สงสัย หวาดกลัว แล้วก็ต้องมานั่งอธิบายกันยาวเหยียด
แต่พอโดนมามาฉางจัดหนักไปแล้ว ต่อให้ในใจจะช็อกแค่ไหน เด็กใหม่ก็ไม่กล้าปริปากพูดอะไรส่งเดชหรอก
ทำได้แค่อ้อมแอ้มถามหลินซานเหนียงว่า "แม่นางหลิน ของชิ้นนี้มีไว้ทำอะไรหรือเจ้าคะ?"
หรือไม่ก็ "แม่นางหลิน วันนี้ข้าได้ค่าแรงมาสามเหรียญเงิน แลกของชิ้นนี้ได้ไหมเจ้าคะ?"
พอได้รับคำตอบยืนยันจากหลินซานเหนียง ทั้งสามคนก็ต่างคนต่างแลกของ แล้วก็ขึ้นไปที่ศาลาพักม้า ก่อนจะจากไปพร้อมกับความกระวนกระวายใจ
เด็กใหม่ทั้งห้าคนในวันนี้ ทั้งจั๋วซือจุน หยางพิงถิง และอีกสามคนจากห้องเรียนเย็บปักถักร้อย 2 ก็แบกความกดดันนี้ไว้ตลอดทาง จนกระทั่งออกจากศาลาพักม้า แล้วกลับมาโผล่ที่บ้านเกิดของตัวเอง ถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมาได้
จั๋วซือจุนก้มลงมองของในอ้อมกอด วันนี้หล่อนได้ค่าแรงไม่เยอะเท่าไหร่ แค่ห้าหยวนเอง
ห้าเหรียญเงิน
หล่อนลูบคลำเหรียญเงิน รู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมือนเงินแท้สักเท่าไหร่ แต่ท่านอาจารย์ฉางบอกไว้แล้วว่า พวกหล่อนต้องจำให้ขึ้นใจว่ามาที่ฟาร์มสเตย์ทำไม
ไม่ว่าจะเจอวิกฤติชีวิต หรืออยากรู้อยากเรียน
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ฟาร์มสเตย์แห่งนี้ก็มีวิธีทำให้พวกหล่อนสมหวังได้ทั้งนั้น
นี่คือวาสนาและโชคลาภที่พวกหล่อนอุตส่าห์ดิ้นรนไขว่คว้ามาได้
มามาฉางบอกว่า "พวกเจ้าก็น่าจะรู้ตัวดีว่า พวกเจ้ามันคนหมดหนทางไปแล้ว ถ้าฟาร์มสเตย์แห่งนี้ไม่มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ก็คงบันดาลความปรารถนาของพวกเจ้าให้เป็นจริงไม่ได้หรอก"
"ในเมื่อเป็นแบบนั้น ต่อให้พวกเจ้าจะได้เห็นอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อะไรในฟาร์มสเตย์ ก็อย่าทำตัวตื่นตูมให้เสียเวลาไปเปล่าๆ"
"จงจำไว้ว่า แค่ตั้งใจเรียน ขยันทำงาน ซื่อสัตย์และยำเกรงต่อฟาร์มสเตย์และเจ้าของฟาร์ม แล้วเจ้าของฟาร์มก็จะช่วยให้พวกเจ้าสมหวังเอง"
"เรื่องอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้า ก็ไม่ต้องไปแส่รู้"
ดังนั้น ต่อให้ในใจจั๋วซือจุนจะมีคำถามเป็นล้านคำถาม หล่อนก็กลืนมันลงคอไปจนหมด
เพราะหล่อนได้เรียนรู้วิชาที่อยากเรียนแล้ว แถมยังได้เงินค่าแรงเอามาแลกของล้ำค่ากลับมาด้วย—
ของพวกนี้อาจจะดูธรรมดาในฟาร์มสเตย์ แต่สำหรับหล่อนแล้ว มันคือของล้ำค่าสุดๆ
ฟาร์มสเตย์แห่งนี้ช่างวิเศษและมหัศจรรย์เหลือเกิน
ถึงแม้ท่านอาจารย์จะดุไปหน่อย แต่จั๋วซือจุนก็เข้าใจดีว่า คำสอนของท่านอาจารย์ล้วนเป็นความหวังดีต่อพวกหล่อนทั้งนั้น
อยากให้พวกหล่อนรู้จักคว้าโอกาสนี้ไว้ ตั้งใจเรียนรู้ อย่ามัวแต่วอกแวก ขยันทำงานจะได้แลกของกลับไปเยอะๆ
ถ้าเคารพและภักดีต่อฟาร์มสเตย์และเจ้าของฟาร์ม วันหน้าก็จะได้มีโอกาสกลับไปที่ฟาร์มสเตย์อีก
พอคิดได้ดังนั้น จั๋วซือจุนก็เงยหน้าขึ้น ในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
...
วันนี้มามาฉางเล่นรับบทครูฝึกเด็กใหม่ไปถึงห้าคนรวด
ยอมรับเลยว่าเหนื่อยเอาเรื่อง
ตอนสอนพวกคุณหนูเข้าวัง ความยากมันอยู่ที่ภูมิหลังของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนพื้นเพต่ำต้อย พอเข้าวังมาก็เหมือนหลุดเข้ามาในถ้ำเสือถ้ำมังกร กลัวจนขาสั่น พูดจาไม่รู้เรื่อง
ส่วนบางคนก็หยิ่งผยอง คิดว่าเข้าวังมาแล้วจะได้เป็นพญาหงส์
สอนยากทั้งคู่แหละ
แต่อย่างน้อย ทุกคนก็ยังรู้กฎระเบียบของวังหลวงอยู่บ้าง
แต่เด็กใหม่ในฟาร์มสเตย์นี่สิ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฟาร์มสเตย์เลยสักอย่าง
ต้องไม่ให้พวกหล่อนกลัวจนเกินไป แต่ก็ห้ามให้ตื่นเต้นจนเกินเหตุ มามาฉางก็เลยต้องเป็นคนคอยกะเกณฑ์ความพอดีให้
แต่ก็โชคดีที่รู้ว่า เสื้อผ้าที่เอาผ้าของตัวเองมาตัดเย็บที่ฟาร์มสเตย์ แล้วเอากลับไป จะไม่โดนหักเงิน
ขอแค่ไม่ต้องเอาไปคำนวณมูลค่าที่ตู้แลกเปลี่ยนก็พอ
ถือเป็นเรื่องดีเลยล่ะ
ไม่งั้นมามาฉางก็กังวลอยู่เหมือนกันนะ ว่าเสื้อผ้าฝีมือหล่อน ถ้าเอาไปตีราคาที่ตู้แลกเปลี่ยน คงจะแพงหูฉี่แน่ๆ
หล่อนต้องส่งเสื้อผ้าตั้ง 8 ชุดทุกๆ 3 วัน ขืนพึ่งพาฟาร์มสเตย์ทั้งหมด คงต้องผลาญค่าแรงไปบานเบอะ
ตอนนี้พอมีวิธีซิกแซ็กไม่ให้โดนหักเงิน ก็สบายใจขึ้นเยอะ
มามาฉางเช็กยอดค่าแรง เมื่อวานเก็บไว้ 200 วันนี้หามาได้อีก 330 รวมเป็น 530 หยวน
พอดีกับที่เสี่ยวหูลิ่วเอานมผงที่เจี่ยนซิงเซี่ยสั่งทางเน็ตมาส่งพอดี
เจี่ยนซิงเซี่ยเอานมผงให้มามาฉางดู "อันนี้แพงหน่อยนะ ถือว่าเป็นของที่แพงที่สุดของฉันเลยล่ะ ถุงนี้ 400 กรัม ราคาตั้งห้าหกสิบหยวนแน่ะ!"
มามาฉางตีหน้าขรึม ถามเจี่ยนซิงเซี่ยก่อนเลยว่า "คุณชายต้องเสวยวันละเท่าไหร่หรือเจ้าคะ?"
เจี่ยนซิงเซี่ยก็เลยอ่านวิธีชงหลังถุงนมผง แล้วก็ข้อมูลที่หามาในเน็ตให้มามาฉางฟัง
"ต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวเด็กน่ะ มามาบอกว่านายน้อยหนักประมาณห้าหกชั่ง ก็คงต้องเตรียมไว้สัก 80 กรัมต่อวัน"
เจี่ยนซิงเซี่ยก็ไม่เคยเลี้ยงเด็กทารกเหมือนกัน ก็เลยได้แต่บอกข้อมูลคร่าวๆ ที่หามาจากเน็ตให้มามาฉางฟัง
มามาฉางตั้งใจฟังวิธีชง แล้วก็ความถี่ในการป้อนนม
"ขอบพระคุณนายท่านมากเจ้าค่ะ ถ้าเป็นแบบนี้ ถุงนี้ก็น่าจะพอนายน้อยเสวยได้สักห้าวันใช่ไหมเจ้าคะ?"
เจี่ยนซิงเซี่ยกะๆ เอา ก็น่าจะประมาณนั้นแหละ
มามาฉางถอนหายใจอย่างโล่งอก—ตอนที่เจี่ยนซิงเซี่ยบอกว่าแพง หล่อนไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า แต่ในใจก็แอบหวั่นๆ อยู่เหมือนกัน
ไม่รู้ว่าคำว่าแพงของเจ้าของฟาร์ม มันจะแพงหูฉี่ขนาดไหน
ถ้ามันแพงกว่าค่าแรงหล่อนหลายเท่า ต่อให้หล่อนจะทำงานงกๆ อยู่ในฟาร์มสเตย์ทั้งวันทั้งคืน ก็คงจะหาเงินมาซื้อไม่ไหวแน่ๆ
โชคดีนะ ที่เจี่ยนซิงเซี่ยพร่ำบอกว่าแพงนักแพงหนา แต่พอเอาเข้าจริง ถุงนึงก็แค่ห้าสิบหกสิบหยวนเอง
พอคิดได้แบบนี้ มามาฉางก็แอบรู้สึกละอายใจขึ้นมานิดๆ—พวกลูกศิษย์ได้ค่าแรงแค่สิบกว่าหยวน ก็ดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว แต่สำหรับหล่อน นมผงราคาห้าสิบหกสิบหยวนนี่... ถือว่าไม่แพงเลยแฮะ...
มามาฉางเตือนตัวเองว่า เวลาสอนลูกศิษย์ ต้องไม่เผลอเอามาตรฐานตัวเองไปวัดพวกหล่อนเด็ดขาด
หลังจากปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ มามาฉางก็หันไปปรึกษาเจี่ยนซิงเซี่ย "นายท่าน ของล้ำค่าแบบนี้ บ่าวขอแลกไปถุงนึงก่อนนะเจ้าคะ!"
ลองเอาไปป้อนสักสี่ห้าวันดูก่อน รอดูอาการคุณชายว่าเป็นยังไงบ้าง
เมื่อวานหล่อนทิ้ง 'แผ่นข้าว' ไว้ให้พระสนมเหมยเยอะมาก ถือว่าเป็นการเปิดทางให้พระสนมเหมยเอาไปแจกจ่ายตีสนิทกับพวกพระสนมในตำหนักเย็นคนอื่นๆ
ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าผลจะออกมาหัวหรือก้อย
มามาฉางรู้สึกกังวลใจ แลกนมผงเสร็จ ก็แลกของใช้ที่จำเป็นสำหรับพระสนมเหมยและนายน้อย แล้วก็รีบวาร์ปกลับไปที่บ่อแห้งในตำหนักเหมยเซียงทันที
(จบแล้ว)