เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220 - ยกเลิกสัญญาเช่า

บทที่ 220 - ยกเลิกสัญญาเช่า

บทที่ 220 - ยกเลิกสัญญาเช่า


บทที่ 220 - ยกเลิกสัญญาเช่า

สวี่เส้าอินมองไปที่หนิงเซียง เหอลู่ และป้าเฉิน

แม้ทั้งสามคนจะยังไม่ได้ปริปากพูดอะไร แต่ดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา และสีหน้าที่สิ้นหวังไร้ที่พึ่ง ก็เป็นคำอธิบายที่ชัดเจนที่สุดแล้ว

"พวกท่าน... กลับบ้านไม่ได้เหมือนกันหรือ?"

ป้าเฉินยิ้มเจื่อนๆ "ลูกชายข้าไม่ยอมรับข้า ข้าอุตส่าห์อธิบายว่าข้าแค่ไปซักผ้าที่หอเฟยเยว่ เขาก็ยังรังเกียจที่ชื่อเสียงข้าด่างพร้อย กลัวจะส่งผลกระทบต่อการสอบเข้ารับราชการของเขา"

"แต่ค่าเล่าเรียน กระดาษพู่กัน หรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายในการสอบเข้ารับราชการในอนาคตของเขา มีอันไหนบ้างที่ไม่ใช่เงินที่ข้าหามาได้จากการซักผ้า?"

ป้าเฉินไม่อยากเชื่อเลยว่า ลูกชายที่นางอุตส่าห์เลี้ยงดูมาด้วยความยากลำบาก จะเป็นคนแทงนางได้เจ็บปวดที่สุด

หนิงเซียงกับเหอลู่ก็มีชะตากรรมเดียวกัน "พวกเราเป็นคนของหอเฟยเยว่ ตอนนี้ใครๆ ข้างนอกต่างก็รู้กันทั่วว่าหอเฟยเยว่บังคับหญิงสาวให้เป็นโสเภณี ผู้หญิงที่นั่นไม่มีใครบริสุทธิ์ผุดผ่องหรอก..."

สีหน้าของเส้าอินเศร้าสลดและตึงเครียด

...

แม่นมนำอาหารมาให้ฝานซือซือและคนอื่นๆ กินรองท้องก่อน

ในห้อง สวี่เส้าอินกำลังปรึกษากับแม่นมและพ่อบ้านเฉินเรื่องจะทวงคืนบ้านเช่า

แม่นมยังมีท่าทีลังเล "อินอิน ถึงแม้เจ้าจะหลุดพ้นจากขุมนรกนั่นมาได้แล้ว แต่ตอนนี้เจ้าก็ไม่มีงานทำ ถ้าไปทวงบ้านคืน นอกจากจะไม่ได้ค่าเช่ามาเลี้ยงชีพแล้ว ยังต้องจ่ายค่าปรับก้อนโตอีกนะ"

พ่อบ้านเฉินก็หนักใจไม่แพ้กัน "อินอิน การให้ที่พักพิงชั่วคราวน่ะไม่ยากหรอก แต่คนตั้งหลายคน เรื่องกินเรื่องนอนมันลำบากนะ ข้าอายุปูนนี้แล้ว คงอยู่ช่วยเจ้าได้อีกไม่นาน ต่อไป... เจ้าจะแบกรับภาระพวกนี้ไหวได้ยังไง"

แม่นมกับพ่อบ้านต่างก็กลุ้มใจ

พวกเขาเข้าใจความยากลำบากของคนภายนอกดี แต่ชีวิตของพวกเขาก็ใช่ว่าจะสุขสบายนัก

โดยเฉพาะพ่อบ้านเฉิน ที่ตอนนี้อายุใกล้จะเจ็ดสิบแล้ว

โบราณว่าคนอายุเจ็ดสิบนั้นหายากยิ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นห่วงคุณหนูที่ไม่มีใครดูแล ป่านนี้เขาก็คงกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านเกิดแล้ว

ทุกวันนี้ แค่เลี้ยงคนสามคนในจวน ก็ยังต้องอาศัยข้าวสารจากครอบครัวที่ต่างจังหวัดมาช่วยจุนเจือเลย

แล้วนี่มีมาเพิ่มอีกสี่คน... จะเอาอะไรไปเลี้ยงดูไหว!

ถ้าเขาตายไปกะทันหัน เส้าอินจะเผชิญหน้ากับเรื่องพวกนี้ได้ยังไง

ทั้งแม่นมและพ่อบ้านต่างก็เต็มไปด้วยความกังวล

แต่สวี่เส้าอินตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ตั้งแต่หอเฟยเยว่ถูกสั่งปิด หลายคนก็ไม่มีที่ไป

พวกที่เซ็นสัญญาขายตัวยังพอว่า แต่พวกที่เซ็นแค่สัญญาจ้างงานสิ ในเวลาสั้นๆ คงหาที่อยู่ใหม่ไม่ได้แน่ๆ

หลายครอบครัวก็คิดจะตัดหางปล่อยวัดตั้งแต่ส่งคนมาทำงานที่หอเฟยเยว่แล้ว

สวี่เส้าอินหยิบแก้วน้ำกับสบู่หอมที่เจี่ยนซิงเซี่ยให้มาออกมา คิดทบทวนดูสักพัก ก็ตัดสินใจหยิบสบู่หอมมาให้แม่นมช่วยกันใช้ตะเกียงน้ำมันละลายมัน

"แม่นม พ่อบ้านเฉิน ถึงข้าจะไม่ได้เป็นคนฆ่าปั๋วเหริน แต่ปั๋วเหรินก็ตายเพราะข้า (สำนวนหมายถึง ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายแต่ก็เป็นต้นเหตุให้คนอื่นเดือดร้อน) เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ความผิดของข้าทั้งหมด แต่การที่ข้าฟ้องร้องเถ้าแก่เยว่ก็เป็นเหตุให้พวกนางต้องไร้ที่พึ่ง ข้าจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้หรอก"

สวี่เส้าอินค่อยๆ คนสบู่ในโถเซรามิกใบเล็กให้ละลาย พลางบอกแม่นมว่า "ยิ่งไปกว่านั้น ข้าเคยสาบานไว้แล้ว แถมยังได้รับความช่วยเหลือจากเทพเซียน ได้ของมีค่าพวกนี้กลับมา ข้าจะนิ่งดูดายได้ยังไง?"

แม่นมถอนหายใจยาว ไม่พูดอะไรอีก

นางกับพ่อบ้านเฉินมองตากัน ก็เข้าใจความคิดของอีกฝ่ายดี

อันที่จริง ก่อนที่เส้าอินจะไปขึ้นศาล พวกเขาก็ปรึกษากันไว้แล้วว่า ตอนนี้เส้าอินก็อายุสิบเก้าแล้ว ถึงวัยออกเรือนก็ถือว่าเป็นหญิงสาวที่โตพอสมควรแล้ว

ถึงแม้ตอนนี้ในบ้านจะมีกันแค่สามคน แต่ดูจากการกระทำและคำพูดของนางในศาล ก็รู้เลยว่านางเป็นคนเด็ดเดี่ยวมีจุดยืนของตัวเอง

เหมือนกับตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ถึงคุณหนูจะยังเด็ก ดูบอบบาง แต่คนที่คอยตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในบ้าน ก็คือคุณหนูมาตลอด

ในเมื่อพวกเขาได้ตักเตือนไปแล้ว แต่คุณหนูก็ยังยืนกรานจะเสียสละทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือคนเหล่านั้น พวกเขาก็ทำตามคำสั่งก็พอแล้ว

...

แม่นมอยู่หลอมสบู่หอมต่อ เส้าอินก็พาพ่อบ้านเฉินเดินไปที่เรือนหน้า ตั้งใจจะไปคุยกับผู้เช่าเรื่องขอคืนบ้าน

แต่พอเดินออกมาได้ไม่นาน ก็ประจันหน้ากับกลุ่มผู้เช่าที่กำลังเดินดุ่มๆ เข้ามาด้วยท่าทางเอาเรื่อง

บ้านสองเรือนพร้อมลานซ้ายขวา ถูกแบ่งให้เช่าทั้งหมดหกครอบครัว

ตอนนี้ หัวหน้าครอบครัวทั้งหกคนก็บุกเข้ามาถึงเรือนหลังที่เส้าอิน พ่อบ้าน และแม่นมอาศัยอยู่ แล้วปาสัญญาเช่าลงพื้น

"วันนี้พวกเราจะมายกเลิกสัญญาเช่า!"

"พวกเราเพิ่งรู้นี่แหละ ว่าคุณหนูบ้านพวกเจ้าเคยเป็นนางรำในหอเฟยเยว่! ถุย! ยังมีหน้ามาอ้างว่าเป็นลูกผู้ดีมีสกุล ลูกผู้ดีที่ไหนเขาไปเป็นนางรำกัน!"

"ซวยจริงๆ! วันนี้ยังมีคนมาป้วนเปี้ยนหน้าบ้านพวกเรา คอยด้อมๆ มองๆ บอกว่าเมื่อวานเพิ่งได้เห็นแขนคุณหนูสวี่ วันนี้เผื่อโชคดีจะได้เห็นขา!"

ผู้เช่าพากันพูดจาใส่ร้ายป้ายสีสารพัด "บ้านของพวกเจ้า พวกเราไม่กล้าเช่าแล้ว! จ่ายค่าเช่าทุกเดือนแล้วยังต้องมาโดนคนด่าทอหยามเกียรติถึงหน้าประตูบ้านอีก พวกเราไม่เช่าแล้ว! เว้นแต่พวกเจ้าจะลด..."

ลดอะไร?

ไม่รู้สิ

เพราะสวี่เส้าอินพูดแทรกขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ได้สิ! ในเมื่อไม่อยากเช่า ก็ไม่ต้องเช่า!"

"แต่ในสัญญาเช่ายังไม่หมดอายุ พวกท่านขอยกเลิกสัญญา ถือว่าผิดสัญญา ต้องจ่ายค่าปรับเป็นค่าเช่าสามเดือนให้ข้าด้วย"

ความจริงค่าเช่าสามเดือนก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก

ตอนนั้นสวี่เส้าอินร้อนเงิน อยากจะปล่อยเช่าบ้านให้เร็วที่สุด เลยตั้งราคาไว้ค่อนข้างถูก

แถมยังโดนผู้เช่าเอาเรื่องที่พ่อแม่ของนางตายโหงมากดราคาอีก

สวี่เส้าอินเจ็บใจมาก แต่ด้วยสถานการณ์บังคับ ทำให้นางต้องยอมรับเงื่อนไขจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าสามปีในราคาที่แสนถูก

ตอนนี้ยังไม่ถึงสามปี ผู้เช่าก็มาขอยกเลิกสัญญาซะแล้ว

สวี่เส้าอินรู้ดีว่าสิ่งที่พวกเขาพูดมา ไม่มีประโยคไหนจริงเลย

คดีความของบ้านนางโด่งดังไปทั่วเจียงหนาน เรื่องที่นางไปเป็นนางรำหาเงินใช้หนี้ก็มีคนรู้ไม่น้อย

แต่ตอนนี้กลับเอาเรื่องที่นางขึ้นศาลยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองมากดราคาค่าเช่า สวี่เส้าอินได้แต่แค่นหัวเราะในใจ

...

สวี่เส้าอินให้พ่อบ้านเก็บสัญญาเช่าที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมา และตกลงยกเลิกสัญญาทันที

เล่นเอาผู้เช่าถึงกับหน้าเหวอไปตามๆ กัน

คนเป็นผู้นำรีบแก้ตัว "คุณหนูสวี่ พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ พวกเราก็เช่าอยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้ว ที่พวกเรามาวันนี้ก็เพราะ... เพราะชื่อเสียงของคุณหนูมันทำให้พวกเราลำบากใจยังไงล่ะ!"

"ใช่ๆๆ อยู่มาตั้งนานแล้ว จู่ๆ จะมาไล่พวกเราออกไปแบบนี้ มันไม่ใจดำไปหน่อยเหรอ!"

สวี่เส้าอินยังคงรักษาน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ท่าทีกลับเด็ดเดี่ยวไม่ยอมถอย

"ทุกคนก็เห็นกันอยู่นะ พวกท่านมากันตั้งสิบกว่าคน บุกเข้ามาถึงในบ้าน บอกว่าจะยกเลิกสัญญา ข้าก็ตกลงแล้วไง มันก็ตรงตามที่พวกท่านต้องการแล้วไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมตอนนี้ถึงมากลับคำล่ะ?"

สวี่เส้าอินจ้องมองผู้เช่าทีละคน "พวกท่านก็รู้อยู่แก่ใจ ในเมืองเจียงหนาน ในย่านนี้ เงินค่าเช่าที่พวกท่านจ่าย จ่ายค่าเช่าบ้านหลังนี้ได้แค่หนึ่งในสิบเท่านั้นแหละ"

"ที่ผ่านมาพวกท่านกดราคา ข้าก็ไม่เคยปริปากบ่น แต่ตอนนี้พอข้าตกระกำลำบาก พวกท่านกลับมาเหยียบย่ำซ้ำเติม แบบนี้เรียกว่าคนมีคุณธรรมหรือ?"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 220 - ยกเลิกสัญญาเช่า

คัดลอกลิงก์แล้ว