เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 160 - หิ้วของกินกลับบ้านเพียบ

บทที่ 160 - หิ้วของกินกลับบ้านเพียบ

บทที่ 160 - หิ้วของกินกลับบ้านเพียบ


บทที่ 160 - หิ้วของกินกลับบ้านเพียบ

เจี่ยนซิงเซี่ยกอบลูกอมใส่มืออาฟิงไปอีกกำใหญ่ๆ เงียบๆ "เอาไปเยอะๆ เลยนะ เอาไปเท่าที่จะถือไหว ถ้าหอบไปไม่หมด ก็เก็บไว้ในโกดัง อยากกินเมื่อไหร่ก็มาหยิบไปเลย!"

แล้วก็หันไปกอบลูกอมใส่มือเถายาอีกกำเบ้อเริ่ม "กินเลยจ้ะ! มาที่ฟาร์มนี่ เรื่องกินเรื่องดื่มไม่ต้องเกรงใจ!"

ยังไงพวกเขาก็ไม่ใช่เจ้าต้าเฮย กินได้กินดีแค่ไหนเชียว

อาฟิงยิ้มจนตาหยี "พี่สาวเซี่ยเซี่ย ท่านพูดแบบนี้มาหลายรอบแล้วนะ! ข้ากินอิ่มแปล้ทุกวันเลย ท่านย่ายังทักเลยว่าช่วงนี้ข้าดูมีน้ำมีนวลขึ้นตั้งเยอะ"

"ก็แน่ล่ะสิ!" ป้าอ้วนยืดอกอย่างภาคภูมิใจ

เด็กหนุ่มอายุสิบสามสิบสี่ ตอนมาแรกๆ ตัวเล็กกะเปี๊ยกเหมือนเด็กสิบขวบ แต่พอมาอยู่แค่สองสามวัน ก็เห็นได้ชัดว่าแก้มป่องขึ้นเป็นกอง

ไม่เสียแรงที่ป้าอ้วนอุตส่าห์ขุนมากับมือ

ส่วนเงินอีก 30 หยวนที่เหลือ เจี่ยนซิงเซี่ยก็จัดยาสมุนไพรจีน น้ำตาลทรายแดง แล้วก็เกลือเม็ดหยาบไปให้

คราวก่อนๆ อาฟิงเอาข้าวสารกลับไปเยอะแล้ว ที่บ้านก็คงมีกินมีใช้พอสมควร

ให้พวกน้ำตาลทรายแดง เกลือเม็ดหยาบ ที่เป็นของจำเป็นในชีวิตประจำวัน แถมยังเอาไปแลกของอย่างอื่นได้ น่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาได้ดีกว่า

...

หลังจากอาฟิงกลับไป ปกติหลินซานเหนียงก็ต้องกลับตามไปติดๆ

แต่วันนี้เธอเพิ่งจะได้เลื่อนขั้นเป็นพนักงานประจำ เวลาทำงานก็เลยยืดหยุ่นขึ้น

เถายาเพิ่งมาทำงานได้แป๊บเดียว ยังไม่ถึงเวลากลับ หลินซานเหนียงก็เลยอยู่เป็นเพื่อนเถายาต่อ

ส่วนป้าอ้วนต่างหากที่อยากจะขอตัวกลับก่อน

"คุณหนูเจ้าของฟาร์ม ตอนเย็นคนไม่ค่อยเยอะ กับข้าวข้าก็เตรียมไว้หมดแล้ว อาหารจานหลักกับซุปก็ตุ๋นรอไว้แล้ว เหลือแค่ผัดกับข้าวอีกสองอย่างเอง"

ป้าอ้วนบอกอย่างเกรงใจ "ข้าเพิ่งจะแยกบ้าน บ้านก็ยังมีเรื่องให้ต้องจัดการอีกเยอะเลย!"

"เซวียเหลาซานอุตส่าห์เก็บกวาดมาสองวันแล้ว พอซุกหัวนอนได้ แต่ข้าดูแล้วมันยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ ข้าคงต้องกลับไปจัดการเองนั่นแหละ"

เมื่อวานนางทำงานงกๆ ทั้งวัน พอมีเวลาว่างก็แวะไปเยี่ยมต้าหง

วันนี้ก็ยุ่งมาตั้งแต่เช้า ตอนนี้พระอาทิตย์คล้อยต่ำแล้ว ป้าอ้วนก็เลยอยากจะขอเลิกงานเร็วหน่อย

เจี่ยนซิงเซี่ยหันไปถามหลินซานเหนียง "ซานเหนียง เจ้าทำแทนได้ไหม?"

"ได้สิเจ้าคะ ถือซะว่าข้าได้กินข้าวฟรีอีกมื้อนึงไง" ซานเหนียงหัวเราะ

ปกตินางมาทำงาน 6 ชั่วโมงตอนเช้า ก็จะอยู่ทันแค่กินข้าวเที่ยงมื้อเดียว

อย่างมากก่อนกลับ ก็หาอะไรกินรองท้องนิดหน่อย

ก็แหม จะให้มานั่งจุดเตาทำกับข้าวกินเองช่วงบ่ายๆ มันก็เกรงใจนี่นา

แต่ตอนนี้ถ้าอยู่ต่อ ก็จะได้กินมื้อเย็นด้วย

ป้าอ้วนรู้ดีว่าหลินซานเหนียงพูดติดตลก—ก็เพื่อไม่ให้นางต้องเป็นห่วงนั่นแหละ

ป้าอ้วนขอบคุณเจี่ยนซิงเซี่ยกับหลินซานเหนียง แล้วก็หิ้วกับข้าวที่เหลือจากตอนเที่ยง พร้อมกับเศษผักใบหญ้า เดินกลับไป

...

ห้าโมงเย็น โฮมสเตย์ก็เริ่มเสิร์ฟมื้อเย็น

ถึงแก๊งคนนอนไม่หลับจะมีกันเยอะ แต่ก็ลงมากินข้าวแค่ครึ่งเดียว—ส่วนอีกครึ่งนึงน่ะเหรอ กำลังหลับเป็นตายอยู่เลย

เจี่ยนซิงเซี่ยถามคนที่เหลือ "ไม่ต้องเก็บข้าวไว้ให้พวกเขาเหรอคะ?"

พวกคนนอนไม่หลับส่ายหน้าดิก "ไม่ต้องๆ ปล่อยให้พวกเขานอนไปเถอะ เดี๋ยวสี่ทุ่มตื่นมา พวกเขาก็ขับรถกลับเข้าเมืองกันเอง ไม่ต้องห่วงหรอก"

"พวกเราก็เหมือนกัน เดี๋ยวสี่ทุ่มมารับกะนอนต่อ หลับยาวไปจนถึงเช้าพรุ่งนี้ แล้วก็ขับรถกลับเลย ไม่ต้องเตรียมข้าวเช้าให้พวกเรานะ"

เรื่องงานน่ะสำคัญ แต่เรื่องนอนน่ะสำคัญยิ่งกว่าชีวิต

เรื่องกินน่ะ ช่างมันเถอะ

เจี่ยนซิงเซี่ยยิ้มรับ "โอเคค่ะ งั้นหนูไม่เก็บข้าวไว้ให้นะคะ"

วันอาทิตย์แบบนี้ ลูกค้าแบบวันเดย์ทริปที่อยู่รอกินข้าวเย็นก็มีไม่เยอะหรอก รวมกับลูกค้าที่พักค้างคืนแล้ว ก็มีไม่ถึงยี่สิบคนด้วยซ้ำ

กับข้าวที่ป้าอ้วนเตรียมไว้มันก็เลยเหลือเยอะ เจี่ยนซิงเซี่ยก็เลยบอกให้หลินซานเหนียงห่อกลับไปกินที่บ้านด้วย

"พนักงานประจำที่ทำงานไม่เกินหกชั่วโมง จะได้กินข้าวฟรีหนึ่งมื้อ แล้วห่อกลับบ้านได้ด้วย"

"ถ้าทำเกินหกชั่วโมง ก็กินฟรีสองมื้อเลย"

ในเรื่องนี้ระบบก็ถือว่าใจป้ำพอสมควรเลยล่ะ อาหารสำหรับหนึ่งคน ก็จัดมาให้ตามมาตรฐานของฟาร์มเลย—กับข้าวตั้งหลายอย่าง! มีทั้งซุป ข้าว แล้วก็ผลไม้

สำหรับคนยุคปัจจุบัน มันก็แค่อาหารพื้นบ้านมื้อใหญ่หน่อย

แต่สำหรับคนยุคโบราณ ปริมาณเนื้อกับน้ำมันในอาหารชุดนี้ชุดเดียว เผลอๆ จะเยอะกว่าที่พวกเขากินกันมาทั้งปีซะอีก

เถายาช่วยยืนยัน "ป้าข้างบ้านข้านะ ครอบครัวมีตั้งเจ็ดแปดคน ปีนึงซื้อน้ำมันหมูแค่ถ้วยเดียว... กินตั้งแต่ต้นปียันปลายปี น้ำมันในถ้วยไม่ลดลงเลยสักนิด แถมยังดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ!"

ทำไมล่ะ?

ก็เพราะแกไม่ยอมเอาน้ำมันไปผัดกับข้าวไง

กับข้าวที่บ้านก็ใช้วิธีต้มน้ำเอา พอจะกิน ก็เอาตะเกียบไปแตะๆ น้ำมันหมูในถ้วยให้พอมีกลิ่น แล้วค่อยคีบกับข้าวเข้าปาก ถือว่าได้กินน้ำมันแล้ว

แล้วระหว่างนั้น น้ำลายจากตะเกียบก็หยดลงไปในถ้วยน้ำมัน

ความหนาแน่นของน้ำมันมันน้อยกว่าน้ำ น้ำก็เลยไปกองอยู่ก้นถ้วย พอน้ำเยอะขึ้น น้ำมันก็เลยลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ ไง

หลินซานเหนียงอุทาน "อี๋" แล้วรีบห้ามเถายา "หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!"

เดี๋ยวก็ทำเอาคุณหนูเจ้าของฟาร์มกับลูกค้ารู้สึกคลื่นไส้จนกินข้าวไม่ลงกันพอดี

เถายาหดคอ—โอเค ไม่พูดแล้วก็ได้

พอกินข้าวเย็นเสร็จ เวลาก็ยังไม่ถึงหกโมงเย็นเลย

เจี่ยนซิงเซี่ยรีบไล่หลินซานเหนียงกับเถายากลับบ้านเร็วๆ

"สองแม่ลูก เดินทางกลับตอนกลางคืนมันอันตรายนะ รีบกลับตอนที่ยังมีแดดนี่แหละ"

เดี๋ยวตอนค่ำก็มีป้าชุนฮุ่ยมาช่วยล้างจานแล้ว หลินซานเหนียงก็ไม่ต้องห่วงอะไร พานางเถายากลับบ้านได้เลย

วันนี้นางไม่ได้เบิกค่าแรงเป็นของเลย แค่ห่อข้าวเย็นกลับไปสองชุด—วันนี้นางทำโอทีเกินหกชั่วโมง ก็เลยได้ข้าวสองชุด

เจี่ยนซิงเซี่ยไม่ได้เอาเรื่องที่พวกนางกินข้าวที่ฟาร์มไปแล้วมาหักลบเลย ยอมให้ห่อกลับบ้านไปหน้าตาเฉย

หลินซานเหนียงยังแอบรู้สึกเกรงใจนิดๆ ด้วยซ้ำ

เพิ่งจะได้เลื่อนขั้นเป็นพนักงานประจำวันแรก ก็ทั้งกินทั้งห่อกลับซะแล้ว

ส่วนเจี่ยนซิงเซี่ยกลับคิดว่า—ระบบมันเขี้ยวจะตาย ถ้าได้กินข้าวแล้วยังห่อกลับบ้านได้อีก นี่ถือเป็นช่องโหว่ชิ้นโตเลยนะ

รีบๆ ตักตวงซะก่อนที่ระบบจะไหวตัวทัน!

เกิดวันดีคืนดีระบบมันอุดช่องโหว่นี้ขึ้นมา จะมานั่งเสียดายทีหลังไม่ได้นะ!

...

มีลูกค้าบางคนกินข้าวเย็นเสร็จแล้วเพิ่งจะเดินทางกลับ

ป้าชุนฮุ่ยง่วนอยู่กับการล้างจานในครัว ก็เลยไม่ทันสังเกต

พอแกออกมาจากครัว หลินซานเหนียงกับเถายาก็กลับไปแล้ว

แกก็นึกว่าสองคนนั้นติดรถลูกค้าประจำลงเขาไปแล้ว ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร

เจี่ยนซิงเซี่ยนั่งคิดเลขอยู่ที่เคาน์เตอร์

วันนี้ก็เหมือนเมื่อวาน ห้องพักเต็มทุกห้อง มื้อเที่ยงมีคนมากินข้าวสี่สิบกว่าคน

แต่ยอดลูกค้าช่วงเช้ากับช่วงเย็นน้อยกว่าเมื่อวาน

ช่วงเช้าลูกค้าที่พักค้างคืนรวมค่าอาหารเช้าไปแล้ว แถมไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนวันแรกที่เพิ่งเปิด ส่วนใหญ่ก็เลยตื่นสายๆ ค่อยลงมากินข้าว

แต่จริงๆ แล้ว อาหารเช้าก็ไม่ได้กำไรอะไรมากมายอยู่แล้ว เจี่ยนซิงเซี่ยเลยไม่ซีเรียส ขอแค่ไม่ขาดทุนก็พอ

ส่วนลูกค้ามื้อเย็นก็น้อยลงไปอีก เพราะส่วนใหญ่ช่วงบ่ายสามบ่ายสี่ก็เริ่มเดินทางกลับกันแล้ว

ก็แน่ล่ะ นี่มันฟาร์มบนเขานะ พอฟ้ามืด บรรยากาศก็เริ่มวังเวงแล้ว คนที่มีลูกเล็กเด็กแดงก็อยากจะรีบกลับกันทั้งนั้นแหละ

ส่วนลูกค้าตั้งแคมป์ก็น้อยกว่าเมื่อวาน

แต่ยอดเก็บผลไม้นี่สิ พุ่งปรี๊ดเลย

เมื่อวานลูกค้าที่พักค้างคืนหลายคนไม่กล้าเก็บผลไม้เยอะ เพราะกลัวว่าจะเอาไปเก็บที่ไหน

แต่วันนี้พอพวกเขากำลังจะเช็กเอาต์ ก็แห่กันไปเก็บผลไม้คนละห้าชั่ง หิ้วกลับบ้านกันถ้วนหน้า

ส่วนลูกค้าช่วงบ่าย วันนี้ก็มากันเยอะกว่าเมื่อวาน และทุกคนก็เก็บผลไม้เต็มโควตาห้าชั่งกันหมด

เจี่ยนซิงเซี่ยกดเครื่องคิดเลขดู ยอดขายวันนี้ถึงจะน้อยกว่าเมื่อวานไปสองพัน แต่ก็ยังได้มาถึง 8,000 กว่าหยวน!

รายได้สองวัน ปาเข้าไป 18,000 หยวนแล้ว!

เจี่ยนซิงเซี่ยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะกลายเป็นเศรษฐินี

แต่พอลองหักลบกลบหนี้ดูดีๆ ก็เพิ่งจะรู้ตัวว่า... ที่แท้มันก็แค่ภาพลวงตา

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 160 - หิ้วของกินกลับบ้านเพียบ

คัดลอกลิงก์แล้ว