- หน้าแรก
- ชีวิตประจำวันของสาวตกอับ ข้ามมิติพร้อมระบบเพื่อเดินหน้าสู้ชีวิต
- บทที่ 140 - ยอมรับนับถือ
บทที่ 140 - ยอมรับนับถือ
บทที่ 140 - ยอมรับนับถือ
บทที่ 140 - ยอมรับนับถือ
ก่อนหน้านี้ ถึงอาฟิงจะเคยได้ยินท่านเจ้าของฟาร์มกับพี่ซานเหนียงพูดถึงเถายา แต่เขาก็ไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อน
ดังนั้น ตั้งแต่เขามาที่นี่ เขาจึงเป็นลูกจ้างที่อายุน้อยที่สุดในฟาร์ม
ด้วยเหตุนี้ ท่านเจ้าของฟาร์มกับพี่ซานเหนียงก็เลยเอ็นดูเขามาก มีของอร่อยก็ให้เขากินก่อนเสมอ พี่ซานเหนียงยังตัดชุดให้เขาใหม่ด้วย ซึ่งก็คือชุดที่เขาใส่อยู่นี่แหละ
แต่ตอนนี้ จู่ๆ ก็มีเด็กหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันโผล่มาตั้งสองคน
คนนึงดูจะโตกว่าเขาสักสองสามปี น่าจะอายุสิบเจ็ดสิบแปด
อีกคนดูจะเด็กกว่าเขาสักปีสองปี น่าจะอายุสิบสองสิบสาม
อาฟิงแอบประเมินอายุพวกเขาในใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า เพราะเด็กสมัยนี้กินดีอยู่ดี ได้รับสารอาหารครบถ้วน อายุจริงของเสี่ยวหูลิ่วกับหูหมิงจึงน้อยกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อาฟิงรู้สึกกังวลน้อยลงเลย
เขาประสานมือคารวะด้วยความหวังลึกๆ ว่า "คุณชายทั้งสอง มาเที่ยวชมฟาร์มงั้นหรือขอรับ?"
ถ้าเป็นลูกค้ามาเที่ยวก็คงจะดี
แต่คำตอบของหูหมิงกับเสี่ยวหูลิ่วทำเอาใจอาฟิงหล่นวูบ
หูหมิงเบิกตาโต "เชดเข้! ครูนายก็สอนให้พูดแบบนี้เหมือนกันเหรอ?"
พูดภาษาโบราณได้เนียนกว่าเขาอีก!
แถมยังโค้งคำนับเป็นด้วย!
เด็กปอสี่อย่างหูหมิงเริ่มรู้สึกถึงภัยคุกคาม—ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แถมในงานไหว้ครู เขายังเป็นคนนำเพื่อนทั้งชั้นโค้งคำนับคุณครูด้วยนะ
แต่ตอนนี้ จู่ๆ ก็มีไอ้หนุ่มหล่อที่ไหนไม่รู้ โผล่มาโค้งคำนับได้เป๊ะกว่าเขา แถมยังพูดจาภาษาโบราณได้ลื่นไหล ราวกับหลุดออกมาจากจินตนาการของคุณครูเป๊ะๆ!
ส่วนเสี่ยวหูลิ่วก็รู้สึกใจแป้วไม่แพ้กัน—ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองเป็นผู้ช่วยเบอร์หนึ่งของเจี่ยนซิงเซี่ยซะอีก เพราะตั้งแต่เจี่ยนซิงเซี่ยกลับมา เขาก็คอยวิ่งตามช่วยงาน ช่วยยกของอยู่ตลอด
ขนาดตอนที่เจี่ยนซิงเซี่ยไปซื้อมอเตอร์ไซค์ที่ตำบล เขายังเป็นคนไปเป็นเพื่อนเลย!
แต่พอโฮมสเตย์เปิด เจี่ยนซิงเซี่ยกลับไปจ้างคนอื่นมาช่วยงานซะงั้น
ถ้าเป็นผู้ใหญ่เขาจะไม่ว่าเลย เสี่ยวหูลิ่วรู้ตัวดีว่าตัวเองยังเด็ก คนในหมู่บ้านก็ไม่ค่อยอยากจ้างเขาไปทำงานหนักๆ หรอก
ถ้าเจี่ยนซิงเซี่ยจ้างผู้ใหญ่ เขาก็พอจะหลอกตัวเองได้ว่า พี่เซี่ยเซี่ยเห็นว่าเขายังเด็ก ก็เลยจ้างคนอื่นไปก่อน รอให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่เมื่อไหร่ ถ้าพี่เซี่ยเซี่ยต้องการคนช่วย ก็ต้องนึกถึงเขาแน่นอน
แต่นี่อะไร พี่เซี่ยเซี่ยดันไปจ้างคนที่เด็กกว่าเขามาซะงั้น!
เสี่ยวหูลิ่วหน้ามุ่ย "นายน่ะชื่ออะไร? เป็นญาติของพี่เซี่ยเซี่ยเหรอ? หรือว่าเป็นลูกเพื่อน?"
พออาฟิงได้ยินชื่อเจี่ยนซิงเซี่ย ก็ไม่กล้าเสียมารยาท รีบตอบตามที่หลินซานเหนียงเคยสอนไว้ "ข้าน้อยเป็นน้องชายของท่านเจ้าของฟาร์มเซี่ยเซี่ยขอรับ คุณชายทั้งสองเรียกข้าน้อยว่าอาฟิงก็ได้ขอรับ"
พี่ซานเหนียงเคยบอกไว้ว่า ท่านเจ้าของฟาร์มสั่งไว้ว่า ถ้ามีใครถามอายุหรือประวัติของอาฟิง ให้ตอบว่าเป็นน้องชายของเธอ
เพราะการเอาเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมาช่วยงานในฟาร์ม ช่วงปิดเทอมก็คงไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าเปิดเทอมเมื่อไหร่ คงต้องมีคนสงสัยแน่ๆ
ถ้าบอกว่าเป็นน้องชาย ลูกค้าก็จะเข้าใจได้—บ้านไหนเปิดร้านทำธุรกิจ เด็กๆ ในบ้านก็ต้องมาช่วยงานเป็นเรื่องธรรมดาทั้งนั้น
พออาฟิงพูดแบบนี้ หูหมิงกับเสี่ยวหูลิ่วก็สบตากัน รู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
"นายนี่เก่งแฮะ! อินจัดเลย! มิน่าพี่เซี่ยเซี่ยถึงเลือกนายมาช่วยงาน อินเนอร์มาเต็มขนาดนี้"
เสี่ยวหูลิ่วนึกถึงตอนที่เขาไปทำงานพาร์ตไทม์ร้านชานม แค่ชื่อเมนู 'ชานมเผือกดอกกุ้ยฮวาร้อนใส่ไข่มุกหนึบหนับ' เขายังจำผิดตั้งสองรอบ
ถ้าให้เขามาทำงานที่ฟาร์ม คงจำบทไม่ได้แม่นเท่าอาฟิงแน่ๆ แถมอาฟิงยังคุยโต้ตอบกับพวกเขาได้ไหลลื่นไม่มีสะดุดเลย
ทั้งสองคนกระโดดลงจากรถสามล้อ แล้วทำท่าประสานมือคารวะเลียนแบบอาฟิง "พวกเราขอยอมแพ้ นับถือๆ น้องชาย ของพวกนี้ชาวบ้านฝากมาให้พี่เซี่ยเซี่ย... เอ้ย ท่านเจ้าของฟาร์มเซี่ยเซี่ยใช้น่ะ นายจะขนเข้าไปเอง หรือจะให้พวกเราช่วยขนเข้าไปดี?"
อาฟิงมองทั้งสองคน ก็รู้สึกว่าพวกเขาเป็นคนดีใช้ได้เลย
แต่ว่านะ—
จะให้พวกเขาช่วยขนของเข้าไปน่ะเหรอ ฝันไปเถอะ!
ถ้าตำแหน่งเด็กร้านในฟาร์มมีได้แค่คนเดียว ตำแหน่งนั้นก็ต้องเป็นของเขา!
หลังจากที่ท่านปู่ได้ใช้ยา อาการปวดขาก็ดีขึ้นมาก ท่านเจ้าของฟาร์มยังให้เกลือเม็ดหยาบมาตั้งเยอะ บอกให้เขาเอาไปแลกเป็นเงินหรือของใช้ แล้วค่อยไปจ้างหมอมารักษาต่อ
ท่านเจ้าของฟาร์มดีกับเขาขนาดนี้ อาฟิงจะยอมให้งานของตัวเองผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด
การส่งข่าว ส่งของ ยกของ... นี่แหละคืองานของเสี่ยวเอ้อร์ เขาต้องเป็นคนทำเองทั้งหมด
"ขอบพระคุณคุณชายทั้งสองมากขอรับ ของพวกนี้ไม่หนักเท่าไหร่ ข้าน้อยจัดการเองได้ขอรับ"
อาฟิงสแกนใบหน้า เปิดประตูด้านข้างไม้กั้น แล้วเดินออกไปหยิบของ "ข้าน้อยจะนำความของพวกท่านไปแจ้งแก่ท่านเจ้าของฟาร์มให้ขอรับ เชิญคุณชายทั้งสองกลับไปพักผ่อนเถิดขอรับ!"
หูหมิงเดาะลิ้น "นายนี่แน่มากจริงๆ!"
เสี่ยวหูลิ่วเองก็รู้สึกทึ่งในความเป็นมืออาชีพของอาฟิง "ถ้างั้นก็รบกวนนายด้วยนะ! ถ้าพี่เซี่ย... เอ้อ ถ้าท่านเจ้าของฟาร์มต้องการอะไรเพิ่ม เดี๋ยวป้าลู่จะเตรียมมาส่งให้อีก"
อาฟิงประสานมือ "ขอบพระคุณคุณชายทั้งสองมากขอรับ ข้าน้อยจะรีบกลับไปเรียนท่านเจ้าของฟาร์มเดี๋ยวนี้เลยขอรับ"
เด็กหนุ่มสามคนประสานมือคารวะบอกลากันอย่างเป็นทางการ
...
อาฟิงหิ้วถังพลาสติกด้วยมือข้างละใบ เขาไม่เคยเห็นถังแบบนี้มาก่อน แต่มันเบากว่าถังไม้ที่บ้านตั้งเยอะ
ต่อให้ใส่น้ำกับมันฝรั่งหั่นฝอยมาครึ่งถัง ก็ยังไม่ค่อยหนักเท่าไหร่
ส่วนไก่ เป็ด ปลา พวกนั้นยิ่งขนง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะมันถูกห่อมาในถุงพลาสติกใสๆ ถุงเล็กๆ แล้วรวมใส่ถุงพลาสติกใบใหญ่อีกที
เขาแค่รวบหูหิ้วถุงพลาสติกทั้งหมด แล้วเหวี่ยงขึ้นพาดบ่า ก็แบกของทั้งหมดได้สบายๆ
ก็เขาน่ะแข็งแรงจะตาย! ตอนที่มาทำงานที่ฟาร์ม เขายังแบกตะกร้ากับเข่งสิบกว่าใบ โต๊ะเก้าอี้ไม้ไผ่สองชุด แถมข้าวของจุกจิกอีกเพียบมาเองคนเดียวเลยนะ!
ศัตรูหัวใจยืนอยู่ตรงหน้า จะยอมให้โดนดูถูกไม่ได้เด็ดขาด
หลังจากอาฟิงหิ้วถังน้ำ แบกไก่เป็ดปลาเดินจากไป หูหมิงกับเสี่ยวหูลิ่วก็ยืนอึ้งตาค้างอยู่พักใหญ่ กว่าจะได้สติกลับมา
หูหมิงกลืนน้ำลาย "อาฟิงแรงเยอะชะมัด!"
เสี่ยวหูลิ่วพยักหน้าเห็นด้วย "นั่นสิ ไก่สิบตัว เป็ดสิบตัว ปลาอีกแปดตัว... รวมๆ แล้วก็หลายสิบชั่งเลยนะ!"
แถมยังมีมันฝรั่งกับแครอทหั่นฝอยแช่น้ำอีกตั้งสองถัง!
ทั้งสองคนมองหน้ากันเงียบๆ—
เอาล่ะ พวกเขาที่กะจะมา 'ช่วยงาน' แบบขำๆ คงสู้แรงอาฟิงไม่ได้จริงๆ
มิน่าล่ะ พี่เซี่ยเซี่ยถึงเลือกอาฟิงมาทำงานแทนพวกเขา
ตอนแรกก็แอบไม่พอใจอยู่นิดๆ แต่ตอนนี้ยอมรับนับถือจากใจจริงแล้ว
เสี่ยวหูลิ่วปั่นสามล้อพาหูหมิงกลับหมู่บ้านไป
ส่วนอาฟิงที่แบกของหนักอึ้ง พอเลี้ยวพ้นมุมถนน ลับสายตาคนปุ๊บ หลังที่เคยตั้งตรงก็งองุ้มลงทันที เขารีบวางของทั้งหมดลงริมทางอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยๆ ทยอยขนกลับไปที่ห้องครัวบ้านเก่าทีละรอบสองรอบ
ใจน่ะอยากจะโชว์แมน แต่ของมันหนักเกินไปจริงๆ!
อดทนแบกมาจนพ้นมุมถนน—พ้นจากสายตาหูหมิงกับเสี่ยวหูลิ่วได้ ก็ถือว่าเก่งแล้ว
อาฟิงกำหมัดแน่นในใจ "ข้าต้องพยายามให้มากกว่านี้! ต้องขยันทำงานให้มากกว่านี้อีก!"
(จบแล้ว)