- หน้าแรก
- เกมเอาชีวิตรอดบนรถไฟมรณะ ที่ทั้งคลาสมีผมเป็นผู้ชายแค่คนเดียวซะงั้น
- บทที่ 420 - ง่ายดายเหลือเชื่อ
บทที่ 420 - ง่ายดายเหลือเชื่อ
บทที่ 420 - ง่ายดายเหลือเชื่อ
บทที่ 420 - ง่ายดายเหลือเชื่อ
ในเมื่อแดนปีศาจมีผู้รอดชีวิตคนอื่นหลงเข้ามาจริงๆ งั้นพวกเขาก็น่าจะอยู่ที่ท่านผู้นำที่พวกปีศาจพูดถึง
หากต้องการแกนพลังงานของรถไฟ เกรงว่าคงต้องหาตัวท่านผู้นำอะไรนั่นให้เจอก่อน
ตอนนี้เขาอยู่ในระดับหกแล้ว เขามั่นใจว่าวิชาแปลงกายของเขาไม่มีใครมองออกแน่นอน
"เอ่อ..." ลูกกระจ๊อกหลายตนสบตากัน ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าลำบากใจว่า "พี่ชาย ตอนนี้คงไม่ได้หรอก ได้ยินมาว่าท่านผู้นำค้นพบดอกบัวดอกหนึ่งบนหน้าผา ตอนนี้ท่านกำลังรอให้ดอกบัวสุกงอมอยู่ เลยไม่ยอมพบใครทั้งนั้น!"
"ดอกบัว? ดอกบัวอะไร?"
"ก็จริง พี่ชายอาจจะไม่ค่อยรู้เรื่อง หลังจากบุกโจมตีนครแห่งสวรรค์พลาดคราวก่อน ท่านผู้นำก็ล้มเลิกความคิดนั้นไปชั่วคราว"
"รอให้ดอกบัวสุกงอมก่อน พอท่านผู้นำกินดอกบัวนั่นเข้าไป ก็จะเลื่อนขั้นไปถึงระดับแปดได้ ถึงตอนนั้นก็จะเป็นจุดจบของพวกเผ่าพันธุ์เทวทูตสวรรค์แล้ว!"
พอได้ยินแบบนั้น รูม่านตาของฉินม่อก็หดเล็กลงทันที
ไม่นึกเลยว่าจะมีผลพลอยได้แบบนี้ด้วย!
ในเมื่อเขามาถึงนี่แล้ว ดอกบัวนั่นก็คงตกไปอยู่ในมือของท่านผู้นำอะไรนั่นไม่ได้หรอก
ต้องขอโทษด้วยแล้วกันนะ~
คิดได้ดังนั้น ฉินม่อก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า "งั้นพวกเจ้าบอกข้าได้ไหมว่าท่านผู้นำอยู่ที่ไหน? ข้าจะไปหาท่านผู้นำเอง ถ้าท่านไม่อยากพบข้าก็ไม่เป็นไร"
เมื่อพวกลูกกระจ๊อกเห็นว่าฉินม่อยืนกราน ก็เลยขี้เกียจพูดอะไรต่อ จัดการชี้บอกทิศทางให้ฉินม่ออย่างมีน้ำใจ
ฉินม่อพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปตามทิศทางนั้นอย่างช้าๆ ปีศาจพวกนี้ก็แค่ลูกกระจ๊อก เขาจึงขี้เกียจสนใจ
จากนั้น ฉินม่อก็เร่งความเร็วบินไปตามเส้นทางที่พวกลูกกระจ๊อกบอก
ตลอดทาง เบื้องล่างเต็มไปด้วยเหมืองแร่ขนาดเล็กใหญ่ มองไปรอบทิศทางก็มีแต่ความรกร้างว่างเปล่า ไม่เห็นพืชสีเขียวแม้แต่ต้นเดียว
ถ้าไม่ใช่เพราะแกนพลังงานของรถไฟ สถานที่แบบนี้หมายังไม่อยากมาเลย
แต่ตอนนี้พอรู้ว่ามีดอกบัวอยู่ ก็ถือว่าเป็นกำไรก้อนโต
ระหว่างบิน ฉินม่อก็ได้เห็นปีศาจระดับห้าและระดับหกมากมาย ส่วนระดับต่ำกว่านั้นมีนับไม่ถ้วน
แต่ตอนนี้เขาอยู่ในร่างปีศาจ จึงไม่มีใครสังเกตเห็นเขาเลย และไม่มีใครคาดคิดด้วยว่าจะมีมนุษย์กล้าบุกเดี่ยวเข้ามาในแดนปีศาจแบบนี้
ด้วยเหตุนี้ ฉินม่อจึงเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของแดนปีศาจได้อย่างง่ายดาย
ไม่รู้ว่าบินมานานแค่ไหน ในที่สุดฉินม่อก็หยุดลงที่ริมหน้าผาที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา
มองออกไป ปีศาจระดับหกนับสิบตนตั้งค่ายอยู่บนไหล่เขา และบนยอดเขาอันรกร้างแห่งนั้น มีปีศาจในชุดคลุมดำปิดบังใบหน้านั่งขัดสมาธิอยู่
มันก็คือท่านผู้นำของเผ่าพันธุ์ปีศาจ และเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับเจ็ดเพียงตนเดียว
เบื้องล่างของปีศาจตนนั้น มีดอกบัวที่เปล่งแสงสีขาวบริสุทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่อย่างเงียบงัน ดอกบัวนั้นใกล้จะเบ่งบานเต็มที่แล้ว เพียงแค่เข้าใกล้ก็สามารถได้กลิ่นหอมกรุ่นที่แผ่กระจายออกมา
แม้แต่ไอหมอกสีดำหนาทึบรอบๆ ก็ยังถูกพัดเป่าจนจางหายไป
นี่น่าจะเป็นดอกบัวที่พวกมันพูดถึงสินะ
ฉินม่อหรี่ตาลง ค่อยๆ เปิดใช้เนตรสัจธรรม
【ดอกบัวเทวะเซิ่งอี่ กินแล้วสามารถเพิ่มระดับพลังพิเศษได้หนึ่งระดับทันที】
เชี่ยเอ๊ย?!
งั้นถ้าเขากินเข้าไป ก็ต้องเลื่อนเป็นระดับเจ็ดเลยน่ะสิ?
ไม่ได้การละ! ของสิ่งนี้ยังไงเขาก็ต้องแย่งมาให้ได้!
คิดได้ดังนั้น ฉินม่อก็กวาดสายตามองไปรอบๆ เร่งพลังกลั้นหายใจจนถึงขีดสุด พยายามลดกลิ่นอายของตัวเองให้ต่ำที่สุด
แล้วก็ไปหลบอยู่หลังก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง
ดูจากสภาพดอกบัวแล้ว น่าจะใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะสุกงอมเต็มที่ เรื่องแกนพลังงานของรถไฟพักไว้ก่อน ขอแค่ได้ดอกบัวนี้มา พลังของเขาก็จะบรรลุระดับเจ็ด
ถึงตอนนั้น ทั่วทั้งแดนปีศาจก็ไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้อีก
พอถึงเวลานั้นก็ค่อยใช้กำลังบีบบังคับให้พวกมันยอมจำนนซะ จะได้ไม่ต้องวิ่งพล่านหาเองเหมือนแมลงวันหัวขาด
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งสองวันผ่านไป
รุ่งอรุณของวันใหม่ แสงทองเรืองรองสาดส่องขับไล่หมอกหนายามค่ำคืน แสงแดดส่องสว่างไปทั่วทั้งแดนปีศาจ
ทุกคนต่างตื่นเต้นยินดีกันอย่างถ้วนหน้าในเวลานี้
เพราะว่า... ดอกบัวกำลังจะเบ่งบานแล้ว
ที่หลังก้อนหินใหญ่ ฉินม่อจ้องมองดอกบัวด้วยสายตาเคร่งเครียด เขาตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ เตรียมพร้อมจะใช้วิชาวาร์ปตลอดเวลา
ขอแค่ได้ดอกบัวมา พวกปีศาจเหล่านี้ก็เป็นได้แค่ไก่อ่อนสำหรับเขาเท่านั้น!
"ฟุ่บ!"
ชั่วพริบตานั้น กลีบดอกบัวก็ค่อยๆ เบ่งบานออกทีละกลีบ ทุกกลีบล้วนเปล่งประกายแสงสีขาวอันศักดิ์สิทธิ์
กลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วยอดเขา ปีศาจนับไม่ถ้วนต่างเงยหน้าขึ้น สูดดมกลิ่นอายที่พวยพุ่งออกมาจากดอกบัวอย่างเต็มปอด
แค่สูดเข้าไปเฮือกเดียว หลายตนก็รู้สึกได้ว่าพลังของตัวเองเพิ่มขึ้นไม่น้อย
ปีศาจระดับเจ็ดที่เฝ้ารออยู่ริมหน้าผามาเนิ่นนาน ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้
นั่นคือความตื่นเต้น
ขอเพียงได้กินดอกบัวดอกนี้เข้าไป มันก็จะบรรลุระดับแปดที่เฝ้าใฝ่ฝัน ถึงตอนนั้น โลกใบนี้ก็จะเป็นของมันแต่เพียงผู้เดียว!
ทุกคนกลั้นหายใจ เฝ้ารอคอยที่จะได้เป็นสักขีพยานในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์
ทว่า...
จู่ๆ แสงสีขาวก็สว่างวาบขึ้น ดอกบัวที่อยู่บนหน้าผากลับหายวับไปกับตา แม้แต่รากก็ยังหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
ปีศาจที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับอ้าปากค้าง
ปีศาจระดับเจ็ดถึงกับขยี้ตาตัวเอง สงสัยว่าตาฝาดไปหรือเปล่า
แต่มัน... ไม่ได้ตาฝาด!
ดอกบัว... หายไปแล้วจริงๆ...
"อ๊ากกกกก!!!!"
"ดอกบัวล่ะ! ดอกบัวของข้าอยู่ไหน!"
"ใคร! ใครเป็นคนทำ! โผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้นะ!!!"
มันแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง ปลดปล่อยพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างเต็มที่ แม้แต่ภูเขาหลายลูกก็ยังทนรับแรงกดดันไม่ไหวจนพังทลายลงมา
ส่วนฉินม่อที่หนีไปไกลถึงสองลี้แล้ว หันกลับไปมองแวบหนึ่ง ก่อนจะเหยียดยิ้มเยาะที่มุมปาก
"หึๆ... ในเมื่อเจ้าไม่เอา งั้นข้าก็ไม่เกรงใจล่ะนะ"
ตอนที่ดอกบัวสุกงอมเมื่อกี้ ไอ้ปีศาจนั่นสามารถเด็ดไปกินได้เลยแท้ๆ แต่มันกลับมัวแต่ยืนเก๊กทำซึ้งอยู่ได้ นี่ก็เลยเป็นโชคดีของเขา
ตอนแรกยังนึกว่าจะต้องเปิดศึกแย่งชิงกันซะแล้ว
ไม่คิดเลยว่า... เรื่องราวมันจะง่ายดายกว่าที่คาดไว้เยอะ
ฉินม่อใช้วิชาวาร์ปติดๆ กันอีกหลายครั้ง จนมาถึงถ้ำเหมืองร้างที่ไม่มีใครเฝ้า
เขาไม่ลังเลเลยที่จะยัดดอกบัวเข้าปากทันที
พลังงานอันบ้าคลั่งทะลักเข้าสู่ทุกอณูในร่างกายของเขาในพริบตา
"เชี่ยเอ๊ย?!"
"ทำไม... ทำไมมันปวดร้าวขนาดนี้ล่ะ!"
ถ้าตอนกินยาวิวัฒนาการแห่งชีวิตครั้งแรก มันปวดเหมือนโดนเข็มร้อยเล่มทิ่มก้น
ตอนนี้ก็เหมือนเข็มพวกนั้นถูกเผาจนแดงเถือก ไม่ใช่แค่แสบร้อน แต่มันปวดร้าวจากข้างในออกมาข้างนอก แถมยังปวดเป็นจังหวะจะโคน เหมือนจังหวะกลองศึกเลย...
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ในที่สุดพลังงานที่บ้าคลั่งในร่างกายก็สงบลง
ฉินม่อเหงื่อแตกพลั่กไปทั้งตัว เหมือนเพิ่งถูกงมขึ้นมาจากน้ำ
เขาไม่มีเวลามาคิดเรื่องอื่น รีบตรวจสอบระดับพลังของตัวเองทันที ก่อนที่ใบหน้าจะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มดีใจสุดขีด
ใช่แล้ว! นี่แหละพลังระดับเจ็ด!
ไม่คิดเลยว่าจะบรรลุระดับเจ็ดได้จริงๆ โชคดีชะมัด!
พอถึงระดับเจ็ด พลังพิเศษทุกอย่างของเขาก็จะเพิ่มอานุภาพขึ้นอีกเท่าตัว และยังมีสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นอีก
นั่นก็คือเขาสามารถบินได้แล้ว ไม่ต้องพึ่งเครื่องร่อนอีกต่อไป
นี่คือความสามารถเฉพาะตัวหลังจากบรรลุพลังระดับเจ็ด
ถึงตอนนี้จะยังบินไม่ได้เร็วเท่าเครื่องร่อน แต่ถ้าเอามาใช้ร่วมกัน มันก็ไม่ใช่แค่หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสองง่ายๆ หรอกนะ
หลังจากปรับตัวกับพลังใหม่ได้ครู่หนึ่ง ฉินม่อก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้ม
ต่อจากนี้ไป เขาก็สามารถเดินกร่างในแดนปีศาจได้อย่างสบายใจแล้ว!
พอดีเลยช่วงนี้เขากำลังขาดแคลนแกนคริสตัล คราวนี้ก็ถือโอกาสเก็บเกี่ยวแกนคริสตัลกลับไปเยอะๆ ซะเลย
จากนั้น ฉินม่อก็คืนร่างเดิมของตัวเอง ในเมื่อตอนนี้เขาไร้เทียมทานแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องซ่อนตัวอีกต่อไป
ระหว่างทางเจอตัวไหนก็ฆ่าทิ้งได้เลย
ฉินม่อใช้วิชาวาร์ปหายตัวไปจากตรงนั้น มุ่งตรงกลับไปยังยอดเขาเมื่อกี้
เขาจำได้แม่นยำว่าบนยอดเขานั้นมีปีศาจระดับหกตั้งสิบกว่าตัว พวกนั้นแหละคือแกนคริสตัลชั้นดีทั้งนั้น!
นอกจากนี้ยังมีปีศาจระดับเจ็ดอยู่อีกตัว ปล่อยให้รอดไปไม่ได้เด็ดขาด!
(จบแล้ว)