เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 400 - เทวทูตสวรรค์

บทที่ 400 - เทวทูตสวรรค์

บทที่ 400 - เทวทูตสวรรค์


บทที่ 400 - เทวทูตสวรรค์

"หึ! แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย" เสี่ยวจิ่วได้ยินดังนั้นถึงจะยอมยิ้มออก

จากนั้น ทั้งสองก็พากันออกจากโลกใบเล็ก กลับมาสู่มิตินอกรถไฟ

ทว่า ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับทำเอาฉินม่อต้องประหลาดใจอีกครั้ง

บรรยากาศยังคงแบ่งเป็นกลางวันและกลางคืนเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ฝั่งที่พวกเขาและรถไฟจอดอยู่กลายเป็นกลางคืน ส่วนอีกฝั่งที่ถูกกั้นด้วยม่านพลังกลับสว่างไสวเป็นกลางวัน

"นี่มัน... โลกสองใบที่แยกออกจากกันอย่างอิสระงั้นเหรอเนี่ย?" ฉินม่อลองเอื้อมมือไปแตะม่านพลังดูอีกครั้ง ก็พบว่ายังคงไม่สามารถทะลุผ่านม่านพลังไปยังอีกฝั่งได้

"มหัศจรรย์จังเลย!" เสี่ยวจิ่วกระพริบตากลมโต ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ไปกันเถอะ! เราลองเดินสำรวจเลียบแนวป้ายเขตแดนนี้ดู เผื่อจะเจออะไรบ้าง" ฉินม่อชี้ไปที่จุดกึ่งกลางระหว่างโลกทั้งสองใบ

"อืม! ไปกันเถอะ"

จากนั้น ทั้งสองก็เดินเรียงเดี่ยวเลาะไปตามแนวเส้นเขตแดนอย่างช้าๆ

ตลอดทาง นอกจากจะไร้เงาผู้คนแล้ว แม้แต่สัตว์สักตัวก็ยังไม่มีให้เห็น

โลกทั้งสองใบเงียบสงัดจนน่าประหลาดใจ ราวกับเป็นโลกที่ยังไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตใดถือกำเนิดขึ้นมาเลย

"ฉินม่อ... ที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย? โลกนี้มันแปลกประหลาดเกินไปแล้วนะ!" หลังจากเดินสำรวจอยู่นาน ในที่สุดเสี่ยวจิ่วก็อดบ่นพึมพำออกมาไม่ได้

"ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน..." ฉินม่อส่ายหน้าเบาๆ พลางถอนหายใจ "ขืนเดินต่อไปแบบนี้คงไม่ถึงไหนแน่ เราเปลี่ยนมาบินกันดีกว่าไหม?"

"ดีเลย!" เสี่ยวจิ่วแตะปลายเท้าเบาๆ ร่างก็ลอยละล่องขึ้นสู่กลางอากาศด้วยท่วงท่าที่งดงามพลิ้วไหว

ฉินม่อเองก็หยิบเครื่องร่อนออกมา แล้วบินตามเสี่ยวจิ่วขึ้นไปติดๆ

"ไป!"

สิ้นคำ ทั้งสองก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับลำแสง เพียงชั่วพริบตาก็หายลับไปในกลีบเมฆ

"ฉินม่อ ฉินม่อ! ดูนั่นสิ! ตรงนั้นมันอะไรน่ะ?"

บนท้องฟ้า จู่ๆ เสี่ยวจิ่วก็ชี้มือไปข้างหน้าพร้อมตะโกนลั่น ราวกับเพิ่งมองเห็นอะไรบางอย่าง

ฉินม่อม่งมองตามทิศทางนั้นไปโดยสัญชาตญาณ ก็พบกับเหมืองแร่แห่งหนึ่งที่มีควันสีดำแผ่พุ่งออกมา

ไม่เพียงเท่านั้น ควันสีดำนี้ยังแผ่กระจายปกคลุมรัศมีรอบๆ เหมืองกินพื้นที่กว้างหลายร้อยกิโลเมตร แม้กระทั่งท้องฟ้าก็ยังถูกย้อมจนกลายเป็นสีดำทึบ

ฉินม่อหรี่ตาลง มองลึกเข้าไปยังเทือกเขาที่อยู่ด้านหลังเหมืองแร่ ก็พบว่ายิ่งลึกเข้าไป ควันสีดำก็ยิ่งหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ

"ที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่เนี่ย? แล้วควันดำพวกนั้นมันคือตัวอะไร?" เสี่ยวจิ่วถามขึ้นด้วยความสงสัย ในใจเริ่มรู้สึกระแวดระวังตัวขึ้นมาบ้างแล้ว

"ไม่รู้สิ เข้าไปดูกันเถอะ" ฉินม่อตอบเสียงเรียบ ก่อนจะเร่งความเร็วพุ่งตรงไปยังเหมืองแร่นั้นทันที

เสี่ยวจิ่วก็รีบบินตามหลังไปติดๆ

ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที ทั้งสองก็มาหยุดยืนอยู่หน้าปากทางเข้าเหมืองแร่

ฉินม่อเปิดใช้งานเนตรสัจธรรม สแกนควันสีดำตรงหน้าทันที

【ควันดำไร้ชื่อ หากสูดดมเข้าไปเป็นเวลานาน จะส่งผลให้เสียสติและกลายร่างเป็นตัวประหลาดที่ไม่ใช่ทั้งคนและผี】

ควันดำไร้ชื่อเหรอ?

แล้วมันมาจากไหนกันล่ะเนี่ย?

แถมยังมีฤทธิ์ทำให้เสียสติอีกต่างหาก?

ฉินม่อขมวดคิ้วมุ่น เตรียมจะหันไปชวนเสี่ยวจิ่วให้รีบออกไปจากที่อโคจรแห่งนี้

ทว่า จู่ๆ เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังแว่วมาจากภายในเหมืองแร่

"อ๊าก!!!"

เสียงร้องนั้นทำเอาทั้งสองสะดุ้งสุดตัว

"เสียงอะไรน่ะ?"

"เหมือนจะ..." เสี่ยวจิ่วชี้มือเข้าไปในเหมืองแร่ "เหมือนจะดังมาจากข้างในนะ"

ฉินม่อมองเข้าไปในเหมืองอย่างระแวดระวัง พร้อมกับกลั้นหายใจตั้งใจฟัง

"กล้าอู้งานรึ! พ่อจะตีให้ตายเลย!"

"อ๊าก!!!"

คราวนี้ฉินม่อได้ยินถนัดสองหู เสียงนั้นดังมาจากในเหมืองจริงๆ แถมยังมีเสียงแส้ฟาดดังขวับๆ ตามมาติดๆ

เชี่ยเอ๊ย?

หรือว่ามีใครกำลังเล่นเกมบทบาทสมมติซาดิสม์อยู่ข้างในนี้หรือไงเนี่ย?

"ฉินม่อ พวกเราจะเข้าไปดูข้างในไหม?" เสี่ยวจิ่วถามเสียงเบา พลางสอดมือเข้าไปกอดแขนฉินม่อแน่น

บรรยากาศชวนขนลุกของที่นี่ทำให้นางอดรู้สึกกลัวไม่ได้...

"อืม เข้าไปดูกัน" ฉินม่อพยักหน้า ก่อนจะจูงมือเสี่ยวจิ่วเดินเข้าไปในเหมืองอย่างระมัดระวัง

อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว ขืนไม่เข้าไปดู ถ้าพลาดของดีอะไรไปก็คงเสียดายแย่

อีกอย่าง เสียงกรีดร้องเมื่อกี้ฟังดูแล้วเป็นเสียงผู้หญิงซะด้วย ถ้าเขาได้สวมบทบาทเป็นฮีโร่ไปช่วยสาวงามล่ะก็ คงจะคุ้มค่าเหนื่อยไม่เบา...

"ระ... ระวังตัวด้วยล่ะ..." เสี่ยวจิ่วกลืนน้ำลาย รวบรวมความกล้าแล้วเดินตามฉินม่อเข้าไป

ยิ่งลึกเข้าไปในเหมือง ควันดำก็ยิ่งหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ หากเผลอสูดดมเข้าไปมากๆ คงได้เกิดเรื่องแน่

แต่ฉินม่อมีพลังพิเศษกลั้นหายใจ จึงไม่มีปัญหาอะไร ส่วนเสี่ยวจิ่วนั้นยิ่งเหนือชั้นกว่า ระบบทางเดินหายใจของนางสามารถกรองพิษเหล่านี้ออกไปได้หมด และดูดซับเฉพาะอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกายเท่านั้น

ดังนั้น ทั้งสองจึงไม่สะทกสะท้านกับควันดำเหล่านี้เลยสักนิด

เหมืองแร่นี้ไม่ได้ลึกมากนัก เดินไปได้แค่ราวสิบนาที ทั้งสองก็มาถึงห้องโถงถ้ำขนาดใหญ่

ฉินม่อและเสี่ยวจิ่วไม่ได้เดินทะลึ่งพรวดพลาดเข้าไป แต่เลือกที่จะซุ่มดูอยู่หลังก้อนหินใหญ่ตรงปากทางเข้าแทน

ภาพที่เห็นคือ ตัวประหลาดราวเจ็ดแปดตัวที่มีจะงอยปากเหมือนนก ปีกเหมือนเหยี่ยว ลำตัวเป็นมนุษย์ แต่มีเท้าเป็นไก่ พวกมันกำลังถือแส้หนังกวัดแกว่งไปมา ทำตัวกร่างวางกล้ามสั่งสอนกลุ่มหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า

หญิงสาวเหล่านั้นทุกคนล้วนมีปีกสีขาวบริสุทธิ์สี่สี่ปีกอยู่กลางหลัง ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์ แถมแต่ละคนยังมีรูปร่างหน้าตางดงามสะสวยเอามากๆ

แต่ทว่า... ตอนนี้พวกนางกลับถูกสวมกุญแจมือและโซ่ตรวน ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผลเหวอะหวะจากการถูกแส้เฆี่ยนตี เลือดไหลอาบดูน่าเวทนายิ่งนัก

พวกนางแต่ละคนถือพลั่วขุดแร่ ก้มหน้าก้มตาขุดก้อนหินประหลาดๆ ท่ามกลางการคุกคามของพวกตัวประหลาด

ฉินม่อเพ่งมองอย่างละเอียด ก่อนจะไปสะดุดตาเข้ากับรูปลักษณ์ของหญิงสาวเหล่านั้น

"นี่... นี่มัน..."

"เทวทูตสวรรค์?!"

เปิดตัวสาวสวยเผ่าเอลฟ์... เอ้ย ไม่ใช่! สาวสวยเทวทูตสวรรค์!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 400 - เทวทูตสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว