เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 260 - ปลาหมึกยักษ์พูดได้

บทที่ 260 - ปลาหมึกยักษ์พูดได้

บทที่ 260 - ปลาหมึกยักษ์พูดได้


บทที่ 260 - ปลาหมึกยักษ์พูดได้

พอเห็นฉินม่อเดินเข้ามา เสวี่ยชินก็ถามด้วยความสงสัย "นายไม่ได้เฝ้าอยู่บนดาดฟ้าเรือหรอกเหรอ? ทำไมถึงเข้ามาข้างในล่ะ?"

ฉินม่อแบมือ ตอบอย่างจนใจว่า "เมื่อกี้มีสัตว์ทะเลมาบุกระลอกหนึ่งน่ะ แต่ผมจัดการพวกมันไปหมดแล้ว สัตว์ทะเลที่เหลือก็เลยไม่กล้าโผล่หัวมาอีก"

พูดจบ ฉินม่อก็เดินไปที่หน้าต่างห้องโดยสารแล้วมองออกไปยังท้องทะเลที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

"ไม่รู้เหมือนกันนะว่าพวกนางเงือกมันไปซ่อนอยู่ไหนกันหมด"

เขาอุตส่าห์คิดว่านางเงือกน่าจะอยู่ในเขตทะเลลึก แต่พอแล่นเรือมาตั้งไกลขนาดนี้ อย่าว่าแต่นางเงือกเลย แม้แต่เกล็ดปลาสักชิ้นยังไม่เห็น

ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป คืนนี้พวกเขาคงต้องค้างคืนกันที่นี่แล้วล่ะ

ตอนแรกเขาคิดว่าน่าจะจัดการเสร็จภายในคืนนี้ แต่ดูเหมือนเขาจะมองโลกในแง่ดีเกินไปหน่อย...

"ลองเสี่ยงดวงหาดูเถอะ" เสวี่ยชินเองก็ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้ เธอจึงได้แต่เอ่ยปลอบใจเสียงเบา

"คงต้องเป็นแบบนั้นแหละ" ฉินม่อพยักหน้าเบาๆ พลางเผลอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยหวานของเสวี่ยชิน

ใบหน้างดงามไร้ที่ติของเธอภายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง ดูบริสุทธิ์ผุดผ่องเหลือเกิน บวกกับบุคลิกที่ทั้งดูไร้เดียงสา ทั้งยั่วยวน แถมยังแฝงความเย็นชานิดๆ

บอกตามตรง เขายังไม่เคยลองมีอะไรกับท่านหญิงบนเรือกลางทะเลเลย ไม่รู้ว่ารสชาติมันจะเป็นยังไง

ตอนนี้มีแค่เขากับเธอสองต่อสอง นี่มันโอกาสทองพันปีชัดๆ!

พอคิดมาถึงตรงนี้ ฉินม่อก็เริ่มจะหัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที...

"อะแฮ่ม...ท่านหญิง ในเมื่อตอนนี้เรายังหานางเงือกไม่เจอ สู้เรามาเล่นเกมจับงูกันดีไหม?"

"จับงูเหรอ?" เสวี่ยชินขมวดคิ้ว "จับงูอะไรล่ะ?"

"หึๆ...เดี๋ยวคุณก็รู้เองแหละน่า!"

"นาย...นาย...อยู่บนทะเลยังจะมาทำตัวเจ้าเล่ห์อีกนะ..."

เผลอแป๊บเดียว ท้องฟ้าก็มืดสนิท

แล้วก็เป็นไปตามที่ฉินม่อคาดไว้ ตลอดทั้งช่วงบ่าย เขาไม่พบร่องรอยของนางเงือกเลยแม้แต่น้อย

หลังจากเสร็จศึกรักกับเสวี่ยชิน เธอก็กลัวว่าเขาจะรังแกเธอต่อ เลยไล่เขาออกมาจากห้องโดยสาร

ส่วนเขาก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ ทุกๆ ครึ่งชั่วโมง เขาจะดำน้ำลงไปดูร่องรอยของนางเงือก แต่ก็คว้าน้ำเหลวทุกครั้ง...

เมื่อมองดูผืนทะเลที่มืดมิดราวกับน้ำหมึก ฉินม่อก็ขี้เกียจจะดำน้ำลงไปอีก เขาเลยหยิบเตาปิ้งย่างกับเหล้าออกมาจากช่องว่างระบบ แล้วเริ่มย่างเนื้อบนดาดฟ้าเรือซะเลย

ไม่นาน เนื้อสัตว์สารพัดชนิดก็ถูกฉินม่อย่างจนกรอบนอกนุ่มใน กลิ่นหอมฉุยลอยคลุ้งไปทั่วผืนทะเล

เมื่อได้กลิ่นหอม เสวี่ยชินก็อดใจไม่ไหว ต้องเดินออกมาที่ดาดฟ้าเรือ

ช่วยไม่ได้ ก็คนมันเห็นแก่กินนี่นา เรื่องของกินเธอไม่เคยปฏิเสธอยู่แล้ว

หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็มานั่งดื่มเหล้ากินเนื้อย่างกันบนดาดฟ้าเรือ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและผ่อนคลายสุดๆ

บางทีอาจจะเป็นเพราะเนื้อย่างของฉินม่อมันหอมเกินไป หรือไม่ก็บรรยากาศมันพาไป

ทั้งคู่ก็เลยดื่มเหล้ากันไปเยอะมาก

เมื่อมองดูเสวี่ยชินที่มีแววตาเยิ้มๆ และใบหน้าสวยที่แดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ฉินม่อก็รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาในใจ

เขาค่อยๆ เดินไปซ้อนด้านหลังเสวี่ยชิน แล้วสวมกอดเธอไว้ในอ้อมแขน

ครั้งนี้เสวี่ยชินไม่ได้ขัดขืน แถมยังเอนตัวซบลงบนอกเขาอีกต่างหาก

เมื่อเห็นแบบนั้น ฉินม่อก็ยกยิ้มที่มุมปาก เมื่อตอนกลางวันเขายังสนุกไม่เต็มอิ่มเลย

ดูท่าคืนนี้เขาจะได้รักใคร่ทะนุถนอมท่านหญิงอย่างเต็มที่ซะแล้ว~

"เชี่ยเอ๊ย?! กลิ่นอะไรวะเนี่ย หอมฉิบเป๋งเลย!"

ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังโรแมนติกสุดๆ จู่ๆ ก็มีเสียงทุ้มห้าวแทรกขึ้นมา ทำเอาทั้งสองคนสะดุ้งโหยง

ทั้งคู่หันขวับไปมองพร้อมกัน ก็เห็นปลาหมึกยักษ์ตัวหนึ่งโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา ดวงตากลมโตราวกับไข่วัวที่ดูฉลาดหลักแหลมของมันกำลังกลอกไปมา ซ้ายทีขวาที เหมือนกำลังมองหาต้นตอของกลิ่นหอม

สีหน้าของฉินม่อเปลี่ยนเป็นโกรธจัดทันที

แม่งเอ๊ย! กล้ามาขัดจังหวะความสุขของพ่อเหรอ!

แกรนหาที่ตายนักนะ!

จากนั้น ฉินม่อก็ลุกพรวดขึ้นมา ในมือมีกระแสไฟฟ้าสีอ่อนๆ เปล่งประกาย นี่คือเคล็ดวิชาอสนีบาต

"ฉินม่อ! เดี๋ยวก่อน!"

เสวี่ยชินเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เลยรีบห้ามฉินม่อไว้

"มีอะไรเหรอท่านหญิง? หรือว่าคุณอยากจะกินปลาหมึกยักษ์?"

เสวี่ยชินค้อนขวับให้เขาทีหนึ่ง แล้วพูดอย่างอ่อนใจว่า "เดินทางมาตั้งนาน นี่เป็นสัตว์ทะเลระดับสี่ตัวแรกที่เราเจอเลยนะ แถมยังเป็นตัวเดียวที่พูดได้ด้วย"

"แทนที่เราจะมัวแต่ดำน้ำหาแบบไร้จุดหมาย สู้ไปถามมันตรงๆ ไม่ดีกว่าเหรอ จะได้ไม่เสียเวลา"

"จริงด้วยสิ!" พอได้ยินแบบนั้น ฉินม่อก็ถึงกับบางอ้อทันที

สัตว์ทะเลพวกนี้จะพูดได้ก็ต่อเมื่อถึงระดับสี่เท่านั้น และเจ้าปลาหมึกยักษ์ตัวนี้ก็เป็นสัตว์ทะเลระดับสี่ตัวแรกที่พวกเขาเจอในบ่ายวันนี้ ถ้าฆ่ามันทิ้งไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร

ไม่นึกเลยว่า ปัญหาที่ปวดหัวมาตลอด จะมาแก้ได้ด้วยการปิ้งย่าง...

จากนั้น ฉินม่อก็เดินไปที่ขอบเรือ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เฮ้ย! ไอ้หน้าปลวก ฉันมีเรื่องจะถามแกหน่อย"

"แกเรียกใครว่าไอ้หน้าปลวกวะ?!"

สิ้นเสียงของฉินม่อ ปลาหมึกยักษ์ก็แผดเสียงคำรามด้วยความโกรธจัด "ข้ามีชื่อเว้ย! ข้าชื่อซ่างเปียว!"

"ไอ้มนุษย์! ห้ามเรียกข้าว่าไอ้หน้าปลวกนะโว้ย!"

พอได้ยินคำพูดนั้น มุมปากของฉินม่อก็กระตุกยิกๆ

จากนั้น เขาก็หยิบท่อนเหล็กออกมาจากช่องว่างระบบ แล้วจุ่มปลายข้างหนึ่งลงไปในน้ำ พร้อมกับปล่อยกระแสไฟฟ้าจากฝ่ามือส่งผ่านลงไปทันที

"จ๊าก! อ๊าก! โอ๊ย~"

วินาทีต่อมา ปลาหมึกยักษ์ก็แผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

ในขณะที่มุมปากของฉินม่อยกยิ้มขึ้น

เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้า แค่ใช้ท่อเหล็กกลวงเสียบลงไป ก็สามารถช็อตปลาได้แล้ว

เดี๋ยวพอเจอนางเงือก เขาก็แค่แบกแบตเตอรี่ลงไปว่ายน้ำช็อตพวกมันใต้น้ำ แค่นี้เขาก็กลายเป็นทัณฑ์สวรรค์เคลื่อนที่แล้ว...

แถมผลลัพธ์มันยังดีเกินคาดซะด้วย ไม่เห็นเหรอว่าเจ้าปลาหมึกยักษ์ตรงหน้ากำลังเต้นแร้งเต้นกาอยู่บนผิวน้ำน่ะ?

จะว่าไป! ลีลาการเต้นของมันก็ดูดีมีสไตล์ไม่เบาเลยนะเนี่ย

ถ้าให้ฝึกเต้นสักสองปีครึ่ง ถึงตอนนั้นก็คงเดบิวต์ได้สบายๆ...

"ยะ...อย่า...อย่าช็อตแล้ว...ขะ...ข้า...ข้าไม่ชื่อ...ซ่างเปียวแล้ว..."

ตอนนี้ปลาหมึกยักษ์ทนไม่ไหวอีกต่อไป มันเริ่มร้องขอความเมตตา

พอได้ยินแบบนั้น ฉินม่อก็ยอมสลายกระแสไฟฟ้าในมือ แล้วส่งยิ้มหวานถามว่า "ซ่างเปียว เคล็ดวิชาอสนีบาตของฉันรสชาติเป็นยังไงบ้างล่ะ?"

"เอ่อ...ลูกพี่เรียกผมว่าไอ้หน้าปลวกเหมือนเดิมเถอะครับ...หรือจะเรียกไอ้อัปลักษณ์เก้าก็ได้ครับ..."

หลังจากผ่านการบำบัดด้วยไฟฟ้า ตอนนี้ปลาหมึกยักษ์ก็เชื่องเป็นหมาน้อยไปเลย

รสชาติเมื่อกี้มันไม่อยากจะลิ้มลองอีกแล้วล่ะ มันเจ็บปวดทรมานเกินไป...

ฉินม่อยิ้มรับ "ฉันมีเรื่องจะถามแก แกรู้ไหมว่าพวกนางเงือกอยู่ที่ไหน?"

"นางเงือกเหรอ?" ปลาหมึกยักษ์ชะงักไปนิด แล้วถามด้วยความสงสัย "มนุษย์เอ๋ย ข้าขอเตือนว่าอย่าไปยุ่งกับไอ้พวกตัวอันตรายพวกนั้นเลย พวกมันคือกลุ่มปีศาจร้ายชัดๆ!"

"อ้าว? ทำไมล่ะ?"

"ไอ้พวกนางเงือกพวกนั้นไม่รู้ไปเอาวิธีไหนมา ถึงสามารถกลืนกินสัตว์ทะเลตัวอื่นเพื่อเสริมพลังให้ตัวเองได้ ตอนนี้พวกมันกำลังออกจับสัตว์ทะเลไปทั่วเลย"

"ข้าอุตส่าห์ซ่อนตัวมาเป็นเดือนแล้วเนี่ย เมื่อกี้ถ้าไม่ได้กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ ข้าก็ไม่โผล่หัวออกมาหรอก"

พอได้ยินแบบนั้น ฉินม่อก็เลิกคิ้วขึ้น

เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า นายกเทศมนตรีที่เจอที่เมืองใต้เมื่อวาน

หมอนั่นบอกว่าเผ่าพันธุ์นางเงือกกำลังอยู่ในช่วงวิวัฒนาการ... หรือว่าตอนนี้พวกมันกำลังวิวัฒนาการกันอยู่จริงๆ?

คิดได้ดังนั้น เขาก็ถามด้วยความสงสัยว่า "แกรู้ไหมว่าตอนนี้นางเงือกพวกนั้นมีพลังระดับไหนกันบ้าง?"

"ส่วนใหญ่ก็ระดับสี่นั่นแหละ ส่วนระดับห้าก็มีอยู่สักสิบกว่าตัวได้มั้ง..."

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 260 - ปลาหมึกยักษ์พูดได้

คัดลอกลิงก์แล้ว