- หน้าแรก
- หนี้เลือดเจ็ดปี ปฐมบทการล้างบางของเย่จวินหลิน
- บทที่ 21 - ชิงอำนาจยึดตำแหน่ง
บทที่ 21 - ชิงอำนาจยึดตำแหน่ง
บทที่ 21 - ชิงอำนาจยึดตำแหน่ง
บทที่ 21 - ชิงอำนาจยึดตำแหน่ง
กรี๊ดดด!!!
เวลานี้ ภายในคฤหาสน์ เย่จวินหลินที่กำลังหลับสนิท จู่ๆ ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงกรีดร้องที่แผดดังลั่น
"เกิดอะไรขึ้น? แผ่นดินไหวเหรอ?"
เย่จวินหลินเดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้างัวเงีย
"นายน้อย!"
เยียนเอ๋อร์เดินเข้ามาหา เย่จวินหลินจึงถาม "ใครมาแหกปากร้องอะไรแต่เช้าตรู่เนี่ย?"
"แม่นางที่คุณพากลับมาเมื่อคืนไงคะ!" เยียนเอ๋อร์ตอบ
"ผู้หญิงคนนั้นเหรอ?" เย่จวินหลินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปที่ห้องข้างๆ
ภายในห้อง หญิงสาวคนหนึ่งสวมเพียงชุดชั้นใน เผยให้เห็นผิวพรรณขาวเนียนและสัดส่วนเว้าโค้งอย่างชัดเจน เธอกำลังทำหน้าตื่นตระหนกตกใจสุดขีด
"ตื่นแล้วเหรอ?" เย่จวินหลินทักทาย หญิงสาวคนนี้ก็คือผู้หญิงที่เขาเจอที่บาร์เมื่อคืนนั่นเอง
พรึ่บ!
หญิงสาวมองเย่จวินหลิน หน้าเปลี่ยนสีทันที ร้องโวยวาย "คุณเป็นใคร? คุณทำอะไรฉัน? ไอ้สารเลว!"
"เมื่อคืนคุณเมาหัวราน้ำเป็นหมาตาย แถมยังอ้วกใส่ฉันเต็มไปหมด คุณคิดว่าฉันจะมีอารมณ์ไปทำอะไรคุณได้อีก?"
เย่จวินหลินกลอกตาบนอย่างระอา
หลินเมิ่งเวยได้ยินดังนั้นก็เชิดหน้าส่งเสียงฮึดฮัด "คุณนั่นแหละที่เป็นหมา!"
"สมองมีปัญหาหรือเปล่าเนี่ย? นั่นมันใช่ประเด็นไหม? จำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลยเหรอ?"
เย่จวินหลินหน้าดำคร่ำเครียด เอือมระอาเต็มทน
เอ๊ะ?
หลินเมิ่งเวยชะงักไป ความทรงจำเมื่อคืนค่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัว เมื่อคืนเธอทะเลาะกับคนที่บ้าน เลยหนีไปกินเหล้าที่บาร์ จากนั้นก็มีคนกลุ่มหนึ่งพยายามจะลากเธอไป แล้วจู่ๆ ก็เหมือนจะมีใครอีกคนโผล่มา
เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้ หลินเมิ่งเวยก็มองหน้าเย่จวินหลิน "เมื่อคืนคุณเป็นคนช่วยฉันไว้เหรอ?"
"แล้วจะให้เป็นใครอีกล่ะ?"
เย่จวินหลินเบ้ปาก
"แล้วเสื้อผ้าฉันล่ะ..."
พอนึกขึ้นได้ หลินเมิ่งเวยก็จ้องหน้าเย่จวินหลินอย่างระแวดระวังอีกครั้ง
"คุณผู้หญิง เมื่อคืนเสื้อผ้าคุณเลอะเทอะไปหมด ฉันเป็นคนเปลี่ยนให้เองค่ะ!"
เยียนเอ๋อร์เดินเข้ามาในห้อง ช่วยอธิบายให้หลินเมิ่งเวยฟัง
"ทีนี้เข้าใจหรือยัง?"
เย่จวินหลินปรายตามองหลินเมิ่งเวย แล้วเดินออกจากห้องไปทันที
ต่อมา ที่ห้องอาหารของคฤหาสน์ เย่จวินหลินกำลังนั่งทานอาหารเช้าที่เยียนเอ๋อร์เตรียมไว้ให้ หลินเมิ่งเวยที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางขัดเขิน "เมื่อกี้... ขอโทษด้วยนะคะ ฉันเข้าใจคุณผิดไปเอง!"
"ไม่เป็นไรหรอก สมองระดับเดียวกะหมูอย่างคุณก็งี้แหละ!"
เย่จวินหลินซดน้ำเต้าหู้พลางตอบหน้าตาย
"คุณ..."
หลินเมิ่งเวยโกรธจนลมออกหู แต่จู่ๆ ท้องก็ร้องโครกครากประท้วงขึ้นมา
เธอเอามือกุมท้องด้วยความอับอาย เมื่อคืนเธอมัวแต่ดื่มเหล้า ไม่ได้แตะของกินเลยสักนิด แถมยังอ้วกออกมาจนหมดไส้หมดพุง ตอนนี้เธอเลยหิวจนตาลาย
"คุณผู้หญิง นั่งทานอาหารเช้าด้วยกันสิคะ!"
เยียนเอ๋อร์ยกอาหารเช้ามาวางบนโต๊ะ
"ขอบคุณค่ะพี่สาว!"
หลินเมิ่งเวยยิ้มแฉ่ง นั่งลงตรงข้ามเย่จวินหลิน แล้วจัดการสวาปามอาหารเช้าอย่างหิวโหย
"คุณนี่ไม่เกรงใจเอาซะเลยนะ!"
เย่จวินหลินมองหลินเมิ่งเวยพลางเอ่ยขึ้น แต่อีกฝ่ายกลับตวัดสายตามองเขา "ก็พี่สาวเขาชวนให้กินนี่นา ฉันจะเกรงใจทำไมล่ะ!"
"แต่นี่มันบ้านฉันนะ!"
"เมื่อคืนคุณทำเสื้อฉันเลอะเทอะ ตอนนี้ยังมากินข้าวบ้านฉัน แล้วก็มานอนบ้านฉันอีก คุณจะชดใช้ค่าเสียหายยังไงฮะ?"
เย่จวินหลินถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"คุณเป็นผู้ชายซะเปล่า ทำไมขี้งกจัง? ก็แค่เรื่องเงินไม่ใช่เหรอ? อยากได้เท่าไหร่ว่ามา เดี๋ยวฉันจ่ายให้!"
หลินเมิ่งเวยปรายตามองเย่จวินหลินอย่างดูถูก ทำท่าจะล้วงกระเป๋าหยิบเงิน แต่ก็พบว่าเงินทั้งหมดละลายหายไปกับบาร์เมื่อคืนหมดแล้ว
"เอ่อ... คือว่าตอนนี้ฉันไม่มีเงินติดตัวเลย เอาไว้ฉันมีเงินเมื่อไหร่ จะเอามาคืนให้ก็แล้วกันนะ!"
"ไม่ต้องห่วง คุณหนูอย่างฉันไม่เบี้ยวหนี้เงินแค่นี้หรอกน่า!"
หลินเมิ่งเวยยิ้มแหยๆ ตบอกรับประกัน
"ไม่ต้องเอาเงินมาคืนหรอก กินเสร็จก็รีบกลับไปซะ!"
เย่จวินหลินไล่ตรงๆ
จังหวะนั้น เสียงโทรศัพท์ของหลินเมิ่งเวยก็ดังขึ้น เธอเหลือบมองชื่อคนโทรเข้า แล้วก็กดตัดสายทิ้งทันที
"ไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน คนที่บ้านคงโทรมาตามล่ะสิ ทำไมไม่รับสายล่ะ?"
เย่จวินหลินถาม
"ไม่อยากรับ!"
หลินเมิ่งเวยเบ้ปาก
ทันใดนั้น เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น
เย่จวินหลินลุกไปเปิดประตู ก็พบเจียงมู่เกอยืนอยู่หน้าประตู
"คุณมาทำไมเหรอ?" เย่จวินหลินถาม
"คุณเย่คะ เที่ยงนี้คุณพ่ออยากจะเชิญคุณไปทานข้าวที่บ้าน เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณของคุณน่ะค่ะ!"
เจียงมู่เกอบอกจุดประสงค์
"ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก!"
เย่จวินหลินตอบปัด
"คุณเย่..."
เจียงมู่เกอกำลังจะคะยั้นคะยอต่อ แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน เธอกดรับสาย คิ้วเรียวก็ขมวดมุ่น สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที "เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้!"
"เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?"
เย่จวินหลินถาม
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่มีเรื่องวุ่นวายในหอการค้านิดหน่อย ฉันต้องรีบไปจัดการก่อน เอาไว้เสร็จธุระแล้วจะติดต่อมาใหม่นะคะคุณเย่!"
เจียงมู่เกอพูดจบก็รีบขอตัวกลับทันที
"นายน้อย ข้าสืบมาแล้วเจ้าค่ะ วันนี้สวี่เทียนวั่งจะจัดการประชุมใหญ่ที่หอการค้าเจียง ดูท่าคงมีแผนการใหญ่อะไรสักอย่างแน่ๆ!"
เยียนเอ๋อร์เดินเข้ามาบอกเย่จวินหลิน
"ไปสืบเรื่องมันทำไม?" เย่จวินหลินถาม เยียนเอ๋อร์จึงอธิบาย "เพราะว่าสวี่เทียนวั่งแอบกว้านซื้อทรัพย์สินของตระกูลเย่ในอดีตไปตั้งมากมาย ภาพวาดซานเหอก็เป็นฝีมือของมัน ข้าก็เลยต้องสืบประวัติมันอย่างละเอียดเจ้าค่ะ!"
พรึ่บ!
แววตาของเย่จวินหลินสาดประกายเย็นเยียบ
ขณะเดียวกัน ที่ห้องประชุมของอาคารสำนักงานใหญ่หอการค้าเจียง เวลานี้เต็มไปด้วยผู้คน
ผู้บริหารระดับสูงของหอการค้าเจียง ประธานบริษัทในเครือ และบรรดาผู้อาวุโสระดับแกนนำของหอการค้า ล้วนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่อย่างพร้อมหน้า!
สวี่เทียนวั่งก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่ประธานหอการค้าอย่างสง่าผ่าเผย
"ทุกท่านครับ การที่ผมเรียกประชุมในวันนี้ ก็เพื่อจะประกาศเรื่องสำคัญสองเรื่อง!"
"เรื่องแรก ท่านประธานเจียงหายจากอาการป่วยแล้วครับ!"
คำประกาศของสวี่เทียนวั่งสร้างความฮือฮาให้กับหลายคนในที่ประชุม ส่วนคนที่อยู่ในเหตุการณ์ที่บ้านตระกูลเจียงเมื่อวานต่างก็มีท่าทีสงบนิ่ง
"และเรื่องที่สอง ด้วยการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากผู้อาวุโสแกนนำและประธานบริษัทในเครือ ผม สวี่เทียนวั่ง จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าเจียงคนใหม่ครับ!"
สวี่เทียนวั่งประกาศก้อง
สิ้นเสียงประกาศ ทั่วทั้งห้องประชุมก็ตกอยู่ในความแตกตื่น แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงหลายคนก็ยังอดตกใจไม่ได้
พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าสวี่เทียนวั่งจะกล้าตั้งตัวเองเป็นประธาน แถมยังมาตั้งตอนที่ประธานเจียงเพิ่งจะหายป่วย นี่มันฉวยโอกาสชิงอำนาจยึดตำแหน่งกันหน้าด้านๆ เลยนี่นา!
"สวี่เทียนวั่ง ตำแหน่งประธาน เป็นสิ่งที่แกนึกอยากจะนั่งก็นั่งได้งั้นเหรอ?"
ปัง!
ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกอย่างแรง เจียงมู่เกอก้าวเข้ามา จ้องหน้าสวี่เทียนวั่งด้วยแววตาแข็งกร้าว!
"มู่เกอ มาพอดีเลย มาเป็นพยานในพิธีเข้ารับตำแหน่งประธานหอการค้าเจียงอันทรงเกียรติของฉันสิ!"
สวี่เทียนวั่งส่งยิ้มให้เจียงมู่เกอ
เจียงมู่เกอเดินตรงเข้าไปหาสวี่เทียนวั่ง "สวี่เทียนวั่ง ตอนนี้คุณพ่อของฉันหายป่วยแล้ว แกคิดว่าตัวเองยังมีคุณสมบัติที่จะเป็นประธานอีกงั้นเหรอ?"
"ต่อให้พ่อเธอหายป่วยแล้วจะยังไงล่ะ? หอการค้าเจียงไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของเจียงเชิ่งเทียนคนเดียวนะ ตอนนี้ผู้อาวุโสแกนนำทั้งสี่ท่าน และประธานบริษัทในเครืออีกสิบแปดบริษัท ต่างก็ลงมติเป็นเอกฉันท์เลือกให้ฉันเป็นประธาน เธอว่าฉันมีคุณสมบัติพอไหมล่ะ?"
สวี่เทียนวั่งแค่นเสียงหัวเราะ
พรึ่บ!
เจียงมู่เกอหน้าเปลี่ยนสี หันไปมองกลุ่มผู้อาวุโสและบรรดาประธานบริษัท "พวกคุณเลือกสวี่เทียนวั่งเป็นประธานจริงๆ เหรอกคะ?"
"มู่เกอ ประธานเจียงอายุมากแล้ว ส่วนเธอก็ยังเด็กเกินไป ให้เทียนวั่งรับหน้าที่ประธานน่ะ เหมาะสมที่สุดแล้ว!"
หนึ่งในผู้อาวุโสแกนนำเอ่ยขึ้น
"ใช่แล้ว!"
ผู้อาวุโสอีกสามท่านที่เหลือก็พยักหน้าเห็นด้วย
"พวกเราทุกคนเห็นชอบให้รองประธานสวี่ขึ้นเป็นประธานครับ!"
บรรดาประธานบริษัทต่างประสานเสียงสนับสนุน
ใบหน้าของเจียงมู่เกอเคร่งเครียดถึงขีดสุด เธอตวัดสายตาไปมองสวี่เทียนวั่ง "สวี่เทียนวั่ง แกใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไร ถึงทำให้พวกเขาหันไปเข้าข้างแกได้ทั้งหมด?"
เจียงมู่เกอรู้ดีว่า ต่อให้สวี่เทียนวั่งจะใช้เงินทุ่มซื้อใจคนไปมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่จะทำให้ผู้อาวุโสแกนนำทั้งสี่คนที่ร่วมบุกเบิกหอการค้ามากับพ่อของเธอ และบรรดาประธานบริษัททั้งหมดหันไปเข้าข้างเขาได้ มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรสักอย่างแน่ๆ!
"ผมเป็นคนจัดการให้พวกเขาไปอยู่ข้างประธานสวี่เองแหละครับ!"
จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังเจียงมู่เกอ!
(จบแล้ว)