- หน้าแรก
- หนี้เลือดเจ็ดปี ปฐมบทการล้างบางของเย่จวินหลิน
- บทที่ 11 - ของของตระกูลเย่ พวกแกไม่มีสิทธิ์เอามาประมูล
บทที่ 11 - ของของตระกูลเย่ พวกแกไม่มีสิทธิ์เอามาประมูล
บทที่ 11 - ของของตระกูลเย่ พวกแกไม่มีสิทธิ์เอามาประมูล
บทที่ 11 - ของของตระกูลเย่ พวกแกไม่มีสิทธิ์เอามาประมูล
ตระกูลหมิง——
เมื่อนายท่านผู้เฒ่าตระกูลหมิงทราบข่าวว่าหลานชายเพียงคนเดียวถูกเย่จวินหลินทำลายกล่องดวงใจจนแหลกละเอียด เขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ตะโกนลั่น "แจ้งพรรคหมาป่า ฉันต้องการเห็นหัวของเย่จวินหลินภายในวันนี้!"
ส่วนที่ตระกูลสวี่ นายท่านผู้เฒ่าตระกูลสวี่กำลังมองชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบทหารที่นั่งอยู่ตรงหน้า "เจ้ารอง มีแกอยู่ทั้งคน ไอ้เด็กตระกูลเย่กระจอกๆ นั่นก็ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้ว!"
"ไอ้สวะที่ตระกูลถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก ยังกล้ามาทำกำเริบเสิบสาน ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย คุณพ่อวางใจเถอะครับ เดี๋ยวผมจะสั่งให้คนไปจัดการมันเอง แต่ที่ผมกลับมาคราวนี้ ยังมีธุระสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องจัดการ!"
ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้น เขาคือ สวี่เทียนหมิง ลูกชายคนรองของตระกูลสวี่ และพ่วงตำแหน่งนายทหารระดับผู้บังคับการแห่งเขตทหารเจียงหนาน
"ธุระอะไรหรือ?" นายท่านผู้เฒ่าสวี่ถามด้วยความสงสัย
"เร็วๆ นี้ท่านผู้บัญชาการของพวกเรากำลังจะจัดงานฉลองวันเกิดครับ และท่านก็โปรดปรานภาพวาดโบราณเป็นอย่างมาก บังเอิญผมได้ยินมาว่าคืนนี้ที่เมืองเจียงไห่จะมีงานประมูล และจะมีการนำภาพวาดโบราณออกมาประมูลด้วย ผมเลยตั้งใจจะไปประมูลภาพนั้นมาเป็นของขวัญวันเกิดให้ท่านผู้บัญชาการครับ!"
สวี่เทียนหมิงอธิบาย
"ท่านผู้บัญชาการจะจัดงานฉลองวันเกิดหรือนี่ ถ้างั้นของขวัญชิ้นนี้ก็ต้องเตรียมให้ดีเป็นพิเศษเลยนะ ถ้าทำให้ท่านผู้บัญชาการถูกใจได้ หน้าที่การงานของแกก็จะได้เลื่อนขั้นฉลุย และตระกูลสวี่ของเราก็จะได้ยกระดับฐานะขึ้นไปอีกขั้นด้วย!"
นายท่านผู้เฒ่าสวี่เอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้นยินดี
ขณะเดียวกัน ที่ตระกูลไป๋ นายท่านผู้เฒ่าไป๋และไป๋เฟิงกำลังนั่งอยู่ โดยมีสตรีผู้แต่งกายหรูหราสูงศักดิ์และชายหนุ่มท่าทางเย่อหยิ่งจองหองนั่งอยู่เบื้องหน้าพวกเขาทั้งสอง
ทั้งคู่ก็คือ ไป๋อวี้ น้องสาวของไป๋เฟิง และ เสิ่นอ้าว ลูกชายของเธอ
"น้องสาว น้องมาได้นี่ช่างดีเหลือเกิน พี่นึกว่า..."
ไป๋เฟิงมองหน้าน้องสาวด้วยความดีใจจนปิดไม่มิด
"เวลาผ่านไปตั้งหลายปีแล้ว เรื่องเก่าๆ ก็อย่ารื้อฟื้นขึ้นมาพูดอีกเลย ยังไงซะฉันก็เป็นสายเลือดตระกูลไป๋คนหนึ่ง ตอนนี้ตระกูลไป๋กำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ฉันจะทนดูดายได้ยังไง!"
ไป๋อวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"คุณตาครับ คุณลุงครับ ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ไอ้เย่จวินหลินอะไรนั่นจะเก่งกาจมาจากไหน แต่พออยู่ต่อหน้าตระกูลเสิ่นของพวกเรา มันก็เป็นแค่เศษสวะ เจ็ดปีก่อนมันถูกคนอื่นเหยียบย่ำหยามเกียรติจมดินได้ เจ็ดปีให้หลัง นายน้อยอย่างผมก็เหยียบย่ำมันให้จมดินได้เหมือนกันนั่นแหละ!"
เสิ่นอ้าวเบ้ปาก แผดเสียงหยันอย่างโอหังและไม่แยแส
"ฮ่าๆ อ้าวเอ๋อร์พูดถูก ต่อหน้าหลาน ไอ้เย่จวินหลินนั่นมันก็ไม่ใช่ตัวสลักสำคัญอะไรเลยจริงๆ!"
นายท่านผู้เฒ่าไป๋หัวเราะชอบใจ
หลานชายต่างตระกูลคนนี้คือนายน้อยใหญ่แห่งตระกูลเสิ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในหกอัครมหาเศรษฐีชั้นแนวหน้าแห่งเขตเจียงหนาน แม้บารมีจะยังเทียบไม่ได้กับนายน้อยลึกลับเมื่อเจ็ดปีก่อน แต่สำหรับเย่จวินหลินแล้ว ก็ถือเป็นขุมอำนาจที่สูงส่งเกินกว่าจะเอื้อมถึงอยู่ดี!
ด้วยอำนาจและอิทธิพลของตระกูลเสิ่น การจะกระทืบเย่จวินหลินให้ตายก็ง่ายดายราวกับบี้มดตัวหนึ่ง!
"จื่อรั่วเป็นยังไงบ้าง?"
จู่ๆ ไป๋อวี้ก็เอ่ยปากถาม
"เฮ้อ..."
"จื่อรั่วถูกทำลายโฉมหน้า แถมยังต้องทนรับความอัปยศอย่างหนัก สภาพจิตใจบอบช้ำแสนสาหัส ตอนนี้ขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ไม่ยอมเจอใครเลย!"
ไป๋เฟิงถอนหายใจยาว สีหน้าปวดร้าว
ไป๋อวี้ขมวดคิ้วมุ่น "ได้ยินมาว่าที่จื่อรั่วต้องมีสภาพแบบนี้ เป็นเพราะคุณหนูตระกูลซูคนนั้นงั้นหรือ?"
"ใช่ เพราะนังนั่นแหละ ถ้าไม่ใช่เพราะนังนั่น ไอ้สารเลวเย่จวินหลินก็คงไม่ลงมือเหี้ยมโหดกับจื่อรั่วขนาดนี้ ตอนแรกฉันตั้งใจว่าพอจัดการไอ้เด็กนั่นเสร็จ ค่อยไปกวาดล้างตระกูลซูทีหลัง!" ไป๋เฟิงตะโกนด้วยความโกรธแค้น
"จื่อรั่วเป็นหลานสาวฉัน ความแค้นของแก อาคนนี้จะขอเป็นคนสะสางให้เอง พรุ่งนี้ฉันจะทำให้นังคุณหนูตระกูลซูและคนตระกูลซูต้องชดใช้อย่างสบน้ำสมเนื้อ!"
สีหน้าของไป๋อวี้เย็นชา แววตาสาดประกายอำมหิต
ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองเจียงไห่ ชายวัยกลางคนในชุดคลุมยาวสีดำกำลังนั่งเอนกาย พลางแกว่งแก้วไวน์แดงในมือไปมาเบาๆ!
ด้านหน้าชายวัยกลางคนมีชายอีกคนยืนอยู่ เขาเอ่ยถามขึ้น "นายท่าน ภาพวาดซานเหอชิ้นนั้นมีความพิเศษอย่างไรหรือครับ ถึงกับทำให้ท่านต้องเดินทางมาด้วยตัวเองเช่นนี้?"
"ภาพวาดซานเหอชิ้นนั้น ปรมาจารย์ซุนเป็นคนเจาะจงว่าต้องการ ส่วนมันจะมีความพิเศษยังไง ฉันเกรงว่าคงมีแต่ปรมาจารย์ซุนเท่านั้นแหละที่รู้!"
ชายวัยกลางคนจิบไวน์แดงก่อนจะตอบเสียงเรียบ
"ตามที่ผมสืบมา ภาพวาดชิ้นนั้นเป็นของตระกูลในเมืองเจียงไห่ที่ถูกฆ่าล้างโคตรไปแล้ว แบบนี้มันจะไม่อัปมงคลไปหน่อยหรือครับ?" ชายหนุ่มแสดงความกังวล
"ในเมื่อปรมาจารย์ต้องการ ไม่ว่ายังไงก็ต้องประมูลภาพนี้มาให้ได้!"
ชายวัยกลางคนกระดกไวน์แดงจนหมดแก้ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดทรงอำนาจ
เวลาล่วงเลยจนพลบค่ำ!
เจียงไห่ บริเวณด้านนอกอาคารแห่งหนึ่ง คลาคล่ำไปด้วยรถหรูจอดเรียงราย ผู้ลากมากดีและบุคคลชั้นนำของเมืองเจียงไห่ต่างมารวมตัวกันที่นี่ แม้กระทั่งผู้มีอิทธิพลจากเมืองอื่นๆ ในเขตเจียงหนานก็ยังเดินทางมาร่วมงาน!
คืนนี้จะมีการจัดงานประมูลครั้งใหญ่ขึ้นที่นี่ โดยมีหอการค้าตระกูลเจียง ซึ่งเป็นหอการค้าอันดับต้นๆ ของเขตเจียงหนานเป็นผู้จัดงาน งานประมูลครั้งนี้จึงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ดึงดูดบุคคลสำคัญจากทุกวงการให้มาร่วมงาน!
ขณะนี้ ภายในสถานที่จัดงานประมูล ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามาจับจองที่นั่งกันเนืองแน่น ชายวัยกลางคนผมหงอกประปรายในชุดสูท สวมแหวนหยกที่นิ้วโป้ง กำลังคอยต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและบุคคลสำคัญอยู่
"รองประธานสวี่ ได้ยินมาว่าประธานเจียงใกล้จะไม่ไหวแล้ว ดูท่าทางคุณคงใกล้จะได้เลื่อนขั้นเป็นประธานหอการค้าตระกูลเจียงคนใหม่แล้วสินะ!"
"ใช่แล้ว พวกเราคงต้องขอแสดงความยินดีกับประธานสวี่ล่วงหน้าเสียแล้วล่ะ!"
เหล่านักธุรกิจชั้นแนวหน้าของเมืองเจียงไห่ต่างพากันส่งยิ้มและกล่าวทักทายชายสวมแหวนหยก
"พูดจาเหลวไหลน่า ต่อให้ประธานเจียงไม่อยู่แล้ว ตำแหน่งประธานก็ต้องตกเป็นของคุณหนูตระกูลเจียงสิ จะมาตกถึงมือผมได้ยังไง?"
ชายคนนั้นถ่อมตัว เขาคือ สวี่เทียนวั่ง รองประธานหอการค้าตระกูลเจียง
"คุณหมายถึง เจียงมู่เกอ ลูกสาวของประธานเจียงน่ะเหรอ? ถึงหล่อนจะมีฝีมือเรื่องการบริหารอยู่บ้าง แต่ยังไงหล่อนก็ยังเด็กเกินไป จะเอาอะไรมาสู้ประธานสวี่ได้ล่ะ!"
"ใช่ๆ ประธานสวี่ คุณเป็นถึงมือขวาของประธานเจียง เป็นขุนพลคนสำคัญของหอการค้าตระกูลเจียงอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเทียบด้วยอายุงานหรือผลงาน ยัยเด็กนั่นก็ไม่มีคุณสมบัติพอจะมานั่งแท่นประธานหรอก!"
เหล่านักธุรกิจต่างพากันประจบสอพลอยกใหญ่
"ทุกท่านก็พูดเกินไป งานประมูลใกล้จะเริ่มแล้ว เชิญไปนั่งประจำที่ก่อนเถอะครับ!"
สวี่เทียนวั่งยิ้มบางๆ แล้วสั่งให้คนพาแขกกลุ่มนี้ไปที่โต๊ะ
"นายท่าน ดูเหมือนว่าใครๆ ก็สนับสนุนให้นายท่านขึ้นเป็นประธานหอการค้าเจียงคนใหม่กันทั้งนั้น ยัยเด็กนั่นไม่มีทางสู้ท่านได้หรอกครับ!"
ชายคนสนิทที่ยืนอยู่ด้านหลังสวี่เทียนวั่งกระซิบ
"ยัยเด็กนั่นไม่ได้เคี้ยวกล่องง่ายอย่างที่แกคิดหรอก การที่หล่อนรอดจากการลอบโจมตีมาได้ถึงสองครั้ง แสดงว่าหล่อนก็มีดีพอตัวเหมือนกัน!"
"แต่ขอแค่งานประมูลคืนนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ฉันก็จะสามารถดึงบรรดานักธุรกิจชั้นนำพวกนี้มาเป็นพวกได้หมด ถึงตอนนั้น ต่อให้เจียงคุนซานตาแก่นั่นจะกลับมา ตำแหน่งประธานก็ต้องเป็นของฉันอยู่ดี!"
สวี่เทียนวั่งลูบคลำแหวนหยกที่นิ้วโป้ง พลางแค่นเสียงเย็นชา
สิบกว่านาทีต่อมา งานประมูลก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ!
ของมีค่าหายากมากมายถูกนำขึ้นมาประมูลทีละชิ้น เรียกเสียงฮือฮาและการแย่งชิงจากผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม!
"ทุกท่านครับ ของชิ้นต่อไปที่จะนำมาประมูลคือภาพวาดทิวทัศน์ ภาพวาดชิ้นนี้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญของเราแล้ว ยืนยันว่าเป็นภาพวาดโบราณที่มีอายุไม่ต่ำกว่าหลายร้อยปีครับ!"
"ท่านใดที่ชื่นชอบการสะสมภาพวาดโบราณ พลาดไม่ได้เด็ดขาดเลยนะครับ!"
บนเวที พิธีกรกล่าวบรรยายสรรพคุณอย่างออกรสออกชาติ ขณะเดียวกัน พนักงานสองคนก็ประคองกล่องใบหนึ่งขึ้นมาบนเวที พวกเขาเปิดกล่องหยิบม้วนภาพออกมา แล้วค่อยๆ คลี่มันออกช้าๆ
ทันใดนั้น ภาพวาดทิวทัศน์ภูเขาและแม่น้ำอันงดงามวิจิตรและเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังของความเก่าแก่ ก็ปรากฏสู่สายตาผู้คน ดึงดูดความสนใจของทุกคนในงานได้อยู่หมัด!
และนี่ก็คือ ภาพวาดซานเหอ สมบัติล้ำค่าของตระกูลเย่นั่นเอง!
"ภาพวาดชั้นเลิศ!"
นายท่านผู้เฒ่าสวี่ที่นั่งอยู่ด้านล่างอุทานด้วยความชื่นชม เขาหันไปกระซิบกับสวี่เทียนหมิง "เทียนหมิง ถ้าเอาภาพวาดชิ้นนี้ไปมอบให้ท่านผู้บัญชาการ รับรองว่าท่านจะต้องถูกใจแน่นอน!"
เวลานี้ บรรดาผู้มีอิทธิพลและเศรษฐีในงานต่างก็ถูกภาพวาดซานเหอดึงดูดจนไม่อาจละสายตาได้
"ภาพวาดชิ้นนี้ ราคาประมูลเริ่มต้นที่สิบล้าน ทุกครั้งที่เสนอราคา ต้องเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าห้าแสน เริ่มการประมูลได้ครับ!"
สิ้นเสียงเคาะค้อนของพิธีกร แขกในงานต่างก็พากันแย่งเสนอราคา!
"สิบเอ็ดล้าน!"
"สิบสามล้าน!"
"สิบสามล้านห้าแสน!"
"สิบห้าล้าน!"
"ยี่สิบล้าน!"
……
"สี่สิบล้าน!"
เพียงชั่วพริบตา ราคาประมูลก็พุ่งสูงถึงสี่สิบล้าน นายท่านผู้เฒ่าสวี่ตะโกนสวนทันที "แปดสิบล้าน!"
เมื่อเห็นว่านายท่านผู้เฒ่าสวี่เพิ่มราคาประมูลขึ้นไปอีกเท่าตัว ผู้ร่วมประมูลหลายคนก็จำต้องถอดใจ
"ร้อยล้าน!"
ทันใดนั้น ชายชราอีกคนหนึ่งก็ชูป้ายเสนอราคา
"สองร้อยล้าน!"
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมยาวสีดำที่เคยจิบไวน์แดงอยู่ในโรงแรมก่อนหน้านี้ ชูป้ายเสนอราคาบ้าง
"สามร้อยล้าน!"
นายท่านผู้เฒ่าสวี่เกทับอีกครั้ง
จากนั้น ชายชราและชายชุดดำก็ผลัดกันเสนอราคาอย่างดุเดือด
ไม่นานนัก ราคาของภาพวาดซานเหอก็พุ่งกระฉูดไปถึงเจ็ดร้อยล้าน!
"พันล้าน!"
ชายชุดดำเอ่ยราคาอีกครั้ง สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งฮอลล์ประมูล เพราะเงินพันล้านไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ต่อให้เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การจะควักเงินสดพันล้านออกมาในรวดเดียวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย!
"คุณพ่อ..."
สวี่เทียนหมิงหันไปมองหน้าพ่อด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก นายท่านผู้เฒ่าสวี่แววตาวูบไหว กัดฟันกรอดตะโกนสู้ "สองพันล้าน!"
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!!!
เมื่อตัวเลขสองพันล้านหลุดออกมา ทั่วทั้งฮอลล์ก็ตกอยู่ในความแตกตื่น!
แม้แต่พิธีกรเองยังอดตื่นเต้นไม่ได้ รีบประกาศ "สองพันล้าน ครั้งที่หนึ่ง!"
"สองพันล้าน ครั้งที่สอง!"
"สองพันล้าน..."
ขณะที่พิธีกรกำลังจะเคาะค้อนตัดสิน ประตูห้องประมูลก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชายะเยือก เขาคือ เย่จวินหลิน!
"ของของตระกูลเย่ พวกแกไม่มีสิทธิ์เอามาประมูล!"
เย่จวินหลินจ้องหน้าพิธีกรเขม็งแล้วตวาดกร้าว
(จบแล้ว)