- หน้าแรก
- ตำนานจักรพรรดิโอสถสยบสวรรค์
- บทที่ 120 - แผนซ้อนแผน ตัวจริงหรือตัวปลอม (3)
บทที่ 120 - แผนซ้อนแผน ตัวจริงหรือตัวปลอม (3)
บทที่ 120 - แผนซ้อนแผน ตัวจริงหรือตัวปลอม (3)
บทที่ 120 - แผนซ้อนแผน ตัวจริงหรือตัวปลอม (3)
"เจียงหงอู่ เจ้ามันอวดดีเกินไปแล้ว"
"มาอีกระลอก!!"
"สกัดมันไว้!"
หญิงชราส่งเสียงแหลม ชูสองแขนขึ้นฟ้า บังเกิดพายุหมุนกรรโชกแรงอีกครั้ง
มือทั้งสองข้างหมุนวนดั่งน้ำวน ดึงดูดพลังธาตุลมในรัศมีหลายสิบลี้ให้ไหลบ่ามารวมกัน ณ ที่แห่งนี้
"ฆ่า!!"
คนหนึ่งกระตุ้นคลื่นสายฟ้าให้คลุ้มคลั่ง กลายเป็นหมัดอัสนีอันดุดัน
ใหญ่โตเท่าหลังคาบ้าน แสงอัสนีเจิดจ้า บ้าคลั่งและดังกึกก้อง
คนหนึ่งกวาดต้อนก้อนหินแตกหักนับหมื่น พุ่งเข้ากระแทกกันอย่างบ้าคลั่ง หลอมรวมเป็นกำปั้นศิลา น้ำหนักนับล้านตัน ผิวหน้าเต็มไปด้วยหนามหินแหลมคม
คนหนึ่งกางม่านกระบี่ไร้ขอบเขต ถักทอเป็นกงล้อกระบี่ยักษ์ หมุนควงส่งเสียงหวีดหวิว รังสีคมกริบแผ่ซ่าน ราวกับจะเฉือนเนื้อเถือหนังได้แม้จะอยู่ห่างไกล
…………
ยอดฝีมือสิบสองคนจากราชวงศ์ กับหมัดพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวสิบสองหมัด พุ่งทะยานขึ้นฟ้าพร้อมกันในชั่วพริบตา
ตูม!
พายุหมุนอันรุนแรงถูกปลดปล่อยออกมา พุ่งชนเข้ากับหมัดพลังงานทั้งสิบสองหมัด
เสียงดังกึกก้องกังวาน ภาพเหตุการณ์ชวนขนลุก
ราวกับยักษ์คลุ้มคลั่งกำลังรัวหมัดทะยานขึ้นฟ้า ฟาดฟันใส่เจียงหงอู่
"เยี่ยม!!"
เจียงหงหยางสูดลมหายใจเข้าลึก ทั้งตกตะลึงและตื่นเต้น
สมกับเป็นยอดฝีมือที่ราชวงศ์เพาะเลี้ยงมา ช่างดุดันเสียจริง
เจียงหงอู่ชักนำเปลวเพลิงเต็มท้องฟ้า บีบอัดเป็นโล่ผลึกนับไม่ถ้วน ห่อหุ้มรอบตัว เพื่อต้านทานคลื่นการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวนี้
แต่ทว่า คลื่นการปิดล้อมนี้รุนแรงเกินไป โล่ผลึกแตกสลายในพริบตา เปลวเพลิงควบคุมไม่ได้พุ่งกระจาย
เจียงหงอู่พยายามโต้กลับอย่างทุลักทุเล แต่ก็โดนกำปั้นศิลากระแทกเข้าอย่างจัง กระอักเลือดคำโต ลอยคว้างหมุนคว้างกลางอากาศ ก่อนจะโดนกงล้อกระบี่พุ่งเข้าชนซ้ำ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ แม้แต่ดาบยักษ์ในมือก็ยังหลุดกระเด็นไป
ต้นไม้ยักษ์ม้วนเถาวัลย์หนาทึบขึ้นมารัดเจียงหงอู่ไว้อย่างแน่นหนาในทันที
เหล่ายอดฝีมือจากราชวงศ์ร่อนลงมาจากท้องฟ้า เหยียบลงบนเถาวัลย์ของต้นไม้ยักษ์
พวกเขาไม่มีท่าทีชะล่าใจหรือผ่อนคลายแม้แต่น้อย สายตายังคงสอดส่ายระแวดระวังร้านรวงต่างๆ รอบด้าน
ในเมื่อเจียงหงอู่มาถึงแล้ว พวกคุกโลหิตก็อาจจะซุ่มซ่อนอยู่แถวนี้เช่นกัน
องค์ชายสามปรายตามององค์หญิงเก้าที่ลุกยืนขึ้นมาแล้ว แค่นหัวเราะเย็นชา
นี่แหละคือไม้ตายของข้า!
ด้วยนิสัยของเจียงหงอู่ หากคิดจะทำลายแผนการที่เมืองขุยปิง ก็มีเพียงหนทางเดียวคือต้องจับเป็นเขาให้ได้
ก็อย่างที่คาดไว้ พนันชนะแล้ว!
องค์หญิงเก้าไม่สนใจสายตาของเขา สายตาของนางคอยระแวดระวังไปรอบๆ พวกคุกโลหิตล่ะ? ทำไมถึงยังไม่ปรากฏตัว
"ปล่อยเจียงหงอู่ลงมา!" องค์ชายสามตะโกนสั่งการ
เถาวัลย์รัดเจียงหงอู่แน่น ลากตัวเขาลงมาจากข้างนอก ปล่อยให้ลอยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ
เจียงหงอู่ร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือด มองเห็นกระดูกขาวโพลน ชวนสยดสยอง
"ท่านอ๋องเจียง พบกันอีกแล้วนะ"
"ไม่สิ ไม่ควรจะเรียกท่านว่าท่านอ๋องเจียงอีกแล้ว"
"ท่านได้สละตำแหน่งและออกจากแคว้นหลางหยาไปแล้วนี่"
องค์ชายสามมองเจียงหงอู่ที่ถูกควบคุมตัวไว้อย่างแน่นหนา ใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาในที่สุด
ในที่สุด ก็จับตัวได้แล้ว!
เขาสามารถนำไปเป็นข้ออ้างกับราชวงศ์ได้แล้ว!
ขอแค่จับตัวเจียงอี้ได้อีกคน แล้วตามหาคนในตระกูลเจียงทั้งหมดจนพบ ความอัปยศที่ด่านไป๋หู่ ก็จะถูกลบเลือนไปได้
"ใส่หน้ากากทำไมกัน"
"ไม่มีหน้าจะมาพบผู้คนหรือไง?"
เจียงเหรินเดินเข้าไปใกล้ กระชากหน้ากากที่ขาดวิ่นออก เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย จึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก
"พี่ใหญ่ ในที่สุดก็ได้เจอกันเสียที"
"คิดจะจับตัวองค์ชายงั้นหรือ?"
"ฉลาดนักมักจะพลาดพิง"
เจียงหงหยางก้าวเข้าไปหา พูดจาถากถางเหน็บแนม
เจียงหงอู่ก้มหน้าต่ำ ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด
"ชื่อเสียงความจงรักภักดีของจวนอ๋องเจียงที่มีมาตลอดสองร้อยปี ต้องมาป่นปี้เพราะน้ำมือของท่าน"
"ท่าน... ช่างทำให้บรรพบุรุษต้องอับอาย"
"ท่าน... ทำให้ชื่อ 'อ๋องเจียง' ต้องแปดเปื้อน"
เจียงหงหยางพูดจบ ก็ขยุ้มผมเจียงหงอู่ กระชากขึ้นมาอย่างแรง หันหน้าไปทางองค์ชายสาม "ลืมตาขึ้นมา มองดูองค์ชายสิ"
"หึๆ เจียงหงอู่เอ๋ย พวกคุกโลหิตของเจ้าไปไหนหมดล่ะ?"
"เรียกพวกมันออกมาสิ"
"การที่ท่านมาที่นี่ ก็ถือว่าทำดีที่สุดเพื่อพวกเยี่ยนเจิงแล้ว"
"จะไม่มีใครในชางโจวตราหน้าว่าท่านเป็นคนเนรคุณอีกต่อไป"
"แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว"
องค์ชายสามเดินเข้าไปหาเจียงอี้ สบตากับเขา
เจียงหงอู่ไม่ปริปากพูด ราวกับยอมจำนนต่อโชคชะตาแล้ว
"พูดสิ!!"
"อย่ามัวแต่ทำเป็นเก่งอยู่เลย!!"
เจียงหงหยางกระชากผมเจียงหงอู่ เขย่าอย่างแรง
แต่ทว่า... เจียงหงอู่ก็ยังคงนิ่งเงียบ
"เดี๋ยวก่อน รู้สึกแปลกๆ นะ"
ไป๋อ๋าวชางขมวดคิ้วจ้องเจียงหงอู่เขม็ง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปจับใบหน้าของเขา
"ความแข็งแกร่งของท่านอ๋องเจียง... ไม่น่าจะจบลงแค่นี้นี่..."
จ้าวหยวนป้าก็เริ่มระแวดระวังตัว ถึงจะโผล่มาอย่างกะทันหันจนดูผิดคาดไปบ้าง แต่ก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างจะ... โง่ไปหน่อย!
เหล่าองครักษ์ราชวงศ์รีบถอยกลับมาคุ้มกันองค์ชายสามทันที
ไป๋อ๋าวชางคลำใบหน้าเจียงหงอู่ ก่อนจะดึงหนังมนุษย์ออกแผ่นหนึ่ง
เผยให้เห็น... ใบหน้าของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง
"หึๆ..." ชายคนนั้นกัดอะไรบางอย่างในปากแตก เลือดสดๆ ทะลักออกมาทันที
เขาร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ดิ้นรนอย่างรุนแรง ก่อนจะสิ้นใจในที่สุด
ทุกคนต่างขมวดคิ้ว หันขวับไปทางลานประหารทันที
"หลบไปให้หมด!" องค์ชายสามตวาดไล่เถาวัลย์ที่บดบังสายตา
เถาวัลย์แหวกทางให้เล็กน้อย แต่ยังไม่ถอยกลับไปทั้งหมด เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
ในตอนนั้นเอง เสียงดังกึกก้องก็ดังมาจากทางลานประหาร สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วเมืองขุยปิง
ฝุ่นควันตลบอบอวล เสียงร้องตะโกนดังระงม
เกิดความโกลาหลขึ้นทุกหย่อมหญ้า
"เกิดอะไรขึ้น?" องค์ชายสามหน้าถอดสี
เจียงหงอู่ช่างเจ้าเล่ห์นัก เดาออกว่าเขาจะทุ่มเทกำลังป้องกันไว้ที่นี่ จึงจงใจส่งหุ่นเชิดมาตายเป็นเป้าล่อ ส่วนเป้าหมายที่แท้จริงคือการบุกชิงตัวนักโทษที่ลานประหารโดยตรง
แต่ว่า ที่นั่นมีการวางกำลังคุ้มกันไว้ถึงสามชั้น มียอดฝีมือจากสองตำหนักแห่งชายแดนเหนือ ยอดฝีมือจากจวนอ๋องทั้งสาม และยังมีทหารฝีมือดีอีกห้าหมื่นนาย
เขาจะทำได้อย่างไร?
ทั่วทั้งบริเวณลานประหารเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ พื้นดินในรัศมีกว่าสามพันเมตรทรุดตัวลงอย่างฉับพลัน
ยกเว้นแท่นประหารที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้ยังคงยืนหยัดอยู่ได้
พื้นดินรอบๆ กลับยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว ยอดฝีมือที่คอยคุ้มกันและฝูงชนที่มาดูเหตุการณ์ต่างร่วงหล่นลงไป
งูหินขนาดยักษ์แปดตัวพุ่งทะยานออกมาจากชั้นหินที่ถล่มทลาย พวกมันส่งเสียงคำรามและพุ่งเข้าใส่แท่นประหาร
ขนาดของพวกมันใหญ่โตมโหฬาร ดูราวกับสัตว์อสูรที่มีชีวิต พุ่งเข้าชนแท่นประหารอย่างบ้าคลั่ง
"ไอ้พวกสวะนี่ ขุดอุโมงค์ใต้ดินงั้นรึ?"
"ช่างคิดได้นะ สกัดพวกมันไว้"
"เตรียมพร้อมรับมือ"
ยอดฝีมือนับร้อยคนที่อยู่รอบแท่นประหาร รีบเปิดฉากตอบโต้ทันที
"อันหราน ส่งสัญญาณให้พวกเขาเตรียมตัวลงมือ"
เย่เทียนหลานรีบมุ่งหน้าไปยังลานประหารทันที
เจียงหงอู่ช่างวางแผนได้แยบยลนัก เบี่ยงเบนความสนใจด้วยการโจมตีจากบนฟ้า แล้วลอบเข้าช่วยเหลือจากใต้ดิน
การประสานงานนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก
เผลอๆ อาจจะมีการขุดอุโมงค์ใต้ดินไว้มากมายแล้วด้วยซ้ำ
แต่ที่ลานประหารมียอดฝีมือคอยคุ้มกันอยู่มากเกินไป หากพวกเขาคิดจะฝ่าวงล้อมออกไป คงต้องสูญเสียอย่างหนัก
แต่ถ้าได้สำนักเทียนซือเข้าช่วยเหลือ ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นมาก
"เจียงหงอู่ ไอ้ชาติหมา"
"ไปสกัดมันไว้"
องค์ชายสามหน้าซีดเผือด คำนวณสารพัดวิธี แต่ก็คิดไม่ถึงว่าเจียงหงอู่จะมุดดินโผล่มา
ยอดฝีมือทั้งสิบสองคนจากราชวงศ์ที่อยู่ข้างนอก รีบแบ่งกำลังเก้าคนมุ่งหน้าไปยังลานประหารทันที
พวกไป๋อ๋าวชางรู้สึกอยากจะตามไปสมทบ แต่ก็ไม่มีใครขยับเขยื้อน
วันนี้พวกเขาเป็นแค่เหยื่อล่อ หน้าที่ล้อมจับปล่อยให้เป็นของราชวงศ์และตำหนักจิ่วเซียวเถอะ
ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังร้อนรนหันไปมองลานประหารนั้นเอง
เจียงหงอู่ที่ 'ตาย' ไปแล้ว กลับแอบลืมตาขึ้น
เลือดที่กระอักออกมาเมื่อครู่ คือเลือดปลอม! เอาไว้ตบตา!
บนใบหน้าสวมหน้ากากอยู่จริง แต่ไม่ได้มีแค่ชั้นเดียว
ชั้นนอกสุดทำปลอมเป็นตัวเขา!
ชั้นที่สองทำปลอมเป็นคนอื่น!
ส่วนกลิ่นอายที่เปลี่ยนไป เป็นเพราะได้กินโอสถอำพรางระดับพลังที่เจียงเสวียนมอบให้
เป้าหมายของเจียงหงอู่ ยังคงเป็นองค์ชายสาม!
แม้แต่ที่ลานประหาร ภายใต้ชั้นหินที่ถล่มทลายลงมา ก็มีเพียงผู้คุมคุกโลหิตแค่แปดคนเท่านั้น
พวกเขาดึงเช็งจนถึงตอนนี้ เพื่อค่อยๆ ขุดอุโมงค์อย่างระมัดระวัง ให้แน่ใจว่าทันทีที่ดินถล่ม จะสามารถสร้างความโกลาหล และดึงดูดความสนใจได้ทั้งหมด
ส่วนผู้คุมคุกโลหิตคนอื่นๆ ตอนนี้กำลังกระจายกำลังอยู่รอบๆ หอสุรา
เจียงหงอู่กำลังเตรียมการ!
ผู้คุมคุกโลหิตกำลังเตรียมการ!
การลอบสังหารที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้น
แต่ทว่า...
เจียงหงอู่คำนวณไว้ทุกอย่าง ซักซ้อมมานับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะมีองค์หญิงผู้ปราดเปรื่องอยู่ที่นี่ด้วย
"หืม?"
องค์หญิงเก้าก็หันไปมองลานประหารเช่นกัน แต่กลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง จึงหันขวับกลับมามองเจียงหงอู่...
(จบแล้ว)