- หน้าแรก
- เกิดใหม่บนเส้นทางข้าราชการ จากถูกแฟนทิ้งสู่จุดสูงสุดแห่งอำนาจ
- บทที่ 100 - มูลค่าของการสอบสัมภาษณ์ได้ที่หนึ่ง
บทที่ 100 - มูลค่าของการสอบสัมภาษณ์ได้ที่หนึ่ง
บทที่ 100 - มูลค่าของการสอบสัมภาษณ์ได้ที่หนึ่ง
บทที่ 100 - มูลค่าของการสอบสัมภาษณ์ได้ที่หนึ่ง
รู้จักไหมน่ะเหรอ? เธอไม่ใช่แค่รู้จักหลี่ซิวหย่วน แต่สนิทกันมากเลยต่างหาก! ประวัติแชตในมือถือก็ยาวเป็นหางว่าว เธอรู้กระทั่งว่าหลี่ซิวหย่วนพักอยู่ที่ไหน แถมยังเคยให้เขายืมรถขับด้วยซ้ำ
อู๋อีอีคุ้นเคยกับหลี่ซิวหย่วนเป็นอย่างดี แต่ความคุ้นเคยนี่แหละที่ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งที่เจ้านายของเธอต้องการพบเขา
หลี่ซิวหย่วนกับกู่ฝานเหล่ยอยู่ในโลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งเพิ่งจะเข้ามาทำงาน แม้ตอนนี้จะรั้งตำแหน่งรักษาการรองหัวหน้าแผนก แต่ก็เป็นแค่หัวหน้าระดับล่างในแผนกอำนวยการ ออกไปข้างนอกใครเขาจะรู้จัก
ส่วนอีกคนเป็นถึงรองนายอำเภอ และกำลังวิ่งเต้นอย่างหนักเพื่อชิงตำแหน่งนายอำเภอ สำหรับพนักงานระดับล่างทั่วไปแล้ว การจะได้พบกับนายอำเภอสักครั้งในชีวิตการทำงาน ก็คงมีแค่ตอนประชุมใหญ่ หรือตอนที่ผู้บริหารลงพื้นที่ตรวจงานเท่านั้น
ไม่อย่างนั้น โอกาสที่พนักงานต๊อกต๋อยจะได้พบปะพูดคุยกับนายอำเภอแบบตัวต่อตัวนั้นแทบจะเป็นศูนย์จริงอยู่ที่การทำงานในที่ว่าการอำเภออาจจะทำให้มีโอกาสพบเห็นผู้บริหารบ่อยกว่าที่อื่น แต่นั่นก็แค่คุณจำหน้าเจ้านายได้ เจ้านายไม่รู้จักคุณหรอก แล้วเจ้านายไปรู้ชื่อหลี่ซิวหย่วนได้ยังไง แถมยังเรียกตัวมาคุยงานด้วย?
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลย อู๋อีอีมั่นใจเลยว่ากู่ฝานเหล่ยจำชื่อหัวหน้าแผนกแต่ละแผนกในที่ว่าการอำเภอไม่ได้ครบทุกคนแน่ๆ
"มัวยืนเหม่ออะไรอยู่? ถ้ารู้จักก็รีบไปตามตัวเขามาพบฉันสิ" รองนายอำเภอกู่เอ็ด
"ค่ะ ท่านรอง" อู๋อีอีรีบพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยความมึนงงและมุ่งหน้าไปที่แผนกอำนวยการ การที่จู่ๆ ผู้บริหารเรียกพบหลี่ซิวหย่วนแบบนี้ เธอไม่แน่ใจว่ามันเป็นลางดีหรือลางร้ายกันแน่
เมื่อกี้ตอนผังจื้อเฟิงเดินออกไป เขายิ้มหน้าบานเลย แต่ความสัมพันธ์ระหว่างผังจื้อเฟิง, ชวีฮุย กับหลี่ซิวหย่วนมันก็ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่นัก การที่ผังจื้อเฟิงอารมณ์ดี ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะเป็นผลดีกับหลี่ซิวหย่วนเสมอไปนะ
แต่ก็ยังดีที่เธอยังอยู่ที่นี่ ถ้าเกิดเจ้านายฟิวส์ขาดขึ้นมา เธอก็ยังพอจะช่วยพูดไกล่เกลี่ยให้ได้บ้าง
อู๋อีอีคิดแล้วก็รู้สึกเหนื่อยใจแทน หลี่ซิวหย่วนนี่ช่างขยันหาเรื่องใส่ตัวซะจริงๆ ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ เลย คนส่วนใหญ่พอเข้ามาทำงานในระบบ ก็มักจะค่อยๆ กลมกลืนไปกับฝูงชน นานวันเข้าก็กลายเป็นคนธรรมดาๆ ที่ไม่โดดเด่นอะไร
แต่หลี่ซิวหย่วนนี่สิ ตั้งแต่เริ่มทำงาน ก็มักจะสร้างเรื่องให้คนตะลึงอยู่เรื่อยๆ
พออู๋อีอีมาถึงแผนกอำนวยการ หลี่ซิวหย่วนกำลังง่วนอยู่กับงานตรงหน้า
เมื่อเห็นอู๋อีอีเดินเข้ามา หลี่ซิวหย่วนก็วางแฟ้มเอกสารในมือลง แล้วยิ้มพลางผายมือไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของเขา "พี่อีอี นั่งสิครับ"
อู๋อีอีมองการจัดวางโต๊ะของหลี่ซิวหย่วนแล้วก็อดทำหน้าแปลกๆ ไม่ได้ ตอนที่เธอไม่อยู่ หลี่ซิวหย่วนก็ยึดพื้นที่โต๊ะทำงานของเธอไปหน้าตาเฉยเลย ถึงจะไม่ได้กั้นห้องส่วนตัว แต่ก็สร้างอาณาจักรเล็กๆ ให้ตัวเองได้อย่างแนบเนียน สมกับเป็นรองหัวหน้าแผนกจริงๆ!
"ช่างเถอะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย ตามฉันมานี่สิ" อู๋อีอีไม่ได้บอกเรื่องที่รองนายอำเภอกู่เรียกพบต่อหน้าคนอื่น เกิดไม่ใช่เรื่องดีขึ้นมา จะได้ไม่ต้องป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ หรือต่อให้เป็นเรื่องดี การทำตัวเงียบๆ ไว้ก็เป็นผลดีกว่า
หลี่ซิวหย่วนเดินตามอู๋อีอีออกไป พอพ้นสายตาคนอื่น อู๋อีอีก็กระซิบว่า "รองนายอำเภอกู่เรียกให้นายไปพบแน่ะ"
"หา? จริงดิ?" หลี่ซิวหย่วนทำหน้าเหวอ ประหลาดใจไม่เบา
"จะมาจริงดิอะไรเล่า? ฉันจะกล้าเอาเรื่องเจ้านายมาล้อเล่นหรือไง? เมื่อกี้ผู้อำนวยการผังเข้าไปรายงานอะไรสักอย่างกับท่านรอง พอออกมา ท่านรองก็สั่งให้ฉันมาตามนายไปพบเลย"
อู๋อีอีพูดพลางชำเลืองมองหลี่ซิวหย่วนด้วยความเป็นห่วง "นายไปทำอะไรมา รู้อยู่แก่ใจใช่ไหม? เตรียมตัวหาคำพูดดีๆ ไว้ตอบเจ้านายด้วยล่ะ"
"ฮ่าๆ เจ้านายเรียกไปพบแบบนี้ ต้องเป็นเรื่องดีแน่ๆ ครับ" หลี่ซิวหย่วนยิ้มกว้าง สีหน้าไม่มีความกังวลเลยแม้แต่น้อย
อู๋อีอีมองค้อนหลี่ซิวหย่วน "เมื่อกี้ยังทำหน้าเหวออยู่เลย ตอนนี้รู้แล้วเหรอว่าเรื่องอะไร?"
"ไม่ต้องรู้หรอกครับ ลองคิดดูสิ ถ้าเป็นเรื่องไม่ดี ระดับนายอำเภอคงไม่ลดตัวลงมาจัดการผมด้วยตัวเองหรอก ผมมันก็แค่พนักงานตัวเล็กๆ เป็นแค่รักษาการรองหัวหน้าฝ่าย แค่ผู้อำนวยการผังก็จัดการผมได้สบายๆ แล้ว จะถึงมือระดับนายอำเภอได้ยังไง เพราะงั้นมันต้องเป็นเรื่องดีชัวร์ครับ"
อู๋อีอีพยักหน้าเห็นด้วยกับเหตุผลของหลี่ซิวหย่วน แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าหมอนี่มันจะชิลเกินไปหน่อยไหม จู่ๆ โดนระดับนายอำเภอเรียกตัวไปพบกลับไม่ตื่นเต้นเลยสักนิด ถ้าเป็นเธอโดนผู้บริหารระดับสูงเรียกพบแบบปุบปับแบบนี้ คงใจเต้นตึกตักไปแล้ว
ที่เธอไม่รู้ก็คือ ลึกๆ แล้วหลี่ซิวหย่วนพอจะเดาออกว่าน่าจะเป็นเรื่องบทความของเขาที่ได้ลงในหนังสือพิมพ์ประจำมณฑล ไม่อย่างนั้น เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้รองนายอำเภอต้องระบุตัวให้เขาไปพบ
หลี่ซิวหย่วนเดินตามอู๋อีอีไปหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของกู่ฝานเหล่ย อู๋อีอีเคาะประตูเบาๆ แล้วพาเขาเข้าไป
"ท่านรองคะ หลี่ซิวหย่วนมาแล้วค่ะ"
"สวัสดีครับ ท่านรองกู่ ผมหลี่ซิวหย่วน จากแผนกอำนวยการครับ" หลี่ซิวหย่วนรีบกล่าวทักทาย
กู่ฝานเหล่ยเงยหน้าขึ้นพินิจพิเคราะห์หลี่ซิวหย่วน ชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างหน้าตาดูสะอาดสะอ้านหมดจด ให้ความรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเห็น แถมยังเป็นคนที่สอบสัมภาษณ์ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่ง และยังมีความสามารถในการเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์รายวันประจำมณฑลได้อีก
ถ้าเธอไม่ได้เลือกเลขาไว้ก่อนแล้วล่ะก็ หลี่ซิวหย่วนคงได้เข้ามาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ แน่
ส่วนอู๋อีอีที่ยืนลุ้นอยู่ข้างๆ ก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอเกือบจะตกงานไปซะแล้ว
"นั่งสิ นั่งคุยกัน" กู่ฝานเหล่ยผายมือไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แต่หลี่ซิวหย่วนกลับส่ายหน้าปฏิเสธ "ท่านรองครับ ผมยืนฟังคำสั่งจากท่านดีกว่าครับ!"
ถ้าหลี่ซิวหย่วนอายุเท่าเหล่าจู เขาคงนั่งลงโดยไม่ลังเล แต่ในฐานะเด็กหนุ่มที่มาพบผู้บริหารระดับสูงอย่างรองนายอำเภอ การที่ผู้ใหญ่เชิญให้นั่ง แล้วคุณไปนั่งหน้าตาเฉย มันจะดูไม่มีมารยาทเอาได้
"ฮ่าๆ ไม่เป็นไรน่า ไม่ต้องเกรงใจ นั่งคุยกันเถอะ" กู่ฝานเหล่ยยิ่งรู้สึกประทับใจในตัวหลี่ซิวหย่วนมากขึ้นไปอีก ชายหนุ่มคนนี้รู้จักกาลเทศะ ถึงแม้ว่าถ้าเขาจะนั่งลงจริงๆ เธอคงไม่ว่าอะไร แต่การที่เขารู้จักปฏิเสธก่อน มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกดีกับเขามากขึ้น
หลี่ซิวหย่วนจึงค่อยๆ นั่งลง โดยทิ้งน้ำหนักลงบนเก้าอี้เพียงสองในสามส่วน และนั่งหลังตรงแน่ว "ขอบคุณครับ ท่านรองกู่"
กู่ฝานเหล่ยพยักหน้ารับอย่างพอใจ หันไปสั่งอู๋อีอี "เสี่ยวอู๋ ไปชงชามาให้หน่อย"
อู๋อีอีพยักหน้ารับด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย นี่เธอกลายเป็น 'เสี่ยวอู๋' ไปจริงๆ ซะแล้ว เมื่อหลายวันก่อนยังพูดเล่นๆ ให้หลี่ซิวหย่วนเรียกเธอว่าเสี่ยวอู๋อยู่เลย มาวันนี้กลายเป็นเรื่องจริงแถมเธอยังต้องมาชงชาให้เขาอีก
"ซิวหย่วน ฉันได้ยินจากผู้อำนวยการของเธอว่า เธอเข้ามาทำงานได้เกือบสองเดือนแล้วใช่ไหม? เล่าให้ฟังหน่อยสิว่า รู้สึกยังไงบ้างกับการทำงานในสำนักงานรัฐบาลอำเภอ?" กู่ฝานเหล่ยถามหลี่ซิวหย่วน
หลี่ซิวหย่วนชะงักไปนิดหนึ่ง เขารู้ดีว่านี่คือบททดสอบสำคัญ คะแนนความประทับใจที่เขาจะทำได้จากรองนายอำเภอกู่ ขึ้นอยู่กับคำตอบของเขานี่แหละ ในมุมหนึ่ง นี่ก็เหมือนกับการตอบคำถามสอบสัมภาษณ์นั่นแหละ
ถ้าตอบแบบกว้างๆ ว่า 'เจ้านายดูแลดีมาก เพื่อนร่วมงานก็ช่วยเหลือกันดี ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะเลยครับ' มันก็จะดูจำเจและน่าเบื่อเกินไป แถมยังไม่สมศักดิ์ศรีคนที่สอบสัมภาษณ์ได้ที่หนึ่งด้วย
แต่ถ้าตอบว่า 'งานก็โอเคครับ แต่เหนื่อยไปหน่อย' แบบนี้ก็ยิ่งผิดมหันต์ คุณคิดว่าเจ้านายจะสนใจจริงๆ เหรอว่าคุณเหนื่อยหรือเปล่า? ต่อให้คุณเหนื่อยตาย มันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้านายอยู่ดี
หลี่ซิวหย่วนกระแอมเบาๆ "ขอบคุณสำหรับความห่วงใยครับท่านรอง ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมากเลยครับ..."
อันดับแรกคือต้องขอบคุณความห่วงใยของเจ้านายก่อน นี่แหละคือจุดสำคัญ ถ้าเปิดประโยคมาดีแบบนี้ ต่อให้หลังจากนี้จะพูดจาไร้สาระแค่ไหน เจ้านายก็จะยังมองว่าไอ้หนุ่มนี่มันมีแวว ปั้นได้
"การทำงานในแผนกอำนวยการ สิ่งแรกที่ผมสัมผัสได้คือ ถึงตำแหน่งจะเล็ก แต่ความรับผิดชอบยิ่งใหญ่มากครับ อย่างเช่นสัปดาห์ที่แล้ว มีงานให้ตรวจสอบข้อมูลการปรับปรุงเหมืองถ่านหินทั้งอำเภอ 223 แห่ง ดูเผินๆ เหมือนแค่เช็กข้อมูล แต่ความจริงแล้ว เราต้องประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ มากมาย แผนกอำนวยการถือเป็นด่านสุดท้ายก่อนที่ข้อมูลจะถูกส่งถึงมือผู้บริหาร เราจึงต้องตรวจสอบให้รอบคอบที่สุด บางครั้งก็ต้องลงพื้นที่ไปดูให้เห็นกับตาตัวเองด้วยครับ..."
ต่างจากการสอบสัมภาษณ์ การตอบคำถามในสถานการณ์จริงแบบนี้ จะมาพูดลอยๆ ไม่ได้ ต้องมีข้อมูลอ้างอิงที่จับต้องได้ การตอบแบบนี้ นอกจากจะมีน้ำหนักน่าเชื่อถือแล้ว ยังเป็นการแอบนำเสนอผลงานของตัวเองไปในตัวด้วย
กู่ฝานเหล่ยเผยรอยยิ้มพอใจ ตอนนี้เธอไม่ปิดบังความชื่นชมที่มีต่อหลี่ซิวหย่วนอีกต่อไปแล้ว ชายหนุ่มคนนี้โดดเด่นจริงๆ ตอบคำถามได้อย่างเป็นระบบระเบียบ แถมยังจับประเด็นสำคัญได้แม่นยำ
"ประการที่สอง ผมคิดว่าวิธีการทำงานเป็นสิ่งสำคัญมากครับ เมื่อต้องเผชิญกับกองงานที่ซับซ้อน เราต้องรู้จักจับประเด็นสำคัญให้ได้ ถ้าขาดวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพ..." หลี่ซิวหย่วนอธิบายอย่างคล่องแคล่ว นี่แหละคือเวทีของเขา
อู๋อีอีที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับอึ้ง นี่แหละสินะมูลค่าของการสอบสัมภาษณ์ได้ที่หนึ่ง! ตอนที่เธอมาพบรองนายอำเภอกู่ครั้งแรก ขนาดมีหัวหน้าจ้าวคอยประกบ เธอยังพูดจาตะกุกตะกักลิ้นพันกันเลย แต่หลี่ซิวหย่วนกลับรับมือได้อย่างยอดเยี่ยม
"ประการสุดท้ายคือเรื่องบรรยากาศอันอบอุ่นในที่ทำงานครับ การที่ทุกคนในทีมร่วมมือร่วมใจกันทำงานจนสำเร็จ มันทำให้ผมรู้สึกผูกพันและเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรจริงๆ ครับ..."
กู่ฝานเหล่ยพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ตอนนี้ความชื่นชมของเธอที่มีต่อหลี่ซิวหย่วนถูกแสดงออกมาอย่างชัดเจน ถึงขนาดหยิบกาน้ำชาขึ้นมารินเติมน้ำร้อนลงในถ้วยของหลี่ซิวหย่วนด้วยตัวเอง
(จบแล้ว)