- หน้าแรก
- สยบอาถรรพ์ใต้ฝ่าเท้า บรรลุเต๋าอมตะกลางกลียุค
- บทที่ 1180 - ออกหน้าแทนผู้อื่น เป็นเรื่องดีอย่างนั้นรึ?
บทที่ 1180 - ออกหน้าแทนผู้อื่น เป็นเรื่องดีอย่างนั้นรึ?
บทที่ 1180 - ออกหน้าแทนผู้อื่น เป็นเรื่องดีอย่างนั้นรึ?
บทที่ 1180 - ออกหน้าแทนผู้อื่น เป็นเรื่องดีอย่างนั้นรึ?
ตูม!
เฉินฉางมิ่งเพียงแค่สะบัดมือเบาๆ อาวุธวิเศษทั้งหมดก็กระเด็นกระดอนออกไป
รวมถึงพวกองครักษ์เหล่านี้ด้วย พวกเขากระอักเลือด ร่างลอยไปกระแทกกำแพงกันถ้วนหน้า
ผู้บำเพ็ญเพียรที่มุงดูอยู่ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาๆ ผู้นี้ จะกล้าบ้าบิ่นถึงขั้นลงมือทำร้ายองครักษ์หน้าจวนเจ้าเมือง!
เฉินฉางมิ่งมีสีหน้าเย็นชา เขาหันไปสั่งองครักษ์ที่ได้รับบาดเจ็บ "ไปเรียกเจ้าเมืองของพวกเจ้าออกมาพบข้า หากไม่มา ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด!"
เหล่าองครักษ์ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ก่อนจะรีบวิ่งหนีเข้าไปรายงานในจวนเจ้าเมือง
เฉินฉางมิ่งยืนรออย่างสงบ
สำหรับพวกองครักษ์ขั้นหยวนอิงระดับล่างเหล่านี้ เขาไม่ได้นึกอยากจะสังหารทิ้ง จึงลงมือเพียงเบาๆ แค่ทำให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น
ภายในห้องรับรองของจวนเจ้าเมือง กัวเทียนอี้ เจ้าเมืองอวี้หลง กำลังพูดคุยอย่างออกรสออกชาติกับชายชราชุดดำคนหนึ่ง
ทันใดนั้น องครักษ์คนหนึ่งก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามา
"ท่านเจ้าเมือง เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ มีคนมาหาเรื่องที่หน้ากระดานทงเทียน แถมยังทำร้ายคนของเราไปตั้งหลายคน"
มีคนมาหาเรื่องรึ?
กัวเทียนอี้ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความไม่พอใจ
เมืองอวี้หลงในฐานะที่เป็นหนึ่งในสามเมืองใหญ่ของเกาะเสวียนปิง สถานะเจ้าเมืองของเขาจึงไม่ธรรมดา เทียบเท่าได้กับผู้อาวุโสระดับแกนนำของสำนักใหญ่ๆ ในเกาะเสวียนปิงเลยทีเดียว
แต่วันนี้ ในขณะที่สือสยง เจ้าวิหารอสรพิษอัสนีมาเยือน กลับมีคนมาหาเรื่องหน้าจวนเจ้าเมือง แถมยังทำร้ายองครักษ์อีก นี่มันฉีกหน้าเขาชัดๆ ไม่ใช่หรือ?
"ท่านเจ้าวิหารสือ โปรดรอสักครู่ ข้าขอตัวไปจัดการเรื่องนี้ก่อน" กัวเทียนอี้ประสานมือคารวะสือสยง เจ้าวิหารอสรพิษอัสนี พร้อมกับกล่าวขอโทษ
สือสยงลุกขึ้นยืนยิ้มๆ "ท่านเจ้าเมืองกัว คนที่กล้ามาหาเรื่องในถิ่นของท่าน คงต้องมีที่มาที่ไม่ธรรมดาเป็นแน่ ข้าขอไปดูด้วยคนก็แล้วกัน"
"ขอบคุณท่านเจ้าวิหารสือมาก" กัวเทียนอี้รีบกล่าวขอบคุณ
ไม่นาน ทั้งสองก็ออกมาถึงหน้าจวนเจ้าเมือง ก็เห็นชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาๆ คนหนึ่ง ยืนเอามือไพล่หลังอยู่หน้ากระดานทงเทียน
เมื่อสัมผัสได้ว่ามีคนมา เฉินฉางมิ่งก็หันกลับมาส่งยิ้มให้ พลางจ้องมองทั้งสองคน "ใครคือเจ้าเมืองอวี้หลง?"
"ข้าเอง กัวเทียนอี้ เจ้าเมืองอวี้หลง" กัวเทียนอี้ประสานมือคารวะ เขากวาดสายตามองสำรวจเฉินฉางมิ่งตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ท่านทำร้ายองครักษ์ของจวนเจ้าเมือง มีจุดประสงค์อันใดกันแน่?"
"จุดประสงค์งั้นรึ? เจ้าพูดเกินไปแล้วล่ะ" เฉินฉางมิ่งส่ายหน้า เขาชี้ไปที่ประกาศด้านบน พลางสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ดูประกาศนั่นให้ดี ข้าต้องการให้เจ้าส่งข่าวสารในประกาศนี้ไปยังเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กในละแวกนี้ให้เร็วที่สุด"
ประกาศรึ?
กัวเทียนอี้และสือสยงหันไปมองตามนิ้ว ก็เห็นประกาศแผ่นหนึ่งติดอยู่บนกระดานทงเทียน
"วังน้ำแข็งหิมะ?" สือสยงประหลาดใจ เขาลูบคางพลางกล่าวว่า "ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม นี่มันลายมือของกู้หวยเป่ยชัดๆ!"
กัวเทียนอี้ก็อึ้งไปเช่นกัน เขาโพล่งถามออกไปอย่างไม่ตั้งใจ "กู้หวยเป่ยไม่ได้ถูกขังอยู่ในคุกสวรรค์ซิงไห่หรอกรึ? นางจะถูกปล่อยตัวออกมาได้ยังไง?"
เฉินฉางมิ่งยิ้มอย่างมีเลศนัย "อีกไม่นาน พวกเจ้าก็จะรู้เองว่าทำไมกู้หวยเป่ยถึงได้กลับมา"
วังฮ่วนซิงอยู่ห่างจากเกาะเสวียนปิงไปไกลพอสมควร ข่าวการยุบวังฮ่วนซิงคงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่
"ทำเป็นเล่นลิ้น!" กัวเทียนอี้แค่นเสียงเย็น ยิ่งมองเฉินฉางมิ่งก็ยิ่งรู้สึกขัดหูขัดตา เขาหรี่ตาลง เอ่ยเสียงเรียบ "ท่านช่างพูดจาใหญ่โตนัก ถึงกับกล้ามาสั่งเจ้าเมืองอย่างข้าเชียวรึ!"
เฉินฉางมิ่งยิ้ม "สิ่งที่ข้าพูด เจ้าก็แค่ทำตามก็พอ ไม่เสียหายอะไรหรอกน่า"
"โอหังนัก!" สือสยงที่ยืนอยู่ข้างๆ ทนดูไม่ได้อีกต่อไป เขาเรียกอาวุธวิเศษรูปร่างคล้ายอสรพิษอัสนีออกมา พลางพูดเสียงเข้ม "ท่านเจ้าเมืองกัว ข้าจะช่วยสั่งสอนไอ้คนปากดีนี่ให้เอง!"
"ขอบคุณท่านเจ้าวิหารสือมาก!" กัวเทียนอี้ดีใจ รีบประสานมือขอบคุณ
สือสยงในฐานะเจ้าวิหารอสรพิษอัสนี ปัจจุบันมีระดับการฝึกตนถึงขั้นหยวนอิงระดับเก้าแล้ว สูงกว่าเขาหนึ่งระดับย่อย
ฟุ่บ——
เฉินฉางมิ่งยื่นมือออกไปคว้าจับกลางอากาศ ดึงร่างของสือสยงพร้อมกับอาวุธวิเศษอสรพิษอัสนีเข้ามาหาตัวอย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นสือสยงถูกเฉินฉางมิ่งจับตัวไปโดยไร้ทางสู้ กัวเทียนอี้ก็ตกใจจนตัวแข็งทื่อ
เพียะ! เพียะ!
เฉินฉางมิ่งเอาอสรพิษอัสนีเคาะหัวสือสยงเบาๆ พลางหัวเราะสั่งสอน "ออกหน้าแทนผู้อื่น เป็นเรื่องดีอย่างนั้นรึ? ถึงได้กระตือรือร้นขนาดนี้!"
สือสยงตกใจกลัวสุดขีด
เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเฉินฉางมิ่งจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้—พลังระดับนี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้บำเพ็ญเพียรวิถีหลอมกายขั้นหยวนอิงระดับสิบจุดสูงสุดเลยทีเดียว!
"ผู้อาวุโส ผู้น้อยไม่ได้ตั้งใจล่วงเกิน โปรดอภัยให้ด้วยเถิด!" สือสยงรีบแก้ตัว
"ผู้อาวุโส ผู้น้อยรู้ตัวว่าผิดไปแล้ว" กัวเทียนอี้พุ่งพรวดเข้ามากระุกเข่าลงตรงหน้าเฉินฉางมิ่งทันที
เขารู้ดีว่า หากแสดงท่าทีสำนึกผิดไม่ดีพอ ชีวิตน้อยๆ ของเขาอาจจะจบสิ้นลงตรงนี้เลยก็ได้
เฉินฉางมิ่งคลายมือ ปล่อยสือสยงไป
"ไปจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย แล้วข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป" เฉินฉางมิ่งโยนประกาศอีกสองแผ่นให้สือสยง พลางสั่งเสียงเรียบ "เอาไปติดที่เมืองเฮยปิงและเมืองเชียนจีอย่างละแผ่น แล้วก็บอกให้เจ้าเมืองทั้งสองเมืองนั้นส่งข่าวต่อไปยังเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กในละแวกนั้นด้วย!"
"รับทราบ ผู้อาวุโส!" สือสยงรีบรับคำ
เฉินฉางมิ่งเรียกเหยี่ยววิญญาณอัสนีสาดส่องออกมา ก่อนจะนึกขึ้นได้จึงกำชับสือสยงว่า "หากพบปัญหาอะไร ก็ไปหาข้าที่วังน้ำแข็งหิมะได้เลย"
สือสยงรีบพยักหน้ารับ
เฉินฉางมิ่งเหยียบขึ้นไปบนหลังเหยี่ยววิญญาณอัสนีสาดส่อง ก่อนจะกลายเป็นลำแสงอสนีบาตหายวับไปในพริบตา
เมื่อมองตามลำแสงอสนีบาตที่หายลับไปในขอบฟ้า สือสยงก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เขาพึมพำว่า "แม้แต่พาหนะของคนผู้นี้ยังเป็นสัตว์อสูรระดับสิบจุดสูงสุดเลย หรือว่าระดับการฝึกตนของเขา จะทะลวงถึงขั้นฮว่าเสินแล้ว?"
กัวเทียนอี้ไม่อยากจะเชื่อ เขาส่ายหน้าปฏิเสธ "ท่านเจ้าวิหารสือ เป็นไปไม่ได้หรอกกระมัง? หลายปีที่ผ่านมานี้ ในทะเลฮ่วนซิงของเราก็มีแค่เจ้าวังดาราทั้งสองคนเท่านั้นที่ทะลวงขึ้นสู่ขั้นฮว่าเสินได้"
"เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ข้าก็รู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับพลังแห่งสวรรค์เลยล่ะ" สือสยงถอนหายใจยาว
แม้เขาจะไม่เคยพบผู้บำเพ็ญเพียรขั้นฮว่าเสินมาก่อน แต่เมื่อทบทวนถึงความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่นี้ เขาก็มั่นใจว่าผู้อาวุโสวิถีหลอมกายท่านนั้นจะต้องเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นฮว่าเสินอย่างแน่นอน!
เมื่อได้ยินสือสยงพูดเช่นนั้น กัวเทียนอี้ก็ตกใจจนขนลุกซู่
"ท่านเจ้าวิหารสือ ถ้างั้นเรารีบไปจัดการเรื่องที่ท่านผู้อาวุโสสั่งกันเถอะ!" เขารีบพูดด้วยความร้อนรน
"ตกลง" สือสยงพยักหน้า ก่อนจะใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาหายตัวไป
กัวเทียนอี้คัดลอกข้อความในประกาศของวังน้ำแข็งหิมะไว้ฉบับหนึ่ง จากนั้นก็รีบเดินทางออกจากเมืองอวี้หลง มุ่งหน้าไปยังเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กในบริเวณใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน
ณ วังน้ำแข็งหิมะ
บนลานกว้างของภูเขาหิมะทงเทียน ลำแสงอสนีบาตสายหนึ่งพุ่งลงมา ก่อนจะกลายร่างเป็นคนหนึ่งคนและนกหนึ่งตัว
เฉินฉางมิ่งเก็บเหยี่ยววิญญาณอัสนีสาดส่องลงไป แล้วก็เดินเข้าไปในตำหนักเจ้าสำนัก
"เร็วจังเลย?" กู้หวยเป่ยประหลาดใจเมื่อเห็นเฉินฉางมิ่งกลับมาในเวลาไม่ถึงสามชั่วยาม
"ก็แค่ใช้ทางลัดนิดหน่อยน่ะ" เฉินฉางมิ่งยิ้ม เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองอวี้หลงให้ฟังคร่าวๆ
"ดีเลย มีเจ้าเมืองใหญ่ทั้งสามคอยช่วยเหลือ ข่าวการเรียกตัวศิษย์ของวังน้ำแข็งหิมะก็น่าจะกระจายไปทั่วเกาะเสวียนปิงได้อย่างรวดเร็ว" กู้หวยเป่ยพยักหน้ายิ้มรับ
"เสี่ยวเป่ย พลังปราณและทรัพยากรในทะเลฮ่วนซิงนี้ช่างน้อยนิดนัก รอเรียกศิษย์กลับมาครบเมื่อไหร่ พวกเจ้าก็ตามข้าไปตั้งสำนักใหม่ที่นู่นเถอะ ดีไหม?" เฉินฉางมิ่งเสนอความคิด "แบบนี้ เจ้าก็จะได้ทะลวงขึ้นสู่ขั้นฮว่าเสินได้เร็วขึ้นด้วยไง"
"ย้ายสำนักไปทั้งสำนักเลยรึ?" กู้หวยเป่ยตกใจ
เฉินฉางมิ่งยิ้มอย่างมั่นใจ "ใช่ ข้าจะหลอมของวิเศษมิติเพิ่มอีกสักหน่อย เพื่อพาพวกเจ้าทุกคนไปที่นั่น"
"ของวิเศษมิติมีขีดจำกัดในการรองรับคนนะ หากเจ้าหลอมออกมามากเกินไป ก็คงไม่เป็นผลดีต่อตัวเจ้าเองเท่าไหร่นักหรอก..." กู้หวยเป่ยขมวดคิ้วถอนหายใจ
"รอบเดียวไม่หมด ก็ทยอยส่งไปหลายๆ รอบสิ ยังไงก็ต้องส่งศิษย์ทุกคนไปให้ได้แหละน่า" เฉินฉางมิ่งไม่ใส่ใจ
"เรื่องนี้ ขอข้าคิดดูก่อนนะ..." กู้หวยเป่ยเม้มริมฝีปาก จู่ๆ นางก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเงยหน้าขึ้นมองเฉินฉางมิ่งด้วยสายตาแปลกๆ "จริงสิ เมื่อหลายสิบปีก่อน คนรักเก่าของเจ้าในพรรคเหอฮวนถูกซิงเหอทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เจ้าไม่คิดจะไปเยี่ยมดูอาการนางหน่อยรึ?"
(จบแล้ว)