- หน้าแรก
- ให้คุณไปไลฟ์สดดูดวง แต่ดันไปแย่งวิญญาณจากพญายมเนี่ยนะ
- บทที่ 121 - ฆ่ากันเองงั้นเหรอ?
บทที่ 121 - ฆ่ากันเองงั้นเหรอ?
บทที่ 121 - ฆ่ากันเองงั้นเหรอ?
บทที่ 121 - ฆ่ากันเองงั้นเหรอ?
เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของชายหัวโล้น
"ไม่มีทางต่อรองเลยเหรอ?" ตอนที่เขาพูดประโยคนี้ มือของเขาก็เลื่อนไปจับที่เอว ซึ่งมีปืนพกกระบอกหนึ่งเหน็บอยู่
ถ้าผู้หญิงทั้งหมดถูกพาตัวไป หัวหน้าต้องฆ่าเขาตายแน่ๆ
"พวกเรา! ลุย!" ชายหัวโล้นตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากด้านหลังเลยสักคน
ชายหัวโล้นคิดว่าพรรคพวกคงจะตกใจกลัวจนตั้งสติไม่ทัน เขาจึงตะโกนเรียกเสียงดังอีกครั้ง "พวกเรา!"
ก็ยังคงไร้เสียงตอบรับเช่นเดิม
อวิ๋นเหยาหัวเราะร่วนออกมา
เมื่อมองกลับไปด้านหลัง ก็พบว่าลูกน้องนับสิบคนของเขาต่างก็นอนแน่นิ่งสิ้นใจไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ชายหัวโล้นเหนี่ยวไกปืน แต่กระสุนกลับไม่ได้พุ่งไปข้างหน้า มันกลับหักเลี้ยวพุ่งเข้าหาตัวเขาเอง
"ฉึก!"
กระสุนปืนเจาะทะลุร่าง ชายหัวโล้นเบิกตากว้างล้มตึงลงไปกองกับพื้น
"พวกมนุษย์นี่ ช่างอ่อนแอซะจริง!"
จากนั้นเธอก็ก้าวเท้ายาวๆ เดินเข้าไปในคฤหาสน์ ตรงดิ่งไปยังชั้นใต้ดินทันที
ภายในชั้นใต้ดินเงียบสงัด หญิงสาวทุกคนต่างพากันหลับสนิทไปหมดแล้ว
โจวถิงเพิ่งจะเผลอหลับไปได้ไม่นาน
อวิ๋นเหยาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรหาซูเฉิน
"ข้ามาถึงแล้ว"
"ไปที่ห้อง 101" ซูเฉินสั่ง
"รับทราบ"
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง 101 อวิ๋นเหยาก็แปลงโฉมตัวเองเสียใหม่ เพื่อไม่ให้ผู้คนแตกตื่นตกใจ จากนั้นเธอถึงค่อยยกมือขึ้นเคาะประตู
"ก๊อกๆๆ!"
โจวถิงที่เป็นคนหลับตื่นง่ายอยู่แล้ว จึงเป็นคนแรกที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
โจวถิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจลุกจากเตียง สวมรองเท้าแตะ แล้วเดินไปเปิดประตู
เมื่อเปิดประตูออก เธอก็พบกับผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้อง
อวิ๋นเหยามองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะยื่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้
โจวถิงเอื้อมมือไปรับมาถือไว้ "ทะ... ทำอะไรคะ?"
เธอคิดว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนขององค์กร จึงไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร?
"แจ้งตำรวจสิ"
"หา?" โจวถิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นึกว่าตัวเองหูฝาดไป
"หาอะไรเล่า รีบโทรแจ้งตำรวจสิ" อวิ๋นเหยาย้ำอีกครั้ง
โจวถิงถึงกับยืนอึ้ง นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย? หรือว่าผู้หญิงคนนี้กำลังจะทดสอบเธอ
"ก็โทรแจ้งตำรวจไง!" อวิ๋นเหยาเห็นเธอมัวแต่อิดออด ก็ชักจะเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว
"อาจารย์ซูบอกให้เจ้าอย่าออกจากบ้าน เจ้าก็ดื้อรั้นไม่ยอมฟัง ดึกๆ ดื่นๆ ยังต้องลำบากให้ข้ามาช่วยเจ้าถึงที่นี่อีก" อวิ๋นเหยายืนพิงกรอบประตู "รีบโทรแจ้งตำรวจซะ แล้วบอกตำรวจว่าพวกมันจู่ๆ ก็คิดได้ รู้สึกผิดบาป ก็เลยใช้ปืนฆ่าตัวตายกันหมด"
"เข้าใจไหม?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โจวถิงก็ดีใจจนน้ำตาแทบไหล
"คุณคือคนที่อาจารย์ส่งมาช่วยฉันใช่ไหมคะ ขอบคุณมากเลยค่ะ"
อวิ๋นเหยาเอื้อมมือไปปัดมือของโจวถิงที่จับแขนเธออยู่ออก "ถ้าจะขอบคุณ ก็ไปขอบคุณอาจารย์ซูโน่น ข้าแค่โดนบังคับให้มาที่นี่เท่านั้นแหละ"
"ฉันรู้ค่ะ แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณอยู่ดี" โจวถิงกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
ทำเอาอวิ๋นเหยารู้สึกขัดเขินขึ้นมาเสียเอง
ในขณะเดียวกัน
บรรดาหญิงตั้งครรภ์คนอื่นๆ ก็ตื่นขึ้นมาแล้วเช่นกัน พวกเธอจ้องมองโจวถิงด้วยความงุนงง
หลังจากวางสายแจ้งตำรวจ โจวถิงก็พบว่าอวิ๋นเหยาหายตัวไปแล้ว
"พวกเราจะรอดแล้วใช่ไหม?" หญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งเอ่ยถาม
"ใช่ รอดแล้วล่ะ"
เสี่ยวเหมยเดินเท้าเปล่าลงมาจากเตียง เข้ามาจับมือโจวถิงแล้วถามว่า "เธอแอบพกมือถือเข้ามาได้ยังไงน่ะ? ทำได้ไงเนี่ย? ซ่อนไว้ให้ดีนะ อย่าให้พวกมันจับได้ล่ะ"
"เอ่อ..." โจวถิงเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน
เสี่ยวเหมยถามต่อ "แล้วประตูห้องเปิดได้ยังไง?"
"เมื่อกี้ฉันเพิ่งออกไปข้างนอกมาน่ะ"
"แล้วคนข้างนอกจะรู้ไหมว่าเราโทรแจ้งตำรวจแล้ว? พวกมันจะฆ่าปิดปากพวกเราหรือเปล่า? พวกมันเป็นพวกเดนตายทั้งนั้น ทำได้ทุกอย่างแหละ" เสี่ยวเหมยรู้สึกกังวลมาก
"ไม่ต้องห่วง พวกมันทำไม่ได้หรอก"
พอคิดว่ากำลังจะได้รับความช่วยเหลือในเร็วๆ นี้ หญิงตั้งครรภ์ท้องแก่สองคนในห้องก็ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ
"ในที่สุดก็จะได้ออกไปจากที่บ้าๆ นี่สักที"
"แล้วเด็กในท้องล่ะ จะทำยังไง?"
หญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งตอบด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว "ก็เอาออกสิ จะเก็บไว้ทำไม"
"แต่มันจะเสียสุขภาพมากเลยนะ?"
"ก็เด็กพวกนี้ไม่ใช่ลูกของเราสักหน่อย"
"ถ้าเราติดต่อคนซื้อได้ก็คงจะดี จะได้ขายเด็กให้พวกเขาไปเลย ฉันได้ยินมาว่า พวกสถาบันอุ้มบุญที่ถูกกฎหมาย แม่ที่รับอุ้มบุญคลอดลูกคนนึง จะได้ค่าตอบแทนตั้งเป็นแสนเลยนะ"
"ฉันไม่เอาหรอก เงินสกปรกแบบนั้นน่ะ"
.......
โจวถิงหันไปบอกกับทุกคนว่า "พวกเธอรออยู่ที่นี่นะ ฉันจะไปตามหาเสี่ยวอวี้"
"คนที่มาล็อตก่อนน่าจะอยู่ห้อง 109 เธออาจจะอยู่ที่นั่นก็ได้"
"เข้าใจแล้ว" โจวถิงพยักหน้า ก่อนจะเดินออกไปข้างนอก
ห้อง 109 อยู่สุดทางเดิน
"ก๊อกๆๆ!"
ผ่านไปครู่ใหญ่ ประตูก็ถูกเปิดออก
"ดึกป่านนี้เขาห้ามเดินเพ่นพ่านนะ เธอรีบกลับไปเถอะ ถ้าโดนจับได้ จะโดนลงโทษเอานะ" หญิงตั้งครรภ์ท้องแก่คนหนึ่งพูดขึ้น
"ขอโทษนะคะ มีผู้หญิงที่ชื่อเสี่ยวอวี้อยู่ที่นี่ไหมคะ?"
"เธอคือใคร?"
"ฉันแฝงตัวเข้ามาเพื่อช่วยพวกคุณค่ะ วางใจเถอะ ฉันโทรแจ้งตำรวจแล้ว อีกเดี๋ยวตำรวจก็จะมาแล้ว"
พอได้ยินแบบนั้น หญิงตั้งครรภ์ก็เบิกตากว้าง "จะ... จริงเหรอ?"
"จริงสิคะ"
"เธอไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม?" ขอบตาของหญิงตั้งครรภ์เริ่มแดงระเรื่อ
"ไม่ค่ะ"
"ถิงถิง นั่นเธอเหรอ?"
เสียงที่คุ้นเคยดังแว่วมาจากในห้อง
โจวถิงเพิ่งจะเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเสี่ยวอวี้วิ่งโซซัดโซเซตรงเข้ามาหาเธอ
โจวถิงรีบถลาเข้าไปประคองเธอไว้
สองสายตาสบประสาน ก่อนที่ทั้งคู่จะสวมกอดกันแน่น
"ถิงถิง ฮือๆๆ..." ในวินาทีนั้น เสี่ยวอวี้ได้ระบายความอัดอั้นตันใจและความโศกเศร้าที่ต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอดทั้งเดือนออกมาจนหมดสิ้น
"ไม่เป็นไรแล้วนะ ฉันมาแล้ว" โจวถิงกอดเธอไว้แน่น และเพิ่งสังเกตเห็นว่าเสี่ยวอวี้ผ่ายผอมลงไปมาก ทำให้เธอรู้สึกปวดใจยิ่งกว่าเดิม
เสี่ยวอวี้ร้องไห้อยู่นานแสนนานกว่าจะหยุด "ถิงถิง ฉันคิดถึงเธอจังเลย ฉันกลัวทุกวันเลย พวกมันเอาอะไรก็ไม่รู้ใส่เข้ามาในท้องฉัน..."
โจวถิงรีบพูดแทรกขึ้นมา "ไม่เป็นไรหรอก ออกไปเมื่อไหร่ ฉันจะพาเธอไปเอาเด็กออกเอง"
"ไม่ต้องหรอก มันทำไม่สำเร็จน่ะ" เสี่ยวอวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อว่า "ถิงถิง เธอลงทุนมาถึงที่นี่ก็เพื่อช่วยฉันงั้นเหรอ?"
ชั่วขณะนั้น โจวถิงก็ไม่รู้ว่าจะพยักหน้าหรือส่ายหน้าดี
หญิงตั้งครรภ์ที่เปิดประตูพูดขึ้นมาว่า "เธอมาช่วยพวกเราน่ะ อีกเดี๋ยวตำรวจก็จะมาถึงแล้ว"
"จริงเหรอ?"
"ตำรวจจะมาช่วยพวกเราแล้วจริงๆ เหรอ? จริงใช่ไหม?" บรรดาหญิงตั้งครรภ์ในห้องต่างพากันจ้องมองมาที่โจวถิง แววตาของพวกเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
โจวถิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น "อืม จริงสิ"
"ดีจังเลย!"
"ดีเกินไปแล้ว! ในที่สุดก็จะได้ออกไปจากที่นี่สักที ฮือๆๆ" พวกเธอโผเข้ากอดกันกลม ร้องไห้โฮออกมาด้วยความตื้นตันใจ
"ฉันอยากกลับบ้าน ฉันมาอยู่ที่นี่ตั้งสองปีแล้ว ตอนที่โดนหลอกมา ลูกชายฉันเพิ่งจะสองขวบเอง ไม่รู้ว่ากลับไปตอนนี้ เขาจะยังจำแม่คนนี้ได้อยู่หรือเปล่า"
หญิงตั้งครรภ์อีกคนพูดเสริม "ถ้าคู่หมั้นฉันรู้ว่าฉันโดนหลอกมาอยู่ในที่แบบนี้ แถมยังท้องลูกของคนอื่นอีก เขาต้องรับไม่ได้แน่ๆ เลยใช่ไหม? ฮือๆๆ... ทำไมตอนนั้นฉันถึงได้โง่ขนาดนั้นนะ แค่เขาหลอกว่าจะพาไปทำงานได้เงินเยอะๆ ก็ดันเชื่อซะง่ายๆ"
"ฉันโดนเพื่อนในเน็ตหลอกมาอยู่ที่นี่ สามปีแล้วนะ ตอนที่มาใหม่ๆ ฉันเพิ่งจะอายุสิบแปดเอง แต่พอคลอดลูกไปสองคน สภาพฉันตอนนี้ดูเหมือนคนอายุยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดเข้าไปแล้ว ถ้าพ่อแม่รู้เข้า พวกท่านต้องเสียใจมากแน่ๆ"
.......
ในใจของทุกคนต่างรู้สึกทั้งดีใจและหวาดหวั่น
ดีใจที่จะได้รับอิสรภาพกลับคืนมา แต่ก็หวาดหวั่นว่าครอบครัวจะไม่เข้าใจ
หากออกไปจากที่นี่ได้ สิ่งที่รอรับพวกเธออยู่ข้างนอก จะเป็นสวรรค์หรือขุมนรกกันแน่นะ?
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เมื่อตำรวจเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุและพบกับสภาพศพที่นอนเกลื่อนกลาด ก็ถึงกับตะลึงงันไปตามๆ กัน
"ฝีมือใครกันเนี่ย?"
(จบแล้ว)