- หน้าแรก
- ให้คุณไปไลฟ์สดดูดวง แต่ดันไปแย่งวิญญาณจากพญายมเนี่ยนะ
- บทที่ 18 - สัญญาเกรด S
บทที่ 18 - สัญญาเกรด S
บทที่ 18 - สัญญาเกรด S
บทที่ 18 - สัญญาเกรด S
ท่านประธานทำหน้าเหมือนเหล็กกล้าที่หลอมไม่เป็นเข็ม
เขามองกวาดสายตาไปยังกลุ่มผู้บริหาร ก่อนจะตวาดลั่น "พวกสมองทึบ!"
"พลังดึงดูดใจของสตรีมเมอร์คนนี้ ถึงแม้จะเพิ่งไลฟ์สดไปได้แค่สองวัน แต่มันก็ประจักษ์ชัดเจนแก่สายตาทุกคนแล้ว พวกเราต้องหาวิธีรั้งตัวเขาเอาไว้ให้ได้"
"อีกอย่าง คอนเทนต์ไลฟ์สดของเขาก็แปลกใหม่และน่าตื่นเต้นกว่าสตรีมเมอร์คนอื่นๆ แถมยังสร้างกระแสให้เป็นที่ถกเถียงกันไปทั่วโลกโซเชียลได้อีกด้วย สตรีมเมอร์คุณภาพเยี่ยมแบบนี้ เราไม่เพียงแต่ต้องรั้งตัวเขาไว้ แต่ยังต้องทุ่มทรัพยากรให้อย่างเต็มที่ด้วย"
"แค่เขาคนเดียว ก็สามารถปลุกกระแสความนิยมให้กับแพลตฟอร์มของเราได้แล้ว พวกคุณคิดดูสิว่าเขาจะดึงทราฟฟิกเข้ามาให้แพลตฟอร์มเราได้มหาศาลขนาดไหน แล้วจะทำรายได้ให้เราได้เป็นกอบเป็นกำสักเท่าไหร่?"
"อุตส่าห์ได้เป็นถึงผู้บริหารระดับสูงกันแล้ว แต่กลับไม่มีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกลกันเลยสักนิด มองไม่เห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาเลยหรือไง?"
เหล่าผู้บริหารแย้ง "เห็นน่ะมันก็เห็นอยู่หรอกครับ และเขาก็เป็นบุคลากรที่มีความสามารถจริงๆ ด้วย แต่แค่รู้สึกว่าสิ่งที่ให้ไปมันจะเยอะเกินไปหรือเปล่าครับ?"
"ถ้าเกิดสตรีมเมอร์คนอื่นๆ รู้เรื่องนี้เข้า มีหวังประท้วงกันใหญ่แน่"
ผู้จัดการหวัง "..."
คนที่นั่งอยู่ที่นี่ถ้าไม่เป็นผู้บริหารระดับเดียวกัน ก็มีตำแหน่งสูงกว่าเขาทั้งนั้น ไม่ควรจะสอดปากพูดอะไรออกไป
แต่เขาก็เชื่อว่าท่านประธานจะต้องยืนกรานฝ่าฟันเสียงคัดค้านไปได้อย่างแน่นอน
"ไลฟ์สดแค่สองครั้ง มียอดคนดูหลักแสน ถ้าเอาไปเทียบกับพวกสตรีมเมอร์ระดับท็อป ก็ยังถือว่าห่างชั้นกันอยู่อีกไกลนะครับ พวกเราควรจะดำเนินงานอย่างรัดกุมไว้ก่อนจะดีกว่านะครับ"
"ผมล่ะกลัวจริงๆ ว่านี่จะเป็นแค่การจัดฉากของคนกลุ่มหนึ่ง ถ้าเกิดความจริงถูกเปิดเผยขึ้นมา คนที่จะโดนหัวเราะเยาะก็คือพวกเราเองนะครับ"
ท่านประธานส่ายหน้า ปลุกปล้ำทำธุรกิจในวงการนี้มาหลายสิบปี จนสามารถนำพาบริษัทให้เจริญก้าวหน้ามาได้ถึงจุดนี้ เขาเองย่อมมีวิจารณญาณในการตัดสินใจว่าอะไรควรเชื่อและอะไรไม่ควรเชื่อ
นักธุรกิจคนไหนบ้างล่ะที่ไม่เชื่อเรื่องฮวงจุ้ยและดวงชะตา ถ้าอยากจะทำธุรกิจให้ยิ่งใหญ่ วิสัยทัศน์ก็ต้องกว้างไกลตามไปด้วย
การได้ผูกมิตรกับปรมาจารย์ที่มีวิชาความรู้จริงๆ จะจ่ายเงินไปเท่าไหร่ก็ถือว่าคุ้มค่า
เขามีลางสังหรณ์ว่า ขอเพียงแค่รักษาความสัมพันธ์อันดีกับปรมาจารย์ท่านนี้เอาไว้ได้ บริษัทของพวกเขาก็จะยิ่งเจริญรุ่งเรืองขึ้นไปอีกแน่นอน
"ตกลงตามนี้นะ เหล่าสวี รีบส่งคนไปติดต่อนัดหมายเพื่อขอเซ็นสัญญากับท่านปรมาจารย์เดี๋ยวนี้เลย ไปกล่าวคำขอโทษกับเขาดีๆ ก่อน แล้วค่อยดำเนินการเรื่องเซ็นสัญญาให้เรียบร้อยล่ะ"
เมื่อเห็นว่าท่านประธานยืนกรานกระต่ายขาเดียวแบบนั้น คนอื่นๆ ก็เลยไม่มีใครกล้าเอ่ยปากคัดค้านอะไรอีก
ซูเฉินที่กำลังเดินเลือกซื้อของอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ว่าผู้บริหารของแพลตฟอร์มถึงขั้นต้องเรียกประชุมด่วนเพราะเขา
แต่ต่อให้รู้ เขาก็คงไม่สนใจหรอก
เขาจัดการกวาดซื้อข้าวของไปรวดเดียวสองพันหยวน ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมานั่งตระหนี่ถี่เหนียวอีกแล้ว
พอกลับมาถึงบ้าน เขาก็จัดการจัดวางข้าวของที่ซื้อมาทีละชิ้น
ห้องที่เคยว่างเปล่าก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตา
พอมองดูตู้เย็นที่อัดแน่นไปด้วยเสบียงอาหาร เขาก็รู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก
บนเคาน์เตอร์ในห้องครัวมีเตาอบวางอยู่เครื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นของรางวัลที่เขาจับสลากได้รางวัลที่หนึ่งจากซูเปอร์มาร์เก็ตนั่นแหละ
ถ้าซื้อของครบสองพันหยวนก็จะได้สิทธิ์จับรางวัลหนึ่งครั้ง
แน่นอนว่าตอนที่ซูเฉินจับสลาก เขาไม่ได้แอบใช้พลังปราณหรอกนะ
ตอนนี้เขาเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว ตัวเขาเองก็มีวาสนาและโชคชะตาที่ดีหนุนนำอยู่แล้วล่ะ
ซูเฉินยังซื้อต้นไม้กระถางมาอีกหลายต้น เพื่อเตรียมจัดเป็นค่ายกลรวมปราณ
ถึงแม้บนโลกใบนี้จะมีพลังปราณเบาบางมาก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
ถ้ามีค่ายกลนี้อยู่ นอกจากจะช่วยปรับอุณหภูมิในห้องแล้ว ยังช่วยรักษาสภาพอากาศภายในห้องให้สะอาดบริสุทธิ์ ทำให้อยู่อาศัยได้อย่างสบายตัวอีกด้วย
ซูเฉินอารมณ์ดีมาก ต้องยอมรับเลยว่า การมีเวทมนตร์คาถาติดตัวนี่มันเป็นอะไรที่สะดวกสบายสุดๆ ไปเลย
หลังจากเก็บกวาดห้องเสร็จเรียบร้อย
เขาก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้วาดประทับยันต์ให้กับชาวเน็ตหนุ่มผมสั้นคนนั้นเลยนี่นา
เขาจึงหยิบกระดาษสาและชาดแดงออกมา ถลกแขนเสื้อขึ้นแล้วก็ลงมือวาดทันที
จากสถานการณ์ในตอนนี้ ดูท่าทางธุรกิจของเขาคงจะรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ แน่ๆ ดังนั้นเขาจะต้องวาดประทับยันต์สำรองเอาไว้เยอะๆ หน่อยแล้วล่ะ!
วาดเสร็จก็รีบจัดการส่งพัสดุไปให้เรียบร้อย
แถมยังกดรับรางวัลพลังปราณจากระบบมาด้วย
ซูเฉินก้มมองดูจุดแสงสีทองแห่งบุญกุศลที่หลอมรวมเข้าสู่ร่างกาย เขาหลับตาลงและสัมผัสถึงมันอย่างแผ่วเบา มุมปากก็ค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น
ขอบเขตเลี่ยนชี่ขั้นกลาง
เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ การไลฟ์สดดูดวงเพื่อสะสมแต้มบุญนี่แหละ คือวิธีที่รวดเร็วทันใจที่สุด
ถ้าขืนทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เชื่อว่าอีกไม่นาน พลังการฝึกตนของเขาก็คงจะเลื่อนขั้นขึ้นไปได้อีกระดับแน่ๆ
ไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าเขาฝึกไปจนถึงขั้นสูงสุดแล้ว มันจะยอดเยี่ยมขนาดไหนกันนะ?
ขั้นสูงสุด...
จากนั้นเขาก็เริ่มนั่งสมาธิเข้าฌาน
การนั่งสมาธิเข้าฌานในครั้งนี้ กินเวลายาวนานตั้งแต่บ่ายสามโมงไปจนถึงเก้าโมงเช้าของอีกวัน
เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด ว่ามีคนส่งข้อความมาหาเขารัวๆ เพื่อติดต่อธุระสำคัญ
เสี่ยวสวีใช้สิทธิ์การเป็นคนดูแลระบบ ส่งข้อความเรื่องการเซ็นสัญญาไปหาอีกฝ่ายหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับใดๆ เลย
ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะยังไม่เห็นข้อความ ก่อนเลิกงานตอนเย็น เขาก็เลยส่งข้อความไปด้วยถ้อยคำที่จริงใจอีกครั้ง
พอกลับถึงบ้าน เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กดูอยู่บ่อยๆ เพราะกลัวว่าจะพลาดข้อความตอบกลับจากอีกฝ่าย
แต่ระบบหลังบ้านก็ยังคงเงียบกริบ แม้แต่แอปพลิเคชันแชตส่วนตัวก็ไม่มีใครแอดมาเลยสักคน
พอกลางดึก มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น เขาก็รีบลุกขึ้นมาดู แต่กลับพบว่าเป็นแค่ข้อความโฆษณาขายของออนไลน์ไร้สาระที่ส่งมาหว่านไปทั่วเท่านั้นเอง
เขาพลิกตัวไปพลิกตัวมาอยู่หลายรอบ จนทำให้ภรรยาสะดุ้งตื่นขึ้นมา
"กลางค่ำกลางคืนเป็นผีบ้าอะไรเนี่ย ดิ้นไปดิ้นมาอยู่ได้?"
เธอหยิบโทรศัพท์ของสามีขึ้นมาเปิดดูด้วยความสงสัย ไล่ดูประวัติการเข้าชมทั้งหมดก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
"เมื่อวานตอนที่ผมกำลังสุ่มตรวจห้องไลฟ์สด ผมก็บังเอิญไปเจอสตรีมเมอร์คนหนึ่ง แค่ไลฟ์สดครั้งแรกก็มียอดคนดูทะลุหลักแสนแล้ว ผมก็เลยกะว่าจะดึงตัวมาเซ็นสัญญาให้ได้"
"พอมาวันนี้ ยอดผู้ติดตามก็ปาเข้าไปสองแสนคนแล้ว"
ภรรยาของเขาก็ทำงานในสายอินเทอร์เน็ตเหมือนกัน เพียงแต่ไม่ได้อยู่บริษัทเดียวกันกับเขาเท่านั้นเอง
เธอรู้ดีว่าตอนนี้แต่ละแพลตฟอร์มมีการแข่งขันกันสูงมาก และแผนกที่สามีของเธอทำอยู่ก็มีการประเมินยอด KPI ทุกเดือนด้วย
เธอจึงพูดปลอบใจสามีว่า "เขาอาจจะยังไม่ทันได้ดูมือถือก็ได้มั้ง ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้เขาอาจจะตอบกลับมาก็ได้ คุณไม่ได้นอน เขาก็ต้องนอนเหมือนกันแหละ"
"อีกอย่าง ยอดผู้ติดตามแค่สองแสนคน สำหรับแพลตฟอร์มของคุณแล้ว มันก็ไม่ได้ถือว่าเยอะอะไรมากมายนักหรอกมั้ง?"
เสี่ยวสวีเด้งตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันที ก่อนจะหันไปพูดกับภรรยาว่า:
"ไม่ คุณไม่เข้าใจหรอก"
"สตรีมเมอร์คนนี้ไม่เหมือนคนอื่น เขาเป็นสตรีมเมอร์สายศาสตร์เร้นลับ แถมยังมีวิชาความรู้ของจริงด้วยนะ"
"ขนาดท่านประธานยังรู้เรื่องของสตรีมเมอร์คนนี้เลย ท่านสั่งให้ยื่นข้อเสนอสัญญาเกรด S ไปให้ แถมยังเสนอค่าเซ็นสัญญาให้อีกปีละ 5 ล้านหยวนด้วยซ้ำ"
ตอนแรกเสี่ยวสวีคิดว่า แค่บริษัทอนุมัติให้สัญญาเกรด A ก็นับว่าสุดยอดมากแล้ว
คิดไม่ถึงเลยว่าท่านประธานจะเป็นฝ่ายสั่งการลงมาเองว่าต้องเซ็นสัญญาให้สำเร็จให้จงได้ ไม่ว่าเขาจะเรียกร้องเงื่อนไขอะไรก็ให้ตอบตกลงไปให้หมด นี่แสดงให้เห็นว่าท่านประธานก็มีวิสัยทัศน์ที่เล็งเห็นศักยภาพในตัวสตรีมเมอร์หน้าใหม่คนนี้เหมือนกับเขาใช่ไหมล่ะ?
"ท่านประธานเนี่ยนะ? สัญญาเกรด S? 5 ล้านหยวน??"
ภรรยาของเขารู้ดีว่าระดับสัญญาที่แตกต่างกันบนแพลตฟอร์มโต้วซานั้น จะส่งผลต่อส่วนแบ่งรายได้ที่แตกต่างกันออกไป
แต่นี่มันไม่ดูเวอร์วังอลังการเกินไปหน่อยเหรอ?
"ใช่สิ ผมเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน ถึงแม้ผมจะมีลางสังหรณ์ว่าเขาจะต้องโด่งดังเป็นพลุแตกแน่นอน เป็นความโด่งดังระดับประเทศเลยล่ะ"
"แต่ผมก็ไม่คิดเลยว่า บริษัทจะยอมทุ่มทุนยื่นข้อเสนอสุดพิเศษให้แบบนี้"
ภรรยาตบไหล่สามีเบาๆ "นั่นก็แสดงว่าท่านประธานมีวิสัยทัศน์ที่ตรงกันกับคุณยังไงล่ะ"
"งั้นคุณก็สู้ๆ นะ ตอนนี้คุณต้องรีบนอนพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน พรุ่งนี้จะได้มีแรงลุยงานต่อไง"
《แม่นราวกับตาเห็น! ปรมาจารย์ดูดวงเตือนภัยแม่นยำ ช่วยเหลือผู้ถูกหลอกลวงได้สำเร็จ!》
《คุณปู่เข้าฝันด่าหลานชาย ที่แท้ความจริงก็คือไม่มีเงินใช้ในปรโลกงั้นหรือ?》
《พบซากศพแห้งในบ้านมือสอง บทสรุปแห่งการสูญสิ้นความเป็นมนุษย์ หรือศีลธรรมอันบิดเบี้ยว?》
ชาวเน็ตจำนวนนับไม่ถ้วนต่างหลั่งไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มโต้วซา ถกเถียงกันอย่างดุเดือดถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์เหล่านี้
กระแสความนิยมที่พูดถึงอาจารย์ซู ปรมาจารย์ศาสตร์เร้นลับ ก็ยิ่งพุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ
ยอดคนกดจองคิวรอรับชมการไลฟ์สดล่วงหน้าก็พุ่งกระฉูดเช่นกัน
อีกด้านหนึ่ง
ซูเฉินนั่งกินข้าวเช้าอย่างเชื่องช้าไม่รีบร้อน
จนกระทั่งเขาเพิ่งจะมาสังเกตเห็นว่า มีข้อความที่ยังไม่ได้เปิดอ่านอยู่ในโทรศัพท์มือถือเพียบเลย
ล้วนแต่เป็นข้อความแจ้งเรื่องการเซ็นสัญญาที่ส่งมาจากระบบหลังบ้านของบัญชีไลฟ์สดทั้งนั้น
ข้อความแจ้งเรื่องการเซ็นสัญญาทั้งหมดมาจากบัญชีออฟฟิเชียลของแพลตฟอร์มโต้วซาที่ชื่อว่า เสี่ยวสวี
"สวัสดีครับอาจารย์ซู คุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์การเซ็นสัญญาแล้วนะครับ ผมชื่อเสี่ยวสวี เป็นผู้ดูแลระบบของคุณ ไม่ทราบว่าสะดวกขอคอนแทกต์ติดต่อหน่อยได้ไหมครับ ทางเราจะได้แอดไปเพื่อส่งเอกสารการเซ็นสัญญาให้ครับ?"
ข้อความนี้ส่งมาตั้งแต่เมื่อวานตอนสี่โมงเย็นกว่าๆ
สี่โมงเย็น ตอนนั้นเขาน่าจะกำลังบำเพ็ญเพียรอยู่นั่นแหละ
"สวัสดีครับ อาจารย์อยู่ไหมครับ?"
อันนี้ส่งมาตอนสองทุ่ม
หนุ่มออฟฟิศสมัยนี้ยังไม่เลิกงานกันอีกเหรอเนี่ย?
นี่มันทำงานหนักสูสีกับพวกโปรแกรมเมอร์เลยนะเนี่ย
"อาจารย์ครับ ผมเสี่ยวสวีนะครับ สะดวกให้ผมแอดไปไหมครับ? หรืออาจารย์จะแอดผมมาก็ได้นะครับ เบอร์โทรศัพท์: 135XXXXXX (อิโมจิหน้ายิ้ม)" อันนี้ส่งมาตอนเที่ยงคืน
แล้วหลังจากนั้นก็เป็นข้อความรัวๆ สามสี่ประโยคติดกันในช่วงเช้า
"อรุณสวัสดิ์ครับ อาจารย์ซูอยู่ไหมครับ? ผมสวีฮ่าว ผู้ดูแลระบบของคุณครับ เรียกผมว่าเสี่ยวสวีก็ได้ครับ"
"เงื่อนไขการเซ็นสัญญาของบริษัทเราค่อนข้างยืดหยุ่นเลยนะครับ ทางเราไม่หักส่วนแบ่งรายได้ แถมยังมีค่าเซ็นสัญญาให้อีกปีละ 5 ล้านหยวน และไม่มีเงื่อนไขแอบแฝงอื่นๆ ด้วยครับ ตอนนี้สะดวกคุยรายละเอียดกันหน่อยไหมครับ?"
"ฮัลโหล อยู่ไหมครับ?"
(จบแล้ว)