เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 551 - หวังเซวียนไปนั่งที่ของลั่วชิวทำไม เขาคิดจะทำอะไรกันแน่

บทที่ 551 - หวังเซวียนไปนั่งที่ของลั่วชิวทำไม เขาคิดจะทำอะไรกันแน่

บทที่ 551 - หวังเซวียนไปนั่งที่ของลั่วชิวทำไม เขาคิดจะทำอะไรกันแน่


บทที่ 551 - หวังเซวียนไปนั่งที่ของลั่วชิวทำไม เขาคิดจะทำอะไรกันแน่

รางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อเป็นรางวัลวรรณกรรมที่ก่อตั้งขึ้นโดยสมาพันธ์วรรณกรรมและศิลปะแห่งเมืองจิงเฉิงและมูลนิธิวรรณกรรมและศิลปะเหลาเซ่อเมื่อปลายศตวรรษที่แล้ว โดยจะจัดให้มีการประเมินและมอบรางวัลทุกๆ 3 ปี รางวัลที่มอบให้ประกอบด้วย นวนิยายขนาดยาว นวนิยายขนาดกลาง บทละครเวที ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และละครวิทยุ ในครั้งที่สามได้มีการเพิ่มรางวัลผลงานยอดเยี่ยมสำหรับนักเขียนหน้าใหม่เข้ามาด้วย รางวัลนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามรางวัลวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน ร่วมกับรางวัลวรรณกรรมเหมาตุ้นและรางวัลวรรณกรรมหลู่ซวิ่น

วันที่ 15 พฤษภาคม รางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อประจำปี 2012 ซึ่งร่วมกันจัดโดยสมาคมนักเขียนแห่งเมืองจิงเฉิง สมาคมนักการละครแห่งเมืองจิงเฉิง และมูลนิธิวรรณกรรมและศิลปะเหลาเซ่อแห่งเมืองจิงเฉิง ได้จัดพิธีมอบรางวัลขึ้นที่เมืองซานย่า

เป็นที่ทราบกันดีว่า กรอบเวลาของการเปิดรับผลงานสำหรับรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2009 ถึงเดือนมีนาคม 2012 คณะกรรมการจัดงานได้ทำการคัดเลือกผลงานที่ตรงตามเงื่อนไขจากผลงานจำนวนมหาศาลที่ส่งเข้ามาประกวด โดยแบ่งเป็นนวนิยายขนาดยาว 15 เรื่อง นวนิยายขนาดกลาง 18 เรื่อง บทละครเวที 20 เรื่อง บทภาพยนตร์ 10 เรื่อง บทละครโทรทัศน์ 10 เรื่อง และบทละครวิทยุ 8 เรื่อง เพื่อเข้าสู่รอบแรก คณะกรรมการคัดเลือกรอบแรกของแต่ละสาขาได้ทำการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และคัดเลือกผลงาน 20 เรื่องเข้าสู่รอบตัดสิน

แม้จะเรียกว่ารอบตัดสิน แต่ความจริงแล้ว ผลงานทั้ง 20 เรื่องที่ผ่านเข้าสู่รอบนี้ก็ถือว่าได้รับรางวัลแล้ว เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ยังได้รับรางวัลเสนอชื่อเข้าชิงเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

"ความฝันสลายที่ซานไห่" ของหวังต้าเหนียน และ "แปดเทพอสูรมังกรฟ้า" ของหวังเซวียน ได้รับรางวัลนวนิยายขนาดยาวยอดเยี่ยม "อย่าพูดคำว่าตลอดไปอีก" ของหลินเก๋อเฟย และ "ถนนฝั่งตะวันตก" ของเจียงชิงชิง ได้รับรางวัลนวนิยายขนาดกลางยอดเยี่ยม บทละครเวทีเรื่อง "การสารภาพบาป" ของกัวฟาง และบทงิ้วเรื่อง "จูเก๋อเซียงหรู" ของจางจิ้ง ได้รับรางวัลบทละครเวทียอดเยี่ยม บทภาพยนตร์เรื่อง "หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม" ของหวังเซวียน และบทภาพยนตร์เรื่อง "ชีวิตแสนสุขของไก่เหล็ก" ของหลิวชิ่งปัง ได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม... ส่วน "การจู่โจม" ของหม่าลี่ฮว๋า และผลงานอื่นๆ อีก 10 เรื่อง ได้รับรางวัลเสนอชื่อเข้าชิง

ผลงานที่ได้รับรางวัลมีทั้งที่สะท้อนความเป็นจริงของชีวิต และตั้งคำถามกับส่วนลึกของความเป็นมนุษย์อย่างไม่ลดละ ในบรรดานักเขียนที่ผ่านเข้ารอบ มีทั้งนักเขียนชื่อดังที่มีผลงานมากมาย และนักเขียนหนุ่มสาวที่เพิ่งเข้าสู่วงการ

ใช่แล้ว นอกจาก "แปดเทพอสูรมังกรฟ้า" แล้ว บทภาพยนตร์เรื่อง "หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม" ที่เขียนโดยหวังเซวียนก็ได้รับรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อด้วยเช่นกัน

"หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม" เข้าฉายเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ และกรอบเวลาเปิดรับผลงานของรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อก็สิ้นสุดลงในเดือนมีนาคมปีนี้พอดี หลังจากเห็นว่า "หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม" โด่งดังเป็นพลุแตก หลี่เทาก็เลยลองส่งบทภาพยนตร์เรื่อง "หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม" ให้กับคณะกรรมการพิจารณารางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อดู ไม่คิดเลยว่าจะได้รับรางวัลจริงๆ

แต่คิดๆ ดูก็เป็นเรื่องปกติ

บทภาพยนตร์เรื่อง "หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม" นั้นยอดเยี่ยมมาก ครอบคลุมถึงสามยุคสมัย เต็มไปด้วยการทบทวนความเป็นมนุษย์และการทบทวนยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปะ ด้านเรื่องราว หรือด้านวัฒนธรรม ล้วนควรค่าแก่การพิจารณาทั้งสิ้น ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์จีน หาภาพยนตร์ที่สามารถเทียบเคียงกับ "หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม" ได้น้อยมาก การได้รับรางวัลจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ในปีที่ผ่านๆ มา แม้ว่ารางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อจะเป็นหนึ่งในสามรางวัลวรรณกรรมใหญ่ของวงการวรรณกรรมจีน แต่ยกเว้นผู้ที่ชื่นชอบวรรณกรรมแล้ว ก็ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจมากนัก

แต่ปีนี้ไม่เหมือนกัน

ความสนใจในรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อปีนี้ไม่ถึงขั้นที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ก็ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นกัน ไม่มีเหตุผลอื่นใดเลย นอกจากปีนี้ในรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อ มีบุคคลสำคัญเพิ่มขึ้นมาสองคน นั่นคือ หวังเซวียน และ ลั่วชิว

หวังเซวียนไม่ต้องพูดถึง ในฐานะซูเปอร์สตาร์ระดับท็อปที่โด่งดังที่สุดในวงการบันเทิงขณะนี้ บทภาพยนตร์ของเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อ และตัวเขาเองก็น่าจะไปร่วมงานด้วย แฟนคลับจะไม่มาให้กำลังใจได้ยังไง

ส่วนลั่วชิวคือเทพเจ้าสูงสุดแห่งวงการนิยายออนไลน์ เป็นนักเขียนนิยายออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ และยังเป็นนักเขียนนิยายออนไลน์ที่ลึกลับที่สุดในขณะนี้อีกด้วย จำนวนแฟนคลับของเขาไม่สามารถประเมินได้ "แปดเทพอสูรมังกรฟ้า" ของเขาเข้าชิงรางวัลนวนิยายขนาดยาวยอดเยี่ยม แฟนคลับจะไม่มาให้กำลังใจได้ยังไง

และที่สำคัญที่สุดก็คือ งานประกาศรางวัลวรรณกรรมในครั้งนี้ ลั่วชิวอาจจะปรากฏตัวก็เป็นได้ มีแฟนคลับคนไหนบ้างล่ะที่ไม่อยากเห็นตัวจริงของลั่วชิว

ด้วยเหตุนี้ ความสนใจในงานประกาศรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อในครั้งนี้จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน งานยังไม่ทันเริ่ม บนโลกออนไลน์ก็เกิดการถกเถียงกันอย่างดุเดือดแล้ว สื่อบางสำนักเห็นความสนใจและกระแสของงานประกาศรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อในครั้งนี้ จึงตัดสินใจถ่ายทอดสดงานนี้ด้วย

อย่างเช่น จาหล่าง

วันที่ 15 เวลาบ่ายโมงตรง ห้องถ่ายทอดสดของจาหล่างก็คึกคักสุดๆ คอมเมนต์ลอยเต็มหน้าจอไปหมด ดูจากความเร็วของคอมเมนต์แล้ว คาดว่าจำนวนคนดูการถ่ายทอดสดในขณะนั้นคงไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน ประเด็นคือ งานประกาศรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อยงไม่ทันเริ่มเลยนะ บ่ายสองโมงถึงจะเป็นเวลาเปิดให้เข้างาน และเริ่มการประเมินและมอบรางวัลในเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง

พอถึงเวลาประกาศรางวัลอย่างเป็นทางการ จำนวนคนดูการถ่ายทอดสดน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5 เท่า แตะหลักล้านคนแน่นอน

"แฟนคลับตัวยงของลั่วชิวรวมตัวกันที่นี่!"

"แฟนคลับหวังเซวียนรวมตัวกันที่นี่"

"มาแล้วๆ!"

"ชาวลั่วชิวมารายงานตัว"

"แฟนคลับหวังเซวียนมาเช็กอิน"

"คิดไม่ถึงเลยว่าวรรณกรรมออนไลน์ก็มีวันที่ได้เข้าชิงรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อกับเขาด้วย ลั่วชิวสุดยอดไปเลย!"

"ฮ่าๆๆ ดีใจจังเลยที่เห็น 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' เข้าชิงรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อ นี่คือนิยายเรื่องโปรดของฉันเลยนะ"

"ไม่ต้องสนใจเรื่องอื่นหรอก ตอนนี้ฉันตั้งตารอให้ลั่วชิวปรากฏตัวที่สุดเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าลั่วชิวหน้าตาเป็นยังไง"

"ฉันก็เหมือนกัน ฉันมีไอดอลแค่สองคน คนนึงคือลั่วชิว อีกคนคือหวังเซวียน หวังเซวียนเห็นหน้าบ่อยแล้ว แต่ลั่วชิวนี่สิ ลึกลับหาตัวจับยาก ครั้งนี้ในที่สุดก็จะได้รู้ซะทีว่าเขาหน้าตาเป็นยังไง"

"ฮี่ๆ รอให้ฉันรู้ว่าลั่วชิวเป็นใครก่อนเถอะ ฉันจะส่งใบมีดโกนไปให้เขา หมอนี่มันทำร้ายจิตใจฉันมาหลายรอบแล้วนะ บางตอนทำเอาฉันช็อกไปเลย"

"ใครไม่ใช่แบบนั้นบ้างล่ะ แต่ทำไงได้ หมอนี่เขียนนิยายสนุกจริงๆ นี่นา ถ้าให้พูดประโยคเดียวก็คือ ลั่วชิวทำร้ายฉันเป็นพันครั้ง แต่ฉันก็ยังรักลั่วชิวเหมือนรักแรก"

"พวกนายคิดว่า 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' จะได้รางวัลไหม"

"พูดยากนะ รางวัลนวนิยายขนาดยาวยอดเยี่ยมของงานประกาศรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อ ผลงานที่ได้รางวัลก่อนหน้านี้ล้วนเป็นแนวสะท้อนสังคม อย่าง 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' ที่เป็นวรรณกรรมออนไลน์ แถมยังเป็นแนวกำลังภายในแบบนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้รางวัลหรือเปล่า"

"ต่อให้ไม่ได้รางวัลก็ถือว่าสุดยอดแล้วนะ แค่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสินก็เก่งมากแล้ว"

"ก็จริงนะ"

ทว่าในขณะที่กระแสชื่นชมลั่วชิวกำลังคึกคักอยู่บนโลกออนไลน์ เสียงที่ไม่เข้าหูก็ดังขึ้น

ถานต้าเชา บล็อกเกอร์ชื่อดังบนเวยป๋อที่มีผู้ติดตามกว่า 3 ล้านคน จู่ๆ ก็โพสต์บทความหนึ่งขึ้นมา: "การที่ 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' เข้าชิงรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อ ถือเป็นความอัปยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อมา"

ในตอนนั้น โลกออนไลน์กำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือดเกี่ยวกับลั่วชิวและ "แปดเทพอสูรมังกรฟ้า" โพสต์ของถานต้าเชาจึงดึงดูดความสนใจของทุกคนได้อย่างรวดเร็ว

ทุกคนคลิกเข้าไปอ่านเนื้อหาในบทความ: "ไม่ใช่ว่าจะมีคนคิดว่า 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' สามารถเข้าชิงรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อได้ด้วยความสามารถจริงๆ หรอกนะ ไม่จริงมั้ง ไม่จริงมั้ง"

เริ่มต้นมาก็ใช้คำพูดเหน็บแนมประชดประชันซะแล้ว หลังจากนั้นเขาก็ใช้ทฤษฎีต่างๆ นานา ยกเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นมาสนับสนุนมุมมองของเขาที่ว่า: การที่ "แปดเทพอสูรมังกรฟ้า" สามารถเข้าชิงรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อได้นั้น เป็นการสร้างกระแส เป็นความตั้งใจของคณะกรรมการตัดสินรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อที่ต้องการใช้ความนิยมของลั่วชิวเพื่อสร้างกระแส เรียกร้องความสนใจ

"ฉันพูดแบบนี้ แฟนคลับของลั่วชิวหลายคนอาจจะไม่พอใจ แต่ผลงานที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อ ล้วนเป็นการสะท้อนความเป็นจริงของชีวิต หรือไม่ก็เป็นการทบทวนความเป็นมนุษย์ ลองดูผลงานเรื่องอื่นๆ ที่เข้าชิงสิ มีเรื่องไหนที่ไม่มีสององค์ประกอบนี้บ้าง แล้ว 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' มีไหม

ถ้าไม่ใช่เพราะคณะกรรมการจัดงานรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อต้องการใช้ความนิยมของลั่วชิวมาสร้างกระแสให้กับรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อ 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' จะมีสิทธิ์เข้าชิงรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อได้ยังไง ขอเตือนคณะกรรมการจัดงานรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อตรงนี้เลยนะว่า อย่าฉลาดนักมักจะเสียรู้ รางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสามรางวัลวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการวรรณกรรมจีนได้นั้น อาศัยความยุติธรรมและความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้ พวกคุณกำลังยกหินทุ่มทับเท้าตัวเอง"

ท้ายบทความของถานต้าเชามีหมายเหตุระบุว่าเป็นศาสตราจารย์แห่งสถาบันวรรณกรรมจิงเฉิง ดูเหมือนจะมีดีกรีไม่ธรรมดา แต่ถ้าลองไปค้นข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันวรรณกรรมจิงเฉิงดู จะรู้เลยว่านี่มันแค่สถาบันระดับสามที่ไม่มีชื่อเสียงอะไรเลย แต่ก็ไม่ค่อยมีใครไปค้นข้อมูลหรอก

ยุคสมัยนี้ คำว่าศาสตราจารย์ยังพอจะขู่คนได้อยู่ และหมอนี่ก็ทำตัวแอคทีฟบนอินเทอร์เน็ตมาก ชอบทำตัวเป็นกูรูวิจารณ์นู่นวิจารณ์นี่ไปทั่ว ประเด็นคือคำวิจารณ์ส่วนใหญ่มันเป็นแค่การคุยโตโอ้อวด ความจริงแล้วไม่ได้เรื่องอะไรเลย

แถมหมอนี่ยังชอบสร้างเรื่อง ปั้นน้ำเป็นตัว ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นเป็นว่าเล่น ตัวอย่างเช่นครั้งนี้ เขาไม่มีหลักฐานอะไรเลย แต่ก็กลับคิดเอาเองว่าการที่ "แปดเทพอสูรมังกรฟ้า" เข้าชิงรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อเป็นเรื่องของการล็อกผล เป็นการสร้างกระแส

แต่บล็อกเกอร์แบบนี้กลับมีคนติดตามจริงๆ มีผู้ติดตามบนเวยป๋อ 3 ล้านคน บนแพลตฟอร์ม B-hu อีกหลายแสนคน แถมยังได้ฉายาว่า "ปัญญาชนสาธารณะ" อีกต่างหาก

หลายคนรู้ดีว่าคำพูดหลายๆ คำของถานต้าเชามันไม่สมเหตุสมผล แต่ใครจะสนล่ะ พวกเขาไม่สนหรอกว่าจริงหรือเท็จ แค่ชอบดูถานต้าเชาด่าคนแล้วก็ผสมโรงไปด้วยก็แค่นั้นแหละ

แต่ครั้งนี้ ถานต้าเชาแหย่รังแตนเข้าให้แล้ว

โพสต์ของเขาถูกปล่อยออกมาไม่ถึง 5 นาที แฟนคลับยังไม่ทันได้ผสมโรง เวยป๋อส่วนตัวของเขาก็โดนถล่มเละเทะไปซะแล้ว

"ไปไกลๆ เลย ไอ้อันธพาลกระจอกที่ไหนเนี่ย ลั่วชิวเป็นคนที่แกจะมาเกาะกระแสได้เหรอ"

"'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' ไม่มีสิทธิ์เข้าชิงรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อ แล้วแกมีสิทธิ์เหรอ ดูถูก 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' นัก มีปัญญาแต่งนิยายแบบ 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' ออกมาให้ได้สิ"

"แหม เป็นถึงศาสตราจารย์ด้วย ดูยิ่งใหญ่จังเลยนะ แต่ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อสถาบันวรรณกรรมจิงเฉิงเลยล่ะ หา เป็นแค่สถาบันระดับสามงั้นเหรอ บอกเร็วกว่านี้สิ เกือบตกใจตาย นึกว่าเจ๋งมาจากไหน"

"แล้วที่บอกว่า 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' ไม่มีการทบทวนความเป็นมนุษย์ แกเคยอ่าน 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' หรือเปล่า คงไม่เคยอ่านล่ะสิ"

"ทำเป็นทำตัวสูงส่งกว่าชาวบ้าน ที่แท้ก็แค่ไอ้กระจอก ตัวตลกตัวนึง"

"ไสหัวไปซะ เกาะกระแสคนอื่นเขาขี้เกียจสนใจแกหรอก แต่ลั่วชิวไม่ใช่คนที่แกจะมาเกาะกระแสได้"

โพสต์เวยป๋อของถานต้าเชาถูกปล่อยออกมาไม่ถึง 5 นาที เวยป๋อส่วนตัวของเขาก็โดนถล่มเละเทะไปซะแล้ว ด้านล่างมีแต่เสียงด่าทอเต็มไปหมด

วินาทีนั้น ถานต้าเชาถึงกับอึ้งไปเลย แต่หมอนี่ก็ใจเด็ดน่าดู ไม่เพียงแต่ไม่ยอมทำตัวเป็นเต่าหดหัว ยังกล้าตอบโต้กลับอีกต่างหาก "การกระทำของพวกแกในตอนนี้ มันไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์มุมมองของฉันหรอกเหรอ ถ้าลั่วชิวไม่มีแฟนคลับไร้สติแบบพวกแก 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' จะได้เข้าชิงรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อเหรอ"

"กล้าหาญมาก!" คนที่เข้ามาดูเรื่องสนุกหลายคนถึงกับยกนิ้วโป้งให้ถานต้าเชา

ใครที่เคยศึกษาเกี่ยวกับลั่วชิว ย่อมรู้ดีว่าแฟนคลับของเขามีจำนวนมากขนาดไหน และพลังการต่อสู้ของแฟนคลับก็รุนแรงมากขนาดไหน ก่อนหน้านี้ตอนที่เทียนฉยงมีเรื่องขัดแย้งกับลั่วชิว เทียนฉยงก็เคยเจอฤทธิ์เดชมาแล้ว ตอนนี้ยังไม่กล้ามีเรื่องกับลั่วชิวเลย

และแฟนคลับของลั่วชิวก็สนุกกันใหญ่

"แหม ยังกล้าเถียงกลับอีกนะ!"

"ฉันนับถือความหน้าด้านหน้าทนของแกจริงๆ"

"แกต้องโง่เขลาขนาดไหนถึงกล้าพูดว่า 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' ไม่มีสิทธิ์เข้าชิงรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อ ศาสตราจารย์เฉินซื่อหรางวิจารณ์ 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' ไว้ยังไง แกคงไม่เคยอ่านล่ะสิ"

"ไอ้โง่เอ๊ย ปู่จะบอกให้ว่าศาสตราจารย์เฉินซื่อหรางวิจารณ์ 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' ไว้ยังไง: 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' ก้าวข้ามขอบเขตของนิยายออนไลน์ไปแล้ว และถือเป็นวรรณกรรมชิ้นเอก ไม่เพียงแต่นำเสนอโลกแห่งกำลังภายในที่แปลกประหลาดและตระการตา แต่ยังได้พรรณนาถึงความเป็นมนุษย์ ค่านิยม ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ และความรักชาติไว้อย่างลึกซึ้ง มันชวนให้คิดจริงๆ นี่หมายความว่าแกเก่งกว่าศาสตราจารย์เฉินซื่อหรางงั้นเหรอ"

ถานต้าเชาเห็นคอมเมนต์แล้วก็ตกใจ

เฉินซื่อหรางเคยวิจารณ์ 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' ไว้แบบนี้เหรอ เรื่องนี้เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย

เขารีบเข้าไปที่เวยป๋อส่วนตัวของเฉินซื่อหราง ก็เจอคำวิจารณ์นั้นอย่างง่ายดาย พออ่านจบก็ถึงกับพูดไม่ออก

จบเห่แล้ว

ตอนแรกแค่กะจะเกาะกระแสซะหน่อย แต่ดูเหมือนว่างานนี้จะไม่เพียงแค่ไม่ได้เกาะกระแส แต่อาจจะหาเรื่องใส่ตัวซะแล้ว

กำลังจะแกล้งตาย ก็มีคนมาสวมหมวกใบใหญ่ให้เขาพอดี "นายบอกว่าการที่ 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' เข้าชิงรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อเป็นการล็อกผล เป็นการที่คณะกรรมการจัดงานรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อต้องการใช้ความนิยมของลั่วชิวมาสร้างกระแส แบบนี้ก็แปลว่าการที่ 'หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม' เข้าชิงรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของงานรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อก็เป็นการล็อกผล เป็นการที่งานรางวัลวรรณกรรมเหลาเซ่อต้องการใช้ความนิยมของหวังเซวียนมาสร้างกระแสด้วยงั้นสิ"

"ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นนะ" ถานต้าเชารีบปฏิเสธ เขาไม่กล้ารับข้อหานี้หรอก เขาเป็นพวกเก่งแต่กับคนอ่อนแอ ส่วนหวังเซวียนคือคนที่เขาไม่มีทางกล้ายุ่งด้วยเด็ดขาด ต่อให้มีเขาสิบคนก็ไม่กล้ายุ่ง

"นี่มันน่าตลกจริงๆ ความนิยมของลั่วชิวกับหวังเซวียนก็สูงส่งพอๆ กัน 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' เข้าชิงเป็นการล็อกผล ส่วน 'หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม' เข้าชิงไม่ถือว่าเป็นการล็อกผล อย่ามาทำตัวสองมาตรฐานแบบนี้สิ"

"บทภาพยนตร์ 'หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม' ครอบคลุมถึงสามยุคสมัย ไม่ว่าจะด้านวรรณกรรมหรือศิลปะ ล้วนอยู่ในระดับปรมาจารย์ ในเรื่องเต็มไปด้วยการทบทวนความเป็นมนุษย์และการทบทวนยุคสมัย 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' จะเอาอะไรไปสู้ 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' เทียบ 'หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม' ไม่ติดหรอก" ถานต้าเชาอ้าง เอา "หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม" มาเหยียบย่ำ "แปดเทพอสูรมังกรฟ้า"

พอเจอแบบนี้ แฟนคลับของลั่วชิวก็แทบจะโกรธจนหัวเราะออกมา

"ไอ้ปากหมาถาน ก่อนจะพูดแบบนี้ ขอร้องล่ะ ไปอ่าน 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' ก่อนเถอะ ถ้าแกไม่มีเงินซื้อ 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' ส่งที่อยู่มาให้ปู่สิ เดี๋ยวปู่จะส่งไปให้ชุดนึง"

"ความไม่รู้นี่มันน่ากลัวจริงๆ"

"ฉันชอบภาพยนตร์เรื่อง 'หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม' มากนะ แต่ทำไมฉันถึงไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าบทภาพยนตร์เรื่อง 'หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม' มันจะสุดยอดขนาดที่ 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า' เทียบไม่ติดเลย"

"งานประกาศรางวัลวรรณกรรมจะเริ่มแล้ว อย่าไปสนใจไอ้โง่นี่เลย"

"ใช่ เริ่มถ่ายทอดสดทางเข้างานแล้ว พวกเราไปกันเถอะ!"

พอมีคนพูดแบบนี้ เวยป๋อของถานต้าเชาก็แทบจะไม่เหลือใครเลย ทิ้งไว้แต่ความว่างเปล่า ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงสั้นๆ ใต้เวยป๋อส่วนตัวของเขาก็มีคำด่าทอทิ้งไว้ถึง 5 หมื่นข้อความ เพียงพอให้เขานั่งลบไปได้อีกนานเลยล่ะ

อีกด้านหนึ่ง เวลาบ่ายสองโมงตรง

ผู้ชม แขกผู้มีเกียรติ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง และผู้ได้รับรางวัลก็เริ่มทยอยเข้างาน

หวังเซวียนและเฉินเสวี่ยฉีเดินทางมาซานย่าพร้อมกัน แต่ความจริงแล้ว หลี่เทาและกัวหงจากฝั่งเทียนไห่ได้เดินทางมาถึงก่อนหน้าแล้ว

หากเป็นเมื่อก่อน หลี่เทาคงอยากจะมาพบหวังเซวียนเป็นคนแรก แต่ครั้งนี้เขาเดินทางมาพร้อมกับกัวหง ย่อมอยากใช้เวลาอยู่กันสองต่อสอง หวังเซวียนและเฉินเสวี่ยฉีก็มีความคิดแบบเดียวกัน ทั้งสี่คนจึงไม่ได้พักที่โรงแรมเดียวกัน หวังเซวียนและเฉินเสวี่ยฉีพักที่โรงแรมเซ็นจูรี่ ส่วนหลี่เทาและกัวหงพักที่โรงแรมโอเรียนเต็ล

สถานที่จัดงานประกาศรางวัลแบ่งออกเป็นหลายโซน

เช่น โซนบทภาพยนตร์ โซนนวนิยายขนาดยาว โซนนวนิยายขนาดกลาง โซนบทละครเวที โซนแขกผู้มอบรางวัล และอื่นๆ ตอนที่หวังเซวียนและเฉินเสวี่ยฉีมาถึง หลี่เทาและกัวหงก็มาถึงก่อนแล้ว

พอเห็นหวังเซวียนและเฉินเสวี่ยฉีเดินเข้ามา หลี่เทาก็รีบยืนขึ้นและโบกมือให้หวังเซวียน

และกล้องถ่ายทอดสดก็ให้เกียรติมาก จับภาพมาที่หวังเซวียนตลอด

หวังเซวียนยิ้ม พยักหน้าตอบรับหลี่เทา จากนั้นก็ไปส่งเฉินเสวี่ยฉีที่โซนแขกผู้มอบรางวัล หาที่นั่งให้เธอจนเจอ แล้วจึงเดินไปที่โซนบทภาพยนตร์ นั่งลงในที่ของตัวเอง และพูดคุยกับหลี่เทาและกัวหงเบาๆ

จนถึงตอนนี้ กล้องถึงได้หันไปทางอื่น

"ผู้กำกับรู้ใจจริงๆ รู้ว่าพวกเราชอบดูหวังเซวียน"

"แน่นอนสิ ผู้กำกับคนนี้เป็นคนของจาหล่างนี่นา ที่พวกเราเข้ามาในห้องถ่ายทอดสดของจาหล่าง ก็เพื่อมาดูหวังเซวียนกับลั่วชิวไม่ใช่เหรอ ตอนนี้หวังเซวียนมาแล้ว ไม่จับภาพไปที่หวังเซวียนแล้วจะให้จับภาพไปที่ใคร"

"ก็จริงนะ แล้วลั่วชิวล่ะ มาหรือยัง" มีคนถาม

"เหมือนจะยังไม่มานะ ที่นั่งยังว่างอยู่เลย ข้างๆ มีผู้หญิงสวยนั่งอยู่คนนึง ผู้หญิงคนนั้นคงไม่ใช่ลั่วชิวหรอกมั้ง"

"ไม่ใช่หรอก ผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นตัวแทนจากเว็บไซต์เชิ่งซื่อ คาดว่าน่าจะมาเป็นเพื่อนลั่วชิว แต่ไม่รู้ทำไม ลั่วชิวถึงยังไม่ปรากฏตัวสักที"

"ลั่วชิวคงจะไม่เบี้ยวหรอกมั้ง"

"ไม่น่าจะเบี้ยวนะ จัดที่นั่งไว้ให้แล้ว ถ้าไม่มา คณะกรรมการจัดงานจะเอาหน้าไปไว้ไหนล่ะ"

พูดจบ กล้องถ่ายทอดสดก็จับภาพมาที่หวังเซวียนอีกครั้ง และในตอนนั้นเอง หวังเซวียนก็ได้ลุกขึ้นจากโซนภาพยนตร์และค่อยๆ เดินผ่านฝูงชน ทุกคนคิดว่าหวังเซวียนกำลังจะไปหาเฉินเสวี่ยฉีที่โซนแขกผู้มอบรางวัล แต่ผลปรากฏว่า หวังเซวียนกลับไปหยุดอยู่ที่โซนนวนิยายขนาดยาว ยิ้มและพูดอะไรบางอย่างกับผู้หญิงสวยจากเว็บไซต์เชิ่งซื่อสองสามคำ แล้วก็นั่งลงที่นั่งของลั่วชิวท่ามกลางความตื่นเต้นของผู้หญิงคนนั้น

ภาพเหตุการณ์นี้ ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้งไปเลย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 551 - หวังเซวียนไปนั่งที่ของลั่วชิวทำไม เขาคิดจะทำอะไรกันแน่

คัดลอกลิงก์แล้ว