- หน้าแรก
- ระบบความชำนาญสุดโกง ขอทานทะลุมิติพลิกสวรรค์
- บทที่ 280 - กะเทาะเปลือก
บทที่ 280 - กะเทาะเปลือก
บทที่ 280 - กะเทาะเปลือก
บทที่ 280 - กะเทาะเปลือก
ขวดกระเบื้องเคลือบแต่ละขวด บรรจุยาลูกกลอนสิบเม็ด
ในจำนวนนั้น หลินเฉียนได้หลอมยาทะลวงขอบเขตขึ้นมาถึงห้าสิบเม็ด
ส่วนที่เหลือล้วนเป็นยาลูกกลอนสำหรับเสริมการฝึกฝนทั้งสิ้น เช่น ยาลูกกลอนเผยหยวน ยาฟื้นปราณ เป็นต้น
แน่นอนว่า มียาพิษปะปนอยู่ด้วยส่วนหนึ่ง
"ฟู่ น่าเสียดายจัง ยาลูกกลอนสุวรรณหยกหลอมเส้นเอ็นนี่ สองเต้าแรกล้มเหลวไม่เป็นท่า หลอมสำเร็จแค่แปดเม็ดเอง" หลินเฉียนพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา พลางพึมพำกับตัวเองเบาๆ
สภาพของหลินเฉียนในยามนี้ ดูดีกว่าตอนที่มาหลอมตานครั้งแรกมากนัก ใบหน้าเพียงแค่ดูอิดโรยเล็กน้อย พลังจิตใจอ่อนล้าลงบ้าง
นั่นก็เป็นเพราะระดับพลังของเขาในตอนนี้ รุดหน้าไปไกลกว่าแต่ก่อนมาก
"เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วยาม ถึงจะหมดเวลา" หลินเฉียนปรายตามองป้ายหยก รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง
จากนั้น เขาก็ระบายยิ้มบางๆ ตวัดแขนเสื้อเบาๆ
ขวดกระเบื้องเคลือบกว่าสิบขวดบนแท่นหิน ก็ราวกับถูกเส้นด้ายที่มองไม่เห็นดึงดูด พากันลอยละล่องเข้ามาหาเขาอย่างพร้อมเพรียง
และในที่สุด ก็ลอยเข้าไปเก็บในแหวนมิติของหลินเฉียนอย่างนุ่มนวล หายวับไปกับตา
กากสมุนไพรที่หลงเหลืออยู่บนแท่นหินและในเตาหลอม ก็ถูกหลินเฉียนเก็บกวาดจนสะอาดหมดจด
จู่ๆ สีหน้าของเขาก็ปรากฏร่องรอยของความลังเลใจ
เขาชะงักมือไปครู่หนึ่ง กล่องผ้าลายปักใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนแท่นหิน
มันคือกล่องผ้าลายปักที่บรรจุไข่แมลงปริศนาอยู่นั่นเอง
เมื่อเปิดกล่องผ้าลายปักออก ก็พบไข่สีแดงฉานทั้งหกใบนอนนิ่งเงียบอยู่ภายใน
"ผ่านมาตั้งนานแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะฟักเลย คงไม่ใช่ไข่ฝ่อหรอกนะ!" นับตั้งแต่หลินเฉียนได้ไข่ทั้งหกใบนี้มา ก็ล่วงเลยมากว่าเดือนแล้ว ทว่าพวกมันก็ยังคงนิ่งสนิทไร้ความเคลื่อนไหวใดๆ
"ไหนๆ ก็มีตั้งหกใบ ลองเอาไปเผาไฟดูสักใบก็แล้วกัน จะได้รู้แล้วรู้รอดไป!" สายตาของเขาเหลือบมองไปยังปากงูทั้งสามใต้เตาหลอม
คิดได้ดังนั้นก็ลงมือทันที
หลินเฉียนใช้พลังสัมผัสทางจิตวิญญาณเปิดสวิตช์เพลิงชีพจรปฐพี ปากงูทั้งสามก็พ่นเปลวเพลิงสีม่วงออกมาอีกครั้ง สาดส่องให้ทั่วทั้งเตาหลอมสว่างไสวเป็นสีแดงฉาน
จากนั้น ไข่ใบหนึ่งในกล่องผ้าลายปักก็ลอยขึ้น ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าใกล้เปลวเพลิง
หลินเฉียนไม่ได้โยนไข่เข้าไปในเปลวเพลิงโดยตรง แต่ให้มันลอยอยู่ห่างจากเพลิงชีพจรปฐพีประมาณห้าชุ่น
ถึงกระนั้น ความร้อนก็ยังคงแผดเผาอย่างรุนแรง
หลังจากเผาไปได้สักพัก ไข่ใบนั้นก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง หลินเฉียนจึงกัดฟัน ขยับไข่เข้าไปใกล้เปลวเพลิงอีกนิด เป็นสี่ชุ่น และสามชุ่นตามลำดับ
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียง "เป๊าะ" ดังขึ้นเบาๆ เปลือกไข่ปริแตกเป็นรอยร้าวเล็กๆ
กลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้ง พวยพุ่งออกมาจากรอยร้าวของเปลือกไข่ กระจายไปทั่วห้องหลอมตานในพริบตา
"แย่แล้ว พิษ!" หลินเฉียนหน้าถอดสี ร่างโอนเอน รู้สึกวิงเวียนศีรษะหน้ามืดตาลาย ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
เขารีบกลั้นหายใจ ล้วงยาถอนพิษออกมากลืนลงคอไปหนึ่งเม็ด
ผ่านไปครึ่งก้านธูป หลินเฉียนจึงสามารถขับพิษร้ายออกจากร่างกายได้สำเร็จ
"นี่มันพิษอะไรกัน ไร้รูปไร้กลิ่น ขนาดข้ายังโดนเล่นงานเข้าให้!" หลินเฉียนเอ่ยด้วยสีหน้าหวาดผวา
เขาเดินเข้าไปใกล้ไข่ที่ร้าวใบนั้น พินิจพิเคราะห์มันอย่างละเอียด
เมื่อครู่หลินเฉียนถูกพิษเล่นงาน พลังสัมผัสทางจิตวิญญาณจึงขาดห้วงไป
ส่งผลให้ไข่ใบนั้นร่วงหล่นลงกระแทกพื้น แตกกระจายเป็นสี่ห้าเสี่ยง
สิ่งที่อยู่ภายในไข่ คือก้อนมวลสารสีดำทะมึนรูปร่างประหลาด มองไม่ออกว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใด และไร้ซึ่งกลิ่นอายแห่งชีวิตโดยสิ้นเชิง
"เป็นไปตามที่ข้าคาดไว้จริงๆ มันคือไข่ฝ่อ"
"ทว่า แก๊สพิษภายในไข่กลับร้ายกาจยิ่งนัก ดูท่าสิ่งที่ฟักอยู่ภายในคงจะเป็นสัตว์มีพิษร้ายแรง น่าจะลองเก็บแก๊สพิษพวกนี้ไว้ดูนะ"
ก่อนหน้านี้เขาคาดไม่ถึงเลยว่า ภายในไข่จะมีแก๊สพิษซุกซ่อนอยู่ จึงพลาดท่าโดนพิษเล่นงานเข้าให้
คิดได้ดังนั้น หลินเฉียนก็ขยับนิ้วมืออีกครั้ง ไข่ใบที่สองค่อยๆ ลอยเข้าไปใกล้เพลิงชีพจรปฐพี
ข้างๆ ไข่ใบนั้น มีน้ำเต้าใบหนึ่งลอยอยู่เคียงคู่กัน เตรียมพร้อมสำหรับกักเก็บแก๊สพิษที่อาจจะรั่วไหลออกมา
และก็เป็นไปตามคาด เมื่อไข่ใบที่สองเข้าใกล้เพลิงชีพจรปฐพีในระยะสามฉื่อ เปลือกไข่ก็ปริแตกออกเช่นเดียวกับใบแรก
ทว่าครั้งนี้ หลินเฉียนเตรียมการมาพร้อมแล้ว แก๊สพิษที่พวยพุ่งออกมาจากเปลือกไข่ จึงถูกเขาดูดเก็บเข้าไปในน้ำเต้าจนหมดเกลี้ยง
ส่วนซากสิ่งมีชีวิตไร้วิญญาณภายในไข่ หลินเฉียนก็จับมันโยนลงไปกลางเพลิงชีพจรปฐพี เผาผลาญจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปในพริบตา
"เอาใหม่!"
ไข่ใบที่สามก็ยังคงเป็นไข่ฝ่อเช่นเดิม
หลินเฉียนไร้ซึ่งความรู้สึกยินดีหรือเสียใจ ยังคงก้มหน้าก้มตาทำการทดลองต่อไปอย่างเงียบๆ
สำหรับที่มาที่ไปของไข่เหล่านี้ เขาไม่รู้อะไรเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะประเมินมูลค่าความล้ำค่าของพวกมันได้อย่างไร
ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็ถือเสียว่าเป็นการนำของเสียมาใช้ให้เกิดประโยชน์ก็แล้วกัน
เพราะถึงอย่างไรก็เป็นแค่ไข่ฝ่อ ย่อมไม่มีมูลค่าอะไรให้ต้องเสียดายอยู่แล้ว
"เอ๊ะ? ไข่ใบนี้ดูมีอะไรทะแม่งๆ นะ" หลินเฉียนเบิกตาตี่ หรี่ตามองไข่ใบที่สี่อย่างจับผิด
สิ่งที่ทำให้ไข่ใบที่สี่นี้แตกต่างจากสามใบแรกก็คือ เมื่อมันเข้าใกล้เพลิงชีพจรปฐพีในระยะสามฉื่อ เปลือกไข่กลับไม่ปริแตกออกเหมือนใบอื่นๆ
"มันกำลังดูดกลืนพลังงานจากเพลิงชีพจรปฐพี!"
"หรือว่าไข่ใบนี้จะเป็นไข่ที่ยังมีชีวิตอยู่!"
หลินเฉียนดีใจจนเนื้อเต้น ความรู้สึกตื่นเต้นยินดีอย่างบอกไม่ถูกเอ่อล้นขึ้นมาในใจ
เดิมทีเขาแทบจะหมดหวังไปแล้ว ทว่ากลับคิดไม่ถึงว่า ไข่ใบนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ไข่ฝ่ออย่างที่คิด
"มันจะฟักออกมาเป็นตัวอะไรกันนะ?" หลินเฉียนเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาบ้างแล้ว
เวลาทุกวินาทีค่อยๆ เคลื่อนคล้อย แม้ไข่จะกำลังดูดกลืนพลังงาน ทว่ากลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เพิ่มเติมเลย
"หรือว่าพลังงานที่ดูดซับไปยังไม่เพียงพอกันนะ?" หลินเฉียนลอบตั้งคำถามในใจ
เวลาเช่าห้องหลอมตานใกล้จะหมดลงแล้ว หากหมดเวลา เพลิงชีพจรปฐพีก็จะดับลงโดยอัตโนมัติ
เมื่อถึงตอนนั้น ไข่ใบนี้ก็จะไม่มีพลังงานจากเพลิงชีพจรปฐพีให้ดูดซับอีกต่อไป
หลินเฉียนตัดสินใจเด็ดขาด บังคับไข่ให้เคลื่อนเข้าไปใกล้เพลิงชีพจรปฐพีอีกหนึ่งชุ่น จนเหลือระยะห่างเพียงสองชุ่น อุณหภูมิก็พุ่งสูงขึ้นอีกระดับ
เมื่อไข่ขยับเข้าใกล้เพลิงชีพจรปฐพี อัตราการดูดซับพลังงานก็เพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
ถึงขั้นมีเปลวเพลิงบางส่วนถูกดึงดูด พุ่งเข้าหาไข่ราวกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ แล้วหลอมรวมเข้ากับเปลือกไข่ไปในที่สุด
พริบตาเดียว เปลือกไข่ก็สาดประกายแสงสีแดงจางๆ ออกมา
แต่ถึงกระนั้น ไข่ก็ยังคงไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใดๆ
"ไข่ใบนี้มันไข่ของตัวอะไรกันแน่ ถึงได้ไม่สะทกสะท้านต่อเพลิงชีพจรปฐพี ซ้ำยังสามารถดูดกลืนพลังงานจากเพลิงชีพจรปฐพีเข้าไปได้อีก" หลินเฉียนเบิกตาโต ลอบตกตะลึงอยู่ในใจ
ต้องรู้ว่า ด้วยพลังฝีมือของเขาในตอนนี้ ก็ยังไม่กล้าเอาเนื้อหนังมังสาไปสัมผัสกับเพลิงชีพจรปฐพีตรงๆ เลยนะ นั่นมันคือเปลวเพลิงสุดอันตราย ที่สามารถแผดเผาคนให้เป็นเถ้าถ่านได้ในพริบตาเชียวนะ!
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะเอาเจ้าไปวางไว้กลางเพลิงชีพจรปฐพีเสียเลย หวังว่าเจ้าคงจะไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวังนะ"
ไข่ที่ถูกวางลงไปใจกลางเพลิงชีพจรปฐพี ประหนึ่งปีศาจหิวโซที่อดอยากมานานนับสิบปี มันสูบกลืนพลังงานจากเพลิงชีพจรปฐพีอย่างบ้าคลั่ง
เพลิงชีพจรปฐพีเปรียบเสมือนอาหารโอชะที่คอยหล่อเลี้ยงมัน
ไข่ใบนี้ดูดกลืนพลังงานอยู่นานถึงหนึ่งเค่อเต็มๆ จู่ๆ เปลือกไข่ก็ปริแตกออกเป็นรอยร้าวราวกับใยแมงมุม ประกายแสงสีแดงชาดสาดส่องลอดออกมาตามรอยแยกเหล่านั้น
"ออกมาแล้ว!" หลินเฉียนจ้องมองไข่ใบนั้นตาไม่กะพริบ ภายในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
พร้อมกับเสียงเปลือกไข่ที่ปริแตก กรงเล็บสี่แฉกอันแหลมคมก็แทงทะลุเปลือกไข่ออกมาเป็นอันดับแรก
ตามมาด้วยรอยร้าวบนเปลือกไข่ที่ขยายวงกว้างและหลุดร่วงลงมา ราวกับถูกพลังอันมหาศาลจากภายในดันให้แตกออก
เปลือกไข่เริ่มแตกร้าวและหลุดร่วงลงมามากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นานนัก กรงเล็บสี่แฉกอีกข้างก็โผล่พ้นเปลือกไข่ออกมา สอดประสานกับกรงเล็บข้างแรก ฉีกกระชากเปลือกไข่ให้ขาดออกเป็นสี่ชิ้นอย่างสมบูรณ์
สิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ภายใน เผยโฉมให้หลินเฉียนได้เห็นอย่างเต็มตา
มันนอนหมอบนิ่งอยู่บนพื้น รูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับคางคก
ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเมือกเปียกชื้น ผิวหนังเป็นสีแดงชาด ราวกับเพิ่งถูกเปลวเพลิงแผดเผามาก็มิปาน
(จบแล้ว)