เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 - ขั้นสอง! ตาแกแล้ว

บทที่ 21 - ขั้นสอง! ตาแกแล้ว

บทที่ 21 - ขั้นสอง! ตาแกแล้ว


"เกิดอะไรขึ้น เติ้งซวิ่นถูกสังหารในพริบตาเหรอ"

"ยอมอ่อนข้อให้ เขาต้องยอมอ่อนข้อให้แน่ๆ !"

"นี่ไม่ใช่ยอมอ่อนข้อแล้ว นี่มันจงใจปล่อยผ่านชัดๆ !"

" ... "

ตั้งแต่ตอนที่จ้าวปินประกาศเริ่มการแข่งขัน

ทั้งสองฝ่ายต่างก็ปลุกพลังวีรชนเพื่อเตรียมต่อสู้

จนถึงตอนที่ปลายหอกของหลิวเสวียนจ่ออยู่ที่ลำคอของเติ้งซวิ่น

ทั้งหมดนี้ใช้เวลาไปเพียงแค่สามวินาทีเท่านั้น!

นี่หมายความว่าหลิวเสวียนใช้เวลาเพียงแค่สามวินาทีในการคว้าชัยชนะมาครอง!

ใครมันจะไปเชื่อ!

เติ้งซวิ่นง้างดาบขึ้นสูงเตรียมจะฟันลงมาอยู่แล้วแท้ๆ แต่จู่ๆ เขาก็ชะงักไป

ถ้าไม่เรียกว่ายอมอ่อนข้อแล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ

ท่ามกลางความมึนงง เติ้งซวิ่นก็ค่อยๆ ได้สติกลับมา

"เอ๊ะ เกิดอะไรขึ้น"

"การต่อสู้จบลงแล้วงั้นเหรอ"

หลิวเสวียนดึงหอกกลับมาแล้ว แต่เติ้งซวิ่นก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

"การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว คุณแพ้แล้วล่ะ"

จ้าวปินเล่าเหตุการณ์เมื่อครู่ให้ฟังคร่าวๆ เติ้งซวิ่นยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่

อาวุธวิญญาณของหลิวเสวียนมาจ่ออยู่ที่คอฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

"ล้มมวย!"

"ล้มมวย!"

" ... "

คนของโรงฝึกยุทธ์พานสือพากันตะโกนโห่ร้อง

แต่เพียงแค่โจวเหวินปังปรายตามอง พวกเขาก็ต้องเงียบกริบด้วยความกลัว

"ไม่ต้องไปสนใจคนอื่น พวกเราทำหน้าที่ของเราให้ดีก็พอ"

โจวเหวินปังเอ่ยเสียงเรียบ

หวงเจิ้งอี่รีบประจบประแจงทันที

"คุณชายรองพูดถูกแล้วครับ เดี๋ยวพอโจวหลินขึ้นไป ก็จัดการพวกมันสองคนให้หมอบไปเลยก็สิ้นเรื่อง"

โจวเหวินปังไม่ได้สนใจหวงเจิ้งอี่ เขาเอาแต่นึกถึงหอกของหลิวเสวียนเมื่อครู่นี้

"ตอนที่เขาแทงหอกเมื่อกี้ ดูเหมือนร่างกายของเขาจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับอาวุธวิญญาณในมือเลย"

"ถ้าดูไม่ผิด น่าจะเป็นเจตจำนงแห่งหอกแน่ๆ "

เวลาการต่อสู้มันสั้นมาก โจวเหวินปังเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก

"ถ้าเป็นเจตจำนงแห่งหอกจริงๆ หมอนี่ก็รับมือยากกว่ามู่ฟางเสียอีก"

เจตจำนงแห่งหอกไม่ใช่สิ่งที่จะบรรลุถึงกันได้ง่ายๆ

"เดี๋ยวพอนายขึ้นไป ก็ทะลวงขั้นซะเลยนะ"

"หลิวเสวียนคนนั้นรับมือยากกว่ามู่ฟาง"

โจวเหวินปังหันไปกำชับโจวหลินที่อยู่ข้างๆ

โจวหลินพยักหน้ารับทันที

ในเมื่อโจวเหวินปังพูดแบบนั้น มันก็ต้องมีเหตุผลของเขา

เขาแค่ต้องทำตามคำสั่งก็พอ

ทางฝั่งโรงฝึกยุทธ์ไคซาน

"ฉันให้ลุงสู้เพื่อหยั่งเชิงดูก่อน ไม่ได้ให้ลุงยอมแพ้ดื้อๆ แบบนี้นะ!"

มู่ฟางขมวดคิ้วมุ่น

ก่อนขึ้นเวทีเขาอุตส่าห์กำชับเติ้งซวิ่นไว้แล้ว

ว่าตอนนี้พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว

เดี๋ยวตอนสู้ไม่ต้องทุ่มสุดตัว ออมแรงและพลังวิญญาณเอาไว้

ถึงเวลาไม่ว่าใครจะเข้ารอบจะได้มีแรงเหลือไปสู้ในรอบสุดท้าย

แต่มู่ฟางไม่คิดเลยว่าเติ้งซวิ่นจะยืนนิ่งเป็นเป้าให้หลิวเสวียนเอาหอกมาจ่อคอหอยแบบนี้!

"นายน้อย ผมไม่ได้ออมมือนะ!"

เติ้งซวิ่นทำหน้าสลดพลางเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง

มู่ฟางและมู่จงติ้งที่อยู่ข้างๆ ต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน

"เสียงมังกรคำรามเหรอ แล้วลุงก็หมดสติไปเลยเนี่ยนะ"

"มันคืออะไรกันเนี่ย"

มู่ฟางไม่เข้าใจและอยากจะเดินไปถามให้รู้เรื่อง

แต่พอหันไปมองก็พบว่าหลิวเสวียนหลับตาและเริ่มปรับลมหายใจแล้ว

ก่อนจะถึงการต่อสู้แบบตะลุมบอนในรอบสุดท้าย มีเวลาพักสิบนาที

ถึงแม้การต่อสู้กับเติ้งซวิ่นจะไม่ได้สูญเสียพลังอะไรเลย

แต่หลิวเสวียนก็ยังอยากปรับสภาพจิตใจให้พร้อมก่อนการต่อสู้ครั้งสำคัญ

ในเมื่อตระกูลโจวหมายมั่นปั้นมือกับงานประลองในครั้งนี้

พวกเขาก็ต้องเตรียมไพ่ตายเอาไว้แน่

หลิวเสวียนคิดว่ารอบสุดท้ายเขาต้องทุ่มสุดตัว

"กำลังปรับสภาพจิตใจสินะ"

"ช่างเถอะ เดี๋ยวประลองเสร็จค่อยถามก็ยังไม่สาย"

มู่ฟางเริ่มโคจรพลังเพื่อฟื้นฟูร่างกายเช่นกัน

สิบนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว

จ้าวปินมองดูเวลา

"คู่สุดท้าย การต่อสู้แบบตะลุมบอนสามคน"

"ไม่มีกฎกติกาใดๆ"

"ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันทั้งสามท่านขึ้นมาบนเวทีครับ"

หลิวเสวียนที่หลับตาปรับลมหายใจอยู่ลืมตาขึ้นและเดินขึ้นไปบนเวที

มู่ฟางก็เดินตามไปติดๆ

ทางฝั่งโรงฝึกยุทธ์พานสือ

โจวเหวินปังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แปรปรวนบนร่างของโจวหลินที่อยู่ข้างๆ

"ได้เวลาแล้ว"

"ไปเถอะ"

โจวหลินพยักหน้าอย่างจริงจังและรีบเดินขึ้นไปบนเวที

ทันทีที่เขาก้าวขึ้นไปบนเวที จ้าวปินก็สัมผัสได้ถึงสถานการณ์บนร่างของเขา

"คลื่นพลังแบบนี้... ใกล้จะทะลวงขั้นแล้วนี่นา"

จ้าวปินขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคลายออกอย่างรวดเร็ว

"ฉันเป็นแค่กรรมการตัดสินการแข่งขันครั้งนี้"

"พูดตามตรง เขาก็ไม่ได้ทำผิดกฎอะไรนี่"

เมื่อวางตัวเป็นกลางได้แล้ว

จ้าวปินก็เอ่ยขึ้น

"ผู้เข้าแข่งขันทำความเคารพซึ่งกันและกัน"

"โรงฝึกยุทธ์พานสือ โจวหลิน"

"โรงฝึกยุทธ์ไคซาน มู่ฟาง"

"โรงฝึกยุทธ์พั่วเฟิง หลิวเสวียน"

หลังจากที่ทั้งสามคนประสานมือคารวะกัน พวกเขาก็ถอยห่างจากกันไปประมาณสามสิบเมตร

โดยยืนประจำที่อยู่ในสามมุมที่แตกต่างกัน

"การประลองรอบชิงชนะเลิศของงานประลองแลกเปลี่ยนโรงฝึกยุทธ์เมืองจิงเฉิง เริ่มได้!"

เมื่อจ้าวปินชูมือขวาขึ้นแล้วตวัดลงมา

วูบ

มู่ฟางก็รีบโคจรพลังวิญญาณและผสานร่างกับวีรชนทันที

ร่างกายของเขากำยำล่ำสันขึ้นเหมือนตอนที่สู้ในรอบแรก เสียงกระดูกลั่นดังกรอบแกรบ ความสูงพุ่งปรี๊ดไปถึงสองเมตรเลยทีเดียว

"เจ้านี่ฉันจัดการเอง!"

"หลิวเสวียน! นายอย่าเพิ่งลงมือนะ เดี๋ยวพวกโรงฝึกยุทธ์พานสือจะหาว่าพวกเรารุมรังแกมัน!"

เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาล มู่ฟางก็มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาไม่ได้รอให้หลิวเสวียนตอบกลับก็กระทืบเท้าพุ่งเข้าใส่โจวหลินทันที

ทางฝั่งของโจวหลิน

เมื่อเห็นมู่ฟางพุ่งเข้ามา มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์

"ถ้าฉันยังอยู่ขั้นหนึ่งระดับปลาย ฉันคงไม่ใช่คู่มือของนายหรอก"

"แต่ตอนนี้ มันไม่เหมือนเดิมแล้ว!"

ตู้ม!

กลิ่นอายอันแข็งแกร่งระเบิดออกมาจากร่างของโจวหลิน ทำลายกำแพงที่ขวางกั้นเขามานานจนแตกกระจาย

โล่สามเหลี่ยมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในมือของโจวหลิน

พร้อมกับวงเวทสีเทาที่สว่างวาบขึ้นข้างกายของเขา

ร่างที่ถือโล่สามเหลี่ยมกลับหัวปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าโจวหลิน

นั่นก็คือวีรชนของโจวหลินนั่นเอง!

"วีรชน!"

"โจวหลินทะลวงขั้นแล้ว!"

ซ่งจงและมู่จงติ้งต่างก็ตกตะลึง

สิ่งที่พวกเขากังวลที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้

ตามกติกาของงานประลองแลกเปลี่ยน

ผู้เข้าแข่งขันต้องมีระดับไม่เกินขั้นสอง

แต่ถ้าระหว่างการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันทะลวงขั้นจากขั้นหนึ่งไปขั้นสอง แบบนั้นก็ถือว่าไม่ผิดกติกา

ที่ผ่านมาไม่เคยมีโรงฝึกยุทธ์ไหนทำแบบนี้มาก่อน

ก็เพราะนี่เป็นแค่งานประลองภายในของโรงฝึกยุทธ์ ทุกคนต่างก็เปิดโรงฝึกอยู่ในเมืองจิงเฉิงเหมือนกัน ถือเป็นคนในวงการเดียวกัน

เมืองจิงเฉิงก็มีอยู่แค่นี้ วันข้างหน้ายังไงก็ต้องเจอหน้ากันอยู่ดี จึงไม่มีใครอยากจะทำเรื่องแบบนี้

แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป

ตระกูลโจวตั้งใจจะรวบรวมโรงฝึกยุทธ์ทั้งหมดมาไว้ใต้ปีกของตัวเอง พวกเขาจึงไม่สนกฎเกณฑ์อะไรทั้งนั้น!

"หมอนั่นขึ้นขั้นสองแล้วเหรอ!?"

เมื่อมู่ฟางสังเกตเห็น เขาพยายามจะหยุดร่างที่กำลังพุ่งไปข้างหน้า แต่ก็สายไปเสียแล้ว

วีรชนของโจวหลินรีบก้าวออกมายกโล่ขึ้นตั้งรับ

ด้วยพลังระดับขั้นสอง เขาสามารถรับการโจมตีของมู่ฟางเอาไว้ได้

ส่วนตัวโจวหลินเองก็ก้าวเท้าหลบวีรชนของตัวเองและอ้อมมาด้านข้างของมู่ฟาง เขายกโล่ขนาดใหญ่ในมือขึ้นฟาดเข้าใส่มู่ฟางอย่างแรง!

"ปัง!"

แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้มู่ฟางกระเด็นถอยหลังไป

ภาพเหตุการณ์นี้ช่างเหมือนกับตอนที่มู่ฟางซัดโจวเยว่จนปลิวไม่มีผิด!

มู่ฟางตีลังกากลางอากาศหลายตลบก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง

เขายังไม่ทันได้ลุกขึ้น วีรชนของโจวหลินก็พุ่งเข้ามาถึงตัวเขาแล้ว

วีรชนของโจวหลินยกโล่ขึ้นสูงและกระแทกใส่หน้าอกของมู่ฟาง

เมื่อทะลวงถึงขั้นสอง ระดับพลังของโจวหลินก็เหนือกว่ามู่ฟางอย่างเป็นทางการ

หลังจากโดนโจมตีอย่างหนักหน่วงไปสองครั้ง ร่างกายของมู่ฟางก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

เขารู้สึกถึงรสคาวในลำคอก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต

เขาพยายามดิ้นรนจะลุกขึ้นยืน แต่วีรชนของโจวหลินก็กดเขาไว้แน่นจนขยับตัวไม่ได้เลย

เมื่อเห็นใบหน้าของมู่ฟางแดงก่ำ จ้าวปินก็ถอนหายใจออกมา

"โรงฝึกยุทธ์ไคซาน มู่ฟางเป็นฝ่ายพ่ายแพ้"

ในฐานะกรรมการ จ้าวปินย่อมไม่ยอมปล่อยให้มู่ฟางเป็นอันตรายอย่างแน่นอน

เมื่อได้ยินผลการตัดสิน วีรชนของโจวหลินก็ยิ้มเยาะและลุกขึ้นยืน

โจวหลินหันไปมองหลิวเสวียนที่อยู่ห่างออกไปสามสิบเมตร

"ตอนนี้ ตาแกแล้ว"

จบบทที่ บทที่ 21 - ขั้นสอง! ตาแกแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว