- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกที่สิ้นประวัติศาสตร์ ผมจึงเป็นคนเดียวที่อัญเชิญวีรชนระดับตำนานได้
- บทที่ 21 - ขั้นสอง! ตาแกแล้ว
บทที่ 21 - ขั้นสอง! ตาแกแล้ว
บทที่ 21 - ขั้นสอง! ตาแกแล้ว
"เกิดอะไรขึ้น เติ้งซวิ่นถูกสังหารในพริบตาเหรอ"
"ยอมอ่อนข้อให้ เขาต้องยอมอ่อนข้อให้แน่ๆ !"
"นี่ไม่ใช่ยอมอ่อนข้อแล้ว นี่มันจงใจปล่อยผ่านชัดๆ !"
" ... "
ตั้งแต่ตอนที่จ้าวปินประกาศเริ่มการแข่งขัน
ทั้งสองฝ่ายต่างก็ปลุกพลังวีรชนเพื่อเตรียมต่อสู้
จนถึงตอนที่ปลายหอกของหลิวเสวียนจ่ออยู่ที่ลำคอของเติ้งซวิ่น
ทั้งหมดนี้ใช้เวลาไปเพียงแค่สามวินาทีเท่านั้น!
นี่หมายความว่าหลิวเสวียนใช้เวลาเพียงแค่สามวินาทีในการคว้าชัยชนะมาครอง!
ใครมันจะไปเชื่อ!
เติ้งซวิ่นง้างดาบขึ้นสูงเตรียมจะฟันลงมาอยู่แล้วแท้ๆ แต่จู่ๆ เขาก็ชะงักไป
ถ้าไม่เรียกว่ายอมอ่อนข้อแล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ
ท่ามกลางความมึนงง เติ้งซวิ่นก็ค่อยๆ ได้สติกลับมา
"เอ๊ะ เกิดอะไรขึ้น"
"การต่อสู้จบลงแล้วงั้นเหรอ"
หลิวเสวียนดึงหอกกลับมาแล้ว แต่เติ้งซวิ่นก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
"การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว คุณแพ้แล้วล่ะ"
จ้าวปินเล่าเหตุการณ์เมื่อครู่ให้ฟังคร่าวๆ เติ้งซวิ่นยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่
อาวุธวิญญาณของหลิวเสวียนมาจ่ออยู่ที่คอฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย
"ล้มมวย!"
"ล้มมวย!"
" ... "
คนของโรงฝึกยุทธ์พานสือพากันตะโกนโห่ร้อง
แต่เพียงแค่โจวเหวินปังปรายตามอง พวกเขาก็ต้องเงียบกริบด้วยความกลัว
"ไม่ต้องไปสนใจคนอื่น พวกเราทำหน้าที่ของเราให้ดีก็พอ"
โจวเหวินปังเอ่ยเสียงเรียบ
หวงเจิ้งอี่รีบประจบประแจงทันที
"คุณชายรองพูดถูกแล้วครับ เดี๋ยวพอโจวหลินขึ้นไป ก็จัดการพวกมันสองคนให้หมอบไปเลยก็สิ้นเรื่อง"
โจวเหวินปังไม่ได้สนใจหวงเจิ้งอี่ เขาเอาแต่นึกถึงหอกของหลิวเสวียนเมื่อครู่นี้
"ตอนที่เขาแทงหอกเมื่อกี้ ดูเหมือนร่างกายของเขาจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับอาวุธวิญญาณในมือเลย"
"ถ้าดูไม่ผิด น่าจะเป็นเจตจำนงแห่งหอกแน่ๆ "
เวลาการต่อสู้มันสั้นมาก โจวเหวินปังเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก
"ถ้าเป็นเจตจำนงแห่งหอกจริงๆ หมอนี่ก็รับมือยากกว่ามู่ฟางเสียอีก"
เจตจำนงแห่งหอกไม่ใช่สิ่งที่จะบรรลุถึงกันได้ง่ายๆ
"เดี๋ยวพอนายขึ้นไป ก็ทะลวงขั้นซะเลยนะ"
"หลิวเสวียนคนนั้นรับมือยากกว่ามู่ฟาง"
โจวเหวินปังหันไปกำชับโจวหลินที่อยู่ข้างๆ
โจวหลินพยักหน้ารับทันที
ในเมื่อโจวเหวินปังพูดแบบนั้น มันก็ต้องมีเหตุผลของเขา
เขาแค่ต้องทำตามคำสั่งก็พอ
ทางฝั่งโรงฝึกยุทธ์ไคซาน
"ฉันให้ลุงสู้เพื่อหยั่งเชิงดูก่อน ไม่ได้ให้ลุงยอมแพ้ดื้อๆ แบบนี้นะ!"
มู่ฟางขมวดคิ้วมุ่น
ก่อนขึ้นเวทีเขาอุตส่าห์กำชับเติ้งซวิ่นไว้แล้ว
ว่าตอนนี้พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว
เดี๋ยวตอนสู้ไม่ต้องทุ่มสุดตัว ออมแรงและพลังวิญญาณเอาไว้
ถึงเวลาไม่ว่าใครจะเข้ารอบจะได้มีแรงเหลือไปสู้ในรอบสุดท้าย
แต่มู่ฟางไม่คิดเลยว่าเติ้งซวิ่นจะยืนนิ่งเป็นเป้าให้หลิวเสวียนเอาหอกมาจ่อคอหอยแบบนี้!
"นายน้อย ผมไม่ได้ออมมือนะ!"
เติ้งซวิ่นทำหน้าสลดพลางเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง
มู่ฟางและมู่จงติ้งที่อยู่ข้างๆ ต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน
"เสียงมังกรคำรามเหรอ แล้วลุงก็หมดสติไปเลยเนี่ยนะ"
"มันคืออะไรกันเนี่ย"
มู่ฟางไม่เข้าใจและอยากจะเดินไปถามให้รู้เรื่อง
แต่พอหันไปมองก็พบว่าหลิวเสวียนหลับตาและเริ่มปรับลมหายใจแล้ว
ก่อนจะถึงการต่อสู้แบบตะลุมบอนในรอบสุดท้าย มีเวลาพักสิบนาที
ถึงแม้การต่อสู้กับเติ้งซวิ่นจะไม่ได้สูญเสียพลังอะไรเลย
แต่หลิวเสวียนก็ยังอยากปรับสภาพจิตใจให้พร้อมก่อนการต่อสู้ครั้งสำคัญ
ในเมื่อตระกูลโจวหมายมั่นปั้นมือกับงานประลองในครั้งนี้
พวกเขาก็ต้องเตรียมไพ่ตายเอาไว้แน่
หลิวเสวียนคิดว่ารอบสุดท้ายเขาต้องทุ่มสุดตัว
"กำลังปรับสภาพจิตใจสินะ"
"ช่างเถอะ เดี๋ยวประลองเสร็จค่อยถามก็ยังไม่สาย"
มู่ฟางเริ่มโคจรพลังเพื่อฟื้นฟูร่างกายเช่นกัน
สิบนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จ้าวปินมองดูเวลา
"คู่สุดท้าย การต่อสู้แบบตะลุมบอนสามคน"
"ไม่มีกฎกติกาใดๆ"
"ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันทั้งสามท่านขึ้นมาบนเวทีครับ"
หลิวเสวียนที่หลับตาปรับลมหายใจอยู่ลืมตาขึ้นและเดินขึ้นไปบนเวที
มู่ฟางก็เดินตามไปติดๆ
ทางฝั่งโรงฝึกยุทธ์พานสือ
โจวเหวินปังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แปรปรวนบนร่างของโจวหลินที่อยู่ข้างๆ
"ได้เวลาแล้ว"
"ไปเถอะ"
โจวหลินพยักหน้าอย่างจริงจังและรีบเดินขึ้นไปบนเวที
ทันทีที่เขาก้าวขึ้นไปบนเวที จ้าวปินก็สัมผัสได้ถึงสถานการณ์บนร่างของเขา
"คลื่นพลังแบบนี้... ใกล้จะทะลวงขั้นแล้วนี่นา"
จ้าวปินขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคลายออกอย่างรวดเร็ว
"ฉันเป็นแค่กรรมการตัดสินการแข่งขันครั้งนี้"
"พูดตามตรง เขาก็ไม่ได้ทำผิดกฎอะไรนี่"
เมื่อวางตัวเป็นกลางได้แล้ว
จ้าวปินก็เอ่ยขึ้น
"ผู้เข้าแข่งขันทำความเคารพซึ่งกันและกัน"
"โรงฝึกยุทธ์พานสือ โจวหลิน"
"โรงฝึกยุทธ์ไคซาน มู่ฟาง"
"โรงฝึกยุทธ์พั่วเฟิง หลิวเสวียน"
หลังจากที่ทั้งสามคนประสานมือคารวะกัน พวกเขาก็ถอยห่างจากกันไปประมาณสามสิบเมตร
โดยยืนประจำที่อยู่ในสามมุมที่แตกต่างกัน
"การประลองรอบชิงชนะเลิศของงานประลองแลกเปลี่ยนโรงฝึกยุทธ์เมืองจิงเฉิง เริ่มได้!"
เมื่อจ้าวปินชูมือขวาขึ้นแล้วตวัดลงมา
วูบ
มู่ฟางก็รีบโคจรพลังวิญญาณและผสานร่างกับวีรชนทันที
ร่างกายของเขากำยำล่ำสันขึ้นเหมือนตอนที่สู้ในรอบแรก เสียงกระดูกลั่นดังกรอบแกรบ ความสูงพุ่งปรี๊ดไปถึงสองเมตรเลยทีเดียว
"เจ้านี่ฉันจัดการเอง!"
"หลิวเสวียน! นายอย่าเพิ่งลงมือนะ เดี๋ยวพวกโรงฝึกยุทธ์พานสือจะหาว่าพวกเรารุมรังแกมัน!"
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาล มู่ฟางก็มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาไม่ได้รอให้หลิวเสวียนตอบกลับก็กระทืบเท้าพุ่งเข้าใส่โจวหลินทันที
ทางฝั่งของโจวหลิน
เมื่อเห็นมู่ฟางพุ่งเข้ามา มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
"ถ้าฉันยังอยู่ขั้นหนึ่งระดับปลาย ฉันคงไม่ใช่คู่มือของนายหรอก"
"แต่ตอนนี้ มันไม่เหมือนเดิมแล้ว!"
ตู้ม!
กลิ่นอายอันแข็งแกร่งระเบิดออกมาจากร่างของโจวหลิน ทำลายกำแพงที่ขวางกั้นเขามานานจนแตกกระจาย
โล่สามเหลี่ยมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในมือของโจวหลิน
พร้อมกับวงเวทสีเทาที่สว่างวาบขึ้นข้างกายของเขา
ร่างที่ถือโล่สามเหลี่ยมกลับหัวปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าโจวหลิน
นั่นก็คือวีรชนของโจวหลินนั่นเอง!
"วีรชน!"
"โจวหลินทะลวงขั้นแล้ว!"
ซ่งจงและมู่จงติ้งต่างก็ตกตะลึง
สิ่งที่พวกเขากังวลที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้
ตามกติกาของงานประลองแลกเปลี่ยน
ผู้เข้าแข่งขันต้องมีระดับไม่เกินขั้นสอง
แต่ถ้าระหว่างการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันทะลวงขั้นจากขั้นหนึ่งไปขั้นสอง แบบนั้นก็ถือว่าไม่ผิดกติกา
ที่ผ่านมาไม่เคยมีโรงฝึกยุทธ์ไหนทำแบบนี้มาก่อน
ก็เพราะนี่เป็นแค่งานประลองภายในของโรงฝึกยุทธ์ ทุกคนต่างก็เปิดโรงฝึกอยู่ในเมืองจิงเฉิงเหมือนกัน ถือเป็นคนในวงการเดียวกัน
เมืองจิงเฉิงก็มีอยู่แค่นี้ วันข้างหน้ายังไงก็ต้องเจอหน้ากันอยู่ดี จึงไม่มีใครอยากจะทำเรื่องแบบนี้
แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป
ตระกูลโจวตั้งใจจะรวบรวมโรงฝึกยุทธ์ทั้งหมดมาไว้ใต้ปีกของตัวเอง พวกเขาจึงไม่สนกฎเกณฑ์อะไรทั้งนั้น!
"หมอนั่นขึ้นขั้นสองแล้วเหรอ!?"
เมื่อมู่ฟางสังเกตเห็น เขาพยายามจะหยุดร่างที่กำลังพุ่งไปข้างหน้า แต่ก็สายไปเสียแล้ว
วีรชนของโจวหลินรีบก้าวออกมายกโล่ขึ้นตั้งรับ
ด้วยพลังระดับขั้นสอง เขาสามารถรับการโจมตีของมู่ฟางเอาไว้ได้
ส่วนตัวโจวหลินเองก็ก้าวเท้าหลบวีรชนของตัวเองและอ้อมมาด้านข้างของมู่ฟาง เขายกโล่ขนาดใหญ่ในมือขึ้นฟาดเข้าใส่มู่ฟางอย่างแรง!
"ปัง!"
แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้มู่ฟางกระเด็นถอยหลังไป
ภาพเหตุการณ์นี้ช่างเหมือนกับตอนที่มู่ฟางซัดโจวเยว่จนปลิวไม่มีผิด!
มู่ฟางตีลังกากลางอากาศหลายตลบก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
เขายังไม่ทันได้ลุกขึ้น วีรชนของโจวหลินก็พุ่งเข้ามาถึงตัวเขาแล้ว
วีรชนของโจวหลินยกโล่ขึ้นสูงและกระแทกใส่หน้าอกของมู่ฟาง
เมื่อทะลวงถึงขั้นสอง ระดับพลังของโจวหลินก็เหนือกว่ามู่ฟางอย่างเป็นทางการ
หลังจากโดนโจมตีอย่างหนักหน่วงไปสองครั้ง ร่างกายของมู่ฟางก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
เขารู้สึกถึงรสคาวในลำคอก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต
เขาพยายามดิ้นรนจะลุกขึ้นยืน แต่วีรชนของโจวหลินก็กดเขาไว้แน่นจนขยับตัวไม่ได้เลย
เมื่อเห็นใบหน้าของมู่ฟางแดงก่ำ จ้าวปินก็ถอนหายใจออกมา
"โรงฝึกยุทธ์ไคซาน มู่ฟางเป็นฝ่ายพ่ายแพ้"
ในฐานะกรรมการ จ้าวปินย่อมไม่ยอมปล่อยให้มู่ฟางเป็นอันตรายอย่างแน่นอน
เมื่อได้ยินผลการตัดสิน วีรชนของโจวหลินก็ยิ้มเยาะและลุกขึ้นยืน
โจวหลินหันไปมองหลิวเสวียนที่อยู่ห่างออกไปสามสิบเมตร
"ตอนนี้ ตาแกแล้ว"