- หน้าแรก
- เส้นทางซุปตาร์ ปั้นดาวโรงเรียนสู่บัลลังก์ราชินี
- บทที่ 1: เปิดเรื่องมาก็โดนบอกเลิก แต่โชคดีที่มีระบบ
บทที่ 1: เปิดเรื่องมาก็โดนบอกเลิก แต่โชคดีที่มีระบบ
บทที่ 1: เปิดเรื่องมาก็โดนบอกเลิก แต่โชคดีที่มีระบบ
"เจียงเฉิน พวกเราโตแล้วนะ ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว"
"สรุปคือ เธออยากเลิกงั้นสิ?"
"ฟังฉันนะ บริษัทเล่อเซิงเอนเตอร์เทนเมนต์เห็นแววฉันและเตรียมจะเซ็นสัญญาด้วย อีกไม่นานฉันก็จะได้เป็นดาราแล้ว และดาราจะมีข่าวฉาวไม่ได้ เพราะงั้นพวกเรา..."
"อ้อ นี่เธอจะทิ้งแฟนเพื่ออนาคตตัวเองว่างั้นเถอะ?"
เจียงเฉินเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าด้วยท่าทีไม่ยี่หระ เธอชื่อสวี่เชี่ยนเชี่ยน และในแง่ของสถานะ เธอคือแฟนสาวของเจ้าของร่างนี้
สวี่เชี่ยนเชี่ยนถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นสีหน้าเฉยเมยทว่าเอ่ยคำพูดไร้เยื่อใยของเจียงเฉิน
เธอคบกับเจียงเฉินมาสามปีกว่าตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง ย่อมเข้าใจนิสัยของเขาดี เขาเป็นคนหัวอ่อน ยอมคน และมักจะตามใจเธอเสมอ
ระหว่างที่สวี่เชี่ยนเชี่ยนกำลังถูกเจียงเฉินต้อนถาม หลิวอวี่ เพื่อนสนิทของเธอที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เริ่มสวนกลับด้วยน้ำเสียงแหลมปรี๊ด "เจียงเฉิน อย่าพูดให้มันดูแย่นักเลย นายให้อะไรเชี่ยนเชี่ยนได้บ้าง? มีแต่เรื่องน่าอายล่ะสิไม่ว่า! ในอนาคตเชี่ยนเชี่ยนจะได้เป็นดาราดัง นายกับเธออยู่กันคนละโลกแล้ว เข้าใจไหม?"
"แล้วก็เรื่องเลิกกันเนี่ย พวกฉันแค่มาแจ้งให้ทราบ ไม่ได้มาขอความเห็น ต่อให้นายจะเห็นแก่ตัวแค่ไหนมันก็เปล่าประโยชน์ นายกับเชี่ยนเชี่ยนจบกันแล้ว"
เจียงเฉินมองหลิวอวี่ที่กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงด้วยความสับสน เขากางมือออก "เจ๊ครับ ผมกำลังคุยเรื่องความรู้สึกกับแฟนผมอยู่ เจ๊จะสอดทำไม? คนที่พูดจาแบบเจ๊เนี่ย โผล่มาในนิยายได้สักสองตอนก็บุญแล้ว!"
"แก..."
หลิวอวี่โกรธจนตัวสั่น กำลังจะอ้าปากด่า แต่เจียงเฉินก็ชิงพูดตัดหน้า
"ผมแค่พูดเฉยๆ ตั้งแต่ต้นจนจบยังไม่ได้บอกเลยว่าไม่เห็นด้วย เจ๊ก็เอาแต่พล่ามอยู่นั่นแหละ เกิดผมโมโหขึ้นมาแล้วเอารูปในมือถือไปโพสต์ลงเน็ตล่ะ? เธอจะไม่พังเพราะเจ๊หรือไง?"
สีหน้าของหลิวอวี่เปลี่ยนไปในพริบตา นี่... นี่มันจะหน้าด้านเกินไปแล้วไหม?
"นาย... ทำไมนายถึงทำเรื่องต่ำช้าแบบนี้ได้ลงคอ!"
สวี่เชี่ยนเชี่ยนซึ่งเป็นคนกลางรีบดึงตัวหลิวอวี่กลับมา "พอเถอะเสี่ยวอวี่ ฉันคุยเอง"
เธอมองแฟนหนุ่มด้วยความรู้สึกแปลกหน้าอย่างรุนแรง ราวกับว่าเจียงเฉินที่เคยเชื่อฟังคนนั้นได้กลายเป็นคนละคนไปแล้ว
"เจียงเฉิน อย่าทำตัวเป็นเด็กไปหน่อยเลย พวกเรามีความสุขด้วยกันมาตลอดสามปี ถ้านายยังรักฉัน นายก็ควรปล่อยให้ฉันโบยบินไปให้สูงกว่านี้ เอาอย่างนี้ นายต้องการเงื่อนไขอะไร?"
เจียงเฉินพูดอย่างอ่อนใจ "เลิกก็คือเลิกสิ ทำไมฉันต้องมีเงื่อนไขด้วย? ผู้ชายอกสามศอกอย่างฉันจะไปเรียกร้องค่าเลิกราจากเธอหรือไง? เอาเป็นว่าจบแค่นี้แล้วกัน ต่อจากนี้ไปเราสองคนไม่มีอะไรติดค้างกันอีก ตกลงไหม?"
สวี่เชี่ยนเชี่ยนถึงกับอึ้งกิมกี่ ถึงเธอจะมาขอเลิก แต่เขาจะแสดงความอาลัยอาวรณ์สักหน่อยไม่ได้หรือไง!
ท่าทีเย็นชาของเจียงเฉินกลับทำให้เธอรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างมาก
เลิกกับฉัน นายไม่ควรจะเสียใจแทบขาดใจหรอกเหรอ?
"เจียงเฉิน ฉันรู้ว่านายกำลังเจ็บปวด นายไม่ต้องฝืนหรอก ร้องไห้ออกมาก็ได้ วันนี้ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนนายเอง..."
เจียงเฉินหมดคำจะพูด ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้น่ารำคาญขนาดนี้นะ!
ฉันจะไปเจ็บปวดเรื่องอะไร!
เขาเพิ่งจะทะลุมิติมาเมื่อวาน มาสู่โลกคู่ขนานที่ชื่อว่า 'ดาวหลานซิง' เข้ามาอยู่ในร่างของนักศึกษาวิทยาลัยดนตรีที่มีดีแค่หน้าตา
หลังจากผสานความทรงจำ เขาถึงได้รู้ว่าเจ้าหนุ่มนี่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว เจียงเฉินไม่อยากสานสัมพันธ์กับผู้หญิงที่เขาไม่รู้จักมักคุ้นด้วยเลยสักนิด ในขณะที่กำลังกลุ้มใจเรื่องนี้ เธอก็ดันมาบอกเลิกพอดี
นี่มันเรื่องน่ายินดีระดับชาติเลยไม่ใช่หรือไง?
จังหวะที่เจียงเฉินกำลังจะอ้าปากพูดต่อ จู่ๆ ก็มีคนตะโกนมาจากเวทีของบาร์ "เจียงเฉิน ถึงคิวนายแล้ว!"
ใช่แล้ว ตอนนี้เจียงเฉินกำลังทำงานพาร์ตไทม์เป็นนักร้องประจำบาร์
ทว่าทักษะการร้องเพลงของเขากลับธรรมดาเอามากๆ ไม่อย่างนั้น ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาไร้ที่ติ เพียงแค่จับมาแต่งตัวสักหน่อยก็คงแทบไม่ต่างอะไรกับเด็กฝึกหัดที่ผ่านการฝึกซ้อมมาสองปีครึ่งแล้ว!
"มาแล้วคร้าบลูกพี่!"
เมื่อเห็นเจียงเฉินวิ่งแจ้นขึ้นเวที ทั้งสวี่เชี่ยนเชี่ยนและหลิวอวี่ต่างก็แสดงสีหน้าไม่พอใจ
หลิวอวี่แค่นเสียงเยาะเย้ย "คนแบบเขา ร้องเพลงก็ไม่เอาไหน พรสวรรค์ก็ไม่มี ชาตินี้ก็เป็นได้แค่นักร้องตามบาร์นั่นแหละ เผลอๆ พรุ่งนี้อาจจะตกงานด้วยซ้ำ!"
สวี่เชี่ยนเชี่ยนขมวดคิ้ว แม้คำพูดของเพื่อนสนิทจะแทงใจดำ แต่มันก็คือความจริง
"เชี่ยนเชี่ยน ไปกันเถอะ"
"เอ๊ะ? จะไปแล้วเหรอ? เธอจะไม่ให้เขารับปากอะไรหน่อยหรือไง?"
"ไปเถอะ เมื่อกี้เขาเพิ่งพูดไปไม่ใช่เหรอว่าเราไม่ติดค้างอะไรกันอีก ฉันขี้เกียจทนฟังเขาร้องเพลงเพี้ยนๆ แล้ว!"
พูดจบ พวกเธอก็ไม่ได้อยู่ฟังเจียงเฉินร้องเพลงอีก ทั้งสองควงแขนกันเดินส่ายสะโพกออกจากบาร์ไป
สวี่เชี่ยนเชี่ยนหันกลับไปมอง โดยหวังว่าจะได้เห็นสีหน้าเสียใจและอาลัยอาวรณ์ของเจียงเฉิน แต่สายตาของเขากลับไม่ได้จดจ่ออยู่ที่เธอเลยแม้แต่น้อย
ไฟแห่งความหงุดหงิดที่ไม่ทราบสาเหตุลุกโชนขึ้นในอก "นี่เขาอยากเลิกกับฉันมาตลอดเลยเหรอ? ฉันไม่ใช่เจ้าหญิงจุยเยวี่ยน้อยคนโปรดของเขาแล้วหรือไง?"
แต่เธอก็ไม่ได้หันกลับไปมองอีก และเดินจากไปพร้อมกับหลิวอวี่
เจียงเฉินก้าวขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับถือกีตาร์ จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองคือผู้ทะลุมิติ!
ยิ่งไปกว่านั้น วัฒนธรรมทั้งหมดในโลกนี้มีความคล้ายคลึงกับโลกก่อนของเขามาก ทว่าก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
อย่างน้อยๆ ก็ไม่มีนักร้องที่คุ้นเคยอย่าง เจย์ โจว, เจเจ หลิน, จางเจี๋ย และแน่นอนว่าไม่มีผลงานเพลงของพวกเขาอยู่เลย
"ถ้าฉันจะขอเป็นนักก๊อปปี้เพลงหน่อย คงไม่มากเกินไปใช่ไหม?"
หัวใจของเจียงเฉินพองโตด้วยความยินดี แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะเริ่มดีดกีตาร์และร้องเพลง จู่ๆ สมองของเขาก็หยุดชะงักไป
"ติ๊ง— ระบบสุนทรียภาพแห่งเสียงทำการผูกมัดสำเร็จ..."
เจียงเฉินเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน ในใจสบถด่าไปนับหมื่นคำ น้ำตาแทบจะไหลริน
หรือว่าเขาจะได้พลิกชะตาชีวิตหลังจากที่เป็นไอ้ขี้แพ้ในชาติก่อนแล้ว?
"เอ่อ ช่วยแนะนำตัวหน่อยได้ไหม?"
ระบบหยิ่งยโสมากและไม่ยอมปริปากพูดอะไรอีก หน้าต่างระบบปรากฏขึ้นตรงหน้าเจียงเฉิน
"คุณได้รับแพ็กเกจของขวัญมือใหม่ ต้องการเปิดหรือไม่?"
มันไม่ได้บอกอะไรเพิ่มเติม มีเพียงแค่แพ็กเกจของขวัญมือใหม่เท่านั้น
"เปิด!"
"ขอแสดงความยินดี! คุณได้รับความสามารถ 【สุนทรียภาพแห่งเสียง เลเวล 1】, พลังเสียงระดับปรมาจารย์, น้ำเสียงระดับเพอร์เฟกต์, ปลดล็อกร้านค้าเอนเตอร์เทนเมนต์..."
"สุนทรียภาพแห่งเสียง เลเวล 1: เมื่อโฮสต์ร้องเพลง จะสามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดียิ่งขึ้น"
เจียงเฉินยังคงง่วนอยู่กับการศึกษานิ้วทองคำของตัวเอง ในขณะที่คนดูด้านล่างเริ่มหมดความอดทน
"มัวแต่เหม่ออะไรอยู่? จะร้องหรือไม่ร้อง?"
"ถ้าไม่ร้องก็ลงมาเถอะ อย่าทำให้เสียเวลา ฉันอยากฟังเจ้าหญิงจุยเยวี่ย!"
"ใช่ ลงมาจากเวทีเลย! คิวต่อไปเป็นของเจ้าหญิงจุยเยวี่ยแล้ว!"
"..."
'เจ้าหญิงจุยเยวี่ย' คือนักร้องประจำของบาร์แห่งนี้เช่นกัน น้ำเสียงของเธอหวานละมุน ช่วยเยียวยาจิตใจได้ดีมาก แถมการแสดงสดก็ยังทำได้ยอดเยี่ยมและเสถียรสุดๆ
'เจ้าหญิงจุยเยวี่ย' ถือเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้มีคนมารวมตัวกันที่บาร์แห่งนี้มากมายขนาดนี้
อย่างไรก็ตาม 'เจ้าหญิงจุยเยวี่ย' คนนี้ไม่เคยเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงเลย เธอจะสวมหน้ากากเสมอเวลาขึ้นเวที
เคยมีคนเมาพยายามจะขึ้นไปถอดหน้ากากของเธอ แต่ก็ถูกเจ้าของบาร์ซ้อมจนอ่วม และตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีกเลย
เจียงเฉินเพิ่งรู้ตัวว่าเขาเหม่อลอยนานเกินไปแล้ว จึงรีบปรับระดับความสูงของขาตั้งไมโครโฟน
"ขอโทษด้วยครับทุกคน พอดีเมื่อกี้ผมคิดอะไรเพลินไปหน่อย วันนี้ผมจะมาร้องเพลงออริจินัลให้ทุกคนฟังกัน เพลงนี้มีชื่อว่า... 'นักแสดง'"