- หน้าแรก
- จากขอทานไร้พรสวรรค์ สู่ผู้ปลุกพลังวิญญาณยุทธ์บรรพกาล
- บทที่ 250 - ขโมยคัดลอกภาพวาดเทวะ
บทที่ 250 - ขโมยคัดลอกภาพวาดเทวะ
บทที่ 250 - ขโมยคัดลอกภาพวาดเทวะ
บทที่ 250 - ขโมยคัดลอกภาพวาดเทวะ
'เพลงกระบี่บัวหิมะ' กระบวนท่าที่สาม วารีเยือกแข็ง คือกระบวนท่าที่สามารถแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง แม้ความเร็วอาจเป็นรองกระบวนท่าแรก และปราศจากเขตแดนพลัง ทว่าพลังแช่แข็งอันน่าครั่นคร้าม กลับสามารถปลิดชีพศัตรูได้อย่างชะงัด
'เพลงกระบี่บัวหิมะ' กระบวนท่าที่สี่ ใจเหมันต์ ว่ากันตามตรง กระบวนท่านี้จัดเป็นกระบวนท่าสนับสนุนในบรรดากระบวนท่าทั้งห้าของเพลงกระบี่
เมื่อร่ายกระบวนท่านี้ ลมปราณแท้ในร่างจะแปรสภาพเป็นพลังธาตุน้ำแข็งทั้งหมด ภายใต้สภาวะเช่นนี้ อานุภาพของกระบวนท่าที่เหลืออีกสี่กระบวนท่าใน 'เพลงกระบี่บัวหิมะ' จะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน้อยหนึ่งถึงสิบเท่า นับว่าร้ายกาจยิ่งนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากสำเร็จกระบวนท่าที่ห้า อานุภาพจะน่าสะพรึงกลัวดั่งพายุบุหงาทลายล้าง
ทว่าอานุภาพที่รุนแรง ย่อมแลกมาด้วยการผลาญพลังที่รวดเร็ว ดังนั้นในยามที่ใช้กระบวนท่านี้ หลิงเซียวจึงต้องควบคุมอย่างรัดกุม
มิเช่นนั้น หากทุ่มลมปราณจนหมดตัวแล้วยังสังหารศัตรูไม่ได้ ตัวเขาเองนี่แหละที่จะต้องไปเฝ้ายมบาล
แน่นอนว่า ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ ชายชราย่อมไม่อาจจับสังเกตได้ เขาเพียงได้ยินหลิงเซียวตอบว่าไม่ทราบคำถามที่เจ็ด จึงเผยสีหน้าผิดหวังออกมาเล็กน้อย
ทว่าเพียงครู่เดียว เขาก็กลับมาเป็นปกติ
นั่นเป็นเพราะ หากหลิงเซียวสามารถตอบคำถามที่เจ็ดได้ เจ้าเด็กนี่ก็คงเป็นอัจฉริยะปีศาจเหนือมนุษย์แล้ว
ชายชราเกือบจะสงสัยอยู่แล้วว่าหลิงเซียวใช่คนจริงๆ หรือไม่
โชคดีที่หลิงเซียวหยุดยั้งการไขปริศนาอย่างบ้าคลั่งไว้ได้ทัน มิเช่นนั้นคงเกิดเรื่องใหญ่โตเป็นแน่
"ผู้เยาว์ขอตัวลากลับได้หรือยังขอรับ?"
หลิงเซียวหยัดกายลุกขึ้นเตรียมตัวจากไป
ในเมื่อการทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว และยังมีผู้อื่นรอคิวอยู่ด้านนอก เขาจะมัวอ้อยอิ่งอยู่ที่นี่เพื่อการใดเล่า
"ช้าก่อน"
ชายชรารั้งหลิงเซียวไว้ พลางเอ่ย "พ่อหนุ่ม ข้าคือผู้คุมการทดสอบภาพวาดจารึกเทวะมาเนิ่นนาน ในสำนักจันทร์กระจ่าง ข้ามิใช่บุคคลสำคัญอันใด ทว่าก็พอมีฝีมืออยู่บ้าง เจ้าสนใจจะมากราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่?"
หืม?
เรื่องนี้เหนือความคาดหมายของหลิงเซียวเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่นึกฝันว่าความโชคดีเช่นนี้จะหล่นทับเขา แต่ดันมาเจอที่นี่เสียได้
แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือ เขาสัมผัสได้ว่าระดับพลังยุทธ์ของชายชราผู้นี้น่าจะด้อยกว่าเทวะแสงทอง คงพอๆ กับผู้อาวุโสไป๋ หากยึดคนผู้นี้เป็นที่พึ่ง คงไม่อาจรับมือกับมารเทวะอัคคีได้เป็นแน่
หากตกลงปลงใจเป็นศิษย์คนผู้นี้ อาจนำพาสิ่งยุ่งยากมาสู่ตนมากกว่า
หากชายชราผู้นี้มีเมตตาธรรมและพร้อมปกป้องเขา ก็อาจพาลถูกมารเทวะอัคคีสังหารเอาได้
แต่หากชายชราผู้นี้เห็นแก่ตัว พอรู้ว่าเขาไปล่วงเกินมารเทวะอัคคีเข้า ก็อาจจะปลีกตัวออกห่าง การเป็นศิษย์ของคนผู้นี้ก็ยิ่งไร้ประโยชน์
ดังนั้น ไม่ว่าอย่างไร วันนี้เขาก็ไม่อาจรับชายชราผู้นี้เป็นอาจารย์ได้
คิดได้ดังนั้น เขาก็มีคำตอบในใจแล้ว
เขายกมือประสานคารวะ "ขอบพระคุณในความเมตตาของผู้อาวุโส ทว่าผู้เยาว์นั้นโง่เขลาเบาปัญญา เกรงว่าจะไม่คู่ควรเป็นศิษย์ของท่าน หากผู้อาวุโสมีสิ่งใดให้รับใช้ ขอเพียงเอ่ยปาก ผู้เยาว์ก็พร้อมจะทำตามคำบัญชา แม้จะมิได้เป็นศิษย์ ก็ยินดีรับใช้ขอรับ!"
ถ้อยคำนี้กล่าวได้อย่างแยบคาย แม้จะปฏิเสธการเป็นศิษย์ แต่ก็ยินดีให้ความช่วยเหลือ
หากชายชรายังคงผูกใจเจ็บ ก็ถือว่าเป็นเพียงคนใจคอคับแคบ การกราบคนเช่นนี้เป็นอาจารย์ ย่อมไม่มีสิ่งใดน่าสนใจ
ในทางกลับกัน การปฏิเสธเช่นนี้ กลับเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการตัดสินใจของหลิงเซียวนั้นถูกต้อง
หากชายชรามิได้ผูกใจเจ็บ หลิงเซียวก็พร้อมจะสานสัมพันธ์กับชายชราต่อไป แม้จะไม่ใช่ฐานะที่พึ่งพิง แต่อย่างน้อยก็สามารถผูกมิตรไว้ วันหน้าอาจเป็นประโยชน์ได้
เมื่ออีกฝ่ายจริงใจต่อเขา เขาย่อมต้องตอบแทนด้วยความจริงใจเช่นกัน
"ช่างเถอะ ต่างคนต่างมีความคิด วันนี้ข้าอาจจะบุ่มบ่ามไปหน่อย ทว่าเมื่อเจ้าเข้าสำนักไปแล้ว ค่อยๆ ทำความรู้จักกันไปเถิด ไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้?"
ชายชราแม้จะผิดหวัง แต่ก็มิได้ถือโกรธ เพียงแค่ยิ้มตอบเบาๆ
ทว่าคำพูดนี้ ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เขาไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจที่จะรับลูกศิษย์ชั้นยอดผู้นี้
หลิงเซียวเองก็มิได้รังเกียจคนประเภทนี้ เมื่อมีคนชื่นชม ย่อมหมายความว่าเขาเล็งเห็นคุณค่าในตัวเรา หากมิใช่เพราะไปล่วงเกินมารเทวะอัคคีเข้า เขาคงตอบตกลงไปแล้ว
การเข้าสู่สำนัก โดยมีผู้อาวุโสคอยให้การสนับสนุน ย่อมมีแต่ผลดี ไม่มีผลเสียเป็นแน่
"หากวันหน้าผู้เยาว์ต้องเลือกอาจารย์ ผู้อาวุโสย่อมเป็นตัวเลือกอันดับแรกของข้าอย่างแน่นอน!"
หลิงเซียวประสานมือคารวะ เตรียมตัวหันหลังกลับ ทว่าก้าวเดินไปได้เพียงสองก้าว เขาก็หยุดชะงัก แล้วเอ่ยถาม "ผู้อาวุโส ผู้เยาว์ขอรั้งอยู่ที่นี่ต่ออีกสักประเดี๋ยวได้หรือไม่ขอรับ?"
เขาเพิ่งจะหยั่งรู้ 'เพลงกระบี่บัวหิมะ' กระบวนท่าที่สามและสี่ จึงตระหนักถึงความล้ำลึกของภาพวาดจารึกเทวะเป็นอย่างดี จึงอยากจะฉวยโอกาสนี้กอบโกยผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด แม้จะไม่อาจหยั่งรู้กระบวนท่าที่ห้าได้อย่างถ่องแท้ แต่อย่างน้อยก็ขอให้ได้ทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ของวิทยายุทธ์บ้างก็ยังดี
ภาพวาดจารึกเทวะนี้ เปรียบเสมือนคัมภีร์วิทยายุทธ์สารพัดนึก น่าเสียดายที่มิใช่ทุกคนจะสามารถเข้าใจได้ เว้นเสียแต่ว่าจะมีพลังวิญญาณกล้าแข็ง และสติปัญญาในการหยั่งรู้ที่ล้ำเลิศ
ยิ่งมีสติปัญญาในการหยั่งรู้สูงส่งเพียงใด ผลประโยชน์ที่ได้รับก็ยิ่งมากเท่านั้น
"ย่อมได้สิ!"
ชายชรายิ้มรับ
ยามนี้เขากำลังปรารถนาจะรับหลิงเซียวเป็นศิษย์ ดังนั้นหากมีสิ่งใดที่พอจะช่วยเหลือหลิงเซียวได้ เขาย่อมยินดีทำอย่างเต็มที่
ทว่าเขาหารู้ไม่ว่า สิ่งที่หลิงเซียวคิดจะทำนั้น จะทำให้เขาต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง
หลิงเซียวหมายมั่นจะใช้ภาพวาดขุนเขาธาราคัดลอกภาพวาดจารึกเทวะนี้ไปเลย!
หากทำสำเร็จ เขาก็จะสามารถศึกษาแก่นแท้วิทยายุทธ์จากภาพวาดจารึกเทวะนี้เมื่อใดก็ได้ ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล
เมื่อครู่เพราะเวลาจำกัด เขาจึงยังไม่ได้ทำเช่นนี้ แต่ยามนี้เขามีโอกาสแล้ว
ระหว่างที่หลิงเซียวกำลังพยายามคัดลอกภาพวาดจารึกเทวะ ผู้อาวุโสไป๋ก็เดินเข้ามา
แม้จะมีระดับพลังยุทธ์ทัดเทียมกัน ทว่าผู้อาวุโสไป๋กลับแสดงความเคารพต่อชายชราผู้นี้อย่างนอบน้อม
"ผู้อาวุโสหยาง การทดสอบของเขายังไม่เสร็จสิ้นอีกหรือ? คนข้างนอกกำลังรออยู่นะขอรับ"
ผู้อาวุโสไป๋ก้มหน้าค้อมกายถามอย่างนอบน้อม
"ให้พวกเขารอไปก่อน และจงจำไว้ หากไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาโดยพละการ ถือเป็นการละเมิดกฎ!"
ผู้อาวุโสหยางปรายตามองผู้อาวุโสไป๋พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
ผู้อาวุโสไป๋เหลือบมองหลิงเซียวอย่างประหม่า ในใจเต็มไปด้วยความฉงน ทักษะการต่อสู้ของหลิงเซียวแม้จะแข็งแกร่ง ทว่าศักยภาพกลับอยู่ในระดับกลางค่อนต่ำ เหตุใดผู้อาวุโสหยางจึงให้ความสำคัญกับเขาถึงเพียงนี้?
แม้จะเต็มไปด้วยข้อกังขา ทว่าเขาก็ต้องล่าถอยออกไป
ว่ากันตามตรง เขาไม่ควรก้าวเข้ามาในห้องนี้โดยพละการ ทว่าเพราะรออยู่ด้านนอกเป็นเวลานาน เกรงว่าจะเกิดเหตุร้าย จึงได้เข้ามาดู
"สำเร็จแล้ว!"
หลิงเซียวพบว่า เพียงแค่เร่งพลังวิญญาณให้กล้าแข็งขึ้น แล้วโคจรภาพวาดขุนเขาธารา ก็สามารถคัดลอกภาพวาดจารึกเทวะทั้งหมดเข้าสู่โลกขุนเขาธาราได้ในพริบตา
ยามนี้ ภายในเมืองเล็กๆ ของโลกขุนเขาธารา ปรากฏสิ่งปลูกสร้างใหม่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งแห่ง เป็นสิ่งปลูกสร้างใต้ดินที่มีลักษณะเหมือนกับห้องนี้ทุกประการ
"ผู้อาวุโส ผู้เยาว์เสร็จธุระแล้ว คงปล่อยให้คนอื่นรอนานเกินไปไม่ได้แล้วล่ะขอรับ"
คำพูดของหลิงเซียวช่างไร้ยางอายยิ่งนัก เอาสิ่งที่ตนต้องการมาได้แล้ว จะอยู่ต่อทำไมอีกเล่า
"ไอ้หนู อย่าเพิ่งรีบร้อนไปเลย ภาพวาดจารึกเทวะนี้มิใช่ของที่จะหยั่งรู้กันได้ง่ายๆ หากเจ้าสนใจ วันหน้าก็แวะมาที่นี่ได้ทุกเดือน"
ผู้อาวุโสหยางเอ่ยกลั้วรอยยิ้ม
หลิงเซียวพยักหน้ารับ พลางนึกในใจว่า แม้ท่านจะดีต่อข้า ทว่าน่าเสียดายที่ข้าไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิพิเศษนี้อีกแล้ว
แน่นอนว่า แม้จะได้ภาพวาดจารึกเทวะมาครอบครอง ทว่าก็มีบางสิ่งที่เขาคงไม่อาจเข้าใจได้ด้วยตนเอง ในอนาคตย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมาขอคำชี้แนะจากผู้อาวุโสหยางผู้นี้
ดังนั้นเขาจึงตอบกลับไปว่า "ผู้เยาว์จะหมั่นมาเยี่ยมเยียนท่านผู้อาวุโสบ่อยๆ อย่างแน่นอนขอรับ"
(จบแล้ว)