- หน้าแรก
- สร้างอาณาจักรเทพนิรันดร์ เริ่มต้นจากการไปรับตำแหน่งเจ้าเมือง
- บทที่ 237 กองทัพอัศวินมังกรสวรรค์ลงมือ สงครามแห่งภูเขาจื่อหมัง
บทที่ 237 กองทัพอัศวินมังกรสวรรค์ลงมือ สงครามแห่งภูเขาจื่อหมัง
บทที่ 237 กองทัพอัศวินมังกรสวรรค์ลงมือ สงครามแห่งภูเขาจื่อหมัง
บทที่ 237 กองทัพอัศวินมังกรสวรรค์ลงมือ สงครามแห่งภูเขาจื่อหมัง
ภูเขาจื่อหมัง
เมื่อขุนพลที่หลินไห่ปอส่งมาเดินทางมาถึงที่นี่ การโจมตีก็เริ่มขึ้นแล้ว
กองทัพเผ่ามนุษย์ทั่วทั้งภูเขาและทุ่งราบต่างพุ่งตรงขึ้นไปยังภูเขาจื่อหมังพร้อมกัน
บนท้องฟ้ายังมีคลื่นพลังกระจายออกมาเป็นระลอก เห็นได้ชัดว่าผู้แข็งแกร่งระดับต้าเฉิงกำลังปะทะกันอยู่
ขุนพลผู้นั้นรีบตามหาซ่งหาวที่กำลังบัญชาการรบอยู่จนพบอย่างรวดเร็ว
"ท่านแม่ทัพจางหมิง ท่านมาได้อย่างไร?"
เมื่อเห็นขุนพลผู้นั้น ซ่งหาวก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ท่านแม่ทัพใหญ่ให้ข้ามาช่วยพวกท่าน ยึดภูเขาจื่อหมังให้ได้โดยเร็ว!"
จางหมิงเอ่ยเสียงหนัก
"ไม่ได้ส่งปรมาจารย์ต้าเฉิงมาหรอกหรือ? เหตุใดถึงต้องส่งท่านมาด้วย?"
ซ่งหาวชี้ไปบนท้องฟ้า แล้วเอ่ยถาม
"ฮึ! ท่านยังกล้าพูดอีกหรือ พวกเราออกทัพพร้อมกับต้าฉิน แต่ตอนนี้ต้าฉินสามารถตียึดหุบเขาเทียนเฟิงได้สำเร็จและกลับไปแล้ว!"
"ตอนที่ข้ามา ภายในค่ายของต้าฉินกำลังจัดงานเลี้ยงฉลองความดีความชอบกันอยู่!"
"แล้วท่านเล่า? จนถึงตอนนี้ตียอดเขาได้สักลูกหรือยัง?"
"ท่านว่า เหตุใดท่านแม่ทัพใหญ่ถึงต้องส่งข้ามา!"
จางหมิงแค่นเสียงเย็น เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
เมื่อได้ยินคำพูดของจางหมิง สีหน้าของซ่งหาวก็ดูไม่จืดเช่นกัน
ก่อนหน้านี้จางหมิงเคยแย่งชิงโอกาสออกศึกกับเขา แต่ทว่าโอกาสนี้กลับตกเป็นของเขา
ดังนั้น จางหมิงย่อมต้องมีความขุ่นเคืองเขาอยู่แล้ว
ตอนนี้เขาทำการบุกโจมตีล้มเหลว อีกฝ่ายย่อมไม่ปล่อยโอกาสที่จะเยาะเย้ยเขาทิ้งไปอย่างแน่นอน
ทว่า สิ่งที่ทำให้เขาสนใจมากกว่าก็คือ ต้าฉินถึงกับยึดหุบเขาเทียนเฟิงได้แล้วและกำลังเดินทางกลับ
ใช้เวลาสั้นเพียงนี้ กลับสามารถยึดหุบเขาเทียนเฟิงได้ มิน่าล่ะท่านแม่ทัพใหญ่ถึงให้จางหมิงมา
"ท่านแม่ทัพจางหมิง ท่านวางใจเถอะ! ตอนนี้ตราชั่งแห่งชัยชนะกำลังเอนเอียงมาทางกองทัพเราแล้ว อีกไม่นาน ภูเขาจื่อหมังก็จะตกมาอยู่ในมือพวกเรา..."
ซ่งหาวตบไหล่จางหมิงพลางกล่าว
"การมาครั้งนี้ ข้าได้นำกองทัพอัศวินมังกรสวรรค์มาหนึ่งแสนนาย คำสั่งของท่านแม่ทัพใหญ่คือให้ยึดภูเขาจื่อหมังด้วยความเร็วสูงสุด จะล้าหลังกว่าต้าฉินมากเกินไปไม่ได้ ดังนั้น ลำดับต่อไปจะให้กองทัพอัศวินมังกรสวรรค์เป็นทัพหน้า กองทัพของท่านคอยสนับสนุนอยู่ด้านข้าง รวบรวมกำลังฮึดสู้ ยึดภูเขาจื่อหมังมาให้ได้ในคราวเดียว..."
จางหมิงปัดมือของซ่งหาวที่ตบอยู่บนบ่าตนออก ก่อนเอ่ยเสียงเย็น
"กองทัพอัศวินมังกรสวรรค์?"
ซ่งหาวหน้าถอดสี ร้องอุทาน
กองทัพอัศวินมังกรสวรรค์คือกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของจักรวรรดิหวงฝู่ของพวกเขาเลยนะ
แถมยังเป็นกองกำลังส่วนพระองค์ที่รับผิดชอบความปลอดภัยขององค์จักรพรรดิโดยตรง ตอนนี้กลับมีกองทัพอัศวินมังกรสวรรค์ถูกส่งมาที่นี่
ต้องรู้ไว้ว่า กองทัพอัศวินมังกรสวรรค์ทั้งหมดมีเพียงสองแสนนายเท่านั้น
แต่ตอนนี้ องค์จักรพรรดิถึงกับส่งคนมาที่ราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูหนึ่งแสนนาย
นี่คือครึ่งหนึ่งของกองกำลังกองทัพอัศวินมังกรสวรรค์เลยนะ!
เรื่องที่กองทัพอัศวินมังกรสวรรค์ขยายกำลังเป็นสามแสนนายนั้น ซ่งหาวและคนอื่นๆ ยังไม่รู้ ดังนั้นพวกเขาจึงยังคิดว่ากองทัพอัศวินมังกรสวรรค์มีอยู่เพียงสองแสนนาย
จางหมิงพยักหน้า เอ่ยว่า "ตอนนี้ท่านแม่ทัพใหญ่กำลังขับเคี่ยวกับต้าฉินอยู่! ถึงขั้นยอมส่งกองทัพอัศวินมังกรสวรรค์ออกมา ดังนั้น เรื่องนี้จะให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!"
"ข้าเข้าใจแล้ว!"
ซ่งหาวพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พลางกล่าวตอบ
"ตอนนี้ ข้าจะรีบจัดให้กองทัพอัศวินมังกรสวรรค์เข้าร่วมสมรภูมิทันที ท่านเองก็จงสั่งให้กองทัพใต้บังคับบัญชาร่วมมือกับกองทัพอัศวินมังกรสวรรค์ในการโจมตีเมืองด้วย!" จางหมิงพยักหน้ากล่าว
"ตกลง!"
จากนั้น จางหมิงและซ่งหาวก็ออกคำสั่งพร้อมกัน
ทหารแห่งกองทัพอัศวินมังกรสวรรค์ทิ้งม้ามังกรสวรรค์และบินตรงขึ้นไปยังภูเขาจื่อหมัง
ส่วนทหารใต้บังคับบัญชาของซ่งหาวก็คอยสนับสนุนกองทัพอัศวินมังกรสวรรค์อยู่เบื้องล่าง
การเข้าร่วมของผู้ฝึกตนขั้นจินตันกว่าหนึ่งแสนนาย ทำให้ตราชั่งแห่งชัยชนะเอนเอียงไปทางฝั่งจักรวรรดิหวงฝู่อย่างรวดเร็ว
แม้กองทัพราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูที่ประจำการอยู่ที่ภูเขาจื่อหมังจะมีจำนวนมาก แต่เมื่อต้องเผชิญกับการรุกรานของจักรวรรดิหวงฝู่ ก็ยังคงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลม
เมื่อทหารจักรวรรดิหวงฝู่นายแรกปีนขึ้นไปบนกำแพงเมือง และเปิดช่องโหว่ได้
ทหารของจักรวรรดิหวงฝู่ก็แห่กันทะลวงขึ้นไปมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นาน การเข่นฆ่าอย่างดุเดือดก็เริ่มขึ้นบนกำแพงเมือง
ครืน~~
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นมาจากบนท้องฟ้า
สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ทำให้พื้นดินเปียกชุ่ม
และทำให้การมองเห็นของทหารทั้งสองฝ่ายที่กำลังห้ำหั่นกันนั้นพร่ามัว
ทว่าสิ่งนี้ไม่ได้ทำให้การสังหารระหว่างสองฝ่ายลดทอนลงเลยแม้แต่น้อย
กลับรุนแรงดุเดือดยิ่งขึ้นไปอีก
เพราะการกระตุ้นของน้ำฝน ทำให้เจตจำนงของทหารทั้งสองฝ่ายที่แต่เดิมเริ่มพร่ามัวพลันตื่นตัวขึ้นมาในทันที
พวกเขาพุ่งเข้าใส่ศัตรูของตนด้วยดวงตาแดงก่ำ
ระดับขั้นที่สูงต่ำในสมรภูมิแห่งนี้ไม่มีประโยชน์อันใดอีกต่อไปแล้ว
บนสนามรบเต็มไปด้วยผู้คน หากผู้ที่มีระดับขั้นสูงปล่อยการโจมตีโดยไม่สนผลลัพธ์
มีโอกาสสูงมากที่จะพลาดไปโดนคนของตนเอง
ดังนั้น ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายจึงเปิดฉากการต่อสู้ด้วยร่างกายเปล่าๆ แบบดั้งเดิม
เสียงคำราม เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วภูเขาจื่อหมัง
บนท้องฟ้า
ตู๋กูมู่ยี่ ผู้แข็งแกร่งระดับต้าเฉิงของจักรวรรดิหวงฝู่ก็กำลังต่อสู้กับหมีเลี่ย ปรมาจารย์แห่งเผ่าหมีแยกปฐพีของราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูเช่นกัน
แต่การต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายคงไม่รู้ผลแพ้ชนะในเวลาอันสั้น
แม้หมีเลี่ยจะแก่ชรา พลังปราณและเลือดเหือดแห้ง ความแข็งแกร่งลดลงอย่างมาก แต่ถึงกระนั้นก็ยังเป็นผู้แข็งแกร่งระดับต้าเฉิง
แม้เขาจะถูกตู๋กูมู่ยี่กดดันอย่างหนัก แต่ด้วยร่างกายที่น่าสะพรึงกลัวของเขา และการต่อสู้แบบแลกบาดแผล ไม่เสียดายชีวิต ก็ทำให้ตู๋กูมู่ยี่รู้สึกรับมือได้ยาก
"หมีเลี่ย ราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูพ่ายแพ้เป็นที่แน่นอนแล้ว ท่านจะดันทุรังไปทำไม?"
"ท่านเป็นปรมาจารย์ระดับต้าเฉิงเพียงคนเดียวของเผ่าหมีแยกปฐพี เรียกได้ว่ามีท่านอยู่ เผ่าหมีแยกปฐพีจึงจะสามารถตั้งหลักและอยู่ในตำแหน่งที่สูงส่งในราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูได้!"
"ตอนนี้ ราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูกำลังจะล่มสลาย ท่านไม่คิดจะพิจารณาถึงเผ่าพันธุ์ของตนเองบ้างเลยหรือ?"
ตู๋กูมู่ยี่อาศัยช่องว่างระหว่างการปะทะกับหมีเลี่ย คอยใช้คำพูดก่อกวนอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง
หวังจะใช้สิ่งนี้ทำให้เขาเผยช่องโหว่ออกมา
"หุบปาก ข้ามีเวลาเหลือไม่มากแล้ว ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะไม่ให้เจ้าได้อยู่เป็นสุข รอข้าตายไป จักรวรรดิจะชดเชยให้เผ่าหมีแยกปฐพีของข้าอย่างคุ้มค่า ของชดเชยนี้เพียงพอที่จะทำให้เผ่าหมีแยกปฐพีของข้ากำเนิดผู้แข็งแกร่งระดับต้าเฉิงได้อีกคน"
"ถึงตอนนั้น เผ่าหมีแยกปฐพีของข้า ก็ยังคงเป็นเผ่าหมีแยกปฐพีเช่นเดิม..."
หมีเลี่ยแววตาดุร้าย กรงเล็บแหลมคมฟาดฟันออกไปอย่างต่อเนื่อง