- หน้าแรก
- สร้างอาณาจักรเทพนิรันดร์ เริ่มต้นจากการไปรับตำแหน่งเจ้าเมือง
- บทที่ 204 ขอดูความจริงใจของหวงฝู่ซือเสวียน
บทที่ 204 ขอดูความจริงใจของหวงฝู่ซือเสวียน
บทที่ 204 ขอดูความจริงใจของหวงฝู่ซือเสวียน
บทที่ 204 ขอดูความจริงใจของหวงฝู่ซือเสวียน
"ความแข็งแกร่งของผู้อาวุโสใหญ่นั้นแข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเรา หากเขาต้องการจะทะลวงระดับให้สำเร็จ เกรงว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ"
ผู้อาวุโสผู้หนึ่งกล่าวขึ้น
ความแข็งแกร่งของอิ๋งเยว่ก่อนหน้านี้ก็บรรลุถึงขั้นเลี่ยนซวีขั้นต้นแล้ว เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้อาวุโส หากต้องการจะทะลวงระดับ เวลาที่ใช้ย่อมต้องยาวนานกว่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ อย่างแน่นอน!
อิ๋งเฉินพยักหน้า แสดงความเข้าใจ
"จริงสิ เจิ้นเตรียมที่จะก่อตั้งหอผู้สักการะขึ้นมา เพื่อใช้บ่มเพาะผู้แข็งแกร่งโดยเฉพาะ หลังจากนี้เหล่าผู้อาวุโสก็ไปรับตำแหน่งในหอผู้สักการะเถิด!"
"ให้ผู้อาวุโสใหญ่ดำรงตำแหน่งเจ้าหอผู้สักการะ ผู้อาวุโสอิ๋งเฝินดำรงตำแหน่งรองเจ้าหอผู้สักการะ ส่วนผู้อาวุโสคนอื่นๆ ล้วนเป็นผู้อาวุโสของหอผู้สักการะ พวกท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร?"
อิ๋งเฉินเอ่ยปากขึ้นในเวลานี้
ราชวงศ์แห่งโชคชะตาอื่นๆ โดยทั่วไปล้วนมีหน่วยงานที่คอยจัดการและรวบรวมผู้แข็งแกร่งโดยเฉพาะ นั่นก็คือหอผู้สักการะ
ต้าฉินก่อนหน้านี้ไม่มีหน่วยงานนี้ ตอนนี้ในเมื่อผู้อาวุโสของต้าฉินทะลวงเขตแดนแล้ว อายุขัยก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้นต้าฉินก็สามารถก่อตั้งหน่วยงานเช่นนี้ขึ้นมาได้
ก็นับว่าเป็นการหางานให้เหล่าผู้อาวุโสทำ
"ข้าไม่มีความเห็นใดๆ ก่อนหน้านี้พวกเราเดิมทีก็เป็นคนที่กำลังจะตายอยู่แล้ว ตอนนี้โชคดีทะลวงตบะความแข็งแกร่งได้ และยังได้รับอายุขัยเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย หากสามารถทำสิ่งที่พอจะทำได้เพื่อต้าฉิน ข้าก็ปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง!"
อิ๋งเฝินเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งรองจากอิ๋งเยว่ในบรรดาผู้อาวุโสของต้าฉิน
ก่อนที่จะทะลวงระดับ ตบะความแข็งแกร่งก็บรรลุถึงขั้นฮว่าเสินขั้นปลายแล้ว
ตอนนี้ยิ่งมีตบะความแข็งแกร่งระดับขั้นฮว่าเสินจุดสูงสุด
หากไม่ใช่เพราะโอสถที่กินเข้าไปในครั้งนี้ถูกใช้ไปกับการฟื้นฟูร่างกายของเขา และการทะลวงระดับจนหมดสิ้นแล้ว
การทะลวงระดับในครั้งนี้ เขาคงสามารถบรรลุถึงขั้นเลี่ยนซวีได้อย่างแน่นอน
แต่ทว่า ก็ไม่ต้องกังวลไป โอสถที่พวกเขากินเข้าไปนอกจากจะช่วยฟื้นฟูร่างกายแล้ว ยังช่วยยกระดับพรสวรรค์ของพวกเขาด้วย ขอเพียงมีทรัพยากรเพียงพอ ใช้เวลาไม่นาน อิ๋งเฝินก็จะสามารถทะลวงถึงขั้นเลี่ยนซวีได้อย่างแน่นอน
หลังจากจัดการเรื่องราวของเหล่าผู้อาวุโสเสร็จแล้ว อิ๋งเฉินก็กลับไปยังห้องทรงอักษรของตนเอง
เวลานี้ ลู่ปิ่งมารออยู่ที่นี่แล้ว
"มีเรื่องอันใด?"
อิ๋งเฉินนั่งลงบนบัลลังก์มังกรแล้วเอ่ยถาม
"องค์จักรพรรดิ หน่วยจิ่นอีเว่ยเพิ่งจะสืบทราบข่าวกรองมาได้เรื่องหนึ่ง กระหม่อมรู้สึกว่าค่อนข้างแปลกประหลาด ดังนั้นจึงมารายงานด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ!"
ลู่ปิ่งกล่าวด้วยความเคารพ
"ข่าวกรองอะไร?"
อิ๋งเฉินเผยสีหน้าสนใจ เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"หน่วยจิ่นอีเว่ยสืบทราบมาว่ามีกองทัพเผ่ามนุษย์กองหนึ่งโจมตีเมืองแห่งหนึ่งของราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหู และยังโยนความผิดให้กับต้าฉินของเรา... ..."
"หน่วยจิ่นอีเว่ยติดตามกองทัพกองนั้นไปตลอดทาง ในที่สุดก็พบว่ากองทัพกองนั้นเข้าสู่เขตแดนของจักรวรรดิหวงฝู่พ่ะย่ะค่ะ!"
"กระหม่อมรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา ดังนั้นจึงมารายงานสถานการณ์ต่อองค์จักรพรรดิด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ!"
ลู่ปิ่งนำข่าวกรองที่เขารู้สึกแปลกประหลาดนั้นมาทูลอย่างละเอียด
"กองทัพกองหนึ่งโจมตีเมืองของราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหู? โยนความผิดให้ต้าฉินของเรา และสุดท้ายก็ยังเข้าสู่เขตแดนของจักรวรรดิหวงฝู่?"
บนใบหน้าของอิ๋งเฉินเผยให้เห็นถึงความประหลาดใจ
ในท้ายที่สุด เขาก็หัวเราะฮ่าๆ และกล่าว "ดูเหมือนว่าคนบางคนในจักรวรรดิหวงฝู่จะไม่พอใจต้าฉินของเจิ้นเอามากๆ เลยนะ!"
"องค์จักรพรรดิ พวกเราควรจะทำอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ?"
ลู่ปิ่งเงยหน้ามองอิ๋งเฉิน เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
"นำเรื่องนี้ไปบอกกล่าวแก่จักรพรรดิหวงฝู่ และมอบเบาะแสบางส่วนให้กับพวกเขา เจิ้นอยากจะขอดูสิว่า ความจริงใจของจักรพรรดิหวงฝู่นี้จะเป็นอย่างไรกันแน่!"
อิ๋งเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว
"พ่ะย่ะค่ะ!"
สีหน้าของลู่ปิ่งเคร่งขรึมขึ้น ทำความเคารพอย่างนอบน้อม จากนั้นค่อยๆ ถอยออกจากโถงใหญ่ไป
... ... ... ...
จักรวรรดิหวงฝู่ หลังจากได้รับข่าวที่ส่งมาจากต้าฉิน สีหน้าของหวงฝู่ซือเสวียนก็ดูย่ำแย่มาก
นางไม่คิดเลยว่าในจักรวรรดิหวงฝู่จะมีคนกล้าขัดคำสั่งของนาง ส่งกองทัพออกไปโดยพลการ
ส่งกองทัพออกไปยังไม่พอ ถึงกับยังโยนความผิดให้กับต้าฉินอีก
หรือเขาจะไม่รู้ว่าการทำเช่นนี้จะผลักไสให้ต้าฉินกลายเป็นศัตรูกับจักรวรรดิหวงฝู่?
จากนั้น นางก็มองไปยังรายงานข่าวอีกฉบับที่ต้าฉินส่งมา
ยิ่งมองคิ้วของนางก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่น
ปัง~~
นางตบรายงานข่าวในมือลงบนโต๊ะด้วยความโกรธ
"องค์จักรพรรดิ เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
เสวี่ยเหมยที่ยืนอยู่ด้านข้างเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ฮึ! ภายในจักรวรรดิ ถึงกับมีคนเลี้ยงกองทหารส่วนตัว ซ้ำยังคิดจะยุยงให้จักรวรรดิหวงฝู่และต้าฉินแตกขอกัน ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียจริง!"
หวงฝู่ซือเสวียนแค่นเสียงเย็น กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"อะไรนะ?"
เสวี่ยเหมยตกใจ รีบหยิบรายงานข่าวที่ต้าฉินส่งมาขึ้นมาดู
นางไม่ดูก็แล้วไป แต่พอดู สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
"องค์...องค์จักรพรรดิ หลักฐานบนนี้ล้วนชี้ไปที่แม่ทัพใหญ่เสาหลัก นี่...ใช่ต้าฉินกำลังยุแยงพวกเราหรือไม่?"
เสวี่ยเหมยกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"จะใช่หรือไม่ ส่งคนไปดูที่สถานที่ที่ระบุในรายงานข่าวก็รู้แล้วไม่ใช่หรือ?"
ดวงตาของหวงฝู่ซือเสวียนทอแสงเยียบเย็น กล่าวเสียงเย็น
ในใจของนางพอจะคาดเดาได้คร่าวๆ แล้ว หวงฝู่หมิงรุ่ยเคยขัดขวางนางสารพัดวิธีในตอนที่นางสืบทอดตำแหน่งองค์จักรพรรดิ ตอนนี้เขายังไม่เห็นด้วยกับการเป็นพันธมิตรกับต้าฉิน เขามีความเป็นไปได้สูงมากที่จะทำเรื่องเช่นนี้
หรือแม้กระทั่งแผนการของเขาอาจจะไม่ได้มีเพียงแค่นี้
"รับทราบ! ผู้ใต้บังคับบัญชาจะรีบไปตรวจสอบด้วยตนเองเดี๋ยวนี้!"
เสวี่ยเหมยกล่าวด้วยความเคารพ
"อืม! ไปเถอะ! ทำให้มิดชิดหน่อย อย่าให้ใครสังเกตเห็นความผิดปกติได้!"
หวงฝู่ซือเสวียนพยักหน้าและกล่าว
"รับทราบ!"
เสวี่ยเหมยไม่กล้าชักช้า รีบออกจากพระราชวังอย่างรวดเร็ว และลอบออกจากเมืองหลวงไปอย่างลับๆ
พากำลังคนไปยังสถานที่ที่ระบุในรายงานข่าวของต้าฉิน
หลังจากเสวี่ยเหมยจากไป หวงฝู่ซือเสวียนก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด ในจักรวรรดิหวงฝู่ถึงกับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น และนางก็ไม่ได้รับข่าวคราวใดๆ เลยก่อนหน้านี้
หากผู้บงการของเรื่องนี้คือหวงฝู่หมิงรุ่ยจริงๆ เขาคงซื้อตัวคนไปเป็นจำนวนมากแล้ว
รวมถึงคนในหน่วยข่าวกรองของจักรวรรดิหวงฝู่ด้วย
อีกทั้ง ด้วยบารมีของหวงฝู่หมิงรุ่ย กองทัพจำนวนมากก็คงจะต้องฟังคำสั่งของเขา
สิ่งนี้ทำให้หวงฝู่ซือเสวียนรู้สึกไม่สบายใจอย่างลึกซึ้ง
ตอนแรก เพื่อเป็นการปลอบโยนหวงฝู่หมิงรุ่ย นางจึงให้เขาดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่เสาหลักไปโดยตรง ไม่คิดเลยว่าจะก่อให้เกิดหายนะเช่นนี้
"ไม่ได้การ ต้องไปปรึกษากับท่านผู้อาวุโสสักหน่อยแล้ว!"
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หวงฝู่ซือเสวียนก็ลุกขึ้น มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ต้องห้ามของจักรวรรดิหวงฝู่โดยตรง
ผู้อาวุโสขั้นต้าเฉิงขึ้นไปทั้งหมดของจักรวรรดิหวงฝู่ล้วนอยู่ที่นี่
นางไปหาหวงฝู่ตวนโดยตรง
และอธิบายเรื่องนี้ให้หวงฝู่ตวนฟัง
หวงฝู่ตวนได้ยินเช่นนั้นก็โกรธจัดจนไม่อาจระงับได้ เตรียมจะไปเผชิญหน้ากับหวงฝู่หมิงรุ่ยในทันที
"ท่านผู้อาวุโส ท่านรอก่อน พวกเรายังไม่มีหลักฐาน ตอนนี้อย่าเพิ่งทำอะไรวู่วาม เพื่อป้องกันไม่ให้แหวกหญ้าให้งูตื่น เสวี่ยเหมยไปตรวจสอบแล้ว รอให้นางกลับมา พวกเราก็จะรู้ความจริงของเรื่องนี้แล้ว!"
หวงฝู่ซือเสวียนขวางหวงฝู่ตวนไว้และกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
เมื่อได้ยินคำพูดของหวงฝู่ซือเสวียน หวงฝู่ตวนจึงหยุดฝีเท้าลง
เขานั่งลงอย่างไม่สบอารมณ์และกล่าว "รู้อย่างนี้ ชายชราผู้นี้ควรจะสังหารเขาเสียตั้งแต่แรก ก็คงไม่ต้องมีเรื่องราวเช่นนี้ในตอนนี้!"
"เชื้อพระวงศ์สายรองคนหนึ่ง อาศัยทรัพยากรของสายหลักจึงมีความแข็งแกร่งและสถานะเช่นในปัจจุบัน กลับไม่คิดเลยว่าจะยังไม่พอใจ ยังอยากจะแตะต้องตำแหน่งองค์จักรพรรดิ ช่างตายหมื่นครั้งก็ไม่เสียดาย!"
ตระกูลหวงฝู่พัฒนามาหลายหมื่นปี มีคนในตระกูลมากมายเท่าใดก็ไม่อาจทราบได้
หวงฝู่หมิงรุ่ยก็คือคนของสายรอง
ในตอนนั้น สายรองสายนั้นได้ตกต่ำลงแล้ว เป็นหวงฝู่ตวนที่เห็นพรสวรรค์ของหวงฝู่หมิงรุ่ย จึงพาตัวกลับมาฝึกฝนที่เมืองหลวง
ไม่คิดเลยว่าจะเลี้ยงลูกหมาป่าไว้ตัวหนึ่ง