- หน้าแรก
- สร้างอาณาจักรเทพนิรันดร์ เริ่มต้นจากการไปรับตำแหน่งเจ้าเมือง
- บทที่ 182 ความรู้สึกลังเลของมู่หรงอี้ซวง
บทที่ 182 ความรู้สึกลังเลของมู่หรงอี้ซวง
บทที่ 182 ความรู้สึกลังเลของมู่หรงอี้ซวง
บทที่ 182 ความรู้สึกลังเลของมู่หรงอี้ซวง
เมืองเย่ารื่อคือชายแดนของต้าฉิน ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่นี่อาจไม่เคยไปเยือนเมืองเสียนหยางเลยตลอดชีวิต
ตอนนี้ องค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่กำลังจะเสด็จมาเยือนเมืองเย่ารื่อ นี่คือความโชคดีของเมืองเย่ารื่อชัดๆ
จะไม่ให้พวกเขาตื่นเต้นได้อย่างไร
"มาแล้ว! มาแล้ว องค์จักรพรรดิเสด็จมาแล้ว!"
ชาวเมืองคนหนึ่งเห็นกองทัพปรากฏขึ้นแต่ไกล พร้อมกับราชรถมังกรที่ถูกคุ้มกันอยู่ตรงกลาง ก็ตะโกนขึ้นด้วยความดีใจ
เสียงตะโกนของเขาราวกับเป็นการเปิดสวิตช์ ทำให้สถานที่แห่งนั้นเดือดพล่านขึ้นมาทันที
ทุกคนต่างอยากเบียดเสียดไปข้างหน้า เพื่อยลโฉมองค์จักรพรรดิ แต่เนื่องจากมีกองทหารคอยกั้นอยู่ พวกเขาจึงไม่สามารถเดินหน้าไปได้เลย
ทว่าสิ่งนี้ไม่ได้ทำให้ความกระตือรือร้นของพวกเขาลดลงแม้แต่น้อย
ตอนนี้ ในต้าฉิน ความนิยมของอิ๋งเฉินเรียกได้ว่าสูงปรี๊ด
ก่อนหน้านี้ ต้าฉินเป็นเพียงราชวงศ์ธรรมดาๆ ประเทศอ่อนแอ ใครๆ ก็สามารถรังแกได้
แต่ตั้งแต่ที่อิ๋งเฉินขึ้นครองราชย์ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ต้าฉินเริ่มแข็งแกร่งขึ้น
พวกเขาทำลายขุมกำลังที่เคยรังแกพวกเขาจนย่อยยับ
แถมยังทำให้ต้าฉินเลื่อนขั้นเป็นราชวงศ์จักรพรรดิ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นเรื่องที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดฝัน!
การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ประชาชนในเมืองเย่ารื่อที่อยู่ชายแดนสัมผัสได้ลึกซึ้งที่สุด
พวกเขาอยู่ชายแดนมาตลอด ต้องติดต่อกับคนจากขุมกำลังอื่นอยู่บ่อยครั้ง
แม้กระทั่งคนจากจักรวรรดิหวงฝู่
ในสายตาของขุมกำลังเหล่านั้น ตราบใดที่พวกเขาแข็งแกร่งกว่าต้าฉิน คนของต้าฉินก็เป็นเพียงมดปลวกสำหรับพวกเขา
สามารถรังแกข่มเหงได้อย่างตามใจชอบ
แต่ต้าฉินกลับไม่สามารถทวงคืนความยุติธรรมให้พวกเขาได้
เพราะต้าฉินจะไม่ยอมล่วงเกินขุมกำลังที่แข็งแกร่งเพียงเพราะชีวิตอันไร้ค่าของประชาชน
แต่ตอนนี้ ไม่เหมือนเดิมแล้ว
เมื่อพวกเขาพบเจอคนจากขุมกำลังอื่น พวกเขาสามารถยืดอกได้อย่างภาคภูมิใจ กลับเป็นคนเหล่านั้นเสียอีกที่ต้องมาประจบประแจงพวกเขา
สิ่งนี้ทำให้พวกเขารู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
พวกเขารู้ดีว่าทั้งหมดนี้คือสิ่งที่อิ๋งเฉินนำมาให้
ดังนั้น สำหรับอิ๋งเฉิน องค์จักรพรรดิของพวกเขา พวกเขาย่อมเคารพรักอย่างสุดซึ้ง
ตอนนี้ กองทัพที่อยู่ห่างไกลได้เดินทางมาถึงเมืองเย่ารื่อแล้ว
พวกเขาหยุดพักอยู่นอกเมือง เผยให้เห็นราชรถมังกรที่อยู่ตรงกลาง
อิ๋งเฉินพามู่หรงอี้ซวงเดินออกมาจากด้านใน
"ข้าน้อยเย่วเฟย ถวายบังคมองค์จักรพรรดิ!"
เย่วเฟยก้าวไปข้างหน้าแล้วทำความเคารพ
"แม่ทัพเย่วไม่ต้องมากพิธี!"
อิ๋งเฉินโบกพระหัตถ์ด้วยรอยยิ้ม
"องค์จักรพรรดิ สถานที่จัดการพบปะเตรียมพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้รอเพียงคนจากจักรวรรดิหวงฝู่เดินทางมาถึง!"
เย่วเฟยทูลอิ๋งเฉินอย่างนอบน้อม
"อืม!"
อิ๋งเฉินพยักหน้า "ไม่เป็นไร ตอนนี้ยังพอมีเวลาก่อนถึงเวลานัดหมาย พวกเราเข้าเมืองกันก่อนเถอะ!"
"พ่ะย่ะค่ะ!"
เย่วเฟยเดินนำทางอยู่ด้านหน้า อิ๋งเฉินพาสองพี่น้องมู่หรงเฮ่าเซวียนและมู่หรงอี้ซวง พร้อมด้วยเตี่ยนเหวยและฮั่วชวี่ปิ้ง เดินเข้าสู่เมืองเย่ารื่อ
ประชาชนรอบๆ เมื่อเห็นองค์จักรพรรดิเสด็จมาทางพวกเขา ก็พากันโห่ร้องด้วยความดีใจ
พวกเขาโห่ร้องและพยายามจะเข้าไปใกล้ แต่ถูกทหารที่อยู่รอบๆ สกัดกั้นไว้อย่างแน่นหนา
ทำให้ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียว
พวกเขาต่างมองทหารที่ขวางทางด้วยสายตาตัดพ้อ ราวกับกำลังตำหนิว่าเหตุใดจึงมาขวางทางพวกเขา
อิ๋งเฉินมองดูประชาชนรอบๆ มองดูความตื่นเต้นดีใจและความคลั่งไคล้บนใบหน้าของพวกเขา
รู้สึกเหมือนได้กลับไปอยู่ในบรรยากาศการตามกรี๊ดดาราในชาติก่อน
เพียงแต่คนที่ถูกกรี๊ดเปลี่ยนมาเป็นตัวเขาเอง
"ไม่คิดเลยว่า ตอนนี้เจิ้นจะเป็นที่รักของประชาชนในต้าฉินถึงเพียงนี้"
อิ๋งเฉินพึมพำกับตัวเอง
อิ๋งเฉินโบกพระหัตถ์เบาๆ ให้ประชาชนรอบๆ เพื่อเป็นการทักทาย
การกระทำของพระองค์ทำให้บรรยากาศของประชาชนที่คลั่งไคล้เหล่านั้นพุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับ
บางคนถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
"อ๊าย! องค์จักรพรรดิทรงโบกพระหัตถ์ให้ข้าด้วย?"
"สวรรค์! ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ!"
"พูดเหลวไหล องค์จักรพรรดิทรงโบกพระหัตถ์ให้ข้าต่างหาก เจ้าแค่ได้อานิสงส์ไปด้วยเฉยๆ!"
"ตดเถอะ..."
"พวกเจ้าเลิกเถียงกันได้แล้ว องค์จักรพรรดิไม่ได้โบกพระหัตถ์ให้พวกเจ้า แต่โบกให้ข้าต่างหาก พวกเจ้าทางที่ดีก็รู้สถานะตัวเองบ้าง..."
"..."
เย่วเฟยนำทางอิ๋งเฉินและคนอื่นๆ เดินทางมาถึงจวนเจ้าเมือง
ตอนนี้จวนเจ้าเมืองมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีทหารลาดตระเวนอยู่ทุกหนทุกแห่ง
อีกทั้งยังมีการวางค่ายกลอันทรงพลัง ครอบคลุมจวนเจ้าเมืองไว้ทั้งหลัง
ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นเลี่ยนซวี ก็อย่าหวังว่าจะลอบเข้ามาในจวนเจ้าเมืองได้อย่างเงียบเชียบ
"ลู่ปิ่ง!"
เมื่อเข้ามาในจวนเจ้าเมือง อิ๋งเฉินเพิ่งประทับนั่ง ก็ตรัสเรียกเบาๆ
ร่างของลู่ปิ่งก็ปรากฏขึ้นกลางห้องทันที ทำให้มู่หรงอี้ซวงที่คอยปรนนิบัติอยู่ด้านหลังอิ๋งเฉินตกใจจนสะดุ้ง
จู่ๆ ก็มีคนโผล่พรวดเข้ามาในห้อง ใครบ้างล่ะที่จะไม่ตกใจ!
"อย่ากลัวไปเลย คนกันเอง!"
อิ๋งเฉินตรัสปลอบ
เมื่อมู่หรงอี้ซวงได้ยินคำตรัสของอิ๋งเฉิน นางจึงค่อยโล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง
จากนั้นก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย แล้วรินน้ำชาปรนนิบัติอิ๋งเฉินต่อ
"ลู่ปิ่ง จักรพรรดิหวงฝู่ออกเดินทางหรือยัง?"
อิ๋งเฉินละสายตาจากมู่หรงอี้ซวง หันไปมองลู่ปิ่ง แล้วเอ่ยถาม
เมื่อมู่หรงอี้ซวงได้ยินอิ๋งเฉินเอ่ยถึงจักรพรรดิหวงฝู่ นางก็เงี่ยหูฟังอย่างเงียบๆ อยากจะรู้ว่าพวกเขากำลังพูดคุยเรื่องอะไรกัน
"ทูลองค์จักรพรรดิ สายลับของจักรวรรดิหวงฝู่ส่งข่าวมาว่า จักรพรรดิหวงฝู่ออกเดินทางจากเมืองหลวงหวงฝู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ทว่ากว่าจะเดินทางมาถึงเมืองเย่ารื่อ คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ..."
ลู่ปิ่งตอบอย่างนอบน้อม
"อืม!"
อิ๋งเฉินพยักหน้า แล้วถามต่อ "นางพาใครมาบ้าง ระดับความแข็งแกร่งเป็นอย่างไร?"
"ผู้ที่ติดตามจักรพรรดิหวงฝู่มามีไม่มากนัก แต่ล้วนแข็งแกร่งพ่ะย่ะค่ะ มีผู้อาวุโสของราชวงศ์สองท่าน และแม่ทัพอีกสองท่านที่นำกองทัพติดตามมาด้วย!"
"ในจำนวนนั้น ผู้อาวุโสของราชวงศ์ทั้งสองท่านมีระดับการบ่มเพาะขั้นต้าเฉิงตอนต้น หนึ่งในนั้นก็คือหวงฝู่ตวน ที่เคยเดินทางมาเจรจาเรื่องการเป็นพันธมิตรกับต้าฉินก่อนหน้านี้..."
"ส่วนแม่ทัพทั้งสองท่าน ก็เป็นขุนพลเลื่องชื่อของจักรวรรดิหวงฝู่ ระดับความแข็งแกร่งอยู่ขั้นเลี่ยนซวีระดับสูงสุด กองทัพที่พวกเขานำมาก็ไม่ธรรมดา มีกำลังพลสองแสนนาย ระดับการบ่มเพาะขั้นต่ำสุดคือขั้นจินตันตอนต้น!"
ลู่ปิ่งรายงานข้อมูลที่หน่วยจิ่นอีเว่ยสืบมาได้อย่างละเอียดถี่ยิบ
ภาพนี้ทำให้มู่หรงอี้ซวงตกใจไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าการแทรกซึมของต้าฉินในจักรวรรดิหวงฝู่จะลึกซึ้งถึงเพียงนี้
แม้กระทั่งกองกำลังอารักขาข้างกายจักรพรรดิหวงฝู่ก็ยังสืบรู้ได้อย่างกระจ่างแจ้ง
ทำอย่างไรดี?
นางควรจะนำข่าวนี้ไปบอกพี่สาวหวงฝู่หรือไม่?
มู่หรงอี้ซวงตกอยู่ในความลังเล
ด้านหนึ่ง นางมีความสัมพันธ์อันดีกับหวงฝู่ซือเสวียน รักใคร่กลมเกลียวดุจพี่น้อง นางเกรงว่าต้าฉินจะทำร้ายหวงฝู่ซือเสวียน
อีกด้านหนึ่ง ตอนนี้นางเป็นนางกำนัลคนสนิทของจักรพรรดิฉิน หากนางนำความลับของต้าฉินไปเปิดเผย จักรพรรดิฉินย่อมทรงกริ้ว และนางก็คงไม่มีจุดจบที่ดีแน่
แม้แต่มู่หรงเฮ่าเซวียนที่รับราชการอยู่ในต้าฉินก็จะพลอยโดนร่างแหไปด้วย
ภายในใจของนางขัดแย้งกันอย่างหนัก รู้สึกทรมานเป็นอย่างยิ่ง
"คุณหนูมู่หรง!"
"เพคะ?"
มู่หรงอี้ซวงที่กำลังใจลอย ได้ยินเสียงคนเรียก พอได้สติกลับมา ก็เห็นอิ๋งเฉินกำลังจ้องมองมาที่นาง
ตอนนี้ ลู่ปิ่งจากไปแล้ว แต่นางมัวแต่ใจลอยจึงไม่ทันสังเกต
นางหลบสายตา กลัวว่าอิ๋งเฉินจะจับสังเกตได้!
"คิดอะไรอยู่หรือ? ใจลอยเชียว เรียกตั้งหลายครั้งก็ไม่ตอบ!"
อิ๋งเฉินเอ่ยหยอกล้อ
"ปะ... เปล่าเพคะ!"
มู่หรงอี้ซวงใจเต้นระรัว กล่าวด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด