- หน้าแรก
- สร้างอาณาจักรเทพนิรันดร์ เริ่มต้นจากการไปรับตำแหน่งเจ้าเมือง
- บทที่ 160 ไป๋เฟิ่งรอดพ้นวิกฤต มหาสงครามเปิดฉาก
บทที่ 160 ไป๋เฟิ่งรอดพ้นวิกฤต มหาสงครามเปิดฉาก
บทที่ 160 ไป๋เฟิ่งรอดพ้นวิกฤต มหาสงครามเปิดฉาก
บทที่ 160 ไป๋เฟิ่งรอดพ้นวิกฤต มหาสงครามเปิดฉาก
พลันเห็นดวงตาของฉางอวี้ชุนยังคงแจ่มใสไร้ความหมองมัว ไม่ได้รับผลกระทบจากวิชาเสน่ห์มายาของไป๋เฟิ่งเลยแม้แต่น้อย
"เรื่องนี้... เป็นไปได้อย่างไรกัน?"
ไป๋เฟิ่งร้องอุทานด้วยความตกใจ
ขนาดหลัวเจี๋ยปินที่มีระดับพลังขั้นเดียวกัน วิชาเสน่ห์มายาของนางยังสามารถส่งผลกระทบสะกดข่มจิตใจได้ชั่วพริบตาหนึ่ง
ทว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฉางอวี้ชุนที่มีระดับพลังบำเพ็ญเพียรต่ำกว่านางหนึ่งระดับย่อย กลับไม่มีผลอันใดเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"ยังคิดจะใช้วิชาเสน่ห์มายานั่นกับข้าอีกอย่างนั้นหรือ?"
เมื่อรับรู้ได้ว่ามีพลังจิตสัมผัสสายหนึ่งคิดจะบุกรุกเข้าสู่ห้วงจิตวิญญาณของตน ฉางอวี้ชุนก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"หากเจ้ากล้าตัดหางของข้า ราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้แน่..."
เมื่อรู้ดีว่าวิชาเสน่ห์มายาของตนไม่ได้ผลอีกต่อไป ไป๋เฟิ่งก็ไร้ซึ่งหนทางอื่นใดอีก
ทำได้เพียงหยิบยกชื่อของราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูออกมาข่มขู่แทน
"ราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูงั้นหรือ?"
"ฮ่าๆๆ!"
ฉางอวี้ชุนได้ยินคำพูดของนาง ราวกับได้ยินเรื่องตลกขบขันที่สุดในชีวิต หัวเราะลั่นออกมาทันที
"เจ้าคิดว่าต้าฉินของข้าจะเกรงกลัวราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูของพวกเจ้าอย่างนั้นหรือ?"
หลังจากนั้น สายตาของฉางอวี้ชุนก็พลันเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยียบ จ้องเขม็งไปที่ไป๋เฟิ่งอย่างน่ากลัว
"เจ้า... เจ้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่?"
ใบหน้าอันซีดเผือดของไป๋เฟิ่งเผยความงุนงงสงสัยออกมาแวบหนึ่ง
"หมายความว่าอย่างไรน่ะหรือ? ก็หมายความตามคำพูดตรงๆ เลยอย่างไรเล่า!"
กล่าวจบ ฉางอวี้ชุนก็เตรียมจะตวัดกระบี่วิญญาณลงมา เพื่อฟาดฟันตัดหางของไป๋เฟิ่งลงมาทั้งหมด
ทว่า ในขณะที่กระบี่วิญญาณของเขาจวนเจียนจะตกลงมานั้น พลันเกิดรอยแยกมิติสายหนึ่งปรากฏขึ้นข้างกายของไป๋เฟิ่ง ดึงดูดกลืนร่างของนางหายวับเข้าไปด้านในทันที
รอยแยกมิตินี้ปรากฏขึ้นอย่างปุบปับยิ่งนัก โดยไม่มีสัญญาณบ่งชี้ล่วงหน้าใดๆ เลยแม้แต่น้อย
แม้แต่ฉางอวี้ชุนก็ยังไม่ทันได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติใดๆ
รอจนกระทั่งเขารู้สึกตัว ไป๋เฟิ่งก็ถูกชิงตัวไปเสียแล้ว
และในเวลานี้ ที่ข้างกายของไป๋จิ่นเยว่ พลันปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดดำผู้มีท่าทีเย็นชาเงียบขรึมขึ้นมาคนหนึ่ง ในมือของนางกำลังหิ้วร่างของไป๋เฟิ่งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่
"หลิวหลี?"
เมื่อเห็นบุคคลผู้นี้ ไป๋จิ่นเยว่ก็เผยความประหลาดใจในดวงตา พลางเอ่ยขึ้นมา
"คารวะองค์หญิงเพคะ!"
หลิวหลีวางร่างของไป๋เฟิ่งลง ก่อนจะคุกเข่าคำนับไป๋จิ่นเยว่
"ไม่ต้องมากพิธี!"
ไป๋จิ่นเยว่สะบัดมือเบาๆ เอ่ยขึ้น
นางคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเสด็จแม่จะถึงกับส่งองครักษ์ข้างกายของตนเองมาที่นี่ด้วย
"ขอบพระคุณท่านหัวหน้าหลิวหลีที่ช่วยชีวิตไว้เพคะ!"
ไป๋เฟิ่งพยายามฝืนทนต่ออาการบาดเจ็บของร่างกายประสานมือคำนับขอบคุณหลิวหลีเช่นกัน
นางรู้จักหลิวหลีผู้นี้ดี นางคือองครักษ์ข้างกายของจักรพรรดิเทียนหู ยอดฝีมือขั้นเลี่ยนซวีระดับสูงสุด อีกทั้งยังรับฟังเพียงคำสั่งของจักรพรรดิเทียนหูเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นสถานะหรือฝีมือ ต่างก็แข็งแกร่งกว่านางมากนัก
เพียงแต่มีข่าวลือว่าหลิวหลีไม่เคยห่างกายจักรพรรดิเทียนหูเลย เหตุใดบัดนี้จึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้?
"ท่านแม่ทัพไป๋เฟิ่งไม่ต้องเกรงใจ ข้าได้รับคำสั่งมาเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยขององค์หญิงเท่านั้น การช่วยชีวิตเจ้าก็แค่เป็นเรื่องที่สะดวกลงมือผ่านทางพอดี..."
หลิวหลีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์
"ถึงกระนั้น ท่านหัวหน้าหลิวหลีก็ยังถือว่าได้ช่วยชีวิตข้าไว้ ในวันข้างหน้าหากมีเรื่องใดที่ข้าพอจะช่วยเหลือได้ ขอให้ท่านสั่งการมาได้ทันทีเลยเพคะ!"
ไป๋เฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เหตุการณ์เมื่อครู่นี้อันตรายอย่างยิ่งยวด นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายอย่างแท้จริง หากไม่ใช่เพราะหลิวหลีลงมือช่วย เกรงว่าบัดนี้นางคงถูกฉางอวี้ชุนสังหารทิ้งไปแล้ว
หลิวหลีพยักหน้าอย่างเย็นชา จากนั้นก็เบนสายตาไปที่ไป๋จิ่นเยว่ พลางเอ่ยว่า "องค์หญิงเพคะ ที่นี่อันตรายยิ่งนัก ให้หม่อมฉันพาพระองค์ไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยกว่านี้เถอะเพคะ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ไป๋จิ่นเยว่ก็ส่ายหน้าปฏิเสธพลางกล่าวว่า "พลังฝีมือของฉางอวี้ชุนผู้นั้นไม่ธรรมดาเลย หากหนนี้ไม่หาทางกำจัดเขาเสีย เกรงว่าในวันข้างหน้าเขาจะกลายมาเป็นเสี้ยนหนามชิ้นโตของราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูของพวกเราแน่นอน..."
"ท่านหัวหน้าหลิวหลี ข้าขอร้องให้ท่านลงมือ สังหารฉางอวี้ชุนเสีย!"
แววตาของไป๋จิ่นเยว่ฉายแววเคร่งขรึม สถานการณ์ในตอนนี้เกินกว่าที่นางคาดการณ์ไว้มากนัก
เดิมทีคิดว่าฉางอวี้ชุนผู้นั้นเป็นเพียงคนไร้ชื่อเสียงเรียงนาม ทว่าไม่คิดเลยว่าเขาจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
ขนาดคนที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนยังแข็งแกร่งถึงขั้นนี้ แล้วแม่ทัพที่มีชื่อเสียงเหล่านั้นของต้าฉินจะยิ่งน่ากลัวขนาดไหนกัน
ดังนั้น หนนี้จะต้องหาทางเด็ดหัวฉางอวี้ชุนทิ้งไว้ที่นี่ให้ได้ เพื่อเป็นการตัดกำลังของต้าฉินลงไปส่วนหนึ่ง
"องค์หญิงเพคะ คำสั่งที่หม่อมฉันได้รับมามีเพียงการคุ้มครองความปลอดภัยของพระองค์เท่านั้น เรื่องอื่นหม่อมฉันจะไม่ก้าวก่ายเด็ดขาดเพคะ!"
หลิวหลีส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเย็นชา
"ขนาดเป็นคำสั่งของข้า ก็ยังไม่ได้อย่างนั้นหรือ?"
ไป๋จิ่นเยว่เริ่มร้อนรนใจ รีบเอ่ยขึ้นมาทันที
"ไม่ได้เพคะ นอกจากคำสั่งขององค์จักรพรรดิแล้ว คำสั่งของผู้อื่นหม่อมฉันล้วนไม่รับฟังทั้งสิ้นเพคะ!"
หลิวหลียังคงรักษาท่าทีเย็นชาเช่นเดิม ปราศจากความสั่นไหวของอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ราวกับเครื่องจักรไร้ชีวิตก็ไม่ปาน
"เจ้า..."
ไป๋จิ่นเยว่โกรธจัด จ้องมองหลิวหลีด้วยความเคียดแค้น ทว่าหลิวหลีกลับไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
"องค์หญิงเพคะ พระองค์รีบยกเลิกวิชากระจกเงาลมปราณเร็วเข้าเพคะ!"
ในเวลานั้นเอง ไป๋เฟิ่งที่อยู่ข้างกายก็เอ่ยขึ้นด้วยความร้อนรน
"เอ๋!"
ไป๋จิ่นเยว่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองท้องฟ้าเหนือกองทัพใหญ่ของราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหู ที่ซึ่งยังมีกระจกเงาบานใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นจากลมปราณลอยเด่นอยู่
เวลนี้นางเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า เพื่อเป็นการปลุกกระตุ้นขวัญกำลังใจทหารก่อนหน้านี้ นางถึงกับเชื่อมต่อภาพการต่อสู้ระหว่างไป๋เฟิ่งและหลัวเจี๋ยปินขึ้นไปฉายไว้บนนั้น
ทว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ทำให้นางลืมเลือนเรื่องนี้ไปเสียสนิท
และภาพเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ ทั้งภาพที่ไป๋เฟิ่งถูกฉางอวี้ชุนตัดหางจนขาดสะบั้น ตลอดจนเรื่องราวแปลกประหลาดทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ล้วนถูกฉายส่งต่อไปยังกระจกเงาลมปราณนั้นอย่างครบถ้วนทุกรายละเอียดอย่างไม่มีตกหล่น
หยาดเหงื่อเย็นๆ พลันผุดขึ้นมาเต็มหน้าผากของไป๋จิ่นเยว่ หากเรื่องราวเมื่อครู่นี้ถูกทหารของราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูเห็นเข้าทั้งหมดล่ะก็...
ผลลัพธ์ที่ตามมาย่อมต้องเลวร้ายจนยากจะจินตนาการได้แน่นอน
นางรีบยกเลิกวิชากระจกเงาลมปราณทันที ทว่าก็ยังคงสายเกินไปเสียแล้ว ภาพทุกอย่างถูกเฝ้ามองไปหมดสิ้นแล้ว
ในเวลานี้ ทหารภายในกองทัพใหญ่ของราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูเกิดความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นมาทันที
ขวัญทหารทั้งกองทัพพังทลายลงอย่างราบคาบ ความฮึกเหิมหดหายไปจนหมดสิ้น
ฉางอวี้ชุนก็สังเกตเห็นภาพเหตุการณ์นี้เช่นกัน ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มกว้างออกมาทันที ตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงทรงพลังลั่นฟ้าว่า "ทหารทุกนายบุกโจมตี! บดขยี้ทำลายล้างกองทัพศัตรูให้สิ้นซาก!"
โอกาสทองดีๆ เช่นนี้ มีหรือที่เขาจะปล่อยให้หลุดมือไปได้ง่ายๆ
ในเวลานี้ ทหารของราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูตกอยู่ในสภาวะขวัญกำลังใจต่ำต้อยที่สุด ยอดฝีมือระดับสูงก็ถูกยอดฝีมือของต้าฉินและจักรวรรดิหวงฝู่ขัดขวางไว้จนหมดสิ้นแล้ว
ต่อให้พวกมันจะมีจำนวนมหาศาลนับสิบล้านคน ทว่าในเวลานี้ก็หาใช่สิ่งที่น่าเกรงกลัวอีกต่อไปไม่
ครืนนนนนนน!
ประตูเมืองของด่านหลางอวี๋พลันเปิดออกอย่างกว้างขวาง
กองทัพอันล้นพ้นทะลักพวยพุ่งออกมาจากด้านในเมือง เหนือท้องฟ้าก็มีทหารอีกจำนวนนับไม่ถ้วนบินพุ่งทะยานออกไป มุ่งตรงไปยังทิศทางของกองทัพใหญ่ราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูทันที
ชั่วเวลาเดียว ไม่ว่าจะเป็นบนผืนดินหรือเหนือฟากฟ้า ต่างก็เต็มไปด้วยกองทัพทหารของต้าฉินอย่างแน่นขนัด
กองทัพใหญ่ของราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูและกลุ่มแว่นแคว้นเผ่าปีศาจต่างพากันตั้งรับอย่างรีบร้อน
ทว่า เพียงแค่การปะทะกันในระลอกแรก แนวป้องกันของพวกมันก็พลันถูกฉีกกระชากจนพังทลายลงทันที
ทหารของต้าฉินมีระดับพลังบำเพ็ญเพียรต่ำที่สุดก็ยังอยู่ในขั้นสร้างรากฐานระดับกลาง พวกเขาจัดแถวทหารร่วมมือประสานกับค่ายกลศึกคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไล่บดขยี้เข่นฆ่ากองทัพเผ่าปีศาจจนต้องถอยร่นหนีตายกระเจิดกระเจิง ไร้สิ้นหนทางที่จะต้านทานศึกครั้งนี้ได้เลยแม้แต่น้อย
แม่ทัพเผ่าปีศาจพยายามจัดกระบวนทัพทหารขึ้นมาเพื่อต้านทานศึก
ทว่า ในเวลานี้สมรภูมิรบได้แปรเปลี่ยนเป็นสับสนอลหม่านไปหมดสิ้นแล้ว คำสั่งศึกของพวกมันย่อมไม่อาจส่งผ่านกระจายออกไปได้เลย
กองทัพสายตรงของราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูยังถือว่าพอประคองตัวต้านทานการบุกของต้าฉินไว้ได้บ้าง ทว่ากองทัพของกลุ่มราชวงศ์ปีศาจอื่นๆ กลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย
กองทัพของราชวงศ์เหล่านั้นส่วนใหญ่มีพลังเพียงขั้นเลี่ยนชี่เท่านั้น แม้แต่ขั้นสร้างรากฐานก็ยังมีอยู่น้อยนิดจนน่าเวทนา
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับต้าฉิน พวกมันก็มีเพียงชะตากรรมที่ต้องถูกไล่ล่าเข่นฆ่าทำลายล้าง หรือไม่ก็ต้องพากันวิ่งหนีตายอุตลุดเท่านั้น
และทหารที่วิ่งหนีตายเหล่านั้น ต่างพากันวิ่งพล่านสับสนไปทั่วในค่ายกลศึก ส่งผลให้ค่ายกลศึกที่เดิมทีก็ไม่ได้แน่นหนาอยู่แล้ว ต้องกลายสภาพเป็นพังทลายไม่มีชิ้นดี
"สังหารทหารที่วิ่งพล่านอย่างไร้ระเบียบเหล่านั้นทิ้งให้หมด!"
แม่ทัพของราชวงศ์จักรพรรดิเทียนหูคนหนึ่งออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด
ในไม่ช้า เสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดก็ดังระงมขึ้นภายในกองทัพเผ่าปีศาจ
เผ่าปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนถูกดาบของพวกเดียวกันฟันจนล้มตายลงไป
ทว่า วิธีการรุนแรงเช่นนี้ก็ถือว่าพอมีผลดีอยู่บ้าง กองทัพใหญ่ที่กำลังปั่นป่วนวุ่นวายก่อนหน้านี้เริ่มกลับมาตั้งหลักได้อย่างเงียบสงบขึ้นชั่วคราวแล้ว