เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - เพื่อนชาวต่างชาติที่หาพวกพ้องไม่เจอ

บทที่ 20 - เพื่อนชาวต่างชาติที่หาพวกพ้องไม่เจอ

บทที่ 20 - เพื่อนชาวต่างชาติที่หาพวกพ้องไม่เจอ


บทที่ 20 - เพื่อนชาวต่างชาติที่หาพวกพ้องไม่เจอ

เราสองคนหันกลับไปมอง ก็เห็นผู้ชายผิวสีน้ำตาลเข้ม คิ้วดกตาโตคนหนึ่ง กำลังโบกมือทักทายพวกเราอยู่

ขนตาของเขายาวมากๆ ยาวเหมือนตุ๊กตาฝรั่งเลย

ป๋ายจื้อเกาพอเห็นว่ามีคนทักทายด้วยภาษาอังกฤษ ก็เหมือนถูกเสียบปลั๊กไฟชาร์จพลังขึ้นมาทันที

เขาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความตื่นเต้นว่า "หว่อ ทา เย่า หนี่ หมู่? (What's your name?)"

ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้ตื่นเต้นขนาดนั้น อีกนานหลังจากนั้นผมถึงเพิ่งเข้าใจว่า ป๋ายจื้อเกามาจากชนบทที่ห่างไกลความเจริญยิ่งกว่าผมเสียอีก นอกจากการเรียนในวิชาภาษาอังกฤษแล้ว เขาก็แทบจะไม่เคยพูดภาษาอังกฤษเลย

นี่ถือเป็นการเปิดตัวโชว์ทักษะการพูดภาษาอังกฤษครั้งแรกของเขา...

พ่อตุ๊กตาฝรั่งผิวสีน้ำตาลเข้ม กะพริบขนตายาวๆ มองมาที่ผมด้วยความงุนงง หวังว่าผมจะช่วยแปลให้ฟังว่าป๋ายจื้อเกากำลังพูดอะไร

ผมเองก็งงไม่แพ้กัน ไม่รู้ว่าหมอนี่เป็นบ้าอะไรขึ้นมา

ผมถามเขาอย่างไม่แน่ใจสุดๆ "ที่นายพูดเมื่อกี้คือ... ภาษาอังกฤษเหรอ?"

"ใช่สิ ภาษาอังกฤษง่ายๆ แค่นี้นายยังฟังไม่ออกอีกเหรอ?" เขาถามผมด้วยสายตาเหยียดๆ

ด้วยความตื่นเต้นขั้นสุด ทำให้เส้นเสียงของเขาตึงเครียด เสียงที่เปล่งออกมาในตอนนี้จึงฟังดูแหลมปรี๊ด

ไม่รอให้ผมพูดอะไร เขาก็พูดซ้ำอีกรอบ "หว่อ ทา เย่า หนี่ หมู่? ฉันกำลังถามเขาว่าชื่ออะไรไงล่ะ"

ผมถามกลับเพื่อยืนยันกับเขาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "ที่นายพูดเมื่อกี้คือ 'Whats your name?' งั้นเหรอ?"

"ใช่แล้วๆ" เสียงของป๋ายจื้อเกาตื่นเต้นจนเสียงแหบเสียงแห้ง "ที่แท้นายก็พูดประโยคนี้เป็นเหมือนกันนี่นา!"

ผมไม่เข้าใจในความสุขของเขาในตอนนี้เลยจริงๆ

โชคดีที่ตุ๊กตาฝรั่งฟังประโยคนี้ออก เขาตอบกลับเบาๆ "My name is Najajeputeladisa." (ชื่อของผมคือ นาจาเจปูเตลาติซา)

ผมกับจื้อเกาทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

ตุ๊กตาฝรั่งฉลาดมาก เขาเข้าใจทันทีว่าพวกเราคงจำชื่อเขาไม่ได้ เขาจึงพูดอย่างมีน้ำใจว่า "You can call me Naja." (พวกคุณเรียกผมว่า นาจา ก็ได้)

ผมเดาว่าชาวต่างชาติก็คงจำชื่อคนจีนยากเหมือนกัน ผมเลยแนะนำตัวไปว่า "ฉันชื่อ เหอ"

เพราะขยาดกับการออกเสียงภาษาอังกฤษของป๋ายจื้อเกา ผมเลยจัดการแนะนำตัวแทนเขาซะเลย "ส่วนเขาชื่อ เกา"

"ฉันยังพูดได้อีกประโยคนะ: หว่อ อ้าย โยว ฝู่ รั่ว หมู่! (Where are you from?)" ป๋ายจื้อเกาดัดเสียงแหลม อวดทักษะภาษาอังกฤษอย่างอดใจไม่ไหว

ผมหน้าดำคร่ำเครียด นี่มันสำเนียงจากที่ไหนกันเนี่ย!

นาจามองผมด้วยดวงตากลมโตฉ่ำน้ำ เพื่อขอความช่วยเหลืออีกครั้ง

"นายพูดภาษาจีนเถอะ" ผมเหลือบมองจื้อเกาอย่างจนปัญญา แล้วบอกเขา

ไม่นึกเลยว่าป๋ายจื้อเกาจะไม่พอใจ เขาหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า "หว่อ อ้าย โยว ฝู่ รั่ว หมู่ นายก็ฟังไม่ออกเหรอ?"

เขากรอกตาบน แล้วพูดกับผมด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังประทานความรู้ให้ "ฉันกำลังถามเขาว่ามาจากที่ไหนต่างหากล่ะ"

ผมหมดแรงจะบ่นเขาแล้ว เลยหันไปคุยกับนาจาโดยตรง

ที่แท้ เขาก็เป็นชาวศรีลังกา

ในห้องเรามีเขาแค่คนเดียวที่มาจากประเทศนี้

ที่เขามาสิงคโปร์ ก็เป็นเพราะพี่ชายของเขา

"พี่ชายของฉันก็มีใบรับรอง ACCA เหมือนกัน ตอนนี้เป็นผู้บริหารระดับสูงอยู่ในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์" นาจาพูดถึงพี่ชายด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความชื่นชม ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำเป็นประกายวิบวับ เขาแนะนำให้พวกเราฟังว่า "พี่ชายหวังว่าฉันจะสอบใบรับรองนี้ได้เหมือนกัน จะได้ตั้งตัวในสิงคโปร์ได้"

เมื่อมองดูใบหน้าที่ชื่นชมพี่ชายอย่างไม่ลืมหูลืมตาของนาจา ผมก็ยิ่งตระหนักถึงมูลค่าและความสำคัญของใบรับรอง ACCA มากขึ้นไปอีก

ผมคุยกับนาจาไปพลาง ก็คอยแปลสองทางให้เขากับป๋ายจื้อเกาไปพลาง ไม่นานนักพวกเราสามคนก็กลายเป็นเพื่อนซี้กัน

ป๋ายจื้อเกาตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ เพราะได้รู้จักเพื่อนต่างชาติที่สามารถช่วยฝึกพูดภาษาอังกฤษได้

ชาวศรีลังกาในสิงคโปร์มีจำนวนน้อยมาก นี่คือเพื่อนชาวศรีลังกาเพียงคนเดียวที่ผมรู้จัก

แต่ต่อมา เพราะเหตุผลที่ยากจะเอ่ยปาก ผมก็จำต้องยอมทิ้งความเป็น "เพียงคนเดียว" นี้ไป ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง

ในวันแรกของการเปิดเทอม พวกเราก็ได้ผูกมิตรกับเพื่อนซี้แล้ว นับว่าเป็นเรื่องที่โชคดีเอามากๆ สำหรับพวกเรา

แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเรื่องที่โชคร้ายมากๆ ด้วยเช่นกัน

พวกเราสามคนล้วนเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว พูดไม่เก่ง โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับเพศตรงข้าม

ตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอม พวกเราก็เจอคนประเภทเดียวกัน แล้วก็เกาะติดกันหนึบหนับ สถานการณ์นี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพวกเราออกจากโรงเรียนแห่งนี้

บรรดาปีศาจสาวสวยฝูงใหญ่พวกนั้น ตั้งแต่ต้นจนจบ พวกเราไม่มีโอกาสได้เข้าไปหยอกล้อพูดคุยกับพวกเธอเลยสักนิด

รู้สึกเหมือนพลาดสิ่งที่ดีที่สุดในโลกใบนี้ไปเลย

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 20 - เพื่อนชาวต่างชาติที่หาพวกพ้องไม่เจอ

คัดลอกลิงก์แล้ว