- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยสายวิทย์ พลิกกระดานธุรกิจสิงคโปร์
- บทที่ 6 - วิชาเทพหยั่งรู้ด้วยนิ้วมือ (ศาสตร์)
บทที่ 6 - วิชาเทพหยั่งรู้ด้วยนิ้วมือ (ศาสตร์)
บทที่ 6 - วิชาเทพหยั่งรู้ด้วยนิ้วมือ (ศาสตร์)
บทที่ 6 - วิชาเทพหยั่งรู้ด้วยนิ้วมือ (ศาสตร์)
ผิดคาด นักพรตเฒ่าไม่เพียงไม่รำคาญผม กลับตอบตกลงอย่างง่ายดายเสียด้วยซ้ำ
คงเป็นเพราะชื่นชมในความใฝ่รู้ก้าวหน้าของผมล่ะมั้ง
เมื่อพิจารณาว่าผมไม่มีพื้นฐานอะไรเลย เรื่องที่ลึกล้ำเกินไปอาจจะเข้าใจยาก นักพรตเฒ่าจึงกล่าวว่า "สอนวิชาเทพหยั่งรู้ด้วยนิ้วมือให้เจ้าอีกสักวิชาก็แล้วกัน"
ผมสงสัยเป็นพิเศษ มันจะเหมือนกับพวกเซียนคำนวณที่หลับตาหยิกนิ้วทำนายในทีวีหรือเปล่านะ?
แบบนี้ก็ดูเท่ดีเหมือนกันนะเนี่ย
ผมกระปรี้กระเปร่า ตั้งใจฟังอย่างมีสมาธิ กลัวว่าจะเผลอทำหล่นหายไปประโยคสองประโยคจนฟังไม่เข้าใจ
วิชาเทพหยั่งรู้ด้วยนิ้วมือ จูเก๋อเลี่ยง (ขงเบ้ง) ดัดแปลงให้ง่ายขึ้นจากวิชาฉีเหมินตุ้นเจี่ย หรือเรียกอีกอย่างว่า ทำนายหน้าม้าจูเก๋อ และมีอีกชื่อคือ วิชาเทพหลิวเหรินน้อย เรียกย่อๆ ว่า เสี่ยวลิ่วเริ่น
ผลลัพธ์ที่คำนวณออกมาได้ มีอยู่หกแบบ หรือเรียกอีกอย่างว่า หกเทพ (ลิ่วเสิน)
ต้าอัน: หยุดนิ่ง, สบายใจ, มีความหมายถึงความเป็นสิริมงคล
หลิวเหลียน: มืดมนไม่ชัดเจน, ยืดเยื้อ, พัวพัน
ซู่สี่: รวดเร็ว, เรื่องน่ายินดี, โอกาสมาถึงแล้ว
ชือโข่ว: ตื่นตระหนก, อันตราย, มีปากเสียงหรือเรื่องวิวาท
เสี่ยวจี๋: บ้าน, การกลับมา, โชคดีกำลังจะมาเยือน
คงหวัง: วิตกกังวล, ไม่เป็นมงคล, ไร้ผลลัพธ์
การทำนายค่อนข้างง่าย แค่กำหนดตำแหน่งของหกเทพ แล้วนับตามเดือน วัน และเวลาเรียงตามลำดับก็พอ
ต้าอันอยู่ตำแหน่งโคนนิ้วชี้, หลิวเหลียนอยู่ตำแหน่งปลายนิ้วชี้, ซู่สี่อยู่ตำแหน่งปลายนิ้วกลาง, ชือโข่วอยู่ตำแหน่งปลายนิ้วนาง, เสี่ยวจี๋อยู่ตำแหน่งโคนนิ้วนาง, คงหวังอยู่ตำแหน่งโคนนิ้วกลาง (ดูภาพประกอบในคอมเมนต์)
ลำดับการนับให้เรียงตาม ต้าอัน — หลิวเหลียน — ซู่สี่ — ชือโข่ว — เสี่ยวจี๋ — คงหวัง หมุนวนตามเข็มนาฬิกา
ผมเรียนปุ๊บใช้ปั๊บ อยากลองทำนายดูว่า การไปเรียนต่อสิงคโปร์ในครั้งนี้ จะสามารถเรียนจบได้ใบปริญญาอย่างราบรื่นหรือไม่
ตรวจสอบวันที่ดู เป็นวันที่สิบเอ็ดเดือนสี่ตามปฏิทินจันทรคติ
เดือนสี่ ก็นับสี่ครั้ง ต้าอัน — หลิวเหลียน — ซู่สี่ — ชือโข่ว
วันที่สิบเอ็ด ก็นับต่อไปอีกสิบเอ็ดครั้ง ชือโข่ว — เสี่ยวจี๋ — คงหวัง... ไปตกที่ หลิวเหลียน
เหลือบดูเวลา บ่ายสามโมงครึ่ง
ยามจะเริ่มนับจาก ห้าทุ่มถึงตีหนึ่งเป็นยามจื่อ, ตีหนึ่งถึงตีสามเป็นยามโฉ่ว, ไล่เรียงไปเรื่อยๆ เที่ยงวันสิบเอ็ดโมงถึงบ่ายโมงเป็นยามอู่, บ่ายโมงถึงบ่ายสามโมงเป็นยามเว่ย, เลยบ่ายสามโมงไปจะเข้าสู่ยามถัดไป นั่นคือยามเซิน
นับต่อจากเมื่อกี้ โดยเริ่มจากหลิวเหลียนแล้วบวกเวลาเข้าไป ไล่นับไปจนถึงยามเซิน จะตกอยู่ที่ ชือโข่ว
ชือโข่ว?! มีปากเสียงหรือเรื่องวิวาท? ผมตกใจมาก
ผมไม่เคยสงสัยในความสามารถการเรียนรู้ของตัวเองเลย ทำไมถึงจะเรียนไม่จบอย่างราบรื่นล่ะ???
นี่มันไร้เหตุผลเกินไปแล้ว
"จะเป็นไปได้ไหมว่า... ทำนาย... ไม่แม่น?" ผมถามนักพรตเฒ่าอย่างงุนงง
นักพรตเฒ่าทำท่าเหมือนรู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว ท่าทางสุขุมเยือกเย็นพลางกล่าว "ทำไมเจ้าถึงเลือกที่จะทำนายเรื่องนี้ในช่วงเวลานี้ล่ะ? นี่คือลิขิตสวรรค์
ถ้าเจ้าไม่พอใจกับผลลัพธ์ จงใจรอให้อีกสองชั่วโมงผ่านไปแล้วค่อยทำนายใหม่ กลายเป็นตกที่ เสี่ยวจี๋ ถ้าทำแบบนั้นน่ะถึงจะเรียกว่าไม่แม่นจริงๆ"
ผมแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว นี่มันไม่ใช่เรื่องพอใจหรือไม่พอใจนะ แต่ตามความสามารถของผมแล้ว ผลลัพธ์แบบนี้มันไม่สมเหตุสมผลเลย
แต่ผมก็ไม่กล้าพูดออกไป
เถียงไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์
อาจารย์บอกว่าแม่นก็แม่นเถอะ ยังไงผมก็ไม่เชื่อหรอก
ผมเป็นพวกวัตถุนิยมแบบสุดโต่ง ถึงเวลานั้นค่อยให้ผลลัพธ์เป็นตัวพิสูจน์ก็แล้วกัน
นักพรตเฒ่าดูเหมือนจะไม่สนใจว่าผมจะคิดอย่างไร และไม่ได้ปลอบใจผมสักประโยค เขาพูดขึ้นมาลอยๆ "เจ้าตัวว่าชายชราเลี้ยงม้าในนิทาน 'ชายชราเลี้ยงม้าเสียม้า' เป็นคนแบบไหน?"
ชายชราเลี้ยงม้าเป็นคนแบบไหนน่ะเหรอ?
ผมชินกับตรรกะความคิดที่กระโดดข้ามไปข้ามมาของนักพรตเฒ่าเสียแล้ว
ชายชราเลี้ยงม้า? ก็เป็นตาแก่คนหนึ่งไง?
ผมคิดในใจ
คงไม่กล้วยๆ แบบนี้แน่
"ชายชราเลี้ยงม้า... เป็นคนใจกว้างไม่คิดมากหรือเปล่าครับ?" ผมแอบมองนักพรตเฒ่าแวบหนึ่ง แล้วลองหยั่งเชิงถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจ
นักพรตเฒ่าหลับตา โคลงหัวท่องว่า "ชายชราที่อยู่ใกล้ชายแดนผู้หนึ่ง มีความเชี่ยวชาญด้านวิชาทำนาย ม้าของเขาหายไปในถิ่นคนเถื่อนโดยไร้สาเหตุ ผู้คนต่างพากันมาปลอบใจ แต่เขากลับกล่าวว่า: นี่จะเป็นเรื่องดีไปไม่ได้เชียวหรือ?"
"เชี่ยวชาญวิชาทำนาย?!" ผมจับใจความสำคัญได้ ตะโกนออกไปด้วยความไม่อยากเชื่อ "ชายชราเลี้ยงม้าเป็นคนดูดวงเป็นเหรอ?!"
นี่มันเป็นไปได้ยังไง?!
คำพูดหลายๆ อย่างของนักพรตเฒ่า ล้วนแต่กำลังท้าทายโลกทัศน์ของผม
ภายใต้การโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเขา โลกทัศน์ของผมก็เริ่มสั่นคลอนและใกล้จะพังทลายลงเต็มที
(จบแล้ว)