- หน้าแรก
- เดอะแฟลชในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 55: ไม่รู้หรือไงว่าพวกเขาอยู่ในความคุ้มครองของฉัน? (ฟรี)
บทที่ 55: ไม่รู้หรือไงว่าพวกเขาอยู่ในความคุ้มครองของฉัน? (ฟรี)
บทที่ 55: ไม่รู้หรือไงว่าพวกเขาอยู่ในความคุ้มครองของฉัน? (ฟรี)
พวกเขาสุ่มเลือกหนังฟอร์มยักษ์มาดูเรื่องหนึ่ง เดิมทีแบล็ควิโดว์คิดว่าไอ้หนุ่มหื่นคนนี้ต้องอาศัยจังหวะดูหนังแอบแต๊ะอั๋งเธอแน่ ๆ
แต่เขาไม่ได้ทำแบบนั้น
แบล็ควิโดว์หัวเราะเย็นชาอยู่ในใจ
เล่นตัวเพื่อให้คนสนใจงั้นเหรอ?
ตอนที่พี่สาวคนนี้ใช้ไม้ตายนี้ นายยังนั่งปั้นดินเล่นอยู่ที่บ้านเกิดเลยมั้ง
เจ้าหนู...
นายยังไร้เดียงสาเกินไป!
แต่ไม่ใช่แค่นั้น
หลังจากดูหนังจบ ทั้งสองก็เริ่มนั่งคุยกัน และเมื่อจางหยางได้ยินว่า ฮอว์คอาย เพื่อนสนิทที่ชักชวนแบล็ควิโดว์เข้าร่วมหน่วยชีลด์ด้วยกัน ถูกโลกิควบคุมตัวไป และจนถึงตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอ
เขากลับแสดงความเข้าใจอย่างมีน้ำใจ และเป็นฝ่ายบอกให้แบล็ควิโดว์กลับไปทำงานก่อนด้วยตัวเอง
แบล็ควิโดว์ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันทีโดยไม่พูดอะไร
ส่วนจางหยางก็ไม่ได้รั้งเธอไว้ เพียงมองแผ่นหลังของเธอที่ค่อย ๆ หายลับไป
“ของที่ได้มาง่ายเกินไป มันก็น่าเบื่อไม่ใช่เหรอ”
จางหยางยิ้มบาง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดโทรทัศน์ แล้วลุกขึ้นเดินออกไปเช่นกัน
“ยังไงซะ ฉันก็เป็นนักศึกษาหัวกะทิของ MIT นะ คงช่วยอะไรไม่ได้เลยคงเป็นไปไม่ได้หรอก”
...
อีกด้านหนึ่ง
โลกิมีดร.เอริกอยู่ข้างกาย
ต้องยอมรับเลยว่าดร.เอริกเป็นคนมีความสามารถจริง ๆ เขาอาศัยอุปกรณ์วิจัยที่ฮอว์คอายขโมยมาจากศัตรูของหน่วยชีลด์ แล้วสามารถค้นคว้าจนหาวิธีใช้เทสเซอแร็กต์เปิดประตูมิติที่เสถียรได้จริง ๆ
แต่ตอนนี้กลับขาดวัตถุดิบสำคัญอยู่หนึ่งอย่าง
อิริเดียม
โลหะชนิดนี้เดินทางมายังโลกพร้อมอุกกาบาต และสามารถสร้างปฏิสสารโปรตอนขึ้นมาได้
ทว่าของสิ่งนี้เป็นที่ต้องการอย่างมาก
คนธรรมดาไม่มีทางหามาได้เลย
ดังนั้น...
ถึงเวลาที่ฮอว์คอายต้องลงมือแล้ว
และเพื่อให้ปฏิบัติการของฮอว์คอายราบรื่นยิ่งขึ้น โลกิก็เริ่มดำเนินแผนการของตัวเองไปพร้อมกัน เพื่อดึงความสนใจของหน่วยชีลด์ออกไปจากอีกฝ่าย
เขารู้ดีว่า
ครั้งนี้เขาอาจต้องเผชิญหน้ากับคนนั้นอีกครั้ง
แต่ก็ไม่เป็นไร
เดิมทีเขาไม่ได้คิดจะชนะอยู่แล้ว
ตราบใดที่ยอมแพ้ได้ทันเวลา ก็คงไม่มีอันตรายถึงชีวิต
อย่างไรเสียเขาก็เป็นบุตรของโอดิน
และตอนนี้โลกได้เป็นพันธมิตรกับแอสการ์ดแล้ว
พวกมนุษย์โลกคงไม่ทำลายความสัมพันธ์พันธมิตรเพราะเขาแน่นอน
ช่วงที่ผ่านมาเขาคิดอยู่ตลอด
คิดหาวิธีนับไม่ถ้วนเพื่อรับมือกับความเร็วของจางหยาง
และเขารู้สึกว่าในที่สุดก็น่าจะมีวิธีที่ใช้ได้แล้ว
“ครั้งนี้... ถึงคราวที่เจ้าต้องนอนหมอบเงยหน้ามองข้าบ้าง”
โลกิหมุนคทาที่ฝังมณีจิตใจอยู่ในมือ พลางเผยรอยยิ้มราวกับได้เห็นภาพจางหยางนอนอยู่แทบเท้าของตัวเองแล้ว
โลกิเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก
ตกกลางคืนเขาก็เดินทางมาถึงเยอรมนีทันที และเริ่มปฏิบัติการของตัวเอง
เขาบุกเข้าไปในงานเลี้ยงของนายทหารระดับสูงคนหนึ่ง แล้วใช้เครื่องมือบางอย่างครอบดวงตาของอีกฝ่ายโดยตรง
ขณะเดียวกัน ฮอว์คอายก็ได้รับข้อมูลม่านตาของนายทหารคนนั้น ทำให้สามารถแทรกซึมเข้าไปในฐานทัพเพื่อขโมยอิริเดียมได้สำเร็จ
ภารกิจของฮอว์คอายจบลงเพียงเท่านี้
แต่แผนการของโลกิเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
สำหรับเขา เรื่องก่อนหน้านี้เป็นเพียงสิ่งที่ทำไปตามทางระหว่างดำเนินแผนใหญ่เท่านั้น
ชุดเกราะของเขาค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนร่าง
จากนั้นก็เริ่มต้อนฝูงชนที่กำลังตื่นตระหนกเหมือนต้อนแกะ ให้ไปยังลานกว้างโล่งกลางเมือง
แล้วใช้ภาพลวงตาสร้างร่างแยกขึ้นมาสี่ร่าง
ล้อมฝูงชนเอาไว้ทั้งสี่ด้าน
ป้องกันไม่ให้ใครหลบหนี
ในเวลานี้ ผู้คนทั้งหมดก็ไม่ต่างอะไรจากแกะที่ถูกคนเลี้ยงต้อน
รอให้ถูกเชือดตามใจชอบ
โลกิสั่งให้พวกเขาคุกเข่า
พวกเขาก็ทำได้เพียงคุกเข่าลงทั้งหมด
เมื่อได้สัมผัสความรู้สึกเหนือกว่าผู้อื่นแบบนี้ โลกิก็เริ่มกล่าวสุนทรพจน์อย่างออกรสออกชาติ
“พวกเจ้าก็เกิดมาเพื่อเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? นี่คือความจริงที่มนุษย์ไม่เคยยอมรับ การล่อลวงของเสรีภาพได้พรากความสุขไปจากชีวิตของพวกเจ้า พวกเจ้าลึก ๆ แล้วต่างก็โหยหาการถูกปกครอง พวกเจ้าคลั่งไคล้อำนาจ แสวงหาสถานะ แต่แท้จริงแล้วในกระดูกของพวกเจ้ามีความเป็นทาสฝังอยู่ วันหนึ่งพวกเจ้าก็จะยอมสยบต่อผู้ปกครองของตัวเองอยู่ดี”
คำพูดเหล่านี้ชัดเจนมาก
เขาต้องการกดขี่พวกเขา
ต้องการพรากเสรีภาพของพวกเขา
และยังเป็นการดูหมิ่นอย่างรุนแรงอีกด้วย
แต่ทั้งลานกลับไม่มีใครกล้าโต้แย้ง
มีเพียงคนเดียวเท่านั้น
ชายชราคนหนึ่ง
เขาเลิกคุกเข่าแล้วค่อย ๆ ยืนขึ้น
“แต่จะไม่ใช่กับคนแบบแก”
“ข้าเป็นคนพิเศษไม่เหมือนใคร”
โลกิรู้สึกเหมือนความสนุกของตัวเองถูกขัดจังหวะ
“คนแบบแกมีมาเสมอไม่ว่าเมื่อไหร่”
“ดูชายแก่คนนี้ซะ เขาจะเป็นตัวอย่างให้พวกเจ้า”
ขณะพูด โลกิก็ยกคทาขึ้นเล็งไปที่ชายชรา
พลังงานเริ่มรวมตัวอยู่บนปลายคทา
ก่อนจะพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
แต่ในตอนนั้นเอง
บนท้องฟ้าราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าน
สายฟ้าที่แตกต่างจากสายฟ้าทั่วไป
สายฟ้าสีแดงทองพาดผ่านท้องฟ้า ราวกับอัสนีบาตตกลงจากสวรรค์
แล้วกระแทกลงตรงหน้าชายชราคนนั้น
การโจมตีของโลกิสลายหายไปในทันที
ทุกคนรีบเพ่งสายตามอง
คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือบุคคลในชุดเกราะสีแดงทองรูปลักษณ์ประหลาด
เขายังคงอยู่ในท่าทางเดิม
แขนขวาเหยียดออกไปข้างหน้า
เมื่อครู่นี้...
เขาใช้มือเปล่าบดขยี้ลำแสงเวทมนตร์ของโลกิจนแตกสลายไปเลย!
ชุดเกราะประหลาดชุดนี้
ไม่มีใครจำผิดอย่างแน่นอน
ผู้คนที่เพิ่งคุกเข่าอยู่เมื่อครู่ต่างพากันลุกขึ้นทันที พร้อมส่งเสียงเชียร์ให้สายฟ้าสายนี้
“เดอะแฟลช! ฉันจำไม่ผิดแน่! ฉันยังติดตาม IG ของเขาอยู่เลย!”
“เดอะแฟลชมาช่วยพวกเราแล้ว!”
“เยี่ยมไปเลย! คราวนี้รอดแน่! ไอ้โรคจิตนี่จบเห่แล้ว!”
ทุกคนเชื่อว่าฮีโร่ของพวกเขาจะไม่มีวันแพ้
เพราะพวกเขาเชื่อมั่นว่า
ฮีโร่คนนี้คือผู้แข็งแกร่งที่สุด!
และแน่นอน
ฮีโร่ของพวกเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง
จางหยางจ้องโลกิด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
“กล้ามาที่โลกแล้วฆ่าคนตามใจชอบแบบนี้งั้นเหรอ? ไม่รู้หรือไงว่าพวกเขาอยู่ในความคุ้มครองของฉัน?”
มีหลายคนแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปเก็บไว้
เมื่อได้ยินประโยคนี้ สาวเยอรมันจำนวนไม่น้อยถึงกับตาเป็นรูปหัวใจ มองไปยังร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้า ราวกับเป็นกำแพงที่สามารถปกป้องพวกเธอจากอันตรายทุกอย่างได้
“เดอะแฟลช ในที่สุดเจ้าก็มาซะที”
โลกิเก็บท่าทีเย่อหยิ่งก่อนหน้านี้ไปหมดสิ้น
เขาจ้องมองชายผู้เคยเอาชนะตัวเองด้วยสายตาระแวดระวัง ก่อนจะเผยรอยยิ้มมั่นใจ
“หลังจากพ่ายแพ้ให้เจ้า ข้าก็คิดมาตลอดว่าจะรับมือพลังของเจ้ายังไง และตอนนี้ข้าคิดออกแล้ว! ครั้งนี้ ถึงคราวที่เจ้าต้องหมอบอยู่แทบเท้าข้าบ้าง!”
จางหยางกอดอก ใช้ความสูงจากชุดเกราะมองลงไปยังโลกิจากด้านบน แล้วหัวเราะอย่างดูแคลน
“เอาสิ ให้ฉันดูหน่อยว่าการแสดงที่นายตั้งใจเตรียมมาเพื่อฉัน มันจะน่าตื่นเต้นขนาดไหน”
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ]
……………